เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 197 การต่อสู้แห่งชีวิตและความตาย

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 197 การต่อสู้แห่งชีวิตและความตาย

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 197 การต่อสู้แห่งชีวิตและความตาย


ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 197 การต่อสู้แห่งชีวิตและความตาย

แปลโดย iPAT  

“เจ้าบ่มเพาะได้รวดเร็วนัก!” ยายประจิมหรี่ตามองเฉียนหรงจื่อด้วยความสงสัย

ชายหนุ่มสองสามคนรุมล้อมอยู่รอบๆยายประจิมและนวดมือนวดเท้าให้นาง พวกเขามองเฉียนหรงจื่อในชุดผู้บัญชาการหมาป่าทมิฬด้วยความรู้สึกทั้งอิจฉาและเกลียดชัง

เฉียนหรงจื่อคุกเข่าอ้อนวอน “หรงจื่อบรรลุระดับนี้เพราะโชคดีที่ได้รับแก่นปีศาจเท่านั้น แต่สิ่งนี้จะดำเนินต่อไปได้ไม่นาน ท่านยาย โปรดให้ข้ากลับนิกายเมฆาพิรุณด้วยเถิด ข้าจะไม่ทำให้ท่านยายผิดหวัง!”

ยายประจิมกล่าว “หากเจ้าพูดความจริง ข้าก็อาจพิจารณามัน ข้ายังชอบเจ้ามากจริงๆ” นางรู้สึกมีความสุขที่ได้รับการปฏิบัติเช่นนี้จากผู้บัญชาการหมาป่าทมิฬ

ชายหนุ่มที่หล่อเหลามองเฉียนหรงจื่อด้วยสายตาเย้ยหยันและพึงพอใจ

เฉียนหรงจื่อมีความสุขมาก “หรงจื่อพูดความจริง ข้าใช้เส้นสายของผู้พิทักษ์หมาป่าอินทรีย์เพื่อตามหาเขา ก่อนหน้านี้หลี่ฉิงซานปรากฏตัวขึ้นในเมืองวายุบรรพกาลพร้อมกับเด็กคนนั้น ข้าส่งคนออกมาตรวจสอบเรื่องนี้โดยเฉพาะและพบที่ซ่อนของเขาหลังจากใช้ความพยายามอย่างมาก”

“เขาไม่เพียงครอบครองกระเป๋าร้อยสมบัติของนักพรตผีดิบแต่มันมีความน่าจะเป็นสูงมากที่การตายของจ้าวจื่อป๋อจะเกี่ยวกับเขา เขามีหินวิญญาณจำนวนมาก ท่านยายจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน”

นี่คือแผนการของนาง หากจอมยุทธ์ที่ทรงพลังรู้ว่าจอมยุทธ์ที่อ่อนแอกว่าครอบครองสมบัติมหาศาล พวกเขาจะไม่บอกสหายและจะดำเนินการปล้นสะดมเพียงลำพัง

ใบหน้าที่เหี่ยวย่นของยายประจิมปรากฏรอยยิ้มขึ้นทันที แต่ในจังหวะนี้เสียงแหบพร่าสายหนึ่งพลันดังมาจากด้านนอก “ยายแก่ ผลประโยชน์มหาศาลเช่นนี้ เจ้าจะลืมข้าไปได้อย่างไร?”

การแสดงออกของยายประจิมเปลี่ยนไปอย่างกะทันหันขณะที่หัวใจของเฉียนหรงจื่อจมดิ่งลง มันเป็นเสียงของยายบูรพา

ยายบูรพาเดินเข้ามาอย่างช้าๆด้วยรอยยิ้ม

ยายประจิมและยายบูรพามีข้อตกลงที่ขมขื่นต่อกัน ดังนั้นพวกนางจึงจับตามองกันและกันเสมอ เพียงเมื่อยายประจิมออกจากเมืองชิงเหอ ยายบูรพาก็รู้ข่าวทันที นางรู้สึกสงสัยและลอบติดตามมาอย่างลับๆ

ยายบูรพาไม่สนใจยายประจิมแต่กล่าวกับเฉียนหรงจื่อโดยตรง “เสี่ยวเฉียน เจ้าเป็นผู้นำทาง เด็กนั่นระวังตัวมาก เราไม่สามารถเชื่อข่าวลือและเสียเวลาสองสามวันโดยเปล่าประโยชน์อีกต่อไป”

เฉียนหรงจื่อมองยายประจิมในลักษณะขอความช่วยเหลือแต่ยายประจิมเพียงกล่าวด้วยใบหน้ามืดครึ้ม “ไปกันเถอะ!” เมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว มันก็ไม่มีประโยชน์ที่นางจะโต้เถียง

คนทั้งสามมาถึงอีกด้านหนึ่งของภูเขา พวกนางหยุดอยู่หน้าถ้ำสีดำสนิท

เฉียนหรงจื่อกล่าว “ท่านยาย หลี่ฉิงซานน่าจะซ่อนตัวอยู่ในนั้น”

“นำทางไป!”

“ทราบแล้ว” แผนการที่ล้มเหลวไม่ได้กีดขวางเส้นทางของนาง มันไม่ได้ทำให้นางสูญเสียสิ่งใด ตราบเท่าที่นางสามารถพิสูจน์ว่าหลี่ฉิงซานเคยปรากฏตัวที่เมืองวายุบรรพกาล ยายทั้งสองก็ไม่สามารถตำหนินาง

และก่อนที่นางจะจากมา นางบอกกับผู้บัญชาการหมาป่าทมิฬคนใหม่เป็นพิเศษว่านางจะมาที่เมืองวายุบรรพกาลกับคนของนิกายเมฆาพิรุณ

หากครั้งนี้พลาด นางยังมีโอกาสครั้งต่อไป ตราบเท่าที่นางไม่หยุดพยายาม นางจะประสบความสำเร็จในที่สุด

พวกนางเดินเข้าไปในถ้ำที่คดเคี้ยวกระทั่งบรรลุถึงพื้นที่เปิดโล่งขนาดใหญ่

การแสดงออกของเฉียนหรงจื่อเปลี่ยนไป ในความเป็นจริงนางแทบสบถออกมา

ปรากฏว่าหลี่ฉิงซานไม่ได้ซ่อนตัว เขานั่งอยู่บนก้อนหินในที่โล่งและทำสมาธิอย่างสบายอารมณ์

ยายประจิมและยายบูรพาเดินผ่านเฉียนหรงจื่อไป ยายประจิมตบไหล่นาง “ทำได้ดีมาก!” นางไม่ได้สังเกตใบหน้าที่ซีดขาวของฝ่ายหลังแม้แต่น้อย

เฉียนหรงจื่อกล่าวอย่างยากลำบาก “ท่านยาย ข้าจะรออยู่ด้านนอก”

ยายประจิมพยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจ สิ่งที่นางทำคือมองไปที่หลี่ฉิงซาน “ไปรอที่รถม้า เราจะออกไปเร็วๆนี้”

ดวงตาของยายบูรพาส่องประกายขึ้น “ยายแก่ เราไม่ค่อยพบเด็กหนุ่มที่แข็งแกร่งเช่นเขาบ่อยนัก ข้าจะทดลองทักษะดูดพลัง!”

“ทักษะดูดพลัง!” ยายประจิมนึกถึงบางสิ่งและมองไปที่เฉียนหรงจื่อ

เฉียนหรงจื่อรู้สึกถึงสายตาอันคมกริบที่มองนางแต่นางไม่สนใจมันแม้แต่น้อย

ยายประจิมสงสัยก่อนจหันกลับไปสบถ “ข้ารู้ว่าเจ้ากระหาย เจ้าสามารถทำได้ แต่ข้าจะได้รับส่วนแบ่งเพิ่มอีกสิบส่วน!”

ยายบูรพายอมรับเงื่อนไข นางมองหลี่ฉิงซานด้วยรอยยิ้มที่น่ากลัว

“อย่าดูดเขาจะตาย เรายังต้องถามเขาเกี่ยวกับที่อยู่ของอิงเจียและเด็กผู้หญิงคนนั้น” ยายประจิมมองไปรอบๆแต่ไม่เห็นเสี่ยวอัน

“ไม่ใช่ว่าเว่ยจงหยวนให้หม่าปู้อี้ออกค้นหาแล้วงั้นหรือ? เด็กที่โชคร้ายคนนั้นคงตายไปแล้ว แน่นอนว่าฆาตกรน่าจะเป็นเด็กคนนี้”

หัวใจของเฉียนหรงจื่อสั่นสะท้าน ยายบูรพาทำนายได้อย่างแม่นยำ หากไม่ใช่เพราะหลี่ฉิงซานที่ช่วยรับความผิดแทนนาง นางคงถูกเปิดโปงไปแล้ว

นางต้องกลั้นหายใจขณะเดินออกจากถ้ำ นางนั่งลงอย่างช้าๆและพิงก้อนหินด้วยความเหนื่อยล้า จากนั้นนางก็ยกมือขึ้นกระแทกก้อนหินและทิ้งรอยฝ่ามือเอาไว้

หากหลี่ฉิงซานถูกจับตัว นางจะถูกเปิดโปงในข้อหาฆาตกรรมเว่ยอิงเจียและต้องเผชิญหน้ากับความโกรธเกรี้ยวของจอมยุทธ์ขั้นสิบพร้อมกับนิกายเมฆาพิรุณทั้งหมด ผู้พิทักษ์หมาป่าอินทรีย์จะไม่สามารถปกป้องนางและพวกเขาก็จะไม่พยายามปกป้องนางเช่นกัน

ตอนนี้สิ่งที่นางทำได้คือหนี ยิ่งไกลยิ่งดี อย่างไรก็ตามนางควรไปที่ใด ไม่มีที่ใดให้นางไปได้ นอกจากนางจะเลียนแบบหลี่ฉิงซานและหนีไปอยู่ในถ้ำใต้ดิน

แต่เหตุใดหลี่ฉิงซานจึงไม่หนี?

“ดูนางผู้นั้น ไม่ว่าการบ่มเพาะของนางจะสูงเพียงใด นางก็ยังดูเหมือนหญิงชั้นเลวผู้หนึ่ง” ชายหนุ่มรูปงามยืนรวมตัวกันอยู่บนพื้นที่เปิดโล่งใกล้กับรถม้าขณะเย้ยหยันเฉียนหรงจื่อ

“ปากสุนัข!” เฉียนหรงจื่อมองพวกเขาด้วยสายตาดูแคลน

กลุ่มชายหนุ่มตกตะลึง หนึ่งในนั้นโกรธจัด “กล้ากล่าวกับพวกเราเยี่ยงนี้ได้อย่างไร!?” อีกคนสมทบ “แค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่ท่านหญิงจะหั่นเจ้าเป็นชิ้นๆ!” ภายใต้การคุ้มครองของยายประจิม ไม่มีผู้ใดกล้าตำหนิพวกเขามานานแล้ว

เฉียนหรงจื่อยิ้ม “แต่ตอนนี้ท่านหญิงของพวกเจ้าไม่อยู่ที่นี่!” นางเดินเข้าไปพร้อมกับแส้แยกแม่น้ำ แม้นางกำลังจะหนี นางก็ยังต้องการพาบางคนไปด้วย

“จะ...เจ้าจะทำสิ่งใด?” ชายหนุ่มเริ่มหวาดกลัว พวกเขาถอยหลังไปอย่างช้าๆก่อนจะหันหลังและรีบวิ่งไปทางรถม้า

เฉียนหรงจื่อสะบัดมือและทำให้ขาสามสี่ข้างถูกตัดออกจากร่างพร้อมกัน

ม้ากรีดร้องและยกเท้าหน้าขึ้น แต่หลังจากเฉียนหรงจื่อมองไป มันก็สงบลงทันที

กลุ่มชายหนุ่มกลิ้งไปบนพื้นด้วยความเจ็บปวด

เฉียนหรงจื่อห้ามเลือดให้พวกเขาและส่งพลังปราณเข้าไปในร่างของพวกเขาเพื่อทำให้พวกเขายังสามารถประคองสติเอาไว้ พวกเขาไม่ได้อ่อนแอ ดังนั้นพวกเขาจึงสามารถอดทนต่อความทรมานได้ในระดับหนึ่ง

“นังโสเภณี นังหญิงบ้า! ท่านหญิงจะฆ่าเจ้าอย่างแน่นอน! เพียงรอก่อน...อา...” ชายหนุ่มชุดแดงกรีดร้องขณะที่แส้แยกแม่น้ำพาดผ่านใบหน้าของเขาและทำให้เขาเสียโฉมทันที

เฉียนหรงจื่อตบหน้าเปื้อนเลือด “ข้าหวังว่ายายประจิมจะเอ็นดูเจ้าเหมือนเดิม เจ้าขี้เหร่!”

ชายหนุ่มอีกสามคนหยุดสาปแช่ง พวกเขามองเฉียนหรงจื่อด้วยความหวาดกลัวและไม่พอใจ ใบหน้าที่หล่อเหลาของพวกเขาคือทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดของพวกเขา หากพวกเขาเสียขา พวกเขายังสามารถติดขาใหม่ แต่หากพวกเขาเสียโฉม พวกเขาจะสูญเสียความโปรดปราณไปโดยสิ้นเชิง

หลังจากนั้นเสียงกรีดร้องอันโหยหวนก็ดังไปทั่วทั้งป่า

เฉียนหรงจื่อตัดจมูกของพวกเขาและทำลายความหวังทั้งหมดของพวกเขา

นางเลือกที่จะไม่หนี นางหันหน้าไปทางถ้ำและทำสมาธิอยู่ท่ามกลางเสียงโอดครวญ

หากยายประจิมโผล่ออกมาและเห็นใบหน้าของชายเหล่านี้ นางคงถูกฉีกเป็นชิ้นๆ

อย่างไรก็ตามนางยังสามารถรักษาความสงบ นางรู้จักตัวละครของหลี่ฉิงซานเป็นอย่างดี ตั้งแต่เขาไม่หลบหนี เขาก็ต้องมีความมั่นใจว่าเขาไม่จำเป็นต้องหนี

เมื่อเขากล้าพอที่จะต่อสู้ แล้วนางยังต้องกลัวสิ่งใด อย่างมากที่สุดนางก็จะตายไปพร้อมกับเขา เมื่อมาถึงขั้นนี้ ความตายก็ไม่ใช่สิ่งที่นางต้องกังวลอีกต่อไป อย่างไรก็ตามนางปฏิเสธที่จะถอยหลังกลับไปหนึ่งก้าว

เฉียนหรงจื่อเดาได้ถูกต้อง หลี่ฉิงซานตั้งใจต่อสู้

เมื่อเขาได้กลิ่นของยายทั้งสองเข้าไปในถ้ำ เขาก็รู้ทันทีว่าแผนการผิดพลาด แต่มันไม่ควรเป็นหนึ่งในแผนการของเฉียนหรงจื่อ หากนางต้องการตัวเขา นางสามารถเรียกทุกคนจากนิกายเมฆาพิรุณมาที่นี่

เผชิญหน้ากับยายประจิม เขามั่นใจว่าสามารถเอาชนะ แต่เมื่อรวมยายบูรพาเข้ามา โอกาสที่เขาจะได้รับชัยชนะจะลดลงเหลือประมาณเจ็ดสิบส่วน หากเขามีความโอกาสชนะเจ็ดสิบส่วนและยังไม่ยอมต่อสู้ เขาก็คงไม่ใช่ลูกผู้ชาย

นี่คือเหตุผลที่เขาไม่ซ่อนตัวแต่นั่งอยู่เปิดเผย เขากำลังเตรียมร่างกายให้อยู่ในสภาพที่พร้อมต่อสู้มากที่สุดเหมือนพยัคฆ์ที่กำลังจะออกล่าและรอให้เหยื่อเข้ามาใกล้ๆอย่างเงียบๆ

ใบหน้าที่ซีดขาวของเฉียนหรงจื่อสามารถยืนยันความคิดของหลี่ฉิงซาน หลังจากได้ยินสิ่งที่สองยายพูดคุย เขาก็ปฏิบัติต่อพวกนางเหมือนศีรษะของพวกนางวางอยู่บนเขียงเรียบร้อยล้ว

เมื่อยายประจิมเห็นหลี่ฉิงซานไม่ขยับเขยื้อน นางจึงเปิดปากถามด้วยความประหลาดใจ “เด็กน้อย เจ้าไม่วิ่งงั้นหรือ?”

“เขาต้องตกตะลึงด้วยความหวาดกลัว อย่ากลัวไปเลยเด็กดีของข้า ข้าจะไม่ทำร้ายเจ้า” ยายบูรพาใช้มนต์เสน่ห์ของนาง ไม่ว่าเขาจะมีร่างกายที่น่าประทับใจเพียงใด เขาก็เป็นเพียงจอมยุทธ์ขั้นสาม

ยายประจิมเย้ยหยัน นางรู้ว่ามนต์เสน่ห์ใช้ไม่ได้ผลกับหลี่ฉิงซานแต่นางจงใจไม่เตือนยายบูรพา

หลี่ฉิงซานหัวเราะเสียงดัง ทักษะจิตวิญญาณเต่าทำให้จิตใจของเขาสงบมาก

ยายบูรพากลายเป็นตื่นตระหนก “เจ้าหัวเราะสิ่งใด?”

หลี่ฉิงซานหยุดหัวเราะ “มีสัตว์ประหลาดแก่และอัปลักษณ์สองตัวพยายามเกี้ยวพาราสี ช่างน่าขนลุกนัก เจ้าอาจหลอกคนอื่นได้ แต่เจ้าหลอกตัวเองได้หรือไม่? เหตุใดพวกเจ้าไม่ตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาของตนเองดูบ้างว่าพวกเจ้ามีริ้วรอยอยู่บนใบหน้ามากเท่าใดแล้ว?”

นั่นทำให้ยายทั้งสองรู้สึกเจ็บปวดมาก พวกนางเกลียดการถูกกล่าวถึงรูปร่างหน้าตาและอายุ

ยายบูรพาโกรธจัด “เจ้าหนู รนหาที่ตาย!”

ด้วยการโบกมือ พลังปราณสีดำก็พุ่งออกมาราวกับคลื่นสมุทร

“บึม บึม บึม บึม!”

หินงอกหินย้อยที่ปิดกั้นเส้นทางของคลื่นพลังปราณถูกทุบเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย มันเหมือนอสรพิษสีดำที่เลื้อยไปทั่วและมาถึงด้านหน้าหลี่ฉิงซานในพริบตา

ด้วยเสียงระเบิด หินที่หลี่ฉิงซานนั่งอยู่แตกเป็นเสี่ยงๆ

แต่หลี่ฉิงซานหายตัวไปแล้ว เขากระโจนขึ้นไปในอากาศและมองพลังปราณสีดำด้วยความสนใจ “เป็นปราณหยินที่แข็งแกร่งมาก!”

จบบทที่ ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 197 การต่อสู้แห่งชีวิตและความตาย

คัดลอกลิงก์แล้ว