- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นอัยการ สืบทอดทายาทแชโบลหมื่นล้าน
- บทที่ 2 สุนัขล่าเนื้อแห่งตระกูลแชโบล
บทที่ 2 สุนัขล่าเนื้อแห่งตระกูลแชโบล
บทที่ 2 สุนัขล่าเนื้อแห่งตระกูลแชโบล
บทที่ 2 สุนัขล่าเนื้อแห่งตระกูลแชโบล
คฤหาสน์ตระกูลลี, ฮันนัมดง
ในเกาหลี สถานที่แห่งนี้คือ "จุดบอด" บนแผนที่ เป็นเขตหวงห้ามเด็ดขาดที่แม้แต่ระบบนำทางผ่านดาวเทียมยังไม่สามารถระบุพิกัดที่แน่นอนได้
หลินเวยยืนอยู่หน้าหน้าต่างกระจกบานยักษ์ เบื้องหลังของเขาคือ "จักรพรรดิ" ผู้กุมบังเหียนที่แท้จริงของประเทศนี้—อีกันฮี ผู้นำแห่งซัมซงกรุ๊ป
ชายชรานั่งจมอยู่ในรถเข็น มีสายออกซิเจนเสียบอยู่ที่จมูก ดูราวกับตะเกียงที่ใกล้จะขาดใจ แต่ดวงตาที่ขุ่นมัวคู่ที่เป็นเหมือนตาของนักล่าชั้นยอดนั้น ยังคงฉายแววดุดันและน่าเกรงขาม
"รายงาน DNA ฉันดูแล้ว" ประธานอีเอ่ยเสียงแหบพร่าราวกับเสียงพัดลมเก่าๆ "ดวงตาคู่นั้นของเจ้า เหมือนกับแม่ของเจ้าไม่มีผิด"
หลินเวยหันกลับมา เมื่อต้องเผชิญหน้ากับ "ราชาแห่งแชโบล" เขาไม่มีท่าทีประหม่าแม้แต่นิดเดียว ตรงกันข้าม เขากลับนั่งลงบนโซฟาหนังแท้ฝั่งตรงข้ามอย่างผ่าเผย ท่าทางดูสบายๆ ยิ่งกว่าเจ้าของบ้านเสียอีก
"ท่านประธานอุตส่าห์ลำบากตามตัวผมกลับมา คงไม่ใช่เพราะอยากรำลึกความหลังหรอกมั้งครับ?" หลินเวยจ้องสบตาชายชรา พลางเหยียดยิ้มเย็นชา "ลีแทจุนมันขยะไปแล้ว ตอนนี้ท่านแค่ขาด 'หมาล่าเนื้อ' ตัวใหม่ที่คอยเฝ้าบ้าน และกัดคนให้ตายได้ในเวลาสำคัญ... ใช่ไหมล่ะครับ?"
บรรยากาศในห้องลดฮวบลงจนน่าใจหาย บอดี้การ์ดชุดดำหลายคนเกร็งกล้ามเนื้อทันที มือขยับไปที่เอวเตรียมพร้อม ส่วนหัวหน้าห้องคิมที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับเหงื่อตก ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงๆ ตลอดหลายสิบปีมานี้ ใครจะกล้าพูดกับท่านประธานแบบนี้บ้าง?
ประธานอีจ้องหลินเวยเขม็งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะไอออกมาอย่างรุนแรง ซึ่งนั่นคืออาการหัวเราะของเขา
"แค่อึก... ฮ่าๆๆ... ดี! น่าสนใจดี!" ประธานอีผลักพยาบาลที่กำลังจะเข้ามาตบหลังออกไป แววตาเป็นประกายขึ้นมา "ดีกว่าแทจุนไอ้ขยะที่วันๆ เอาแต่เล่นผู้หญิงกับเสพยาเยอะ! หมอนั่นมันก็แค่โคลนตม ส่วนเจ้า... เจ้าคือนักล่าของจริง"
หลินเวยโน้มตัวไปข้างหน้า ประสานมือไว้ใต้คาง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเด็ดขาด "แต่ผมมีเงื่อนไขอย่างหนึ่ง"
"ว่ามา"
"ผมจะไม่ลาออก" หลินเวยชี้ไปที่หน้าอกข้างซ้ายที่ว่างเปล่า "อาชีพ 'อัยการ' นี้ ผมจะยังทำต่อไป"
"โอ้?" ประธานอีฉายแววแปลกใจ "ทิ้งสมบัติหมื่นล้านไว้เฉยๆ แล้วไปเป็นข้าราชการกินเงินเดือนเนี่ยนะ? วัยรุ่นสมัยนี้ชอบเล่นอะไรแบบนี้เหรอ?"
"ซัมซงจ้างผู้บริหารมืออาชีพระดับโลกมาดูแลได้ ไม่ได้ขาดคนมานั่งเซ็นเอกสารอย่างผมหรอกครับ" แววตาของหลินเวยส่องประกายเย็นชาและอันตราย "แต่ในเกาหลี ถึงแชโบลจะเป็นพระเจ้า แต่ก็เป็นเนื้อชิ้นปลามันในสายตาคนอื่น ท่านต้องการ 'มีด' ครับ มีดที่ปักลึกอยู่ในระบบยุติธรรม และต้องเป็นมีดที่ฟังคำสั่งตระกูลลีอย่างเด็ดขาดด้วย"
"คนที่จะเป็นทายาทได้ ต้องถือปืนไว้ในมือเท่านั้น ใครที่กล้าเข้ามางับซัมซง ผมจะใช้ชื่อกฎหมายจัดการริบทรัพย์และกวาดล้างตระกูลมันให้สิ้นซาก"
ประธานอีเงียบไปนาน นิ้วที่ผอมแห้งเคาะพนักพิงรถเข็นเป็นจังหวะเหมือนกำลังชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสีย หลังจากนั้นครู่หนึ่ง เขาก็ยิ้มออกมา
"หัวหน้าห้องคิม" "ครับ ท่านประธาน" "ส่งมอบอำนาจสั่งการ 'หน่วยปฏิบัติการลับ' ของกลุ่มให้นายน้อย" ประธานอีหลับตาลง มุมปากหยักยิ้มอย่างพึงพอใจ "นอกจากนี้ แจ้งข่าวไปทางสำนักงานอัยการสูงสุดด้วย บอกเขาว่าตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป หลินเวยไม่ใช่เด็กฝึกงาน แต่เขาคืออัยการเต็มตัวของสำนักงานอัยการเขตโซลกลาง ใครที่กล้าขวางทาง... ก็หักมันซะ"
"รับทราบครับ!"
เช้าวันถัดมา หลังพายุฝนผ่านพ้น ท้องฟ้าในโซลก็กลับมาสดใสจนดูเหมือนของปลอม หน้าอาคารสำนักงานอัยการเขตโซลกลางปกคลุมด้วยหมอกจางๆ ในช่วงเวลาเร่งด่วน อัยการและเจ้าหน้าที่ธุรการจำนวนมากต่างรีบเร่งเดินเข้าอาคาร
ทันใดนั้น เสียงคำรามของเครื่องยนต์ที่ดังราวกับสัตว์ป่าก็ดังใกล้เข้ามา
บรึ้ม—!
ลัมโบร์กินี เรเวนตัน สีเงินเทา พุ่งทะยานเข้ามาเหมือนเครื่องบินรบแห่งอนาคต รถสะบัดท้ายดริฟต์อย่างสวยงามก่อนจะจอดนิ่งสนิทตรง "ที่จอดรถเฉพาะสำหรับอัยการสูงสุด" หน้าประตูทางเข้าหลักพอดี
ฝูงชนแตกตื่นทันที "สวรรค์! นั่นรถอะไรน่ะ? รุ่นที่ผลิตจำกัดทั่วโลกใช่ไหม?" "ใครกัน? หยิ่งยโสขนาดไหนถึงกล้ามาจอดข้างรถอัยการสูงสุด?" "มีลูกชายตระกูลแชโบลโดนเรียกมาสอบสวนหรือเปล่า?"
ประตูรถแบบปีกนกค่อยๆ ยกขึ้น หลินเวยก้าวลงมาจากที่นั่งคนขับ เขาถอดชุดสูทใยสังเคราะห์ราคาถูกตัวเดิมทิ้งไป แทนที่ด้วยชุดสูทลายทางสีน้ำเงินเข้มที่ตัดเย็บด้วยมือจากช่างฝีมือชั้นยอดในอิตาลี ซึ่งเน้นสรีระไหล่กว้างและเอวสอบของเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ผมของเขาถูกเซ็ตเปิดหน้าผากอย่างเนี๊ยบ บนสันจมูกสวมแว่นตากรอบทองที่ช่วยพรางความดุร้ายในดวงตา แต่กลับเพิ่มบรรยากาศของ 'สุภาพบุรุษในคราบปีศาจ' ที่น่าหลงใหลและน่าเกรงขาม
"หลิน... หลินเวย?" เด็กฝึกงานรุ่นเดียวกันสองสามคนที่เดินผ่านมาถึงกับตาค้าง เหมือนเห็นผี นี่ใช่ไอ้กระจอกที่ยอมคนและโดนโขกสับเมื่อวานจริงเหรอ?
หลินเวยไม่สนใจสายตาตกตะลึงรอบข้าง เขาโยนกุญแจรถให้รปภ. ที่ยืนอ้าปากค้างอยู่ตรงหน้าประตู "ช่วยจอดรถให้หน่อย ถ้ามีรอยขีดข่วนแม้แต่นิดเดียว ต่อให้ขายตัวคุณมาใช้หนี้ก็ยังชดใช้ไม่ไหว"
พูดจบเขาก็ก้าวเดินเข้าไปในสำนักงานอัยการด้วยท่าทางเหมือนสิงโตที่กำลังออกตรวจอาณาเขต ทันทีที่เขาเดินเข้าไปในแผนกคดีอาญาที่ 3 ออฟฟิศที่เคยเสียงดังเหมือนตลาดสดก็เงียบกริบทันที
สายตาของเพื่อนร่วมงานทุกคนจับจ้องมาที่เขาเหมือนแสงไฟสปอตไลท์ มีทั้งความเห็นอกเห็นใจ แต่ส่วนใหญ่คือความสะใจ ทุกคนรู้ดีว่าวันนี้หัวหน้าคังจะใช้เด็กฝึกงานที่ไม่มีเส้นสายคนนี้เป็นเครื่องสังเวย
"หลินเวย! ไอ้ลูกหมา!" เสียงตะโกนด่าของคังจินฮยอกระเบิดออกมาจากห้องทำงานหัวหน้าแผนกทันเวลา ม่านบังตาถูกกระชากเปิดออก คังจินฮยอกที่ใบหน้าแดงก่ำชี้หน้าด่าหลินเวย "ใบรับสารภาพล่ะ? ถ้าไม่อยากทำแล้วก็ไสหัวไปเดี๋ยวนี้!"
หลินเวยมีสีหน้าเรียบเฉย ในมือถือซองเอกสารบางๆ เดินตรงเข้าไปในห้องทำงานของหัวหน้าแผนก เมื่อเข้าไปแล้ว เขาหันหลังกลับไปล็อคประตู
"คลิก" เสียงล็อคโลหะที่ดังชัดเจนทำให้เปลือกตาของคังจินฮยอกกระตุกโดยไม่มีสาเหตุ
"แกจะล็อคประตูทำไม?" คังจินฮยอกรู้สึกสังหรณ์ใจว่าวันนี้หลินเวยดูแปลกไป ท่าทางยอมคนแบบวันวานหายไปสิ้น เหลือเพียงแรงกดดันที่ทำให้รู้สึกหายใจไม่ออก
หลินเวยไม่ตอบโต้ เขาเดินไปที่โต๊ะทำงานตัวใหญ่ วินาทีต่อมาเขาทำสิ่งที่ทำให้สมองของคังจินฮยอกหยุดทำงาน—เขานั่งลงบนโต๊ะทำงานของคังจินฮยอกโดยตรง แล้วก้มลงมองอดีตหัวหน้าที่เคยอยู่เหนือหัวเขา
"นี่! ชิบะ! แกบ้าไปแล้วเหรอ? ลงมาเดี๋ยวนี้!" คังจินฮยอกเดือดดาล เอื้อมมือจะไปกระชากคอเสื้อหลินเวย
เพียะ!
หลินเวยคว้าข้อมือของคังจินฮยอกไว้แน่นเหมือนคีมเหล็ก สมรรถภาพร่างกายที่ถูกเสริมด้วย "พรสวรรค์" ถูกแสดงออกมาในวินาทีนี คังจินฮยอกรู้สึกเหมือนข้อมือถูกเครื่องไฮดรอลิกหนีบไว้จนกระดูกจะแหลกเป็นผุยผง
"อ๊าก—! ปล่อยนะ! ไอ้สารเลว!" คังจินฮยอกเจ็บจนหน้าบิดเบี้ยว ร้องลั่นเหมือนหมูโดนเชือด
หลินเวยสะบัดมือออกอย่างแรง คังจินฮยอกเสียหลักล้มไปบนเก้าอี้ผู้บริหาร แรงเหวี่ยงทำให้เก้าอี้ไถลออกไปครึ่งเมตรจนเกือบจะหงายหลัง
"หัวหน้าคัง อายุมากแล้วอย่าโมโหบ่อยนักสิครับ"
หลินเวยเปิดซองเอกสารออกอย่างใจเย็น แล้วหยิบรูปถ่ายความคมชัดสูงปึ้งหนึ่งโปรยลงบนตัวคังจินฮยอกเหมือนกำลังโปรยกระดาษกงเต็กให้คนตาย รูปถ่ายเหล่านั้นร่วงหล่นกระจายเต็มพื้น
คังจินฮยอกกำลังจะด่าทอ แต่พอสายตาเหลือบไปเห็นรูปใบหนึ่ง ดวงตาของเขาก็แทบจะถลนออกมา มันคือภาพจากกล้องวงจรปิดที่เขากำลัง "นัวเนีย" กับนางแบบดาวรุ่งในโรงแรมห้าดาว
ตามมาด้วยรูปที่สอง ภาพในลานจอดรถใต้ดินที่เขารับเงินสดจาก ส.ส. พัค เห็นเลขบนธนบัตรชัดแจ๋ว รูปที่สามคือรายการเดินบัญชีลับในต่างประเทศ
ความเย็นวาบพุ่งพล่านจากกระดูกสันหลังขึ้นสู่สมอง คังจินฮยอกเหมือนตกหลุมน้ำแข็งทันที ข้อมูลเหล่านี้คือความลับสุดยอด! แม้แต่อัยการสูงสุดก็ไม่มีทางหาเจอ! แล้วไอ้เด็กฝึกงานที่จนกรอบคนนี้ไปเอามาจากไหน?
"แก... แกเป็นใครกันแน่?" เสียงของคังจินฮยอกสั่นเครือ ความโอหังเมื่อครู่หายวับไปกับตา
"คอนโดฮุนได ย่านอัปกูจอง เขตคังนัม อาคาร A ห้อง 1201 นั่นคือบ้านเล็กที่คุณซื้อให้เมียน้อยใช่ไหมครับ? ใช้เงินสินบนซื้อเสียด้วยสิ" หลินเวยหยิบที่เขี่ยบุหรี่คริสตัลบนโต๊ะมาเล่น พลางพูดด้วยน้ำเสียงผ่อนคลายเหมือนชวนคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ
"อ้อ หัวหน้าครับ ได้รับ SMS จากธนาคารหรือยัง? รสชาติของการโดนเรียกคืนเงินกู้กะทันหันเนี่ย มันสะใจไหมครับ? ได้ยินว่าอสังหาริมทรัพย์ของคุณทุกแห่ง กำลังจะถูกบังคับขายทอดตลาดเร็วๆ นี้แล้วนะ"
ใบหน้าของคังจินฮยอกขาวซีดราวกับกระดาษ เขาทรุดตัวลงบนเก้าอี้เหมือนคนไร้วิญญาณ เมื่อเช้านี้ที่ธนาคารจู่ๆ ก็เปลี่ยนท่าที ที่แท้เป็นเพราะเรื่องนี้เอง!
นั่นคือฝีมือของธนาคารในเครือซัมซง!