- หน้าแรก
- เกิดใหม่วันสิ้นโลก กักตุนในรถขยะ สยบชะตาทายาทลวง
- บทที่ 23 รับรองแค่ตอนพาออกไป ไม่รับรองตอนพากลับมา
บทที่ 23 รับรองแค่ตอนพาออกไป ไม่รับรองตอนพากลับมา
บทที่ 23 รับรองแค่ตอนพาออกไป ไม่รับรองตอนพากลับมา
**หมายเหตุ ขออนุญาติแก้การแปลทับศัพท์ว่า “ทีมอี้” เป็นการแปลเป็นไทยว่า “ทีมปีกปักษ์”**
“ไม่ได้ค่ะ” เจียงเนี่ยนปฏิเสธทันควัน
ลุงหลี่ถามด้วยความไม่เข้าใจ “ไหนว่าไม่ต้องใช้แต้มผลงานก็ได้ผักกับเนื้อฟรีทุกวันไงครับ แล้วจะตามพวกเราออกมาทำไมอีก?”
เจียงมิ่งกัดฟันกรอด แอบถลึงตาใส่ลุงหลี่วูบหนึ่ง แต่ใบหน้ายังคงประดับด้วยรอยยิ้ม “ฉันแค่อยากออกมาหาเสบียงพร้อมกับทุกคนน่ะค่ะ วันหน้าจะได้ไม่ต้องเบียดบังเสบียงของทีม”
เจียงเนี่ยนรู้ดีว่าเจียงมิ่งหาเสบียงเพื่อแลกแต้มผลงาน เพราะบ้านของอวี๋เฉินซวี่ไม่ได้อยู่ง่ายขนาดนั้น
ต่อให้อวี๋เฉินซวี่จะเป็นลูกชายเจ้าเมือง เขาก็ไม่สามารถขัดขืนกฎที่เจ้าเมืองตั้งไว้ได้ ว่าจะให้ใครมาอยู่ฟรีโดยไม่เก็บแต้มผลงานแม้แต่น้อย
ชาติก่อนอย่างมากเขาก็ลดราคาให้ครึ่งหนึ่งสำหรับเธอ พี่ชาย และครอบครัวเจียงมิ่ง ซึ่งเธอจำได้ว่าน่าจะประมาณ 15 แต้มผลงานต่อเดือน
แต้มผลงานของเขตรักษาความปลอดภัยอวี๋ซื่อนั้นหาได้ยาก ต้องใช้ขนมปัง น้ำ หรืออาหารหนึ่งลัง ถึงจะแลกได้เพียง 1 แต้มผลงาน
อัตราการแลกเปลี่ยนทรัพยากรอื่นๆ ก็ต่ำมากเช่นกัน
หรือจะทำงานในเขตรักษาความปลอดภัยก็ได้ แต่อัตราค่าจ้างงานทั่วไปก็อยู่ที่ประมาณ 5 แต้มผลงานต่อเดือนเท่านั้น
ทางฐานทัพยังค้นพบประโยชน์ของผลึกคริสตัลซอมบี้แล้วด้วย โดยผลึกคริสตัลหนึ่งก้อนสามารถแลกได้ 10 แต้มผลงาน
ทว่าแม้ซอมบี้ธรรมดาจะฆ่าไม่ยาก แต่โอกาสที่จะได้รับผลึกคริสตัลกลับมีไม่มากนัก
เมื่อเห็นเจียงเนี่ยนเงียบไป เจียงมิ่งก็นึกว่าเธอตกลงแล้ว จึงเตรียมจะเดินตามเจียงเนี่ยนไปทันที
เจียงเนี่ยนปิดประตูห้อง 503 ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยโดยไม่สนใจเจียงมิ่ง เธอหันไปถามเจียงกั๋วชิงและหลี่จิ้งอู่โดยตรง:
“อาคะ น้าคะ พวกคุณคงไม่อยากเจอฝูงซอมบี้เหมือนเมื่อวานอีกใช่ไหมคะ?”
สองสามีภรรยาตระกูลเจียงนึกถึงเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อวาน สีหน้าก็เริ่มซีดลงเล็กน้อย
เจียงเนี่ยนพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง:
“เมืองอวี๋ซื่อมีประชากรสองล้านคน ในเขตรักษาความปลอดภัยตอนนี้มีคนอยู่เท่าไหร่ พวกคุณลองคิดดูสิคะว่าข้างนอกนั่นมีคนกลายเป็นซอมบี้มากแค่ไหน”
“เมื่อวานคุณน้าทำให้ฝูงซอมบี้ตื่นตกใจ เจียงมิ่งก็ทำให้มือของอาเหว่ยบาดเจ็บ พวกคุณคิดว่าทีมของเสิ่นอี้ยังอยากจะพาพวกคุณออกไปอีกเหรอคะ?”
“ถ้าไม่มีพวกเขา พวกคุณคิดจะให้ฉันกับลุงหลี่แค่สองคนพาพวกคุณออกไปงั้นเหรอ?”
“พวกคุณคิดว่าเรามีกำลังพอที่จะปกป้องพวกคุณได้? หรือว่าพวกคุณกล้าลงมือฆ่าซอมบี้ด้วยตัวเองคะ?”
ตามคำพูดของเจียงเนี่ยน สีหน้าของเจียงกั๋วชิงและหลี่จิ้งอู่ก็ยิ่งซีดเผือดลงเรื่อยๆ
แววตาของเจียงมิ่งเต็มไปด้วยความไม่ยินยอมและความไม่พอใจที่เอ่อล้นออกมา
เจียงเนี่ยนมองพวกเขาอยู่ครู่หนึ่งจึงค่อยปรับน้ำเสียงให้อ่อนลงเล็กน้อย แล้วพูดว่า:
“ในเมื่อมาถึงเขตรักษาความปลอดภัยแล้ว แถมยังมีเนื้อและผักให้ฟรีทุกวัน พวกคุณก็อยู่ที่นี่ให้ดีเถอะค่ะ ยังไงก็ดีกว่าออกไปข้างนอกแล้วเสี่ยงถูกซอมบี้กัดตาย”
หลี่จิ้งอู่พยักหน้า หันไปมองเจียงมิ่ง “มิ่งมิ่ง เนี่ยนเนี่ยนพูดถูกนะ เราอย่าออกไปหาเรื่องใส่ตัวเลย อยู่ที่นี่ให้ดีเถอะนะ ลูกตกลงไหม?”
เจียงมิ่งยังคิดจะดื้อดึงต่อสู้ แต่ประตูห้อง 502 ข้างๆ ก็เปิดออก เสิ่นอี้เดินออกมาโดยมีหลวี่สือตามหลัง
หลวี่สือกรอกตา “เจียงมิ่งใช่ไหม เมื่อวานการที่ไม่โยนครอบครัวคุณเข้าไปในฝูงซอมบี้ก็นับว่าบรรลุเงื่อนไขที่รับปากทีมเขต D ไว้แล้ว นั่นคือการพาพวกคุณมาถึงเขตรักษาความปลอดภัยอวี๋ซื่ออย่างปลอดภัย”
“ถ้าพวกคุณยังอยากจะตามเราออกไป พวกเราก็ตกลงนะ”
ไม่รอให้เจียงมิ่งดีใจ คำพูดถัดมาของหลวี่สือก็ทำลายความหวังของเธอจนป่นปี้
“แต่เรารับรองแค่ตอนพาออกไป ไม่รับรองตอนพากลับมานะ”
ความรังเกียจและความโหดเหี้ยมที่หลวี่สือแสดงออกมาอย่างไม่ปิดบังสะท้อนอยู่ในดวงตาของเจียงมิ่ง สมาชิกทีมปีกปักษ์จากห้อง 501 และ 504 ต่างก็มายืนดูเจียงมิ่งด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตรเช่นกัน
เจียงมิ่งกำหมัดแน่น รู้ดีว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะตามทีมของเจียงเนี่ยนและเสิ่นอี้ออกไปอีก ออกไปแล้วไม่แน่อาจจะตายเพราะ "อุบัติเหตุ" ข้างนอกนั่นก็ได้
เธอชิงชังคนกลุ่มนี้เข้ากระดูกดำ
ก็แค่กลุ่มองครักษ์ที่ทำตามคำสั่ง ปกป้องครอบครัวเธอไม่ใช่เรื่องที่ควรทำอยู่แล้วเหรอ?! ถึงจะดึงดูดฝูงซอมบี้มา หรือทำให้มือคนเจ็บแล้วยังไง สุดท้ายก็รอดมาได้ไม่ใช่หรือไง?
เจียงมิ่งหันไปมองเสิ่นอี้ เสิ่นอี้ไม่มีสีหน้าใดๆ เธอเพิ่งจะเกิดความคิดที่จะใช้พลังพิเศษ ก็ถูกเสิ่นอี้ตวัดสายตาเย็นเยียบมองมาจนตกใจ
เจียงมิ่งรู้สึกเย็นวาบที่แผ่นหลังทันที จึงต้องจำใจพาพ่อแม่เดินจากไป ตั้งใจว่าจะไปหาทางอื่นเพื่อหาแต้มผลงาน
เมื่อครอบครัวเจียงมิ่งไปกันหมดแล้ว ลุงหลี่จึงถามเจียงเนี่ยนว่าในเมื่อพวกเขามีของกินแล้ว ทำไมยังอยากตามออกไปหาเสบียงอีก
เจียงเนี่ยนไม่ได้เล่าเรื่องชาติก่อน เพียงแต่บอกข้อสันนิษฐานว่าบ้านที่พวกเขาอยู่นั้นดีมาก แต้มผลงานที่ต้องจ่ายคงมากกว่าที่นี่หลายเท่า จึงอยากออกไปหาเสบียงเพื่อแลกแต้มผลงาน
ลุงหลี่ยิ่งสงสัยหนักขึ้น “แล้วทำไมพวกเขาไม่กลับมาอยู่ที่นี่ล่ะ อย่างน้อยแต้มผลงานที่นี่ก็ไม่เยอะขนาดนั้น”
เจียงเนี่ยนยักไหล่ “ใครจะรู้ล่ะคะ?”
เธอรู้ดีว่าเจียงมิ่งไม่ยอมกลับมาเพราะความทะเยอทะยานและทิฐิ เมื่อคืนถูกคนมารับไปอย่างสมเกียรติ ทำท่าทางเหมือนจะไปเสวยสุขและสละห้องให้เจียงเนี่ยนกับลุงหลี่
แล้วมันจะเป็นไปได้ยังไงที่อยู่แค่คืนเดียวแล้วจะกลับมาบอกว่าอยู่ที่นั่นไม่ไหว แล้วให้เธอและลุงหลี่คืนห้องให้
ส่วนเจียงมิ่งจะมีแผนการอื่นอีกหรือไม่ เจียงเนี่ยนไม่รู้ และไม่อยากรู้ด้วย
ด้วยท่าทางของเจียงมิ่งตอนนี้ที่ทั้งห่วงหน้าตาและโง่เขลา เจียงเนี่ยนก็แค่รอรอดูว่าเธอจะหาเรื่องตายด้วยตัวเองยังไง
หมู่บ้านนี้ถูกออกแบบมาให้คนและรถแยกทางกัน รถจึงต้องจอดไว้ที่ชั้นใต้ดิน เจียงเนี่ยนและทีมของเสิ่นอี้จึงลงไปที่ชั้นใต้ดินเพื่อเอารถ
รถออฟโรดของทีมเสิ่นอี้จอดอยู่ที่นั่น ส่วนรถขยะของเจียงเนี่ยนก็ปรากฏออกมาจากความว่างเปล่า
สมาชิกทีมปีกปักษ์คนอื่นๆ แม้จะเคยได้ยินเรื่องที่เจียงเนี่ยนมีมิติ แต่เมื่อได้เห็นกับตาว่าเจียงเนี่ยนเก็บรถคันใหญ่ขนาดนี้ไว้ในมิติ ก็รู้สึกว่ามันช่างฟุ่มเฟือยเหลือเกิน
เจียงเนี่ยนกวาดสายตามองสีหน้าของสมาชิกทีมปีกปักษ์ทุกคนแล้วเลิกคิ้วเล็กน้อย
คนพวกนี้ไม่มีใครโลภอยากได้มิติและเสบียงของเธอเลยจริงๆ
เป็นเพราะเสิ่นอี้มีมิติอยู่แล้วพวกเขาเลยไม่ใส่ใจ หรือเป็นเพราะเสิ่นอี้สั่งไว้พวกเขาเลยเชื่อฟังเป็นพิเศษกันแน่?
เจียงเนี่ยนปีนขึ้นรถขยะโดยไม่คิดอะไรต่อ
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ขอแค่ร่วมมือกันได้ดีและไม่มีใครสร้างปัญหาขัดขวางก็พอ
ตอนออกจากฐานทัพ เห็นอวี๋เฉินซวี่พาครอบครัวเจียงมิ่งไป เหมือนกำลังคุยอะไรบางอย่างกับอีกทีมที่กำลังจะออกจากฐาน
เห็นว่าทีมนั้นมองครอบครัวเจียงมิ่งอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก แต่สุดท้ายก็พยักหน้าอย่างเสียไม่ได้ ยอมพาเจียงมิ่งไปด้วย และทิ้งคู่สามีภรรยาเจียงกั๋วชิงไว้
เจียงเนี่ยนค่อนข้างประหลาดใจ อวี๋เฉินซวี่ถึงกับช่วยเจียงมิ่งหาทีมพาเธอออกไปหาเสบียงเชียวเหรอ?
ชาติก่อนตอนที่เขาตามจีบเธออย่างบ้าคลั่งเขาก็ไม่เคยทำแบบนี้ อย่างมากก็แค่บอกข้อมูลของทีมที่เก่งๆ ให้เธอและเจียงถิงรู้ เพื่อหวังจะให้เธอกับเจียงถิงไปอ้อนวอนให้เขาช่วยแนะนำทีมให้
ด้วยความสงสัย เจียงเนี่ยนจึงหันไปมองเจียงมิ่งและสบตากับเธอเข้าพอดี
เจียงมิ่งส่งยิ้มอย่างผู้ชนะมาให้เจียงเนี่ยน เป็นการอวดว่าเธอไม่จำเป็นต้องพึ่งเจียงเนี่ยนกับเสิ่นอี้ก็มีทีมพาออกไปได้
เจียงเนี่ยนยกมุมปาก มอบสายตา "สู้ๆ นะ" ให้เจียงมิ่งไปหนึ่งที
เจียงมิ่งรู้สึกเหมือนต่อยลงบนก้อนนุ่น จึงหันหน้าหนีด้วยความโมโห
การเข้าเขตรักษาความปลอดภัยต้องมีการตรวจ แต่ขาออกไม่ต้อง และก็ไม่มีทีมอยากออกไปมากนัก รถของทีมอื่นๆ ที่กระจัดกระจายอยู่นั้นล้วนมีสภาพพังยับเยิน มีรอยเล็บและคราบเลือดเปรอะเปื้อน
ขบวนรถของเสิ่นอี้ผ่านศึกฝูงซอมบี้มาเมื่อวานจึงมีร่องรอยอยู่บ้าง
แต่รถขยะของเจียงเนี่ยนกลับสะอาดเอี่ยมอ่อง เพราะรถขยะมีระบบป้องกันในตัว กรงเล็บซอมบี้ไม่สามารถสร้างรอยขีดข่วนได้ และคราบเลือดก็ไม่สามารถติดอยู่บนรถได้
และสิ่งนี้ดึงดูดสายตาของทีมอื่นในทันที
(จบตอน)