เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 12 -- การลาก

ตอนที่ 12 -- การลาก

ตอนที่ 12 -- การลาก


ตอนที่ 12 -- การลาก

 

เวทย์ที่ผมต้องฝึกไม่ได้มีแต่เวทย์โจมตีเท่านั้น

 

เวทย์แรกคือ “เมจิคแอมพลิฟายเออร์”

 

มันเป็นเวทย์ที่จะเพิ่มพลังและปริมาณการใช้เวทย์ในเวทย์มนต์ถัดไปที่ผมร่ายเป็นสองเท่า

 

แม้ว่าปีศาจส่วนใหญ่จะสามารถแพ้ได้ด้วยพลังปกติของเวทย์มนต์ นี่จึงเป็นเวทย์ที่ผมแทบจะไม่ได้ใช้เลย แต่ตอนนี้ผมต้องฝึกมัน

 

เวทย์ที่สองคือ “สเกาท์สโคป”

 

ผมเพิ่งรู้ถึงสิ่งนี้เมื่่อเห็นคัมภีร์เวทย์ที่บ้านของมิลลี่ ซึ่งดูเหมือนมันจะมีประโยชน์มากถ้าสามารถใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

อย่างแรกคือมันสามารถแสดงเลเวลของเวทย์มนต์ได้

 

เวทย์มนต์เรดบอลของผมตอนนี้มีเลเวลเท่ากับ 12, ด้วยแผนที่ผมวางเอาไว้ นี่จะช่วยทำให้การฝึกของผมมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

 

ที่สำคัญกว่านั้น…

 

เมื่อผมมองไปยังมิลลี่และร่ายสเกาท์สโคป

 

มิลลี่ เรย์อาร์ด

 

เลเวล 25

 

เวทย์ [สีแดง] เลเวล : 22/94

 

เวทย์ [สีน้ำเงิน] เลเวล : 32/98

 

เวทย์ [สีเขียว] เลเวล : 19/92

 

เวทย์ [แห่งท้องฟ้า] เลเวล : 12/96

 

เวทย์ [วิญญาณ] เลเวล : 15/85

 

มิลลี่ให้ความสนใจกับเวทย์มนต์สายสีฟ้า ส่วนอย่างอื่นสมดุล

 

โดยเฉพาะสุดยอดเวทย์สีฟ้าของเธอ บลูเกล (วายุคราม) ที่เพิ่มจนถึงระดับ 39 ซึ่งน่ากลัวมาก

 

มันจะต้องเป็นเวทย์โปรดของเธอแน่ๆ

 

เวทย์มนต์สายสีฟ้ามีความสมดุลทั้ง พลังโจมตี, การฟื้นพลัง และเวทย์มนต์เสริม นี่เป็นสายที่ดีในการฝึกฝนเมื่อคุณต้องต่อสู้อยู่คนเดียว

 

การที่สามารถเห็นสถานะปัจจุบันของผู้อื่น เลเวลของเวทย์มนต์ที่คุณรู้จัก และเอกลักษณ์เฉพาะของพวกเขา

 

นี่เป็นของที่อันตรายสุดๆ

 

สามารถรู้ได้ว่านักเวทย์ฝ่ายศัตรูสามารถร่ายเวทย์ใดได้บ้าง เมื่อคุณสามารถเดาความคิดของพวกเขาได้ ก็เหมือนกับมีความตายมารออยู่ตรงหน้าของพวกเขาแล้ว

 

ผมรู้ว่าเวทย์นี้ถูกสร้างขึ้นโดยตัวของมันเอง ดังนั้นมันจึงไม่มีทางโต้กลับ

 

เมื่อเพิ่มเลเวลของสเกาท์สโคป ผมก็ได้รับข้อมูลมากกว่าที่ผมเคยรู้

 

ไม่มีความเป็นส่วนตัวสำหรับสิ่งนี้

 

มิลลี่มีค่าพรสวรรค์ที่สูง

 

แต่ก็ยังไม่ใช่อัจฉริยะ

 

สเกาท์สโคปที่ถูกนำไปให้สมาพันธ์ในอนาคตน่าจะมีคุณภาพที่ลดลงจากอันนี้

 

เวทย์นี้จะทำลายโลกถ้ามันเผยแพร่ออกไป

 

ผมไม่ต้องการให้เวทย์มนต์นี้กระจายไปทั่ว แต่ไม่ว่าคัมภีร์เวทย์ที่ถูกนำไปยังสมาพันธ์จะเป็นการตัดสินใจของมิลลี่หรือไม่

 

มันก็สิ้นหวังอยู่ดีใช่ไหมล่ะ?

 

ผมรู้ดีว่ายังไงมันก็กระจายไปทั่วในอนาคตอยู่แล้ว

 

ที่ผมเลือกเวทย์มนต์ทั้งสองนี้เพราะว่าพวกมันเป็นเวทย์ที่สามารถฝึกได้ในระหว่างเรียนเท่านั้น ดังนั้นตอนนี้ผมจึงฝึกขยายเวทย์และสเกาท์สโคปสลับไปมาระหว่างอยู่ในห้องเรียน

 

มิลลี่หันมามองผมด้วยท่าทีแปลกๆ

 

แน่นอนว่าผมไม่สนใจเธอ

 

โอ้ว เลเวลของสเกาท์สโคปเพิ่มขึ้น

 

-หลังเลิกเรียน

 

“เซฟ ไปกันเถอะ!”

 

“ตกลง!”

 

หลังจากขึ้นไปบนดาดฟ้าโรงเรียน ผมก็สามารถเทเลพอร์ตไปยังหินที่ผมมองเห็นได้แต่ไกล

 

มันจะมีประสิทธิภาพดีกว่าถ้าใช้เทเลพอร์ตจากที่สูง

 

คุณสามารถเทเลพอร์ทได้ไกลกว่านั่นคือข้อได้เปรียบ

 

เทเลพอร์ท, เทเลพอร์ท …..

 

พวกเรามาถึงโบสถ์แห่งความเสื่อมที่พวกเราฝึกฝนกันก่อนหน้านี้

 

ตอนนี้มันกลายเป็นพื้นที่ล่าของเรา

 

“เอาล่ะ, ทำตามปกติ!”

 

“เข้าใจแล้ว แล้วเจอกัน”

 

ที่โบสถ์ พวกเราแยกกลุ่มไปยังทิศทางตรงกันข้าม

 

ผมไปและเริ่มดึงซอมบี้ที่อยู่ในฝูง

 

พวกซอมบี้รวมตัวกันเหมือนสัตว์โง่ๆ ซึ่งง่ายต่อการฝึก

ผมยื่นมือไปทางพื้น และร่ายกรีนวอลล์(กำแพงสีเขียว)

 

คลื่นแห่งพลังเวทย์กระจายออกมาจากมือของผม และกำแพงที่ถูกสร้างจากเวทย์ไม้เลื้อยก็เจริญเติบโตขึ้นต่อหน้าผม

 

มันรัดพันเท้าของซอมบี้ทั้งหมด ซึ่งกำลังพยายามขัดขืนเพื่อให้เป็นอิสระ

 

-เวทย์สีเขียว กรีนวอลล์

 

ด้วยรากที่หนายื่นออกจากพื้น มันเป็นเวทย์มนต์ที่สามารถร่ายใส่ศัตรูเป็นวงกว้างได้

 

ในขณะที่มวลซอมบี้ถูกรัดเท้าไว้ พวกมันก็รวมกลุ่มกันราวกับสัตว์ ผมพยายามที่จะดึงซอมบี้ซึ่งอยู่ด้วยกันให้ออกมามากที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนที่กำแพงสี่เขียวจะหายไป

 

ห่างจาก’จุดหมาย’ไปทางซ้ายนิดหน่อยคือมิลลี่

 

ด้านหลังของเธอคือบางอย่างที่น่าประหลาดใจ

 

นั่นน่าจะเป็นซอมบี้อย่างน้อยร้อยตัว….

 

การใช้กำแพงสีเขียวเต็มกำลัง แม้ว่ามันจะเป็นยากนิดหน่อยที่ผมจะต้องรวมพวกซอมบี้ให้กลายเป็นกลุ่มเดียว

 

อีกฝูงหนึ่งสามารถมองเห็นได้แต่ไกล

 

มันเป็นของมิลลี่…

 

อย่างไรก็ตาม ผมสามารถลากฝูงซอมบี้ไปทางมิลลี่ ในขณะที่เธอเองก็ลากฝูงที่ตามมาหาผม

 

หลังจากนั้นเล็กน้อย…

 

พวกเราค่อยๆรวมกลุ่มกันอย่างช้าๆ เมื่อเราอยู่ด้วยกันอีกครั้ง ผมกับมิลลี่ก็ได้รวบฝูงซอมบี้เป็นกองขนาดใหญ่และเริ่มร่ายเวทย์ของพวกเรา

 

“ไวท์บอล!”

 

“บลูเกล!”

 

ฝูงซอมบี้ครึ่งหนึ่งถูกปกคลุมด้วยแสงวาบที่เจิดจ้า ในขณะที่อีกครึ่งหนึ่งถูกโยนอยู่ในพายุหมุน…

 

“เอาล่ะ สองร้อยดูเหมือนจะเพียงพอสำหรับตอนนี้”

 

“หุหุ~, ฉันใช้เวทย์ไปเยอะเลย”

 

มันเป็นเรื่องดีที่มีคู่ปรับให้แข่งขัน

 

เมื่อผมมองไปยังเสื้อของมิลลี่ บางทีมันอาจเป็นการโจมตีจากซอมบี้ แต่มันก็เป็นรอยหลุดลุ่ยเล็กน้อย

 

นั่นมันอันตรายนะเธอรู้ไหม…. แม้ว่าพวกอันเดตจะเชื่องช้าก็ตาม

 

“พวกเราต้องตั้งที่พักชั่วคราวอย่างรวดเร็ว ในเมื่อพวกมันจะคืนชีพขึ้นมาเกือบจะทันที”

 

“ค่า, ค่า”

 

เมื่อพระจันทร์เริ่มขึ้น ทั้งผมและมิลลี่ก็เริ่มเข้าฌาณ

 

แม้ว่าแถวนี้จะมีซอมบี้ไม่มาก แต่พวกมันมีอัตราเร็วในการเกิดใหม่ที่เร็ว มันเป็นเพราะซอมบี้ที่มาที่นี่และได้เน่าเปื่อยตายไป ทำให้พวกมันมีโอกาสฟื้นคืนชีพเร็วกว่าทั่วๆไป

 

ผมถล่มพวกซอมบี้ด้วยไวท์บอล

 

หลังจากทำลายพวกมันทั้งหมดด้วยการโจมตีที่รวดเร็วเพียงครั้งเดียว ฝูงซอมบี้ก็โผล่ออกมาจากพื้นดินแทบจะทันที แม้ว่าผมจะใช้แค่ไวท์บอล…. แต่มันก็มีหลายครั้งทำให้พลังเวทย์ของผมลดลงอย่างมาก เมื่อผมส่งแหวนกระดูกงูให้กับมิลลี่ ผมก็เริ่มเข้าฌาณ

 

มิลลี่เองก็ถล่มพวกซอมบี้ที่เกิดใหม่ด้วยไวท์บอลเช่นเดียวกับผม

 

แล้ว… ส่งแหวนกระดูกงูคืนมาให้ผม

 

พวกเราผลัดกันจัดการกับฝูงซอมบี้

 

ผมรู้สึกได้ถึงค่าประสบการณ์มหาศาลที่เพิ่มขึ้น

 

โอะโอ๋ ผมได้หนึ่งเลเวล

 

พวกมอนสเตอร์ที่ถูกจัดการจะสามารถฟื้นฟูร่างกายหลังจากที่ระยะเวลาผ่านไปช่วงหนึ่ง โดยการดูดซับพลังเวทย์จากดันเจี้ยน แล้วคืนชีพตนเอง

 

ด้วยการประยุกต์ใช้ธรรมชาติของซอมบี้ พวกเราสามารถล่าพวกมันทั้งหมดในครั้งเดียวได้ด้วยการใช้เทคนิคที่เรียกว่า ‘การลาก’

 

ซึ่งมันมีประสิทธิภาพอย่างมากในการล่า แต่ไม่แนะนำสำหรับมือใหม่ เพราะมันอาจจะทำให้ปาร์ตี้ตกอยู่ในภาวะวิกฤติได้หากพวกเขาไม่มีการร่วมมือที่ดี

 

ตราบเท่าที่ยังมีการไหลของพลังเวทย์มากในนี้ และพวกปีศาจยังเกิดใหม่อยู่ตลอด พร้อมกับโจมตีพวกมนุษย์ ที่แห่งนี้ก็ยังถือเป็นดันเจี้นนอยู่

 

ถ้าหากคุณเลือกหนทางที่ยากลำบาก มันก็มีโอกาสที่จะทำให้ตัวคุณเองมีชะตาที่น่าเศร้า

 

หลังจากทำการล่าอย่างต่อเนื่องมาหนึ่งชั่วโมง

 

ซอมบี้ที่มีผ้าคลุมสีแดงก็ปรากฎออกมาท่ามกลางซากที่พวกเรากำจัดไปด้วยไวท์บอล

 

“นี่มันแย่แล้ว! ราชาแห่งความตาย! หนีเร็ว!”

 

“นี่…. รอชั้นด้วยสิ, เซฟ!”

 

ถึงเธอจะพูดแบบนั้น แต่ผมก็ยังวิ่งนำหน้าเธออยู่ดี

 

มิลลี่ตามผมมาด้านหลัง

TL เซฟ นายไวมาก

“เฮ้อ…. เกือบไปแล้ว...”

 

“อา, นี่นาย….นายกล้าพูดแบบนั้นแล้วปล่อยให้เด็กผู้หญิงดูแลตัวเองได้ยังไง?

 

“ใครก็ตามที่คิดจะสู้ร่วมกับเธอจะต้องตายหลังจากนั้นในไม่ช้า, ดังนั้นการคิดเรื่องแบบนั้นมันเสียเวลา”

 

ผมพูดขึ้นในขณะที่มิลลี่กำลังบ่นออกมาอย่างต่อเนื่อง

 

ปาร์ตี้ของพวกเราไม่สามารถเอาชนะได้ แม้ว่าพวกเราทั้งคู่จะสู้ก็ตาม

 

ถ้าการเตรียมตัวของคุณไม่ดีพอ, คุณก็ตายเท่านั้น

 

มันจะดีหากพวกเราคนใดคนหนึ่งหนีออกมาเพื่อลดความเสียหาย

 

“แต่…. นั่นไม่ใช่สิ่งที่พวกเราคิดจะทำ…”

 

ในขณะที่มิลลี่กำลังกระหน่ำคำบ่นใส่ผม ผมจ้องมองไปยังราชาแห่งความตายซึ่งกำลังเดินอย่างไร้จุดหมายไปรอบๆ และฟันของผมก็เริ่มสั่นไม่หยุด

 

หลังจากที่เธอพูดแบบนั้น รอยยิ้มที่ดูอันตรายก็ลอยอยู่บนใบหน้าของมิลลี่เมื่อเธอกำลังคิดอะไรบางอย่าง

 

ผมเริ่มรู้สึกไม่ดี….

 

“นี่เซฟ อยากจะลองล้มเจ้านั่นด้วยพวกเราแค่สองคนไหม?”

 

==========

 

อุทิศให้คุณพ่อยุทธนา ศิริพัฒนานันทกูร

 

==========

 

ติดตามผลงานได้ที่ https://www.facebook.com/RachanTranslations/

จบบทที่ ตอนที่ 12 -- การลาก

คัดลอกลิงก์แล้ว