เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22 น้ำพุวิญญาณสารพัดประโยชน์?!

บทที่ 22 น้ำพุวิญญาณสารพัดประโยชน์?!

บทที่ 22 น้ำพุวิญญาณสารพัดประโยชน์?!


**หมายเหตุ ขออนุญาติแก้การแปลทับศัพท์ว่า “ทีมอี้” เป็นการแปลเป็นไทยว่า “ทีมปีกปักษ์”**

หลวี่สือและหู่จื่ออึ้งไปเลย ปืน? แถมยังต้องส่งกระสุนให้ไม่อั้นด้วย? รู้สึกเหมือนเธอมองพวกเขาเป็นคลังแสงอาวุธเลย

เขากำลังจะปฏิเสธ แต่ก็ได้ยินคำพูดของเจียงเนี่ยนเสียก่อน

“ฉันให้ลุงหลี่ทำอาหารที่มีเนื้อสองอย่าง ผักสองอย่าง และซุปอีกหนึ่งอย่างให้ทุกวันได้ค่ะ วัตถุดิบพวกคุณไม่ต้องกังวล แถมยังให้อิ่มท้องด้วย”

พอหู่จื่อได้ยินเช่นนั้นดวงตาก็เป็นประกายทันที เขารีบดึงหลวี่สือไปด้านข้างแล้วกระซิบว่า “พวกเราขนอาวุธมาตั้งเยอะเก็บไว้ที่บอส ใช้ไม่หมดหรอก เอามาแลกให้พวกเราได้กินดีอยู่ดีไม่ดีกว่าเหรอ?”

“อีกอย่าง ถ้าคุณเจียงกับลุงหลี่มีอาวุธ พวกเขาก็จะมีพละกำลังในการป้องกันตัวเองมากขึ้น แรงกดดันที่ทีมปีกปักษ์ต้องคุ้มครองพวกเขาก็จะน้อยลง เรื่องนี้มีแต่ได้ไม่มีเสียสำหรับพวกเรานะ”

หลวี่สือ “...”

ในที่สุดเสิ่นอี้ก็เอ่ยปากภายใต้สายตาคาดหวังของหู่จื่อ

“ตกลง”

เจียงเนี่ยนยิ้มออกมา ในมือปรากฏถุงแป้งทอดซอสที่บรรจุเรียบร้อยแล้วห้าถุง ทำเอาหลวี่สือและหู่จื่ออึ้งไปตามๆ กัน

เมื่อแป้งทอดซอสที่ยังร้อนๆ มาอยู่ในมือ พวกเขาจึงตระหนักได้ว่าเจียงเนี่ยนก็มีมิติเช่นกัน แถมยังดูจะเหนือกว่ามิติของบอสพวกเขาเสียอีก

อย่างน้อยมิติของเสิ่นอี้ก็ไม่สามารถรักษาอุณหภูมิได้ ไม่สามารถนำอาหารร้อนๆ ออกมาได้แบบนี้

ไม่อย่างนั้นพวกเขาก็คงไม่ต้องทนกินแต่บิสกิตอัดแท่งกับอาหารแห้งบางอย่าง จนต้องมาโหยหาอาหารร้อนๆ ฝีมือลุงหลี่หรอก!

เจียงเนี่ยนสังเกตสีหน้าของหลวี่สือและหู่จื่ออย่างตั้งใจ เมื่อเห็นว่าพวกเขามีเพียงความประหลาดใจและชื่นชม โดยไม่มีความโลภหรือเจตนาร้าย จึงมั่นใจว่าที่เสิ่นอี้บอกว่าพวกเขาไว้ใจได้นั้นเป็นเรื่องจริง

เมื่อหู่จื่อเอ่ยว่าแค่นี้ไม่พอ เจียงเนี่ยนจึงนำแป้งทอดซอสทั้งหมดที่ลุงหลี่ทำไว้เมื่อครั้งก่อนออกมาอีกสิบถุง มอบให้หู่จื่อทั้งหมด

หู่จื่อและหลวี่สือเดินจากไปอย่างพึงพอใจ

“คุณยังมีธุระอะไรอีกไหมคะ?” เมื่อเห็นว่าเสิ่นอี้ยังไม่ขยับไปไหน เจียงเนี่ยนจึงถามขึ้น

เสิ่นอี้มีสายตาล้ำลึก เขาจ้องเจียงเนี่ยนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป

เจียงเนี่ยน “?”

เธอคร้านจะสนใจว่าเสิ่นอี้กำลังคิดอะไรอยู่ ปิดประตูแล้วไปล้างมาส์กหน้าออก จากนั้นก็บำรุงผิว แล้วนำที่นอนพร้อมชุดเครื่องนอนออกมาปู

หลังวันสิ้นโลกทุกคนต่างสนใจแต่การเอาชีวิตรอด คนส่วนใหญ่ที่ออกไปรวบรวมเสบียงจะให้ความสำคัญกับของกินของใช้เป็นหลัก

ของชิ้นใหญ่อย่างที่นอนนั้นย้ายยากแถมยังไม่มีใครยอมสละแต้มผลงานอันมีค่ามาแลก ดังนั้นนอกจากที่มีอยู่เดิมในเขตรักษาความปลอดภัยแล้ว แทบจะไม่มีใครนำเข้ามาจากภายนอกเลย

ของที่ให้ความสะดวกสบายพวกนี้ต่อให้มีแต้มก็ซื้อยาก เจียงเนี่ยนจึงกักตุนเตรียมมาตั้งนานแล้ว

เจียงเนี่ยนนอนอยู่บนเตียงพลางนับผลึกคริสตัลที่เธอได้มาในวันนี้ มีผลึกซอมบี้กลายพันธุ์หนึ่งก้อน และผลึกธรรมดาอีกห้าก้อน

นอกจากผลึกของซอมบี้กลายพันธุ์ที่ก้อนใหญ่ที่สุดแล้ว ผลึกที่ขุดได้จากซอมบี้ธรรมดาล้วนมีขนาดเล็กมากและมีสีค่อนข้างจาง

ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาเธอใช้ผลึกซอมบี้ธรรมดาอัปเกรดมิติ แต่ดูเหมือนผลลัพธ์จะไม่ชัดเจนนัก นอกจากเจียงเนี่ยนจะพบว่าเธอสามารถอยู่ในมิติได้นานเกิน 3 นาทีแล้ว ก็ดูเหมือนจะไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงอื่นใด

และตั้งแต่ที่มิติแยกออกจากรถขยะ มิติยังมีวิวัฒนาการบ้างแต่รถขยะกลับไม่มีความเปลี่ยนแปลงเลยสักนิด

เจียงเนี่ยนเดาว่าบางทีรถขยะอาจจะต้องใช้ผลึกอัปเกรดแยกต่างหาก เธอจึงเก็บผลึกธรรมดาไว้สามก้อนโดยไม่ใส่เข้าไปในมิติ เตรียมจะนำไปวางไว้ที่รถขยะในวันพรุ่งนี้ เพื่อดูว่ารถขยะจะอัปเกรดหรือไม่

ผ่านพ้นไปหนึ่งคืน เจียงเนี่ยนเปลี่ยนเสื้อผ้า ล้างหน้าแปรงฟันเสร็จเรียบร้อย ก็นำของทั้งหมดเก็บเข้ามิติ

หลังจากเก็บของเสร็จ ทันใดนั้นเธอก็พบว่าในมิติมีรอยคราบน้ำกลุ่มเล็กๆ เพิ่มขึ้นมา เธอตอนแรกนึกว่าเป็นน้ำที่กักตุนไว้แล้วรั่วไหลออกมานิ่งอยู่บนพื้นมิติ

แต่พอมองดูดีๆ กลับพบว่า “คราบน้ำ” ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่ถึง 20 เซนติเมตรนั้น กลับเป็นหลุมน้ำขนาดเล็กที่มีความลึกอยู่บ้าง เจียงเนี่ยนใช้ตะเกียบสะอาดทิ่มลงไปก็ยังไม่ถึงก้นหลุม

เจียงเนี่ยนพยายามใช้ความคิดเคลื่อนย้ายหลุมน้ำนั้นไปที่อื่นแต่ก็ไม่ขยับ พิสูจน์ได้ว่านี่คือหลุมที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติในมิติ!

เธอนำขวดเปล่าไปตักน้ำจากหลุมน้ำนั้น น้ำในหลุมก็ลดระดับลงทันที

เธอกล้าลองชิมไปหนึ่งคำ รสชาติหวานเล็กน้อย ไม่มีพิษ และดูเหมือนจะมีพลังงานจางๆ ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย

ดวงตากลมโตของเจียงเนี่ยนเป็นประกายขึ้นมา “นี่คือน้ำพุวิญญาณสารพัดประโยชน์ในนิยายหรือเปล่านะ?”

เพื่อยืนยันความคิดของเธอ เจียงเนี่ยนจึงนำน้ำขวดนั้นออกมาจากมิติ เทใส่แก้วเล็กน้อยแล้วยื่นให้ลุงหลี่

เมื่อเช้าวานนี้ลุงหลี่ทำอาหารเช้าแล้วเผลอถูกมีดบาดเป็นแผลเล็กน้อย เขาฟังคำสั่งของเจียงเนี่ยนอย่างงงๆ ให้แกะพลาสเตอร์ออกแล้วดื่มน้ำที่เจียงเนี่ยนให้

ขณะที่กำลังจะถามเจียงเนี่ยนว่าเกิดอะไรขึ้น ลุงหลี่ก็ตาโตขึ้นมาทันที เขามองเห็นแผลที่มือประสานเข้าหากันเหมือนรูดซิป!

แถมยังไม่ทิ้งรอยแผลเป็นไว้เลยแม้แต่นิดเดียว!

ลุงหลี่ขยี้ตาเพื่อให้แน่ใจว่าแผลหายสนิทแล้วจริงๆ เขาหันไปมองเจียงเนี่ยน “คุณหนูครับ! น้ำนี่! มันวิเศษมาก!”

เจียงเนี่ยนพยักหน้าอย่างดีใจ เป็นน้ำพุวิญญาณจริงๆ ด้วย! แม้แผลของลุงหลี่จะไม่ใหญ่ แต่ความเร็วในการฟื้นฟูที่เห็นได้ด้วยตาเปล่าแบบนี้มันสุดยอดเกินไปแล้ว!

ไม่รู้ว่าน้ำพุวิญญาณนี้ยังมีสรรพคุณอื่นอีกไหม คงต้องหาโอกาสศึกษาสักหน่อย

ขณะที่กำลังจะเข้ามิติ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น

เจียงเนี่ยนมองผ่านตาแมวเห็นหู่จื่อยืนอยู่หน้าห้อง ในมือถือกล่องใบหนึ่ง

เมื่อเปิดประตู หู่จื่อก็รีบเดินเข้ามาปิดประตูทันที แล้วส่งกล่องให้เจียงเนี่ยน “นี่คือปืนไรเฟิลจู่โจมสองกระบอกที่พวกเราคัดเลือกมาให้เป็นพิเศษ เหมาะสำหรับมือใหม่อย่างพวกคุณครับ”

“วันนี้พวกคุณเก็บไว้ก่อน ออกจากฐานทัพแล้วพวกเราจะสอนวิธีใช้ให้”

เจียงเนี่ยนรับมาเก็บเข้ามิติโดยตรง แต่หู่จื่อยังไม่ไปไหน สายตาเหลือบมองไปทางห้องครัว “คุณเจียงครับ ลุงหลี่ยังไม่ได้ทำอาหารเช้าเหรอครับ? ในห้องครัวดูเหมือนไม่มีเสียงเลย”

เจียงเนี่ยนหยิบเสี่ยวหลงเปาและพายเนื้อที่ลุงหลี่ทำไว้ก่อนหน้านี้ออกมาจากมิติ พร้อมกับโจ๊กธัญพืช ทั้งหมดวางไว้บนโต๊ะอาหาร และยังวางชุดชามตะเกียบแบบใช้แล้วทิ้งไว้อีกสิบกว่าชุด

“ถ้าทำตอนนี้จะเด่นเกินไปและดึงดูดความสนใจค่ะ ทานของที่ทำไว้ก่อนแล้วกัน เดี๋ยวออกไปนอกฐานทัพค่อยหาที่ให้ลุงหลี่ทำเพิ่มเพื่อสำรองไว้”

“อีกอย่าง คุณตามทุกคนมาทานด้วยกันเถอะค่ะ ตอนนี้เป็นเวลากลางวัน นำของออกไปข้างนอกจะถูกคนเห็นได้ง่าย”

หู่จื่อขานรับ “ดะ..ได้ครับ” แล้วก็รีบออกไปตามคนทันที

ยังไม่ทันที่เจียงเนี่ยนจะเข้ามิติไปศึกษาสถานการณ์อัปเกรดต่อ คนในทีมปีกปักษ์ทั้งหมดก็กรูเข้ามาในห้อง 503 ยืนเบียดเสียดกันเต็มไปหมด

เจียงเนี่ยนมองดูห้องอาหารที่มีพื้นที่ไม่มากนัก หลวี่สือจึงรีบสั่งให้ทีมปีกปักษ์ช่วยกันย้ายโต๊ะอาหารไปไว้ในห้องรับแขกที่กว้างกว่า ทุกคนยืนล้อมโต๊ะอาหารจ้องมองเจียงเนี่ยน รอให้เธอเอ่ยปากเริ่มทาน

เจียงเนี่ยน: “......” ทีมของตระกูลเสิ่นนี่ช่างเชื่อฟังและว่าง่ายเกินไปแล้ว!

เธอหันไปมองเสิ่นอี้ที่ยืนพิงประตูด้วยใบหน้าเรียบเฉย แล้วหันกลับมามองกลุ่มคนที่ ‘ตั้งตารอ’ อยู่ครู่หนึ่งจึงพูดขึ้น

“ทานเถอะค่ะ”

วินาทีถัดมาเธอก็เห็นคนกลุ่มนี้แย่งชิงกันทานอาหารราวกับการฝึกซ้อมรบ

เธอเดินไปหาเสิ่นอี้ “วันก่อนที่ทานข้าวที่จุดพักรถ พวกเขาก็ไม่เป็นแบบนี้นี่คะ”

เสิ่นอี้ส่งเสียง “อืม” ในลำคอ “พวกเขารู้ว่าอาหารที่ลุงหลี่ทำแลกมาด้วยอาวุธ ดังนั้นจึงเห็นคุณค่าเป็นพิเศษน่ะ”

เจียงเนี่ยนพูดไม่ถูก เมื่อเห็นคนกลุ่มนี้ทานกันอย่างครึกครื้นเธอก็เริ่มหิว จึงกลับเข้าห้องไปหยิบอาหารเช้าสองชุดออกมาเตรียมทานกับลุงหลี่

เสิ่นอี้เดินตามมานั่งข้างเธออย่างไม่ถือตัว และเริ่มทานอย่างช้าๆ

เจียงเนี่ยนจึงต้องหยิบออกมาอีกชุดเพื่อให้ลุงหลี่ออกไปทานข้างนอกเอง

เมื่อทานอาหารเช้าเสร็จ ทีมปีกปักษ์ก็ช่วยกันทำความสะอาดโต๊ะอาหาร และกลับไปเตรียมของที่ต้องนำออกไปนอกฐานทัพ

เมื่อถึงเวลาที่นัดหมาย เจียงเนี่ยนพาลุงหลี่เตรียมตัวลงข้างล่าง ทันทีที่เปิดประตู ก็เห็นครอบครัวเจียงมิ่งสามคนพ่อแม่ลูกยืนอยู่หน้าห้อง

“พี่เนี่ยนเนี่ยน พวกพี่เตรียมจะออกไปหาเสบียงกันเหรอคะ? พาพวกเราไปด้วยได้ไหม?”

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 22 น้ำพุวิญญาณสารพัดประโยชน์?!

คัดลอกลิงก์แล้ว