เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26: พวกนาย... หารเท่ากันหมดงั้นเหรอ?

บทที่ 26: พวกนาย... หารเท่ากันหมดงั้นเหรอ?

บทที่ 26: พวกนาย... หารเท่ากันหมดงั้นเหรอ?


เจ้าเจี้ยนทำหูทวนลมใส่คำพูดของหลิว จื้อเสวีย สายตาจับจ้องไปที่เจียงหลิน หรือพูดให้ถูกคือจ้อง ‘เลื่อยวงเดือนสังหารคลั่ง’ ในมือของเขาเขม็ง

แววตาของมันลุกวาวด้วยความโลภ "เลื่อยไฟฟ้าในมือนายนั่น... ไปเอามาจากไหน?"

เจียงหลินแสร้งทำท่าครุ่นคิด "ขอฉันนึกก่อนนะ รู้สึกว่าจะดรอปมาจากพี่สาวสุดเซ็กซี่นางหนึ่ง!"

"เชี่ย สาวเซ็กซี่!" จาง เสวี่ยปินเลียริมฝีปาก "พี่เจียง บอกหน่อยสิครับว่าตอนนั้นพี่ใช้ 'ท่า' ไหนจัดการหล่อน?"

ทุกคนระเบิดเสียงหัวเราะครื้นเครงทันที

"ฮ่าๆๆ... ฉันพนันเลยว่าฉากนั้นคงดุเดือดเลือดพล่านน่าดู!"

"แหงอยู่แล้ว ดูรอยเลือดสีดำบนผนังนั่นสิ พอนึกภาพตามก็รู้เลยว่าสาวงามคนนั้นคงสิ้นหวังขนาดไหน!"

"พี่เจียง... ฟังพวกนายพูดแล้วของขึ้นเลยว่ะ!"

"ไอ้เวรเอ๊ย เซ็กซี่กับผีน่ะสิ ถ้าไม่ดูหน้าน่ะพอไหว แต่พอมองปากกว้างๆ ที่เต็มไปด้วยเลือดนั่น... ขืนไปเจอเข้าจริงๆ ขาแข้งคงอ่อนจนยืนไม่อยู่มากกว่า!"

"ฮ่าๆๆ ก็มันแน่อยู่แล้ว! เมื่อกี้ไอ้หมอนี่เห็นเงาตะคุ่มๆ จากข้างหลัง นึกว่าสาวงามเลยจะวิ่งเข้าไปทำเท่ช่วยสาว แต่พอแม่นางหันมา... แทบจะฉี่ราดกางเกง!"

"พี่เจียง แล้วพี่สาวสุดเซ็กซี่นั่นเลเวลเท่าไหร่ครับ?"

อารมณ์ของเจียงหลินผ่อนคลายลงไม่น้อย นี่คือข้อดีของการอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ความครึกครื้นช่วยบรรเทาความตึงเครียดได้เร็วเสมอ

แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังชอบการฉายเดี่ยวมากกว่า!

สงบเงียบ!

ไม่มีพวกงี่เง่ามากวนใจ

"เลเวลไม่สูงหรอก แค่เลเวล 4 เอง อีกอย่างนะ เฉพาะซอมบี้เลเวล 4 ขึ้นไปเท่านั้นถึงจะดรอปอุปกรณ์ระดับสีน้ำเงิน"

"เชี่ย... เลเวล 4! พี่เจียงแม่งโครตเจ๋ง!"

ทุกคนถึงกับอ้าปากค้าง ซอมบี้ที่เก่งที่สุดที่พวกเขาเคยฆ่าคือเลเวล 3 แถมยังต้องรุมกินโต๊ะกันแทบตายกว่าจะล้มมันได้

ตอนนั้นหลิว จื้อเสวียหวดกระบองเขี้ยวหมาป่าจนไฟแลบ แขนแทบหลุดกว่าจะทุบกะโหลกมันแตกตาย

ความแข็งของกะโหลกพวกมันคนละเรื่องกับซอมบี้เลเวล 1 เลย

ถ้าอย่างนั้น เลเวลของเจียงหลินจะขนาดไหน...? ทุกคนมองเขาด้วยสายตาคาดหวัง

"พี่เจียง เลเวลอัปแต่ละครั้งได้แต้มสถานะเท่าไหร่ครับ?"

หือ?

เจียงหลินชะงัก หันไปมองหลิว จื้อเสวียด้วยความตกตะลึง ทำเอาอีกฝ่ายต้องยกมือเกาจมูกแก้เก้อด้วยความอับอาย

"เชี่ย... อย่าบอกนะว่าพวกนายฆ่ามาตั้งขนาดนี้ ยังไม่เลเวลอัปกันสักคน?"

"...พี่เจียง ช่วยไม่ได้นี่ครับ อัตราดรอปยาเพิ่มค่าประสบการณ์มันต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ปกติฆ่าซอมบี้สามสี่ตัวถึงจะตกสักเม็ด!"

"เวรตะไล... อย่าบอกนะว่าพวกนาย... เอามาหารเท่ากันหมด?"

ยังไม่ทันที่จาง เสวี่ยปินจะอ้าปากตอบ เสียงโอ้อวดของเจ้าเจี้ยนก็ดังแทรกขึ้นมา "หารเท่ากันมันก็เรื่องปกติไม่ใช่เหรอ? เราเป็นทีมเดียวกัน มีของก็ต้องแบ่งกันสิ!"

เจียงหลินมองหลิว จื้อเสวียอย่างหมดคำจะพูด

เขาไม่เข้าใจจริงๆ ว่าหลิว จื้อเสวียเก็บคนพรรค์นี้ไว้ข้างตัวทำไม

แต่เจ้าเจี้ยนยังคงพล่ามต่อไม่หยุด หนำซ้ำยังยื่นมือโลภมากมาจะจับเลื่อยวงเดือนสังหารคลั่งของเจียงหลิน

"พวกเราเป็นเพื่อนร่วมชั้นกัน ในเมื่อนายเก่งขนาดนี้ ของดรอปคงมีเพียบเลยสินะ!"

"ก็พอมี"

"งั้นก็เยี่ยมไปเลย!" ดวงตาของเจ้าเจี้ยนเป็นประกายวาววับ มันกลืนน้ำลายลงคอแล้วพูดด้วยความตื่นเต้น

"พวกเราหิวจะแย่อยู่แล้ว ในเมื่อนายมีเสบียง ทำไมไม่รีบเอาออกมาแบ่งพวกเราล่ะ?"

"โดยเฉพาะอาวุธ... เอามาแจกพวกเราคนละชิ้นด้วยสิ!"

"ขอแค่ทุกคนมีอาวุธป้องกันตัว ซอมบี้พวกนั้นก็ไม่น่ากลัวแล้ว!"

"นายคือนักเรียนเจียงใช่ไหม? ฉันเชื่อว่านายคงไม่ใช่คนใจแคบที่เห็นคนอื่นตายแล้วไม่ช่วยหรอกนะ ยังไงก็เพื่อนร่วมชั้นกัน เรื่องเล็กน้อยแค่นี้คงไม่ปฏิเสธใช่ไหม?"

"ว่าแต่... ฉันว่าเลื่อยไฟฟ้านี่เจ๋งเป้งไปเลย ขอดูหน่อยซิ!"

ทันทีที่เจ้าเจี้ยนพูดจบ รูม่านตาของหลิว จื้อเสวียก็หดเกร็งฉับพลัน

แม้เจียงหลินจะยิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นกลับแฝงแววเย้ยหยันและรังสีอำมหิตที่หนาวเหน็บไปถึงขั้วกระดูก

นั่นคือจิตสังหาร!

นี่คือพรสวรรค์ของเขา... [การรับรู้]!

[การรับรู้] ทำให้เขาสัมผัสสัญญาณต่างๆ ที่สิ่งมีชีวิตแผ่ออกมาได้

ไม่ว่าจะเป็นความหวังดี ความประสงค์ร้าย ความเคียดแค้น ความตื่นเต้น ความโศกเศร้า... แม้แต่กลิ่นอายชั่วร้ายของซอมบี้ หลิว จื้อเสวียก็สัมผัสได้

เพราะเหตุนี้เขาถึงพาพรรคพวกหลบหนีการตามล่าของซอมบี้มาได้ตลอด

"เจียง..."

หลิว จื้อเสวียเพิ่งจะเปล่งเสียงออกมาได้พยางค์เดียว เขาก็เห็นมุมปากของเจียงหลินค่อยๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ชวนให้ขนหัวลุก

วินาทีต่อมา มือซ้ายของเจียงหลินก็พุ่งออกไปรวดเร็วปานสายฟ้า ฟาดเข้าที่ใบหน้าของเจ้าเจี้ยนราวกับคีมเหล็กกล้า!

เจ้าเจี้ยนไม่มีโอกาสได้ตอบโต้ มันรู้สึกเจ็บแปลบที่กระพุ้งแก้ม ก่อนที่ร่างทั้งร่างจะลอยหวือขึ้นจากพื้นโดยไม่ทันตั้งตัว

เท้าลอยเหนือพื้น ร่างกายห้อยตองแต่งอยู่กลางอากาศ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้สมองของเจ้าเจี้ยนขาวโพลน พอตั้งสติได้ มันก็กรีดร้องด้วยความโกรธแค้น

"ไอ้เชี่ย... ไอ้เวรเอ๊ย... ปล่อยกูนะ!"

ใบหน้าของเจ้าเจี้ยนซีดเผือด มันพยายามใช้สองมือแกะนิ้วของเจียงหลินออกอย่างสุดชีวิต เพื่อให้หลุดพ้นจากพันธนาการ

แต่นิ้วเหล่านั้นกลับแข็งแกร่งราวกับหล่อมาจากเหล็กกล้า ต่อให้มันใช้แรงทั้งหมดที่มีก็ไม่อาจขยับเขยื้อนได้แม้แต่น้อย

ตรงกันข้าม ยิ่งเจียงหลินออกแรงบีบ กะโหลกของมันก็แทบจะแตกเป็นเสี่ยงๆ

เจ็บ... เจ็บเหลือเกิน!

คราวนี้เจ้าเจี้ยนเริ่มตื่นตระหนกของจริง มันกรีดร้องโวยวายอย่างบ้าคลั่ง

"อ๊ากกก... ปล่อย... ปล่อยกู!"

"โอ๊ย... เจ็บจะตายอยู่แล้ว ช่วยด้วย... ใครก็ได้ช่วยที!"

"มันจะฆ่าคนแล้ว! หลิว จื้อเสวีย... จาง เสวี่ยปิน... ช่วยกูด้วย..."

มันตะโกนพลางดิ้นรนสุดชีวิต

ทั้งข่วน ทั้งจิก ทั้งเตะ... สรรหาวิธีโจมตีสารพัดใส่เจียงหลิน

แต่เมื่อเผชิญกับการต่อต้านราวกับหญิงบ้าคลั่งของเจ้าเจี้ยน เจียงหลินกลับยืนนิ่งไม่ไหวติง แววตาฉายความเย็นชาถึงขีดสุด!

เวลานี้ค่าความแข็งแกร่งของเขาสูงถึง 15 แต้ม การโจมตีอันเบาหวิวของเจ้าเจี้ยนอย่าว่าแต่จะทำให้เจ็บเลย แค่สะกิดให้ขนร่วงสักเส้นยังทำไม่ได้!

"เจียงหลิน ไว้ไมตรีด้วย..." หลิว จื้อเสวียจำต้องก้าวออกมาห้ามปราม

ส่วนจาง เสวี่ยปินและคนอื่นๆ ต่างอ้าปากค้าง แต่ก็ฉลาดพอที่จะหุบปากเงียบ พร้อมใจกันถอยหลังไปหลายก้าว

พวกผู้หญิงที่เดินเข้ามาใกล้เมื่อครู่รีบหนีไปหลบหลังกลุ่มคนด้วยความหวาดกลัว จ้องมองเจียงหลินตัวสั่นงันงก

เดิมทีพวกหล่อนลังเลว่าจะขอติดตามเจียงหลินไปด้วยดีไหม... เพราะการอยู่กับกลุ่มหลิว จื้อเสวียนั้น แม้แต่ข้าวก็ยังกินไม่อิ่ม น้ำก็ได้จิบแค่คำเดียว สามวันอดเก้ามือ... แถมยังต้องคอยระแวงทุกวินาที

พูดตามตรงว่าพวกหล่อนใกล้จะสติแตกเต็มทน!

แต่... พอเห็นสภาพตอนนี้แล้ว หลิว จื้อเสวียดูจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า แม้เจียงหลินจะหน้าตาดี แต่อารมณ์ดูจะไม่ดีเท่าหน้าตา... หมอนี่มันพวกบ้าความรุนแรงชัดๆ!

เมื่อสบตาเข้ากับเจียงหลินที่แผ่ไอเย็นยะเยือกออกมา สาวๆ ก็พากันตัวสั่นเทา

เจียงหลินกระตุกยิ้มมุมปาก

ไว้ไมตรีงั้นเหรอ?

น่าขันสิ้นดี ไอ้สวะนี่กล้ายื่นมือมาแตะของของเขา แถมยังคิดจะใช้ศีลธรรมมาบีบบังคับเขาอีก ช่างรนหาที่ตายชัดๆ!

จบบทที่ บทที่ 26: พวกนาย... หารเท่ากันหมดงั้นเหรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว