เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 14 -- ร้านแผงลอย

ตอนที่ 14 -- ร้านแผงลอย

ตอนที่ 14 -- ร้านแผงลอย


ตอนที่ 14 -- ร้านแผงลอย

 

-เมืองแห่งการค้าเบริต้า

 

เป็นหนึ่งในเมืองการค้าชั้นแนวหน้าของประเทศ ผลิตภัณฑ์หลากหลายถูกขนส่งทางทะเลเพื่อกระจายไปทั่วประเทศจะต้องผ่านท่าเทียบเรือขนาดใหญ่ของที่นี่

 

นอกจากนี้ยังเป็นเมืองขนาดใหญ่ที่ใกล้กับเมืองนานามิมากที่สุด

 

แม้ว่าผมจะบอกว่ามันใกล้กันมาก แต่มันก็ต้องใช้เวลาเกือบชั่วโมงในการเทเลพอร์ตพร้อมกับหยุดพักไปด้วย

 

วันนี้ มิลลี่และผมตื่นแต่เช้าเพื่อมาที่นี่

 

มิลลี่จะทำตัวเป็นเด็กแบบนี้ในบางครั้ง เธอไม่ยอมเปิดประตูห้องของตัวเอง แม้ว่าผมจะเรียกเธอแล้วก็ตาม ดังนั้นผมเลยใช้เวทย์สะเดาะกลอน

 

มันเป็นเวทย์เฉพาะตัวที่สอนให้กับนักเวทย์หัวขโมยเพื่อใช้ในการเลี้ยงชีพ และแน่นอนว่ามันเป็นสิ่งที่มีแต่หัวขโมยเท่านั้นที่จะทำได้

 

ผมเดาว่าหัวขโมยจะใช้ทั้งม้วนคัมภีร์ แต่ผมฉีกมันเป็นชิ้นๆหลังจากที่เรียนสำเร็จ

 

เมื่อผมบอกมิลลี่เกี่ยวกับเรื่องเสียงที่เธอทำตอนที่เธอหลับ เธอโมโหผมในขณะที่ใบหน้าแดงแจ๋

 

แต่มันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร

 

ฝูงชนจำนวนมหาศาลต่างเดินกันเต็มท้องถนนเพื่อเข้าสู่เมือง

 

ผมจึงมีช่วงเวลาทีต้องเดินอย่างยากลำบาก

 

มิลลี่เองก็พลัดหลงกับผมอย่างรวดเร็วและเริ่มเดินออกไปคนละทาง

 

ผมจึงมักต้องคอยดูเธออยู่ตลอด

 

ผมถอนหายใจพร้อมกับจับมือมิลลี่แล้วพาเดินไป

 

“ปะ-ปล่อยมือเถอะ! มันน่าอายจะตาย!”

 

“อย่าแม้แต่จะคิด, เธอจะต้องหลงทางแน่ๆ ถ้าผมปล่อย”

 

เธอพยายามชักมือกลับอีกครั้งในตอนที่ผมพูด

 

ในที่สุดเธอก็ค่อยๆรับได้อย่างช้าๆ และจับมือผมอย่างหลวมๆ

 

พวกเรามาที่เมืองแห่งนี้เพื่อขายไอเทมจิปาถะที่มีมากเกินไป ซึ่งผมได้รับมาจากกองคาราวานแทนคำขอบคุณ และมันเป็นการเตรียมความพร้อมในการต่อสู้กับบอส

 

มันช่างเป็นเมืองที่ใหญ่จริงๆ

 

“นี่อะไรกัน? นั่นมิลลี่จังกับเซฟคุงไม่ใช่หรอ?”

 

เมื่อพวกผมหันไปหาต้นเสียง, สิ่งที่พวกเราเห็นก็คือแคลร์เซ็นเซย์ที่กำลังอุ้มถุงสินค้าใบใหญ่แนบกับอก

 

ภายในมีขนมปังก้อนโตยื่นออกมาจากถุง

 

อย่างที่เห็น เธอกำลังซื้ออาหาร

 

มาคิดดูอีกที ผมจำได้ลางๆว่ามีใครสักคนพูดว่าเซนเซย์อาศัยอยู่แถวนี้ในช่วงวันหยุด

 

“มาเดทกันงั้นหรอ? ดีจังน้า~”

 

“ขะ-เข้าใจผิดแล้วค่า! พวกเราแค่มาซื้อของด้วยกันเพราะหมอนี่ไม่สามารถออกมาซื้อของด้วยตัวเองได้…. เห็นไหมคะ! ดูนี่, แขนของเซฟหักอยู่ค่ะ!”

 

“จริงหรอ~? ไม่ใช่ว่าพวกเธอสองคนพึ่งจะสนิทกันก่อนหน้านี้ไม่นานนี่? น่าสงสัย~?”

 

ท่าจะไม่ดีแล้ว พวกเธอคุยกันนานเกินไป…

 

แคลร์เซนเซย์เข้าสู่โหมดจุ้นเรื่องชาวบ้านโดยสมบูรณ์แล้ว

 

“ขอโทษครับเซนเซย์, พวกเรากำลังรีบเพราะพวกเรา….”

 

“พวกเธอมากันแค่สองคนงั้นหรอ? นั่นไม่ดีเลยนะ พวกเธอก็รู้, พวกเธอจำเป็นต้องมีผู้ใหญ่ไปด้วย ไม่ว่าพวกเธอจะพูดยังไงก็ตาม…”

 

ผมรู้ดีว่าแคลร์เซนเซย์ไม่มีทางหลง แต่หลังจากที่เราเริ่มออกเดิน เธอก็มาจับมืออีกข้างหนึ่งของผมไว้ และเดินตามหลังของพวกผมมาติดๆ

 

มิลลี่จับบีบผมแรงขึ้นกว่าก่อนหน้านี้เล็กน้อย

 

แค่จับมือกันจนกว่าจะถึงที่หมาย….

 

เฮ้ หยุดบ้าได้แล้ว, อย่าไปคิดเรื่องพรรนั้น

 

“นี่~, ไม่ใช่ว่าเป้าหมายของเราจะสำเร็จยากขึ้นถ้ามีแคลร์เซนเซย์มาด้วยหรอกหรอ?”

 

พวกเราคุยกันด้วยเสียงที่แทบจะไม่ได้ยิน

 

พูดตามตรงผมเองก็เห็นด้วย, ว่าแต่เธอเลิกกุมมือผมแบบนั้นได้แล้ว

 

“พวกเรายังอยู่ท่ามกลางฝูงชน, รีบออกจากที่นี่กันเถอะ”

 

“ก็ได้, ก็ได้”

 

ดังนั้นพวกเราจึงตกลงกันในขณะที่สะบัดมือของแคลร์เซนเซย์ออก แล้วหายเข้าไปในฝูงชน

 

ในเมื่อแคลร์เซนเซย์มีถุงอาหารใบใหญ่อยู่ มันจึงเป็นเรื่องยากที่จะไล่ตามพวกเรา

 

“ขอโทษนะค้าเซนเซย์~♪”

 

มิลลี่แลบลิ้นออกมาในขณะที่พูด

 

เฮ้ เฮ้, หยุดยั่วแบบนั้นได้แล้ว

 

มิลลี่ดึงมือผม แล้วพวกเราก็หายเข้าไปในฝูงคน

 

“อุ้ยตาย, ทั้งสองคนหนีตามกันไป, เป็นเด็กนี่ดีจังน้า”

 

ฟู่~, ในที่สุดพวกเราก็หนีจากแคลร์เซนเซย์ได้สักที, ผมรู้สึกว่าตัวเองกำลังหัวเราะเบาๆอยู่

 

…..แต่ผมคิดว่าพวกเราน่าจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดบางอย่าง

 

หลังจากที่เราหลบแคลร์เซนเซย์ พวกเราก็มองดูพ่อค้าแม่ค้ารอบๆ เพื่อมองหาไอเทมหายาก จนในที่สุดก็มาถึงจัตุรัสแผงลอย

 

ทั้งพ่อค้าและนักผจญภัยต่างก็พยายามขายของให้ผมด้วยสายตาที่เปล่งประกาย

 

เข้ามาในที่น่ากลัวซะแล้วสิ

 

มิลลี่กำลังประหลาดใจอย่างต่อเนื่อง และหันมองไปรอบๆอย่างอยู่ไม่สุข

 

เธอจะหลงทางถ้าเธอยังทำตัวแบบนั้นนะ รู้ไหม?

 

ผมดึงมือของมิลลี่และเริ่มเดินตรงไปยังจุดหมายของเราอีกครั้ง, เธอตามผมมาเหมือนกับกำลังเดินเล่น

 

นี่ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังพาหมาออกมาเดินเล่นเลยแฮะ

 

ไม่นานหลังจากที่เรามาถึงทางแยก และบริเวณใต้ต้นไม้นั้น

 

นั่นคือคือที่ๆตัวผมในอนาคตมักจะมานั่งเปิดร้านอยู่เสมอ

 

“เธอมาที่นี่ครั้งแรกใช่ไหม”

 

“ช่าย, ทำไมหรอ?”

 

“อืม, ดูตรงนั้นให้ดี”

 

พวกเราหันไปทางป้ายกระดานที่ติดอยู่

 

ข้อความบนป้ายนั้นดูเหมือนจะเพิ่งเขียนขึ้นเมื่อวาน มีทั้งชื่อและราคาของของไอเทมที่ผมได้รับแทนคำขอบคุณจากกองคาราวานของพ่อค้า

 

“ที่นี่คือจัตุรัสแผงลอย ไม่ว่าใครก็สามารถตั้งร้านขายของที่นี่ได้ ตราบเท่าที่มีสินค้าและตั้งราคาไว้, พวกเราจะลองขายของพวกนี้ให้คนที่เดินผ่านไปมาตอนนี้”

 

“.....เพื่อเรื่องน่ารำคาญแบบนี้…”

 

“เน่ อ่านบรรยากาศซะบ้าง”

 

….บ้าชิบ, เธอหลับเฉยเลย

 

ผมพยายามที่จะทำให้ดูน่าสนใจแล้วเชียว แต่ไม่ว่ามันจะน่าเบื่อแค่ไหนก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะมาหลับได้นะ

 

ผมตัดสินใจอ่านหนังสือในขณะที่รอลูกค้า

 

…..

 

……..

 

………..

 

ขายไม่ได้เลยแฮะ

 

บางครั้งลูกค้าก็เดินเข้ามาดูของโดยไม่ได้ซื้ออะไรสักอย่างแล้วจากไป

 

ผมขายของได้แย่ขนาดนั้นเลยหรอ?

 

มันจะต้องมีปัญหาที่วิธีการขายของเรา

 

หรือบางทีเราอาจจะขายของที่ราคาสูงเกินไป…

 

“มากับพ่องั้นหรอ? พ่อหนุ่มน้อย~”

 

เมื่อผมมองไปยังต้นเสียง, สุดปลายของรถเข็นที่อยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่คือ เด็กสาวตัวสูง

 

ด้วยผมสีฟ้าที่ยาวจนถึงหลัง กับเสื้อเชิร์ตสีขาวที่ปิดหน้าอกไว้ไม่มิด

 

ยิ่งกว่านั้นเธอยังสวมกางเกงสั้นจิ๋วที่เผยให้เห็นขาอันเรียวยาว สีผิวที่ดูดี และด้วยจำนวนเสื้อผ้าที่เธอสวมทำให้ดึงดูดสายตาของผู้คนบนถนน

 

รถเข็นของเธอพ่นสีเป็นรูปดอกไม้, และสามารถเห็นไอเทมหายากจำนวนมากที่เรียงเป็นระเบียบ, โดยที่ไอเทมบางอย่างมีราคาแพงมาก

 

เด็กสาวหยุดรถเข็น และนั่งลงตรงหน้าผม จากนั้นก็เริ่มพูด

 

“แต่~ ฉันสงสัยจังว่าใครเป็นคนหาของพวกนี้มา? ราคาตลาดไม่ได้สูงแบบนี้สักหน่อย”

 

ราคาตลาด….?!

 

บ้าจริง! ราคาที่ผมปิดประกาศอยู่คือสิ่งที่ผมรู้มาจากหลายทศวรรษหลังจากนี้, มันจึงไม่มีทางที่ราคาขนาดนี้จะสามารถขายออกได้ในยุคนี้!

 

“แต่มันก็มีหลากหลายดี, ช่วยบอกได้ไหมว่าเธอได้ของพวกนี้มาจากไหน?”

 

ผมยิ้ม, เด็กสาวที่มีรอยยิ้มเป็นมิตร กลับมีสายตาที่เฉียบคมซ่อนอยู่, ผมไม่ได้มองพลาด

 

==========

 

อุทิศให้คุณพ่อยุทธนา ศิริพัฒนานันทกูร

 

==========

 

ติดตามผลงานได้ที่ https://www.facebook.com/RachanTranslations/

จบบทที่ ตอนที่ 14 -- ร้านแผงลอย

คัดลอกลิงก์แล้ว