- หน้าแรก
- ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ
- ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 199 ฆ่าสองยาย
ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 199 ฆ่าสองยาย
ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 199 ฆ่าสองยาย
ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 199 ฆ่าสองยาย
แปลโดย iPAT
ยันต์โล่ทองคำแตกเป็นเสี่ยงๆ
ใบหน้าที่ไหม้เกรียมของยายบูรพาดูลึกลับขณะที่นางถือยันต์ไว้ระหว่างนิ้วผอมๆของนาง
‘หือ?’ หลี่ฉิงซานรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย มีบางอย่างผิดปกติ
ยันต์ถูกกระตุ้นใช้งาน แสงเย็นเยียบพวยพุ่งออกมาพร้อมกับความเย็นที่แผ่ซานไปทั่ว
ชั้นน้ำแข็งค่อยๆไต่ขึ้นบนแขนของหลี่ฉิงซานและปิดผนึกร่างกายทั้งหมดของเขา หมัดของเขาพยายามดิ้นรนไปข้างหน้าแต่มันจบลงด้วยการหยุดอยู่ด้านหน้ายายบูรพา
ร่างกายใหญ่โตของหลี่ฉิงซานกลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็งชิ้นใหญ่ ใบหน้าของเขายังเผยให้เห็นถึงความตกตะลึง
เสี่ยวอันที่อยู่ด้านข้างก็ไม่รอดเช่นกัน นางถูกแช่อยู่ในน้ำแข็ง
หลี่ฉิงซานไม่ใช่คนเดียวที่มีไพ่ตาย
ยายประจิมเย้ยหยัน “ในที่สุดเจ้าก็ใช้ยันต์คลื่นเยือกแข็งระดับสูงสุด” นางรู้ว่ายายบูรพาครอบครองไพ่ตายใบนี้มาตลอด ตอนนี้เมื่อยายบูรพาถูกบังคับให้ใช้มันออกมา ยายประจิมจึงรู้สึกยินดีมีความสุข
ยายบูรพาที่พึ่งรอดชีวิตเต็มไปด้วยความเศร้าสลด กว่าศตวรรษของการบ่มเพาะ นางต้องใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อให้ได้รับยันต์ระดับสูงสุดใบนี้ มันเป็นยันต์ที่ช่วยรักษาชีวิตของนางอย่างแท้จริง แม้นางจะฆ่าหลี่ฉิงซานตอนนี้แต่ผลประโยชน์ที่นางจะได้รับอาจไม่สามารถชดเชยสิ่งนี้
เมื่อคิดย้อนกลับไป นางรู้สึกว่าไม่ควรมาที่นี่ตั้งแต่แรก หากยายประจิมตายในกับดักเพียงลำพัง มันจะเป็นเรื่องที่น่ายินดีกับนางมากกว่า นางมองหลี่ฉิงซานอีกครั้งขณะที่ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความเกลียดชังและขมขื่น นางต้องการถลกหนังเขาทั้งเป็นและเลาะกระดูกทั้งหมดของเขาออกมา
ยายประจิมมองเสี่ยวอันและถอนหายใจ “น่าเสียดายเด็กคนนี้ มิฉะนั้นเราอาจลบความทรงจำของนางและควบคุมนางด้วยทักษะของนิกายเพื่อใช้ประโยชน์จากนาง”
ยันต์คลื่นเยือกแข็งไม่ได้ผนึกเป้าหมายไว้ภายในเท่านั้นแต่มันยังแช่แข็งร่างกายและเส้นลมปราณของพวกเขา มันยากที่เป้าหมายจะรอดชีวิตจากสิ่งนี้
ยายบูรพากล่าว “เด็กคนนี้แปลกมาก ดังนั้นมันจึงไม่ใช่ข่าวร้ายที่นางตาย สำหรับหลี่ฉิงซาน แท้จริงแล้วเขาเป็นปีศาจ เขาสามารถซ่อนปราณปีศาจได้เป็นอย่างดีและกระทั่งสวมรอยเป็นจอมยุทธ์พลังปราณ!”
ในก้อนน้ำแข็งสีขาวอมฟ้า ดวงตาของหลี่ฉิงซานกลอกไปมา
ยายบูรพาตกตะลึง “เขายังมีชีวิตอยู่! จัดการเขาเร็ว มิฉะนั้นเราจะตายที่นี่ในวันนี้!”
ยายประจิมตกใจเช่นกัน “นี่เป็นไปได้อย่างไร?”
หัวใจของหลี่ฉิงซานเต้นเร็วขึ้นและเร็วขึ้น เส้นเลือดของเขาพองตัวเช่นเดียวกับมัดกล้ามเนื้อขณะที่เขาคำรามอย่างไร้เสียง
“แคร็ก แคร็ก แคร็ก แคร็ก...” เสียงแตกดังเป็นชุด
ยายประจิมควบคุมเข็มบินและส่งมันพุ่งตรงไปยังหัวใจของหลี่ฉิงซานด้วยมือข้างหนึ่งขณะที่มืออีกข้างถือยันต์ระดับสูงเอาไว้
ร่างกายของเสี่ยวอันกลายเป็นเปลวเพลิง ขณะเดียวกันนางก็กระตุ้นใช้ยันต์ราชันผู้พิทักษ์ระดับสูง
ร่างสีทองขนาดใหญ่พุ่งออกจากน้ำแข็ง มันเปล่งประกายยิ่งกว่ายันต์ทุกใบที่ถูกใช้ออกมาก่อนหน้านี้ทั้งหมด
ตรงกลางร่างสีทองของราชันผู้พิทักษ์ โครงกระดูกชุดเล็กๆเรืองแสงสีทองและปลดปล่อยกลิ่นอายแห่งพุทธะออกมา
ยายประจิมกลายเป็นมึนนง จิตใจของนางสั่นไหว นางฝึกฝนมนต์เสน่ห์เพื่อครอบงำจิตใจของผู้อื่นมาตลอด จิตใจของนางแข็งแกร่งมาก อย่างไรก็ตามตอนนี้จิตใจของนางกลับได้รับผลกระทบจากสิ่งนี้
เคล็ดวิชากระดูกขาวและความงามอันเป็นนิรันดร์ที่หนุนเสริมด้วยยันต์ราชันผู้พิทักษ์ระดับสูงสามารถปลดปล่อยพลังอำนาจที่น่าเหลือเชื่อออกมา
ราชันผู้พิทักษ์เหมือนผู้ปกป้องพระพุทธศาสนา แม้แต่เศษเสี้ยวของกลิ่นอายของมันก็ไม่ใช่สิ่งที่จอมยุทธ์ทั่วไปจะทนได้
แสงสีทองอันเจิดจ้าของราชันผู้พิทักษ์สามารถปราบปรามปีศาจขณะที่สายตาของพระโพธิสัตว์นำความเอื้ออาทรมาสู่โลกทั้งใบ
เสี่ยวอันไม่ยอมทิ้งโอกาสนี้ให้หลุดลอยไป นางรีบวิ่งไปที่ยายประจิมด้วยร่างโครงกระดูก ราชันผู้พิทักษ์ที่กำลังโกรธเกรี้ยวยกดาบสีทองขึ้นและฟาดลงมาด้วยพลังที่สามารถกวาดล้างความชั่วร้ายทั้งปวง
ภัยคุกคามต่อชีวิตทำให้ยายประจิมกลับมามีสติอีกครั้ง ตอนนี้ดาบสีทองอยู่ห่างจากนางเพียงไม่กี่นิ้ว นางกรีดร้องและรีบปลดปล่อยปราณหยินออกมาจากร่างกายเพื่อสร้างเกราะป้องกัน
ขณะที่นางกำลังลังเลว่าควรใช้ยันต์ระดับสูงสุดของนางหรือไม่ ดาบสีทองก็ฟาดลงมาและตัดมือที่ถือยันต์ของนางทิ้งไป
ยายประจิมจับแขนที่ขาดของนางและกรีดร้องพร้อมถอยหลัง นางต้องการใช้พลังปราณเพื่อดึงยันต์กลับไปแต่ราชันผู้พิทักษ์คว้ามันเอาไว้และทำให้ความพยายามของนางกลายเป็นสูญเปล่า
ราชันผู้พิทักษ์เตรียมเหวี่ยงดาบออกไปเป็นครั้งที่สอง ยายประจิมไม่กล้าอยู่ที่นี่อีกต่อไป นางใช้ทักษะท่าร่างเพื่อเร่งความเร็วและหลบหนีออกจากถ้ำ แต่เมื่อนางเงยหน้าขึ้น นางพบว่ายายบูรพาหนีไปก่อนแล้ว นางอดไม่ได้ที่จะสาปแช่งอยู่ภายใน
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในเวลาเพียงชั่วครู่
“บึม!” น้ำแข็งระเบิด หลี่ฉิงซานโผล่ออกมาและตะโกนว่า “พวกเจ้าจะไปที่ใด?” เขาก้าวไปข้างหน้าด้วยทักษะปีศาจวัวกระทืบ
รอยแตกแผ่ขยายออกไปจากฝ่าเท้าของเขาขณะที่เขาพุ่งเข้าหายายบูรพาด้วยความเร็วสูง อย่างไรก็ตามนางไม่ใช่เป้าหมายของเขา
“ครืน...”
ฝุ่นฟุ้งกระจายขณะที่ถ้ำถล่มลงมา มันถูกปิดตายไปแล้ว
ยายบูรพาหันกลับไปแต่ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นก่อนที่นางจะทันได้กล่าวสิ่งใด
คลื่นอากาศและดาบสายลมถูกปล่อยออกมาจากเสียงคำรามของปีศาจพยัคฆ์และอาละวาดไปทั่ว ก่อนที่นางจะล้มลงกับพื้น หลี่ฉิงซานก็เหวี่ยงหมัดใส่นาง
“วังวนทมิฬ!” ยายบูรพายังสามารถใช้ทักษะของนางในสถานการณ์ปัจจุบัน มันทำให้การโจมตีส่วนใหญ่กลายเป็นไร้ผล อย่างไรก็ตามนางยังกระอักเลือดคำโตออกมา
หลี่ฉิงซานปล่อยหมัดมากกว่าร้อยครั้งในเสี้ยวพริบตา เขาทำลายวังวนทมิฬและอัดนางเข้ากับกำแพงหินจนแบนเหมือนกระดาษ
หลี่ฉิงซานหันกลับไป เสี่ยวอันกำลังไล่ล่ายายประจิมไปรอบๆ ยายประจิมโจมตีร่างสีทองด้วยเข็มบินของนางแต่นางไม่สามารถทำร้ายเสี่ยวอัน
ยายประจิมรู้สึกได้ถึงสายตาที่จ้องมองมาก่อนที่ร่างขนาดมหึมาจะพุ่งเข้ามาหานางพร้อมกับเงามรณะ
แม้จะไม่มีเสี่ยวอัน หลี่ฉิงซานก็มั่นใจว่าเขาสามารถจัดการศัตรูทั้งสอง เขาโจมตียายประจิมพร้อมกับใช้มืออีกข้างอุ้มเสี่ยวอันขึ้นมา เกราะพลังปราณของยายประจิมแตกสลายขณะที่นางเดินตามรอยยายบูรพาไปติดๆ นางไม่สามารถแม้แต่จะกรีดร้องขณะที่ร่างของนางถูกบดขยี้จนแหลกแหลว
หลี่ฉิงซานถอนหายใจเบาๆและเผยรอยยิ้ม เขาชนะการต่อสู้ครั้งนี้!
เนื่องจากปราณปีศาจของเขาเป็นธาตุน้ำ ยันต์คลื่นเยือกแข็งระดับสูงสุดจึงไม่ได้ทำร้ายเขามากนัก แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังรู้สึกทรมานจากการถูกน้ำแข็งกัดแซะ หากเป็นยันต์ประเภทอื่น บางทีเขาอาจตกอยู่ในอันตรายจริงๆ
เขาทำเรื่องผิดพลาดเล็กน้อยในการต่อสู้ครั้งนี้ ประการแรก เขาไม่สามารถประเมินพลังอำนาจของดาบดาวตกได้อย่างถูกต้อง มิฉะนั้นหากเขารวมมันเข้ากับแผนการของเขา เขาจะสามารถสังหารยายบูรพาได้อย่างรวดเร็ว
ประการที่สอง เขายังประเมินผลกระทบของยันต์ราชันผู้พิทักษ์ระดับสูงต่ำเกินไป แน่นอนว่าเขาไม่จำเป็นต้องยึดติดกับความสมบูรณ์แบบถึงเพียงนั้นแต่ความผิดพลาดก็ทำให้หลี่ฉิงซานได้เรียนรู้
เมื่อเปรียบเทียบกับหลี่ฉิงซาน ยายประจิมและยายบูรพาทำเรื่องผิดพลาดมากกว่า หากพวกนางใช้กำลังทั้งหมดตั้งแต่ต้น โอกาสที่หลี่ฉิงซานจะได้รับชัยชนะจะลดลงเหลือห้าสิบส่วน
มันเป็นเพียงเพราะความประมาท หลี่ฉิงซานจึงสามารถจัดการพวกนางได้อย่างรวดเร็ว ในความเป็นจริงพวกนางไม่แม้แต่จะร่วมมือกัน กล่าวได้ว่าความพ่ายแพ้ของพวกนางถูกกำหนดไว้ตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว
อย่างไรก็ตามจะมีจอมยุทธ์ขั้นเก้าคนใดที่จะต่อสู้จริงจังกับจอมยุทธ์ขั้นสาม อาวุธที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาไม่ใช่ดาบดาวตกหรือยันต์ราชันผู้พิทักษ์ระดับสูงแต่เป็นภาพลักษณ์ที่อ่อนแอของเขา นี่ทำให้เขามีข้อได้เปรียบ
เปลวเพลิงเผาศพของยายประจิมและยายบูรพาก่อนจะกลับไปหาเสี่ยวอัน หลังจากนั้นมันก็ค่อยๆรวมตัวเป็นเลือดเนื้อของนางขณะที่นางเผยรอยยิ้มให้หลี่ฉิงซานอย่างอ่อนโยน นางส่งกระเป๋าร้อยสมบัติสองใบ สิ่งประดิษฐ์ทางจิตวิญญาณระดับสูงสองชิ้น และยันต์ระดับสูงสุดอีกแผ่นให้เขา
หลี่ฉิงซานกลับสู่ร่างมนุษย์และเปิดกระเป๋าร้อยสมบัติทันที มันทำให้เขารู้สึกประหลาดใจ เขาไม่เคยเห็นพื้นที่มิติขนาดใหญ่โตเช่นนี้มาก่อน ภายในมีเม็ดยา หินวิญญาณ ยันต์ และวิธีบ่มเพาะจำนวนมาก
อย่างไรก็ตามไม่มีเม็ดยารวบรวมพลังปราณแม้แต่เม็ดเดียว ในทางตรงข้ามกระเป๋าร้อยสมบัติของพวกนางบรรจุเม็ดยาปราณแท้เอาไว้ มันแย่กว่าไข่มุกน้ำค้างเล็กน้อยแต่เหนือกว่าเม็ดยารวบรวมพลังปราณถึงสิบเท่าและมีสิ่งเจือปนน้อยมาก พวกมันมีจำนวนรวมกันประมาณหนึ่งพันเม็ดขณะที่เม็ดยาชนิดอื่นมีอีกหลายสิบเม็ด
สิ่งที่ทำให้หลี่ฉิงซานประหลาดใจมากที่สุดคือกล่องปักสองใบที่มีตัวอักษรจารึกเอาไว้ พวกมันบรรจุเม็ดยาสีม่วงอ่อนที่ปลดปล่อยกลิ่นหอมออกมาเอาไว้สองเม็ด กล่องปักมีไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ยาสูญเสีญประสิทธิภาพ
หลี่ฉิงซานรีบปิดกล่อง ตั้งแต่จอมยุทธ์ขั้นเก้าปฏิบัติต่อพวกมันอย่างเอาใจใส่ พวกมันย่อมต้องไม่ใช่เม็ดยาธรรมดา เขาต้องตรวจสอบชื่อยาอย่างรอบรอบก่อนจะใช้งานมัน
นอกเหนือจากยันต์ระดับสูงสุดสองหรือสามแผ่น ส่วนที่เหลือก็ไม่คุ้มค่าที่จะกล่าวถึง มีสิ่งประดิษฐ์ทางจิตวิญญาณเพียงสองชิ้น อย่างไรก็ตามเพียงเข็มบินสีแดงและหวีบิน พวกมันก็มีค่าเกินกว่าสิ่งประดิษฐ์ทางจิตวิญญาณทั้งหมดที่เขาเคยได้รับมาก่อนหน้านี้แล้ว แน่นอนว่าไม่นับรวมดาบดาวตก
มีหินวิญญาณน้อยมาก เห็นได้ชัดว่าพวกนางต้องใช้ความมั่งคั่งทั้งหมดไปกับยันต์ระดับสูงสุด สิ่งประดิษฐ์ทางจิตวิญญาณระดับสูง และยาเม็ดสีม่วง
หลี่ฉิงซานอุ้มเสี่ยวอันขึ้นมาและลูบผมของนางพร้อมเผยรอยยิ้ม “เรารวยแล้ว!”
เสี่ยวอันพูดตาม “เรารวยแล้ว!”
หลี่ฉิงซานกินเม็ดยาร้อยไพรและนั่งสมาธิอยู่สักพัก จากนั้นเขาก็สะบัดดาบวายุและขุดทางออก เขามาถึงด้านนอกพร้อมกับเสี่ยวอัน เขาพบเฉียนหรงจื่อนั่งอยู่บนพื้นที่โล่งไม่ไกลนัก นั่นทำให้เขารู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย “เจ้ายังอยู่งั้นหรือ?”
เฉียนหรงจื่อยิ้ม “ข้ายังไม่ได้รับส่วนแบ่งของข้า แล้วข้าจะไปได้อย่างไร?” ภายนอก นางดูสงบมาก แต่ภายใน นางรู้สึกกระวนกระวายตลอดเวลา เป็นเพียงเวลานี้ที่นางรู้สึกสบายใจขึ้น นอกจากนั้นนางยังรู้สึกประหลาดใจมากขึ้นกับความแข็งแกร่งของหลี่ฉิงซาน เขาสามารถฆ่าจอมยุทธ์ขั้นเก้าสองคนได้จริงๆ
แม้วิธีการบ่มเพาะของนิกายเมฆาพิรุณจะมุ่งเน้นด้านของจิตใจแต่พวกเขาก็ไม่อ่อนแอในด้านการต่อสู้ อย่างไรก็ตามหลี่ฉิงซานกลับสามารถจัดการจอมยุทธ์ขั้นเก้าของนิกายเมฆาพิรุณ ในสายตาของนาง เขากลายเป็นคนที่ลึกลับมากขึ้นเรื่อยๆ
จากนั้นนางก็มองไปที่เสี่ยวอันซึ่งดูเหมือนจะลึกลับไม่น้อยไปกว่าเขา แต่ถึงกระนั้นนางก็ยังต้องถอนหายใจออกมา ‘เด็กคนนี้ยังคงบริสุทธิ์มาก!’
เมื่อเสี่ยวอันเห็นเฉียนหรงจื่อมองมาที่นาง นางจึงเผยรอยยิ้มเขินอายเล็กน้อย “สวัสดี!”