- หน้าแรก
- เยวี่ยนอิ้น ครูสาวสุดโหดในโหมดไลฟ์สดสอนภูตผี
- บทที่ 5 เธอชอบฟังนักเรียนแนะนำตัวที่สุดเลย
บทที่ 5 เธอชอบฟังนักเรียนแนะนำตัวที่สุดเลย
บทที่ 5 เธอชอบฟังนักเรียนแนะนำตัวที่สุดเลย
เยวี่ยนอิ้นมองไปทางปลาหมึกยักษ์ตนนั้น สำหรับตอนนี้การเริ่มจากเจ้านี่น่าจะง่ายที่สุด
เป็นไปตามคาด พอถูกเรียกชื่อมันก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ใบหน้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง
จากนั้นก็ค่อย ๆ พยุงตัวลุกขึ้นอย่างเชื่องช้าเหลือเกิน ราวกับตัวสลอธตรงช่องบริการในหนังเรื่อง ซูโทเปีย (Zootopia)
นี่มันจะต่างอะไรกับนักเรียนในโลกความจริงที่ไม่รู้คำตอบแต่ดันถูกครูเรียกให้ลุกขึ้นตอบคำถามล่ะ?
เยวี่ยนอิ้นรออย่างมีความอดทนยิ่ง
ท่ามกลางสายตาที่จับจ้องมาจากทุกคน ในที่สุดมันก็อ้าปากพูดอย่างตะกุกตะกัก
“สวัสดีครับทุกคน... ผมชื่อ... จางจื่อฉิง ปีนี้อายุสิบสามปีแล้วครับ...”
เห็นได้ชัดว่ามันตะกุกตะกักจนพูดอะไรต่อไม่ออกอีก
พอเริ่มลนลาน ใบหน้าของมันก็แดงก่ำจนถึงขีดสุด เหงื่อกาฬไหลซึมออกมาตามหน้าผาก
ร่างกายหอบหายใจถี่กระชั้น หนองตามตัวไหลทะลักออกมาจนดูดกลับเข้าไปไม่ทัน
ยิ่งร้อนรน ก็ยิ่งทำได้ไม่ดี ยิ่งทำไม่ได้ ก็ยิ่งอับอายและโมโหตัวเอง
เมื่อเห็นจางจื่อฉิงกำลังจะเปลี่ยนจากปลาหมึกสีดำกลายเป็นปลาหมึกแดงต้มสุก แถมหนองก็จวนจะล้นห้องเรียนอยู่รอมร่อ เยวี่ยนอิ้นก็ทนดูต่อไปไม่ไหว...
“เพื่อน ๆ ทั้งหลาย พวกเธอรู้ไหมว่าเวลาที่ถูกเรียกให้ลุกขึ้นตอบคำถามแบบไม่ทันตั้งตัว แถมยังไม่ได้เตรียมตัวมาด้วยเนี่ย เราจะมีวิธีคลี่คลายวิกฤตนี้ยังไง?”
เยวี่ยนอิ้นโบกมือเป็นสัญญาณให้จางจื่อฉิงนั่งลง
พอจางจื่อฉิงนั่งลงได้ก็แอบถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก แต่เนื่องจากขนาดตัวที่มหึมา เสียงถอนหายใจที่ว่าแอบทำนั้นจึงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับเสียงปล่อยลมเบรกของรถบรรทุกคันใหญ่
เยวี่ยนอิ้นพูดต่อโดยไม่รอคำตอบ “เราสามารถสวมบทบาทเป็นเด็กดีที่มีความฉลาดทางอารมณ์ได้นะ อย่างเช่นเริ่มด้วยการพูดว่า ‘ขอบคุณครับ/ค่ะที่ให้โอกาสนี้กับผม/หนู รู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้ออกมาพูดที่นี่’ อะไรทำนองนี้เป็นต้น”
เป็นไปตามคาด เธอได้ยินเสียงพ่นลมหายใจออกมาจากจมูกของโครงกระดูก
แม้จะไม่มีเนื้อหนัง แต่มันก็ทำให้เยวี่ยนอิ้นสัมผัสได้ถึงความเหยียดหยามที่มีอยู่ในนั้น
มาแล้ว มาแล้ว ข้อเสียที่เล็กน้อยที่สุดของเด็กหลังห้องคือผลการเรียนแย่ แต่ข้อเสียที่หนักกว่าคือรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการใช้ชีวิตที่นับไม่ถ้วน
การที่เธอพูดแบบนี้ คงไปสะกิดต่อมต้านของพวกหัวแข็งบางคนเข้าให้แล้ว
นักเรียนที่คุ้นชินกับการเป็นเด็กไม่เอาถ่านมักจะได้รับคำตำหนิจากรอบด้านมามากพอแล้ว การจะให้พวกเขาลุกขึ้นมาเอาอกเอาใจคนที่ตำหนิตนเอง สู้ให้พวกเขาลาออกไปเลยยังจะรู้สึกสบายใจกว่า
“นอกจากวิธีนี้จะช่วยดึงเวลาได้แล้ว มันยังมีข้อดีอีกอย่างหนึ่งนะ”
“นั่นคือการแสร้งเป็นหมูเคี้ยวเสือ! แสดงออกว่าว่าง่ายให้ฝ่ายตรงข้ามตายใจก่อน พอเขาเลิกระแวงแล้วเราค่อยเผยตัวตนออกมา เทียบกับการแสดงท่าทีแข็งกร้าวตั้งแต่แรกจนทำให้อีกฝ่ายระแวดระวังตัว การจู่โจมแบบไหนจะมีโอกาสสำเร็จมากกว่ากันล่ะ?”
ไม่มีสิ่งมีชีวิตตนไหนยอมมีส่วนร่วมกับการตั้งคำถามของเยวี่ยนอิ้น
ไม่เป็นไร เธอชินกับการพูดเองเออเองอยู่แล้ว ขอแค่พวกมันยอมฟังก็ถือว่าบรรลุวัตถุประสงค์แล้ว
“เห็นได้ชัดว่าเป็นอย่างหลัง โอกาสสำเร็จจะเพิ่มขึ้นมหาศาล!”
พอสิ้นประโยค นักเรียนหลายตนก็กลอกตาไปมา เยวี่ยนอิ้นสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนว่าพวกมันเริ่มให้ความสนใจแล้ว
“เอาละ ต่อไป นักเรียนฝั่งนี้เรียงลำดับจากหลังมาหน้า แนะนำตัวทีละคนได้เลย”
สัตว์เลื้อยคลานลำตัวอ่อนนุ่มสีเขียวขนาดมหึมายืดตัวตรง
“ขอบคุณครับอาจารย์ที่ให้โอกาสนี้กับผม ผมรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้พูดต่อหน้าทุกคน ต่อไปนี้คือการแนะนำตัวของผมครับ...”
ให้ตายเถอะ? นี่คือการรู้จักประยุกต์ใช้สิ่งที่เพิ่งสอนไปใช่ไหมเนี่ย?
ความรู้สึกของเยวี่ยนอิ้นจะว่าซาบซึ้งก็ไม่ใช่ แต่มันมีความรู้สึกอ่อนใจปนอยู่ด้วย
เจ้าพวกนี้ฉลาดกว่าเด็กในชั้นเรียนโลกความจริงของเธอเสียอีก!
ในห้องเรียนปกติของเธอ แค่คำว่า “เปิดหนังสือไปหน้า 65” พูดไปสามรอบ ก็ยังจะมีคนถามกลับมานับครั้งไม่ถ้วนว่า “ครูครับ เล่มไหนครับ”, “ครูคะ หน้าไหนนะ”, “ครูครับ ผมไม่ได้เอาหนังสือมาครับ”...
“สวัสดีครับทุกคน ผมชื่อ หลวี่ร่วน ปีนี้อายุสิบสามปี การแนะนำตัวของผมจบลงเท่านี้ ขอบคุณครับ!”
เยวี่ยนอิ้นรับช่วงต่อ “นักเรียนหลวี่ รูปร่างนิ่มนวลสมชื่อจริง ๆ (ร่วน แปลว่า นิ่ม) นักเรียนคนถัดมา ถึงตาเธอแล้ว”
แมงมุมผมยาวใช้ขาทั้งแปดข้างยันตัวขึ้นสูง พริบตาเดียวก็ลุกขึ้นยืนได้อย่างง่ายดาย ท่าทางนั้นดูสง่างามกว่าสองคนแรกมากนัก
“ขอบคุณเพื่อนนักเรียนทุกคนที่ตั้งใจฟังฉันพูดนะคะ สวัสดีค่ะทุกคน ฉันชื่อ จือหนวี่”
อืม... ทำเอาเธอนึกถึงนักเรียนหญิงที่ชอบถักผ้าพันคอหรือถักไหมพรมในเวลาเรียนขึ้นมาเลย
โครงกระดูก: “สวัสดีครับ ผมชื่อ ‘เจี่ยเจิน’ หรือจะเรียกว่า โครงกระดูกเจิน ก็ได้ครับ”
หอยทากผู้กลัวสังคม: “สวัสดีครับ... ผมชื่อ ‘หนิวซิง’ ครับ”
วิญญาณดวงนั้น: “ผมชื่อ ‘เจิ้งฉุนไจ’ ครับ”
ในระหว่างที่พวกมันกำลังแนะนำตัว เยวี่ยนอิ้นก็ใช้คลื่นสมองเปิดคอมเมนต์ไลฟ์สดขึ้นมาอีกครั้ง
อย่างไรเสียเธอก็ยังไม่รู้ว่าต้องสอนวิชาอะไร หวังว่าพวกคอมเมนต์ช่างเม้าท์พวกนี้จะหลุดข้อมูลอะไรมาให้เธอบ้างนะ
(จบตอน)