เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 25: หยุดเดี๋ยวนี้นะ!

บทที่ 25: หยุดเดี๋ยวนี้นะ!

บทที่ 25: หยุดเดี๋ยวนี้นะ!


หลิว จื้อเสวียขมวดคิ้วมุ่นทันที ทว่าเขากลับเลือกที่จะนิ่งเฉยไม่เข้าไปแทรกแซง

ในสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้ การกระทบกระทั่งกันถือเป็นเรื่องปกติวิสัย

แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังมีความคุกรุ่นสุมอยู่ในอก

จู่ๆ ก็ถูกเหวี่ยงมายังสถานที่บ้าบอนี้โดยไม่รู้อีโหน่อีเหน่ หนำซ้ำยังต้องทนดูเพื่อนร่วมชั้นและครูบาอาจารย์ที่เคารพรักถูกฆ่าตายอย่างน่าสยดสยองต่อหน้าต่อตา จะไม่ให้เขาโกรธแค้นได้อย่างไร?

หากไม่ใช่เพราะยังมีพี่น้องและครอบครัวรออยู่ที่ไหนสักแห่ง เขาคงอยากจะหาที่เงียบๆ ร้องไห้โฮออกมาจริงๆ

บอกตามตรงว่าเขาอยากจะดื่มให้เมาหัวราน้ำเพื่อระบายความอัดอั้นในใจนี้เหลือเกิน!

แต่น่าเสียดาย... อย่าว่าแต่สุราเมรัยเลย แม้แต่น้ำเปล่าสักหยดในที่แห่งนี้ก็ยังถือเป็นของล้ำค่า

หลิว จื้อเสวียสูดหายใจเข้าลึก นัยน์ตาไหววูบยามจ้องมอง ‘เลื่อยวงเดือนสังหารคลั่ง’ ในมือของเจียงหลิน

"เจ้านั่น... ดรอปมาให้นายงั้นเหรอ?"

เมื่อเห็นสายตาที่จับจ้องเขม็งด้วยความอิจฉาของอีกฝ่าย เจียงหลินก็นึกขำ แกว่งอาวุธในมือโชว์ไปมาตรงหน้าจนหลิว จื้อเสวียแทบจะสติหลุด เขาจึงหัวเราะร่า

"ฮ่าๆๆ ใช่แล้ว เป็นไง? เท่ระเบิดไปเลยใช่ไหมล่ะ? รัศมีความโหดแผ่ออกมาเลย!"

"เชี่ย... ดวงนายจะดีเกินไปแล้ว... นี่ไม่ใช่อุปกรณ์ธรรมดาใช่ไหม?" สีหน้าของหลิว จื้อเสวียฉายแววอิจฉาอย่างปิดไม่มิด

"ก็แค่อุปกรณ์ระดับสีน้ำเงิน แกร่งกว่าของทั่วไปแค่นิดเดียวเอง!"

"คุณพระช่วย สีน้ำเงินเลยเรอะ? นี่พรสวรรค์นายคือเทพีแห่งโชคลาภหรือไง?"

"ชิ... ไม่นึกเลยว่านายจะเดาถูก!"

"ไสหัวไปเลยไป!"

หลิว จื้อเสวียครุ่นคิดครู่หนึ่ง สายตากลอกไปมาพลางเสนอขึ้น "นายอยากมารวมกลุ่มกับพวกเราไหม? ดูแลกันและกันย่อมดีกว่านะ ดูสิ ทางโน้นเรามีสาวๆ อยู่หลายคนเลย!"

เจียงหลินถึงกับพูดไม่ออก "ฝันไปเถอะ ฉันไม่ได้ว่างมากพอจะไปเป็นพี่เลี้ยงเด็กให้พวกนายหรอกนะ!"

ขนาดหยู ตานตานกับเฉิน ซื่อซวนเขายังขี้เกียจจะปกป้อง แล้วจะให้ไปดูแลพวกงี่เง่าพวกนั้นเนี่ยนะ!

"เล่าหลิว ฉันไม่ได้อยากจะว่านายนะ แต่นี่มันเกมวันสิ้นโลก!"

"ฉันรู้!"

"รู้อยู่แล้วทำไมยังลากตัวถ่วงพวกนั้นไปด้วย?"

"แล้ว... จะให้ทิ้งพวกนั้นไว้เฉยๆ ได้ยังไง? ยังไงก็เพื่อนร่วมชั้นกันทั้งนั้น!"

"เหอะ พ่อพระเหลือเกินนะ!"

"มันเป็นหลักการของฉัน ในเมื่อฉันพอมีกำลัง ก็สมควรต้องช่วยให้พวกเขารอดไปด้วยกัน!"

"แม่ง... ทำไมฟังแล้วเหมือนนายกำลังด่าฉันทางอ้อมชอบกลวะ?"

ใบหน้าของเจียงหลินทะมึนลง

นี่ไม่ใช่การด่ากระทบว่าเขา... มีความสามารถแต่ไร้มนุษยธรรมหรอกหรือ?

หลิว จื้อเสวียส่ายหน้ายิ้มๆ "ฉันเข้าใจความหมายของนาย แต่ฉันข้ามผ่านมโนธรรมในใจตัวเองไม่ได้ ฉันทนดูพวกเขารอความตายไม่ลง!"

"ฉันไม่ได้บอกให้นายปล่อยพวกเขาตายสักหน่อย แค่ขังไว้ในห้องสักห้องไม่ได้หรือไง? พาพวกคนไร้ประโยชน์ออกมาเดินเพ่นพ่านแบบนี้... นายไม่กลัวตายหรือไง!"

"ทำแบบนั้น... จะดีเหรอ?"

"ไม่ดีตรงไหน? แค่เอาอาหารไปส่งให้ทุกวันไม่ให้อดตายก็จบเรื่องแล้วนี่!"

"..."

"สู้เอานาย จาง เสวี่ยปิน กับคนอื่นๆ ออกไปล่ามอนสเตอร์เก็บเลเวลไม่ดีกว่าหรือ? จะพาพวกผู้หญิงกับพวกผู้ชายขี้ขลาดที่ไม่กล้าแม้แต่จะสู้ไปด้วยทำไม? พามาทัวร์นรกหรือไง? ฉันเตือนแค่นี้แหละ ไปคิดเอาเอง!"

การฆ่าซอมบี้ดรอปแค่ยาเพิ่มค่าประสบการณ์ ไม่ได้ให้ค่าประสบการณ์โดยตรง การลากคนกลุ่มใหญ่ไปไหนมาไหนด้วย... หากไม่เรียกว่าหาเรื่องใส่ตัวแล้วจะเรียกว่าอะไร?

โดยเฉพาะพวกผู้หญิงที่ขวัญเสียจนเอาแต่อาเจียนพวกนั้น... ตัวถ่วงชัดๆ!

หลิว จื้อเสวียอ้าปากค้าง ก่อนจะยิ้มแห้งๆ อย่างขมขื่น

การจะทิ้งพวกเขาไว้... มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น

อันที่จริงนั่นคือสิ่งที่เขาอยากทำตั้งแต่แรก

แต่โชคร้าย ไม่ว่าจะเป็นพวกผู้หญิงหรือผู้ชายพวกนั้น ต่างก็ทำหน้าทำตาเหมือน 'นายกำลังจะทิ้งพวกเราแล้วหนีเอาตัวรอด'

สุดท้ายก็สติแตก กรีดร้องโวยวายคลุ้มคลั่ง ไม่ยอมฟังเหตุผลอะไรทั้งสิ้น

บอกตามตรง แม้จะเข้าใจ แต่เขาก็เริ่มเหนื่อยเต็มทีแล้วเหมือนกัน

เจียงหลินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะโยน ‘กระบองเขี้ยวหมาป่า’ สามเล่มออกมาอย่างไม่ใส่ใจ พลางตบไหล่หลิว จื้อเสวีย

"ใจดีได้ แต่อย่าทำตัวเป็น 'พ่อพระแม่พระ' มากนัก ไม่งั้นจะโดนจูงจมูกได้ง่ายๆ แล้วพอนายโดนจูงจมูกเมื่อไหร่ ความตายก็อยู่ไม่ไกลแล้ว!"

"นี่มัน..."

"ให้พวกนาย อย่างที่นายบอก ยังไงก็เพื่อนร่วมชั้น! พูดตรงๆ นายเป็นคนดีนะ ถ้าเป็นคนอื่นฉันไม่เสียเวลาคุยด้วยหรอก"

"ขอบใจ!"

หลิว จื้อเสวียเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้นยิ้ม "ไม่ต้องห่วง ฉันรู้ว่าต้องทำยังไง!"

ทันทีที่กระบองเขี้ยวหมาป่าถูกโยนออกมา จาง เสวี่ยปินและพรรคพวกก็พุ่งเข้าใส่ราวกับสุนัขได้กลิ่นกระดูก

ส่วนกองเลือดบนพื้นน่ะหรือ? จาง เสวี่ยปินและคนอื่นๆ ทำราวกับมองไม่เห็น พวกเขาก้มลงคว้ากระบองเขี้ยวหมาป่าขึ้นมาลูบคลำอย่างรักใคร่ ราวกับกำลังลูบไล้ปึกเงินปึกทอง

นอกจากจาง เสวี่ยปินแล้ว กระบองอีกสองเล่มก็ถูกเด็กหนุ่มร่างกำยำอีกสองคนคว้าไปครอง

เจียงหลินพอจะคุ้นหน้าจาง เสวี่ยปินและกลุ่มนี้อยู่บ้าง รู้ว่าคนพวกนี้เป็นลูกน้องของหลิว จื้อเสวีย และน่าจะมาจากโรงเรียนมัธยมเดียวกัน

ใบหน้าของจาง เสวี่ยปินฉายแววคลั่งไคล้สุดขีด

"เชี่ยเอ๊ย พี่เจียง พี่แม่งสุดยอดจริงๆ! ตั้งแต่วันนี้ไป พี่คือไอดอลของผม!"

ต้องเข้าใจก่อนว่าในกลุ่มของพวกเขา มีแค่หลิว จื้อเสวียคนเดียวที่มีกระบองเขี้ยวหมาป่าเป็นอาวุธ

คนอื่นรวมถึงตัวเขาต้องใช้ไม้หน้าสามหรืออาวุธดัดแปลงสู้กับซอมบี้

พอเอามาเทียบกับกระบองเขี้ยวหมาป่า ทั้งสามคนก็ทำท่ารังเกียจอาวุธเก่าในมือแล้วโยนทิ้งลงพื้นทันที

เจียงหลินอดขำไม่ได้ ผู้ชายก็งี้แหละ ได้ใหม่ลืมเก่าเหมือนกันหมด!

"เอาล่ะ ฉันไปก่อน ไว้คุยกันใหม่!"

"หา!!!" จาง เสวี่ยปินและคนอื่นๆ ถึงกับอึ้ง

"เชี่ย พี่เจียง พี่ไม่ไปกับพวกเราเหรอ?"

"ไปกับพวกนาย? เพื่อ? ฉันไม่ได้พิศวาสบั้นท้ายพวกนายสักหน่อย!"

"666... ผมหมายถึงตั้งปาร์ตี้!"

"ปาร์ตี้บ้าบออะไร ฆ่าซอมบี้มันไม่ได้ค่าประสบการณ์จะปาร์ตี้ทำไม? หรือถ้าของดรอปแล้วยกให้ฉันหมด นายจะยอมไหมล่ะ?"

"เอ่อ..."

จาง เสวี่ยปินเกาหัวแกรกๆ "ก็จริงแฮะ!"

การฆ่าซอมบี้ไม่ได้ EXP ได้แค่ของดรอป

ถ้าให้เจียงหลินตามมาด้วย ดูทรงแล้วคงไม่มีใครได้ประโยชน์

ยิ่งดูจากซากศพเกลื่อนกลาดบนพื้น ก็รู้ได้ทันทีว่าพี่เจียงโหดขนาดไหน

เลเวลคงปาไปสามหรือสี่แล้วมั้ง!

ขืนไปด้วยกัน พอซอมบี้โผล่มา พี่แกคงฟันตายเรียบ พวกเขาคงไม่ได้เศษเนื้อเศษหนังอะไรเลย

"เดี๋ยว... หยุดเดี๋ยวนี้นะ!"

"หืม?"

เจียงหลินชะงัก หันกลับไปมองเจ้าของเสียง ก็พบว่าเป็นไอ้หนุ่มที่เพิ่งโดนจาง เสวี่ยปินและพวกกระทืบไปหมาดๆ

สภาพหน้าตาของไอ้โง่นี่ตอนนี้เขียวช้ำม่วงคล้ำดูไม่จืด

ทว่าแววตากลับดูมุ่งมั่นเป็นประกาย!

ติดอยู่อย่างเดียว... ดูท่าทางสติปัญญาจะไม่ค่อยสมประกอบเท่าไหร่!

"โผล่มาจากหลุมไหนอีกล่ะเนี่ย?"

เจียงหลินเพ่งมองดีๆ ก็พบว่าหมอนี่ดูไม่เหมือนคนในชั้นเรียนของเขา

หลิว จื้อเสวีย จาง เสวี่ยปิน และคนอื่นๆ เดินเข้ามาสมทบ

"เจ้าเจี้ยน มึงคันไม้คันมืออยากโดนอีกรอบใช่ไหม? มา เดี๋ยวป๋านวดกระดูกให้!"

"ไอ้ปิน เดี๋ยว! ดูซิว่ามันจะพูดอะไร!"

"ไอ้โง่นี่จะพูดอะไรได้อีก? เมื่อกี้มันก็เพิ่งบ่นว่าพี่เจียงโหดร้ายกับซอมบี้เกินไป บอกว่าตอนมีชีวิตพวกมันก็เป็นคน ควรมีสิทธิมนุษยชน... ต้องฆ่าอย่างนุ่มนวลไม่ให้ทรมาน... กูละเชื่อเลย โลกนี้แม่งมีคนปัญญาอ่อนแบบนี้อยู่จริงๆ ด้วย!"

"..."

มุมปากของหลิว จื้อเสวียกระตุกยิกๆ เขาเอ่ยอย่างอ่อนใจ "เจ้าเจี้ยน นั่นมันซอมบี้กินคนนะ นายไม่เห็นเหรอว่าเพื่อนเราตายกันอนาถขนาดไหน? ในสมองนายคิดบ้าอะไรอยู่เนี่ย!"

จบบทที่ บทที่ 25: หยุดเดี๋ยวนี้นะ!

คัดลอกลิงก์แล้ว