- หน้าแรก
- หายนะสำหรับทุกคน เริ่มต้นจากอาคารอพาร์ตเมนต์ร้าง
- ตอนที่ 6: จุ๊ จุ๊ จุ๊
ตอนที่ 6: จุ๊ จุ๊ จุ๊
ตอนที่ 6: จุ๊ จุ๊ จุ๊
"ฆ่ามอนสเตอร์เพื่ออัปเลเวลเหรอ?" ฮว่าอวี่ฮ่าวรู้สึกสับสนเล็กน้อย แม้เขาจะไม่ใช่คอเกม แต่ก็คุ้นเคยกับขนบของเกมเป็นอย่างดี เพราะครอบครัวของเขามีบริษัทลูกที่ทำธุรกิจพัฒนาเกมอยู่
ตงปินร้องอุทานด้วยความตื่นเต้น "ใช่แล้วๆ ฆ่ามอนสเตอร์เพื่ออัปเลเวล! หน้าต่างสถานะนี้บอกค่าพลังทั้งหมดของเรา ถ้าฆ่าพวกมันได้ เราก็น่าจะเลเวลอัปแล้วเอาแต้มมาเพิ่มค่าพละกำลังได้นะ"
"เชี่ย แบบนี้เราก็กลายเป็นซูเปอร์แมนได้ดิ?"
"เป็นไปได้! แต่... เงื่อนไขคือต้องรอดให้ได้ก่อน ถึงมันจะเหมือนเกมแต่นี่คือความจริง ถ้าตาย... ก็คือตายจริง ไม่มีการเกิดใหม่ที่จุดเซฟนะเว้ย!"
"อ๊าก!!" เฉาเต๋อเป่าคร่ำครวญอย่างเจ็บปวด "โธ่เว้ย ถ้าเติมเงินได้นะ ฉันจะให้พี่ฮ่าวเติมสักหมื่นล้าน แล้วตบไอ้พวกซอมบี้กระจอกพวกนี้ให้ตายคาตีนไปเลย!"
มุมปากของฮว่าอวี่ฮ่าวกระตุกวูบ เขาเองก็อยากเติมเงินเหมือนกัน ติดอยู่แค่ปัญหาเดียว... มันไม่มีช่องให้เติมเงินนี่สิ!
เวรเอ๊ย!
【ฮว่าอวี่ฮ่าว เลเวล 1】
【พละกำลัง: 7】
【ความทนทาน: 8】
【จิตวิญญาณ: 8】
【ความเร็ว: 7】
【พรสวรรค์: การโจมตีรุนแรง (หลังใช้งาน พลังโจมตีครั้งต่อไปจะเพิ่มขึ้น 200% คูลดาวน์ 60 วินาที)】
ฮว่าอวี่ฮ่าวหรี่ตาลง เอ่ยถามเสียงเข้ม "พวกนายมีพรสวรรค์อะไรกันบ้าง"
พรสวรรค์?
ทุกคนต่างตกตะลึง รวมทั้งฉินจื่อซินต่างพากันส่ายหน้าเป็นพัลวัน
ความภาคภูมิใจเอ่อล้นขึ้นในใจของฮว่าอวี่ฮ่าวทันที สมแล้วที่ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เขาก็ยังคงเป็นหนึ่งในหมื่นเสมอ
"พี่ฮ่าว พี่มีพรสวรรค์เหรอครับ" จางเจี้ยนหลงถามอย่างระมัดระวังเมื่อเห็นรอยยิ้มมุมปากของอีกฝ่าย
ฮว่าอวี่ฮ่าวปรายตามอง พลางโบกมืออย่างวางมาด "ก็แค่การโจมตีรุนแรง ไม่มีอะไรมากหรอก"
"เชี่ย แค่ชื่อก็โหดแล้ว พี่ฮ่าวโคตรเจ๋ง! พี่ฮ่าวไร้เทียมทาน!" สายตาที่ทุกคนมองมาเต็มไปด้วยความอิจฉา
แววตาของฉินจื่อซินไหววูบ เธอม้มริมฝีปากแน่น จิตใจปั่นป่วนว้าวุ่น สถานการณ์ตรงหน้าเกินกว่าขีดความอดทนทางจิตใจของเธอไปแล้ว แค่ได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวนจากภายนอก เธอก็จินตนาการได้เลยว่าโลกตอนนี้โหดร้ายและนองเลือดเพียงใด
เกมงั้นหรือ นี่ไม่ใช่เกม แต่มันคือนรกชัดๆ
หนำซ้ำนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น พรุ่งนี้ มะรืนนี้... และวันต่อๆ ไปสถานการณ์จะยิ่งเลวร้ายลง แม้ฮว่าอวี่ฮ่าวจะชอบพอเธอและทำตัวเป็นสุภาพบุรุษ แต่นั่นเป็นเพราะมีกฎหมายคอยกำกับดูแล ทว่าในโลกที่ปลาใหญ่กินปลาเล็กแบบนี้ กฎหมายไม่มีความหมายอีกต่อไป แล้วเธอจะทำอย่างไรดี
ฉินจื่อซินเฝ้าถามตัวเอง แต่ก็คิดหาวิธีไม่ออก สิ่งเดียวที่พึ่งพาได้คือพรสวรรค์ของเธอเอง!
【พรสวรรค์: ล่องหน (หลังใช้งานจะเข้าสู่สถานะล่องหนเป็นเวลา 60 วินาที คูลดาวน์ 3 นาที)】
【หมายเหตุ: การโจมตีศัตรูจะยกเลิกสถานะล่องหน!】
"หนึ่งนาที... น่าจะ... พอไหวนะ" ฉินจื่อซินพึมพำกับตัวเอง
สำหรับกูตงเสวี่ยและซูอี้หลาน เธอคงช่วยอะไรไม่ได้ ในเวลาเช่นนี้แค่เอาตัวให้รอดยังยาก จะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนไปห่วงคนอื่น...
ณ ชั้นที่สามสิบห้า
เจียงหลินกินอิ่มนอนหลับพักผ่อนจนเต็มตื่น เมื่อฟื้นฟูเรี่ยวแรงจนสมบูรณ์ เขาก็เตรียมพร้อมเริ่มล่าซอมบี้เพื่ออัปเลเวล
ระหว่างที่เขาหลับ เสียงกรีดร้องในอพาร์ตเมนต์ก็เงียบลงในที่สุด ผู้ที่อ่อนแอถูกกินไปหมดแล้ว ส่วนผู้รอดชีวิตแม้จะไม่แข็งแกร่ง แต่ก็ถือว่าดวงแข็ง พวกเขาต่างเก็บตัวเงียบอยู่ในห้อง เริ่มครุ่นคิดด้วยความโศกเศร้าว่าจะเอาชีวิตรอดต่อไปอย่างไร
เจียงหลินเดินไปที่หน้าต่าง สาเหตุที่เขาเลือกห้องนี้เพราะกระจกหน้าต่างยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ท้องฟ้าภายนอกเป็นสีเทาหม่น มองออกไปไกลๆ เห็นเพียงหมอกหนาปกคลุมจนมองไม่เห็นสภาพความเป็นไปของโลก
เจียงหลินแยกไม่ออกด้วยซ้ำว่าเป็นเวลาเช้าหรือบ่าย ส่วนเวลาในโทรศัพท์... ตั้งแต่ข้ามมิติมา เวลาเดิมก็อ้างอิงอะไรไม่ได้อีกแล้ว
หลังจากเฝ้ามองสักพัก เขาก็เลิกสนใจ ตราบใดที่ไม่มีสัตว์ประหลาดบินได้โฉบลงมาจากฟ้า ทุกอย่างก็ยังถือว่าปลอดภัย ส่วนบนพื้นดินหรือตึกฝั่งตรงข้ามจะมีตัวอะไรโหดๆ หรือไม่ เขาไม่สน เพราะยังไงเขาก็ยังไม่คิดจะลงไปข้างล่างเร็วๆ นี้อยู่แล้ว
เจียงหลินส่องตาแมวดูลาดเลา เมื่อไม่เห็นซอมบี้หน้าห้อง เขาจึงแง้มประตูออกอย่างระมัดระวัง
ทันใดนั้นจิตวิญญาณของเขาก็ฮึกเหิมขึ้นมา
ตาแมวมองเห็นได้จำกัด แต่เมื่อเปิดประตู ทัศนวิสัยก็เปลี่ยนไป ห่างออกไปห้าหกเมตรมีซอมบี้เลเวล 1 เดินโซซัดโซเซอยู่หนึ่งตัว ไกลออกไปมีอีกหลายตัวกระจัดกระจายอยู่...
งานหยาบแล้วสิ!
ถ้าหนึ่งต่อหนึ่ง หรือหนึ่งต่อสอง เจียงหลินไม่กลัว แต่ถ้ามากันสามสี่ตัว... ต้องคิดให้ดี การโดนข่วนไม่ใช่แค่เนื้อฉีก แต่หมายถึงการเลิกเป็นคน!
โชคดีที่พวกมันเป็นแค่ซอมบี้พื้นฐานเลเวล 1 ไม่มีตัวระดับสูงปะปน
เจียงหลินปิดประตูเบาๆ แล้วเริ่มค้นหาของในห้อง ไม่นานก็เจอโซ่เหล็กเส้นหนาในห้องนอน ไม่รู้ว่าเจ้าของเดิมเอาไว้ทำอะไร แต่ปลายด้านหนึ่งมีห่วงยางสวมอยู่ เขาลองดึงดูแล้วพบว่าแข็งแรงใช้ได้
ความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัวทันที
เขาเดินไปที่ประตู ส่องตาแมวเช็คอีกรอบแล้วเปิดแง้มออก เอาโซ่พันกับลูกบิดประตูด้านนอกหลายรอบ จากนั้นพันกับลูกบิดด้านในอีกสองรอบแล้วมัดปม สุดท้ายก็กำปลายโซ่อีกด้านไว้แน่นพันรอบมือซ้าย
กะระยะดูแล้ว ช่วงห่างจากประตูถึงมือเขามีมากกว่าเจ็ดสิบเซนติเมตร ด้วยระยะนี้ ซอมบี้แทบไม่มีทางข่วนถึงตัวเขาได้เลย!
เว้นเสียแต่ว่าแขนมันจะยาวถึงเข่าเหมือนเล่าปี่!
เจียงหลินฉีกยิ้มกว้าง "เยี่ยม!"
แต่เมื่อมองกระบองเขี้ยวหมาป่าในมือ เขาก็ต้องขมวดคิ้ว วิธีจัดการซอมบี้ผ่านช่องประตูที่ดีที่สุดคือการแทง... แทงเข้าตาหรือปาก แต่หัวกระบองเขี้ยวหมาป่ามันใหญ่เท่ายิ่งกว่ากำปั้น ยกเว้นหัวซอมบี้จะติดแหง็กจริงๆ ไม่งั้นต่อให้มีแรงแค่ไหนก็แทงไม่เข้า
คิดได้ดังนั้น เจียงหลินจึงหยิบด้ามไม้ถูพื้นขึ้นมาแทน
แม้จะเป็นแค่ท่อเหล็กกลวงๆ แต่ตอนแทงซอมบี้สาวสวยเมื่อครู่ให้สัมผัสที่ใช้ได้ ขอแค่ไม่แทงโดนหน้าผาก เล็งไปที่เบ้าตาหรือปาก ก็ทะลุสมองได้สบายๆ
เจียงหลินเก็บกระบองเขี้ยวหมาป่าใส่เป้ แล้วแง้มประตูออกกว้างประมาณสิบเซนติเมตร
"จุ๊ จุ๊ จุ๊..."
ซอมบี้ชายที่เดินเตร็ดเตร่อยู่หูผึ่งทันที มันหันขวับกลับมา ส่งเสียงคำรามแล้วพุ่งเข้าใส่เจียงหลินอย่างบ้าคลั่ง
เจียงหลินเริ่มประหม่าเล็กน้อย เพราะเห็นว่าพวกซอมบี้ด้านหลังต่างก็ตื่นตัวตามไปด้วย พวกมันส่งเสียงคำรามระงม ราวกับหมาที่รู้ว่าถึงเวลาอาหาร น้ำลายยืดหยด พากันตะเกียกตะกายพุ่งเข้ามา
ปัง!
ซอมบี้ชายตัวหน้าสุดเอาหัวพุ่งชนวงกบประตูอย่างจัง แรงกระแทกมหาศาลทำให้หน้าผากของมันยุบลงไปเล็กน้อย แสดงให้เห็นถึงความหิวกระหายขั้นสุด
กล้ามเนื้อของเจียงหลินเกร็งจนถึงขีดสุด ด้ามไม้ถูพื้นในมือพุ่งสวนออกไป เล็งเป้าที่เบ้าตาของซอมบี้อย่างแม่นยำ