เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 198 ไม่ธรรมดา

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 198 ไม่ธรรมดา

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 198 ไม่ธรรมดา


ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 198 ไม่ธรรมดา

แปลโดย iPAT

นอกจากธาตุทั้งห้ายังมีปราณหยินและปราณหยาง นิกายเมฆาพิรุณใช้วิธีการบ่มเพาะคู่หยินหยาง ผู้ชายจะฝึกปราณหยางขณะที่ผู้หญิงจะฝึกปราณหยิน

หยินหยางสามารถเปลี่ยนแปลงได้ไม่รู้จบสิ้น สิ่งที่ได้รับจากการบ่มเพาะด้วยวิธีนี้จะเหนือกว่าการบ่มเพาะพลังปราณจากธาตุทั้งห้า นักพรตผีดิบเป็นตัวอย่างของการบ่มเพาะปราณหยินรูปแบบหนึ่ง แต่ปราณหยินของเขามีไว้เพื่อปรับแต่งและสร้างผีดิบ

หลี่ฉิงซานรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ปราณหยินไม่ได้มีชื่อเสียงในด้านความแข็งแกร่งแต่มันยังทำได้ถึงระดับนี้ กล่าวได้ว่าจอมยุทธ์ขั้นเก้าเป็นตัวตนที่ไม่สามารถดูแคลนได้อย่างแท้จริง

ทันใดนั้นมือสีดำขนาดใหญ่ก็พุ่งเข้าหาหลี่ฉิงซาน ยายประจิมกล่าวอย่างเย็นชา “คราวนี้ข้าจะดูว่าเจ้าจะหนีไปที่ใด”

“เหตุใดต้องหนี?” หลี่ฉิงซานกล่าวอย่างกล้าหาญ เขาหยิบดาบดาวตกออกมาและส่งพลังปราณให้มัน

ครั้งสุดท้ายที่เขาลองใช้ดาบดาวตกคือตอนที่เขาอยู่ที่เมืองชิงหยาง ในเวลานั้นเขายังไม่บรรลุขั้นที่สองของเคล็ดวิชาการบ่มเพาะพลังปราณเบื้องต้น แต่ตอนนี้เขาบรรลุขั้นเจ็ดแล้ว พลังปราณของเขาเพิ่มขึ้นมากกว่าสิบเท่า ลำแสงยี่สิบเอ็ดสายจากดาบดาวตกทำลายมือสีดำทันที

“สิ่งประดิษฐ์ทางจิตวิญญาณระดับสูง!” ยายประจิมประหลาดใจมากก่อนจะตะโกนออกมาว่า “วังวนทมิฬ!” พลังปราณสีดำก่อตัวเป็นกระแสน้ำวนขนาดใหญ่หมุนอยู่รอบตัวนางราวกับมันพยายามกลืนกินทุกสิ่ง

นี่เป็นทักษะสายป้องกันที่ทรงพลังที่สุดของยายประจิม นางมั่นใจว่านางสามารถป้องกันการโจมตีทุกชนิดของจอมยุทธ์พลังปราณทุกคน

ลำแสงยี่สิบเอ็ดสายพุ่งเข้าสู่วังน้ำวนและทำให้มันเกิดการสั่นสะเทือนอย่างแรง

ใบหน้าของยายประจิมกลายเป็นเคร่งขรึม นางทุ่มเทความแข็งแกร่งทั้งหมดเพื่อบดขยี้ลำแสงทั้งยี่สิบเอ็ดสาย

ด้วยการระเบิดครั้งใหญ่ กระแสน้ำวนพังทลายลงขณะที่ลำแสงสายหนึ่งพุ่งผ่านไหล่ของยายประจิมและทำให้เลือดสาดกระเซ็นออกมา

หลี่ฉิงซานหยิบหินวิญญาณออกมาและดูดซับพลังงานจากมันผ่านฝ่ามือ นั่นทำให้พลังปราณของเขาฟื้นฟูขึ้นอย่างรวดเร็ว

ในความเป็นจริงเขาค่อนข้างตกใจเช่นกัน เดิมทีเขาต้องการใช้โอกาสนี้เพื่อล่าถอยออกไป แต่เขาไม่คาดคิดว่าดาบดาวตกจะทรงพลังถึงเพียงนี้ เขาสามารถทำร้ายจอมยุทธ์ขั้นเก้าด้วยการโจมตีเดียว แต่นั่นก็เป็นเพราะพลังปราณของเขาบริสุทธิ์เกินไป หากเป็นจอมยุทธ์คนอื่น พวกเขาอาจต้องบรรลุขั้นห้าหากต้องการปลดปล่อยพลังระดับเดียวกันนี้

“สิ่งประดิษฐ์ทางจิตวิญญาณระดับสูงสุด?” การแสดงออกของยายประจิมเปลี่ยนไปมาก นางไม่สามารถแยกแยะระดับที่แท้จริงของสิ่งประดิษฐ์ทางจิตวิญญาณชิ้นนี้ แต่นั่นไม่สำคัญ มันทำให้นางหงุดหงิด ละอายใจ และยังโลภอีกด้วย

“มันจะเป็นของข้า ยายแก่ เจ้าไม่ควรแย่งข้า” ดวงตาของยายบูรพาส่องประกายสว่างไสว จากนั้นนางก็ปิดเปลือกตาลง ยกมือขึ้นและสวดมนต์ ปราณหยินทั้งหมดพุ่งกลับมาอยู่ด้านข้างนางราวกับมันมีชีวิต

ความรู้สึกอันตรายก่อตัวขึ้นในใจของหลี่ฉิงซาน นี่ต้องเป็นทักษะที่ไม่ธรรมดาเพราะกระทั่งจอมยุทธ์ขั้นเก้าก็ยังต้องใช้ความพยายามในการเตรียมการ

อย่างไรก็ตามเขาก้าวไปข้างหน้าแทนที่จะถอยหลัง เขาวิ่งขึ้นไปบนกำแพงหินราวกับมันเป็นพื้นดินที่ราบเรียบ เขาก้าวไปทั้งหมดเจ็ดก้าวก่อนจะกระโจนเข้าหายายประจิม

ดาบวายุเรืองแสงเย็นเยียบขณะที่เขาเหวี่ยงมันออกไปราวกับกำลังตัดผ่าบางอย่าง

ยายประจิมพึ่งสูญเสียการป้องกัน ตอนนี้นางไม่มีสิ่งใดให้พึ่งพาหรือบางทีนางอาจไม่จำเป็นต้องพึ่งพาสิ่งใด นางยืนนิ่งและเฝ้าดูทักษะของหลี่ฉิงซาน หากปราศจากความช่วยเหลือจากสิ่งประดิษฐ์ทางจิตวิญญาณระดับสูง แม้แต่จอมยุทธ์ขั้นหกก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนาง

ยายบูรพาเปิดเปลือกตาขึ้น นางประสานมือและยกนิ้วชี้และนิ้วกลางขึ้นพร้อมกันก่อนจะชี้ไปที่หลี่ฉิงซาน “คำสาปอสรพิษ!” ปราณสีดำกลายเป็นอสรพิษจำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าหาหลี่ฉิงซาน

ดาบวายุถูกพันธนาการด้วยอสรพิษสีดำหลายสิบตัวและไม่สามารถเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้อีกแม้แต่นิ้วเดียว หลี่ฉิงซานถูกล้อมกรอบเช่นกัน

หลี่ฉิงซานรวมพลังทั้งหมดไว้ที่ดาบวายุและเล็งไปที่ยายบูรพา ด้วยการตะโกนว่า “ไป!” แขนของเขาก็ขยายใหญ่ขึ้นขณะที่ปราณปีศาจทำลายพันธนาการของอสรพิษสีดำและพุ่งออกไปอย่างแรง

ใบหน้าของยายบูรพากลายเป็นแข็งทื่อ “เป็นไปได้อย่างไร?”

ยายประจิมสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่ผิดปกติ นางรีบหยิบเข็มสีแดงขนาดเล็กที่เรืองแสงออกมา มันเป็นสิ่งประดิษฐ์ทางจิตวิญญาณระดับสูง

นอกจากมันจะเคลื่อนที่ได้รวดเร็ว มันยังสามารถเจาะทะลวงพลังปราณและการป้องกันทุกชนิด มันสามารถฆ่าจอมยุทธ์ที่ไม่มีสิ่งประดิษฐ์ทางจิตวิญญาณสายป้องกันได้ทันที

เข็มทิ้งริ้วแสงสีแดงบางๆเอาไว้ขณะพุ่งเข้าหาศีรษะของหลี่ฉิงซาน

เป็นเพียงเวลานี้ที่ลูกประคำหัวกะโหลกบินเข้าปะทะเข็มเล่มเล็ก ลูกประคำหัวกะโหลกอีกลูกขยายใหญ่ขึ้นเป็นหัวกะโหลกยักษ์และอ้าปากกัดยายประจิม

เสี่ยวอันโผล่ขึ้นมาจากใต้ดินและกระโจนออกมาจากความมืด ในเวลาเดียวกันนางก็แทงดาบไปที่ด้านหลังของยายบรูพา นี่เป็นการโจมตีถึงตาย

หลี่ฉิงซานทำทุกสิ่งเพื่อสร้างโอกาสนี้ขึ้นมา หากพวกเขาสามารถฆ่ายายคนใดคนหนึ่ง ชัยชนะจะเป็นของพวกเขาอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตามริ้วแสงกลับก่อตัวขึ้นและห่อหุ้มร่างของยายบูรพาเอาไว้อย่างสมบูรณ์

ดาบวายุที่พุ่งเข้ามาจากด้านหน้าและดาบลอบสังหารที่พุ่งมาจากด้านหลังปะทะกำแพงแสงและทำให้เกิดเสียงดังสนั่น

หลี่ฉิงซานและเสี่ยวอันยืมแรงสะท้อนเพื่อกระโดดถอยหลังออกไปอย่างรวดเร็ว ริ้วรอยปรากฏขึ้นบนอาวุธของทั้งคู่ โอกาสที่พวกเขาสร้างขึ้นพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง ปรากฏว่ายายบูรพาครอบครองสิ่งประดิษฐ์ทางจิตวิญญาณที่ทรงพลังมากเอาไว้เช่นกัน

ยายบูรพากรีดร้องและล่าถอยออกไปด้านหนึ่ง มันนานมากแล้วที่นางไม่เคยเผชิญหน้ากับอันตรายถึงชีวิต หากไม่ใช่เพราะสิ่งประดิษฐ์ทางจิตวิญญาณระดับกลางที่นางซื้อมาด้วยราคาที่สูงมากช่วยนางเอาไว้ นางคงเสียชีวิตไปแล้ว นางตรวจสอบกระจกที่อยู่ในมือและพบรอยแตกสองรอย พลังจิตวิญญาณของมันลดลงอย่างมาก นั่นทำให้นางทั้งประหลาดใจและโกรธ

เมื่อนางมองหลี่ฉิงซานอีกครั้ง ร่างกายของเขาก็ขยายใหญ่ขึ้นถึงสามเมตรแล้ว ผิวของเขาเป็นสีดำสนิทและมีเขาคู่หนึ่งยื่นออกมาจากหน้าผากของเขา เส้นผมสีแดงของเขายาวลงมาถึงเอว

นางตะโกนเสียงดัง “มีบางสิ่งผิดปกติกับเด็กคนนี้ ใช้พลังเต็มที่!” นางนำหวีออกมาจากแขนเสื้อ มันขยายใหญ่ขึ้นเมื่อมันพุ่งเข้าหาหลี่ฉิงซาน นี่เป็นสิ่งประดิษฐ์ทางจิตวิญญาณระดับสูงอีกชิ้น

นางไม่เคยคิดมาก่อนว่าเด็กคนนี้จะรับมือยากถึงเพียงนี้ แม้แต่เด็กผู้หญิงกลิ่นหอมแห่งสวรรค์ก็แปลกมากเช่นกัน อย่างไรก็ตามนางยังเชื่อว่าตราบเท่าที่พวกนางลงมืออย่างจริงจัง หลี่ฉิงซานก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของจอมยุทธ์ขั้นเก้าสองคนที่ใช้สิ่งประดิษฐ์ทางจิตวิญญาณระดับสูงสองชิ้น

นางเห็นหลี่ฉิงซานหยิบยันต์ออกมา นางจำมันได้ทันที มันเป็นยันต์สายฟ้าฟาดระดับกลางซึ่งทำให้นางลอบเย้ยหยันอยู่ภายใน ตอนนี้และที่นี่ไม่มีพายุฝน ยันต์สายฟ้าฟาดระดับกลางไม่สามารถปลดปล่อยพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ออกมา มันไม่แม้แต่จะสามารถเจาะทะลวงเกราะพลังปราณของนาง นี่ทำให้นางยืนยันกับตนเองว่าหลี่ฉิงซานหมดเล่ห์เหลี่ยมแล้ว

หลี่ฉิงซานยิ้ม ยันต์สายฟ้าฟาดถูกกระตุ้นใช้งาน แต่มันไม่ได้ยินไปทางยายบูรพา มันกลายเป็นประกายไฟขนาดเล็กจำนวนนับไม่ถ้วนส่องสว่างไปทั่วทั้งถ้ำ มันยังทำให้ยันต์ที่หลี่ฉิงซานเตรียมไว้ก่อนหน้านี้เกิดประกายไฟขึ้น

ยันต์ทั้งแปดถูกกระตุ้นใช้งานพร้อมกัน พวกมันรวมตัวเป็นสายฟ้าสีขาวที่หนาพอๆกับเสาบ้านและฟาดลงมาที่ยายบูรพา เกราะพลังปราณของนางไม่สามารถต้านทานมันได้เลย กระจกในมือของนางแตกเป็นเสี่ยงๆทันทีขณะที่นางกรีดร้องและร่วงลงจากอากาศพร้อมควันที่ลอยขึ้นมา

“ช่างเจ้าเล่ห์นัก!” ใบหน้าของยายประจิมกลายเป็นมืดครึ้มและบิดเบี้ยว

นางใช้ยันต์โล่ทองคำระดับสูงเพื่อป้องกันหัวกะโหลกที่พ่นไฟใส่นาง ขณะเดียวกันนางก็ส่งเข็มเล่มเล็กพุ่งไปหาหลี่ฉิงซานอีกครั้ง

ใบหน้าของหลี่ฉิงซานกลายเป็นเคร่งเครียด เขายื่นมือออกไปคว้าหวีที่สูญเสียการควบคุมและปล่อยกระดองเต่าจิตวิญญาณออกมา

เข็มเล่มเล็กติดอยู่ที่กระดองเต่าและไม่สามารถเดินหน้าต่อไป

ยายประจิมประหลาดใจมาก เข็มบินของนางไม่สามารถทะลวงผ่านการป้องกันของศัตรู เมื่อนางมองไปที่หลี่ฉิงซานอีกครั้ง ความคิดหนึ่งก็พุ่งผ่านจิตใจของนาง นางก่นเสียงเย็น “นี่เป็นกับดักของนังตัวแสบนั่น!”

ในเวลาเดียวกันเสี่ยวอันก็ส่งดาบพุ่งเข้าไปหายายบูรพาโดยไม่เปิดโอกาสให้นางได้พักหายใจ

ดาบปะทะชั้นแสงสีทอง ปรากฏว่าในช่วงเวลาคับขันยายบูรพายังสามารถกระตุ้นใช้ยันต์โล่ทองคำได้สำเร็จ

เสี่ยวอันไม่สะทกสะท้าน ดาบของนางโจมตีต่อราวกับพายุ มือของนางกลายเป็นภาพพร่าเลือน แสงสีทองค่อยๆจางลงอย่างต่อเนื่อง

ยายบูรพาประหลาดใจมากแต่นางไม่ได้โวยวาย นางฉวยโอกาสนี้กินยาฟื้นฟูและดูดซับพลังงานจากหินวิญญาณ แม้นางจะถูกสายฟ้าฟาด แต่ยันต์สายฟ้าฟาดเพียงไม่กี่แผ่นยังไม่เพียงพอที่จะฆ่านาง นางโกรธมากและพยายามควบคุมหวีอย่างสิ้นหวัง

หวีในมือของหลี่ฉิงซานสั่น แต่มันจะสู้พละกำลังของกระทิงสองตัวได้อย่างไร ขณะที่เขาเริ่มเผยรอยยิ้ม ดาบพลังปราณจำนวนมากก็ระเบิดออกมาจากหวี พวกมันไม่อ่อนแอกว่าลำแสงของดาบดาวตกขณะที่หลี่ฉิงซานก็ไม่มีเวลาพอที่จะใช้กระดองเต่าจิตวิญญาณต่อต้านมัน

“บึม บึม บึม บึม!” ดาบพลังปราณปะทะหน้าอกของหลี่ฉิงซานและทำให้เขากระอักเลือดออกมา

เสี่ยวอันไม่แม้แต่จะมองเขา นางฟาดดาบออกไปอย่างโหดเหี้ยมยิ่งกว่าเดิม ดาบของนางเริ่มแตกแต่โล่ทองคำของยายบูรพาก็เต็มไปด้วยรอยร้าวเช่นกัน

หลี่ฉิงซานได้รับบาดแผลที่น่าสะพรึงกลัวจำนวนมากกระจายไปทั่วร่าง แต่บาดแผลเช่นนี้ไม่มีผลต่อปีศาจ ด้วยการไหลเวียนของปราณปีศาจ อาการบาดเจ็บของเขาก็ฟื้นตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว

รอยยิ้มพึงพอใจของยายบูรพากลายเป็นแข็งค้าง “นั่นเป็นไปไม่ได้! แม้แต่ปีศาจก็ไม่มีผิวหนังที่แข็งแกร่งเช่นนี้!”

หลังจากหลี่ฉิงซานบรรลุขั้นที่สองของหมัดปีศาจวัว ผิวหนังของเขาก็ก้าวเข้าสู่ระดับใหม่เช่นกัน

“ก็ข้าไม่ธรรมดา!” ในเวลาที่คำกล่าวนี้หลุดออกมาจากปากของหลี่ฉิงซาน เขาก็มาถึงด้านหน้ายายบูรพาและปล่อยหมัดออกไปแล้ว

จบบทที่ ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 198 ไม่ธรรมดา

คัดลอกลิงก์แล้ว