เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 13 -- ปะทะบอส

ตอนที่ 13 -- ปะทะบอส

ตอนที่ 13 -- ปะทะบอส


ตอนที่ 13 -- ปะทะบอส

 

“หือ?”

 

“ตอบแบบนี้มันอะไรกัน? ชั้นกำลังพูดถึงการล่าบอสเลยนะ? ล่าบอส”

 

บ้าระห่ำเกินไปแล้ว

 

สิ่งที่เธอกำลังพูดก็คือ….

 

“โทษที, ผมยังไม่อยากตายน่ะ”

 

“ชั้นก็ไม่อยากตายเหมือนกัน!”

 

เธอโกรธด้วยเหตุผลบางอย่าง

 

ถึงผมจะพูดไปแบบนั้น แต่ผมก็ยังอยู่ที่นี่

 

“ในตอนแรก เหตุผลที่พวกเราสร้างกิลด์ขึ้นมาเพื่อให้เราสามารถล่าบอสได้! ในเมื่อเราไม่สามารถล้มมันได้ด้วยตัวคนเดียว เราสามารถจัดการมันได้พร้อมกับเพื่อนสักวันหนึ่ง… นั่นคือสาเหตุที่เราสร้างมันขึ้นมา”

 

“แต่เรามีกันแค่สองคนนะ..”

 

“นายปฏิเสธคำสั่งชั้นไม่ได้หรอก เซฟ!”

 

นั่นสินะ

 

นั่นคือสิ่งที่มันควรจะเป็น

 

“ก็ได้! เริ่มจากการคิดแผนอะไรสักอย่างก่อน! แล้วไปลุยกันเถอะ!”

 

รอยยิ้มของมิลลี่เต็มไปด้วยความมั่นใจ

 

แน่นอนว่ามีบอสหลายตัวที่สามารถล่าได้ด้วยคนเพียงสองคน

 

แต่นั่นถือเป็นการเดิมพัน ด้วยเลเวลในตอนนี้ ราชาแห่งความตายสามารถฆ่าเราทั้งคู่ได้ด้วยการสะกิดเบาๆ

 

มีเพียงนักผจญภัยที่มีทักษะสูงเท่านั้นจึงจะท้าสู้กับบอส ยิ่งกว่านั้นพวกเขาจะท้าสู้เมื่อมาเป็นกลุ่มเท่านั้น

 

“อีกแล้ว, นี่มันประมาทเกินไปแล้ว เราควรจะล้มเลิกเรื่องนั้นจะดีกว่า”

 

“ไม่ต้องห่วง มีทางที่จะชนะมันอยู่แล้ว!”

 

ผมรู้สึกสงสัยเล็กน้อย แต่….

 

“ชั้นจะใช้เวทย์ถล่มบอสก่อน เมื่อบอสสังเกตเห็นชั้น นายก็ใช้เทเลพอร์ตพาชั้นหนี! เราจะฟื้นฟูพลังเวทย์เมื่อเราออกจากระยะมองเห็นของมัน แล้วทำซ้ำอีกครั้ง!”

 

“ผมไม่รู้ว่าจะต้องทำซ้ำอีกเท่าไร แต่ว่าราชาแห่งความตายมีความสามารถในการฟื้นฟูตัวเอง การหลบหนีหลังจากยิงเวทย์ระดับต่ำคงไม่เพียงพอ เราต้องการเวทย์ที่ทรงพลัง”

 

“จริงด้วย งั้นเอายังงี้เป็นไง เซฟ… เราจะตรึงการเคลื่อนไหวของบอสด้วยกรีนวอลล์ แล้วพวกเราทั้งคู่จะถล่มมันด้วยเวทย์จากระยะไกล”

 

“บอสสามารถต้านเวทย์พันธนาการได้”

 

เฮ้อ~ เธอถอนหายใจตอนที่ผมกำลังพูด

 

“บางทีเธอคงไม่เคยสู้กับบอสมาก่อน มันไม่ได้ง่ายแบบนั้น ผมรู้ว่าพวกเราสามารถล่าบอสได้สักวันหนึ่ง แต่ไม่ใช่เวลานี้ ตอนนี้เราควรมุ่งไปที่การเพิ่มเลเวลจะดีกว่า”

 

“นี่ดี, นั่นดี, นั่นคือสิ่งที่นายพูดตลอด…”

 

“เซฟ, ตาบ้า~~ !!”

 

มิลลี่เทเลพอร์ตออกไปในตอนที่กำลังพูด

 

อืม, ผมคงทำพลาดไปหน่อย

 

เดี๋ยวนะ… ทางนั้นมัน…..!

 

“ยัยงั่งนั่นคงไม่ได้….!”

 

ผมรีบเทเลพอร์ตตามมิลลี่ไปทันที

 

-สร้างระยะห่างให้ไกลที่สุดในขณะที่ยังอยู่ในระยะร่ายเวทย์, มิลลี่เล็งไปที่ราชาแห่งความตาย พร้อมกับถล่มมันด้วยเรดบลาสเตอร์

 

คลื่นความร้อนที่ถูกปล่อยออกจากฝ่ามือของมิลลี่ได้เผาพวกซอมบี้จนหมดสิ้นในครั้งเดียว แต่การโจมตีไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น

 

คลื่นความร้อนยังพุ่งต่อไปยังราชาแห่งความตาย

 

เวทย์สีแดงระดับกลาง เรดบลาสเตอร์

 

ด้วยพลังเวทย์มีผลต่อพลังโจมตีของเวทย์อย่างมาก มันอาจโจมตีทุกอย่างที่ขวางหน้าตราบเท่าที่เวทย์ยังไม่ถูกยกเลิก

 

ราชาแห่งความตายไม่ได้ถอยหนีเลยแม้แต่น้อย และเริ่มพุ่งตัวเข้ามาหามิลลี่ เธอเริ่มถอยหนีหลังจากร่ายเรดบลาสเตอร์ในทันที

 

“เทเลพอร์ต~ซึ!”

 

เธอถอยกลับสร้างระยะห่าง จนกว่าเธอจะไม่ถูกราชาแห่งความตายเห็นอีก

 

“หุหุ~ ♪ ชั้นนี่สุดยอดจริงๆ เพราะว่าชั้นสามารถสู้กับบอสได้ด้วยตัวเอง”

 

เธอเริ่มเข้าฌาณ ในขณะที่ปรับเปลี่ยนตำแหน่งให้สัมพันธ์กับราชาแห่งความตาย หลังจากนั้นเธอร่ายเรดบลาสเตอร์สุดระยะ แล้วหนี หลังจากนั้น….

 

ถล่มเวทย์ใส่ราชาแห่งความตาย

 

แล้วเทเลพอร์ตหนีเมื่อมันสังเกตเห็นเธอ

 

นี่… ทำซ้ำไป 3 ถึง 4 ครั้ง

 

ในเวลาไม่นาน ใบหน้าของมิลลี่ก็ปรากฎความเหนื่อยล้าแล้ว

 

ลมหายใจของเธอเริ่มติดขัด และตัวเธอชุ่มไปด้วยเหงื่อ

 

การ ‘สู้กับความตาย’ เกือบจะจบลงในไม่กี่นาที

 

ความมุ่งมั่นและความตรึงเครียดของเธอหมดลงไปแล้ว เธอไม่สามารถเข้าฌาณหรือร่ายเวทย์ได้อีกแล้ว

 

ในขณะที่ราชาแห่งความตายดูจะไม่เป็นอะไรเลย

 

การสู้ต่อไป โดยเฉพาะในสภาพแบบนี้ไม่ก่อให้เกิดอะไรเลย

 

เธอรู้ดี แต่…

 

“...มาถึงขนาดนี้แล้ว”

 

เธอวัดระยะห่างด้วยร่างที่ง่อนแง่น

 

ภาพที่มองเห็นเริ่มพร่ามัว เท้าเริ่มสั่นไปมา

 

และ…

 

เธอทำพลาดในการกะระยะด้วยสายตา และอยู่ในระยะการมองเห็นของราชาแห่งความตาย

 

แน่นอน มันหันมาหาเธอและเริ่มโจมตีในทันที

 

มิลลี่สังเกตเห็นข้อผิดพลาดของตนแม้ภาพจะยังพร่ามัว และพยายามหนีด้วยการเทเลพอร์ต แต่เนื่องจากเธอไม่สามารถรวบรวมสมาธิได้ มันจึงไม่สำเร็จ

 

ราชาแห่งความตายยกไม้เท้าบิชอปขึ้น ซึ่งผลที่ตามมาสามารถแยกหัวของมิลลี่ออกเป็นสองส่วนได้อย่างแน่นอน

 

ผมบินไปด้วยเทเลพอร์ตในจังหวะสุดท้าย ผลักมิลลี่ออกไปแล้วรับมือไม้เท้าบิชอร์ปด้วยแขนซ้ายของผมเอง

 

*ฮิชิชิชิ* ผมรู้สึกเหมือนแขนของผมกำลังจะแตกเป็นเสี่ยงๆ

 

มันกระแทกลงพื้นและร่างของผมปลิวไปทางมิลลี่

 

สติของผมดับวูบไปครู่หนึ่ง แต่ผมไม่ยอมหมดสติ

 

ผมจับแขนของมิลลี่ และหลบหนีออกไปด้วยเทเลพอร์ต

 

ราชาแห่งความตายซึ่งพลัดหลงกับเหยื่อกัดฟันกรอด และเริ่มเดินเต็ดเตร่อีกคร้ัง

 

-บ้านมิลลี่

 

“ยัยโง่เอ้ย!! ผมบอกแล้วไงว่าอย่าสู้! เธอเกือบตายแล้วถ้าผมไม่ได้ช่วยเอาไว้”

 

น้ำตาไหลลงมายังใบหน้าของมิลลี่ ในตอนที่ผมดุเธอ

 

มิลลี่เอาแต่พูดขอโทษพร้อมกับร้องไห้ตลอดเวลาที่เดินทางกลับมายังห้องของเธอ

 

ก่อนหน้านั้นไม่นาน ผมใช้เวทย์บัฟป้องกันใส่ตนเอง

 

เนื่องจากมันมีคำร่ายที่ยาว ดังนั้นจึงไม่สามารถใช้ในการต่อสู้ได้ มันเป็นเวทย์ที่ลดค่าความเสียหายลง 90 เปอร์เซ็นจากการโจมตีของศัตรูได้หนึ่งครั้ง

 

แต่มันก็ยังมากพอที่จะหักแขนของผมได้

 

อย่างน้อยมิลลี่ก็ได้เรียนรู้ความกลัวที่แท้จริงจากการต่อสู้กับบอส

 

“ตอนนี้ เธอรู้หรือยังว่าทำไมผมถึงห้าม?”

 

“อา…. ฉันรู้แล้ว ชั้นขอโทษ… ถ้าชั้นไม่ทำตัวเอาแต่ใจแบบนั้น แขนนายคง….”

 

…..มันคงกลายเป็นบาดแผลทางใจ

 

ในอนาคตมิลลี่จะต้องกลายเป็นทรัพยากรบุคคลที่สำคัญ การต่อสู้กับมอนส์เตอร์บอสร่วมกับผมเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำไมเธอจึงเป็นคนสำคัญ ดังนั้นมันจะมีปัญหาหากเธอเกิดบาดแผลทางใจ

 

ผมจำเป็นต้องลบมันทิ้งไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ยิ่งปล่อยไว้นาน การฟื้นฟูสภาพจิตใจของเธอก็ยิ่งนานขึ้น

 

บ้าเอ้ย…. น่ารำคาญจริงๆ….

 

แม้ว่าสิ่งที่ผมพูดจะไม่ค่อยได้ผล….

 

แขนซ้ายของผมเริ่มปวดอีกแล้ว

 

ตอนนี้มันหักอย่างสมบูรณ์….

 

ถึงแม้ว่ามันจะเริ่มสมานตัวหลังจากที่ผมเพิ่มความสามารถในการฟื้นตัว

 

แต่การฟื้นตัวของกระดูกที่เสียหายหรือบาดแผลลึกก็ยังต้องใช้เวลา

 

สถานการณ์แบบนี้ ผมว่าไม่ค่อยจะดี

 

บ้าจริง ผมเริ่มโมโหแล้ว….

 

ราชาแห่งความตาย

 

“มิลลี่”

 

“....คะ?”

 

อย่างไรก็ตามเธอกลายเป็นคนขี้กลัว

 

ดูเหมือนความเสียหายจะรุนแรงกว่าที่คิด

 

ผมคาดว่ามีเพียงสิ่งเดียวที่พวกเราสามารถทำได้

 

“ขอเวลาผมเจ็ดวัน, เจ็ดวันในการคิดแผนและเตรียมการ แล้วพวกเราจะล้มเจ้าราชาแห่งความตายด้วยกัน”

 

มิลลี่มองมาที่ผมด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ดังนั้นผมจึงจับไหล่ของเธอไว้แล้วยิ้มให้ทันที

 

“พวกเราจะล้มมันด้วยกันเพียงสองคน”

 

==========

 

อุทิศให้คุณพ่อยุทธนา ศิริพัฒนานันทกูร

 

==========

 

ติดตามผลงานได้ที่ https://www.facebook.com/RachanTranslations/

จบบทที่ ตอนที่ 13 -- ปะทะบอส

คัดลอกลิงก์แล้ว