- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นลูกชาวนา พลิกชะตาด้วยการสอบขุนนาง
- บทที่ 9: ประวัติศาสตร์ที่ไม่ตรงกัน
บทที่ 9: ประวัติศาสตร์ที่ไม่ตรงกัน
บทที่ 9: ประวัติศาสตร์ที่ไม่ตรงกัน
บทที่ 9: ประวัติศาสตร์ที่ไม่ตรงกัน
ท่านหมอกู้รู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก นี่คือ 'ตี้หวง' (โกฐขี้แมว) ชั้นยอดที่มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบปี เพียงแต่คนขายสมุนไพรดูจะเด็กไปสักหน่อย
เฉินจิ้งหมิงเห็นหมอวัยกลางคนเดินเข้ามาก็ยืนรออย่างสงบ ไม่ตื่นตระหนก
หมอวัยกลางคนผู้นั้นรูปร่างผอม สูงราวร้อยเจ็ดสิบห้าเซนติเมตร ใบหน้าตอบ ไว้เคราแพะ
ท่านหมอกู้พินิจเด็กน้อยครู่หนึ่งพลางรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตา นี่มิใช่เด็กที่เป็นไข้รากสาดคนนั้นหรอกหรือ? หายดีแล้วหรือนี่ ถึงได้เอาสมุนไพรมาขาย?
เฉินจิ้งหมิงไม่รู้ว่าใครเป็นคนรักษาเขาตอนป่วยไข้รากสาด เพราะหลังจากฟื้นขึ้นมา คนที่เขาเรียกหาก็คือหมอเท้าเปล่าประจำหมู่บ้าน
"เจ้าใช่ลูกหลานสกุลเฉินหรือไม่? พ่อแม่เจ้าไปไหนเสียเล่า? ทำไมถึงปล่อยให้เจ้ามาที่นี่คนเดียว?"
เฉินจิ้งหมิงอึ้งไป คนคุ้นเคยอีกแล้วหรือนี่?
"ข้าแซ่เฉินขอรับ ท่านแม่ข้าอยู่ที่ร้านปักผ้าฝั่งตรงข้าม ข้าขุดรากไม้พวกนี้มาได้ เลยอยากจะ... อยากจะรู้ว่ามันเป็นสมุนไพรหรือเปล่าขอรับ"
เฉินจิ้งหมิงคิดจะลองเสี่ยงดวงดู แต่ในเมื่ออีกฝ่ายจำเขาได้ เขาจึงพูดโกหกไม่ได้ ต้องแสร้งทำตัวเป็นเด็กไร้เดียงสา
เสมียนร้านยาได้ยินเข้าก็หัวเราะร่า "ไหนเจ้าบอกว่ามาขายสมุนไพรไม่ใช่รึ?"
เฉินจิ้งหมิงทำหน้าเจื่อน "ข้าแค่กินยาเยอะไปหน่อย เลยเห็นกากยามาเยอะ พอไปขุดผักป่าแล้วเจอรากสีเหลืองพวกนี้ ก็เลยอยากลองถามดูว่าเป็นสมุนไพรไหม เผื่อจะขายแลกเงินได้บ้างขอรับ"
เฉินจิ้งหมิงจนปัญญา เขาไม่มีข้ออ้างเรื่องเป็นบัณฑิตมาบังหน้า จึงไม่อาจแต่งเรื่องได้ตามใจชอบ ขืนพูดเกินจริงไป ครอบครัวคงไม่ปล่อยผ่านแน่
ท่านหมอกู้ยิ้ม เด็กคนนี้ช่างฉลาดนัก เขาจึงเย้าเล่น "เจ้าฉลาดจริงๆ นั่นแหละ นี่เป็นสมุนไพรจริง แต่ของเจ้ามีน้อยเกินไป ขายไม่ได้เงินหรอก"
เฉินจิ้งหมิงตาเป็นประกาย รีบพูดอย่างดีใจ "ถ้าขายได้เงิน ข้าจะให้ท่านพ่อท่านแม่ไปขุดมาเพิ่ม ขอแค่โรงหมอรับซื้อสมุนไพรก็พอขอรับ"
ท่านหมอกู้ลูบเคราพลางหัวเราะชอบใจ "เอาเถอะ ไปตามแม่เจ้ามา ในตะกร้าใบเล็กของเจ้าก็มีอยู่บ้าง ร้านสมุนไพรร้อยวิถีจะรับซื้อไว้เอง"
เฉินจิ้งหมิงดีใจจนเนื้อเต้น "ข้าจะไปตามท่านแม่มาเดี๋ยวนี้แหละขอรับ"
พูดจบเขาก็หันหลังวิ่งปรู๊ดราวกับลมพายุ พุ่งเข้าไปในร้านปักผ้า "ท่านแม่ เลือกเสร็จหรือยังขอรับ? ข้ามีเรื่องจะบอก"
นางหวังกำลังเลือกลายปักอยู่ พอได้ยินเสียงลูกชายเรียก นางก็รีบเดินออกมา
"เสี่ยวสือ เกิดอะไรขึ้น?"
เฉินจิ้งหมิงคว้ามือมารดา ลากนางไปทางร้านยา "ท่านแม่ มาฟังข้าก่อน! ร้านยาเขาอยากได้ของของข้า!"
นางหวังรีบกล่าวลาหลงจู๊ร้านปักผ้า แล้วเดินตามเข้าไปใน 'ร้านสมุนไพรร้อยวิถี' อย่างงงๆ
"ท่านแม่ ที่นี่แหละ! เขาบอกว่าข้าเด็กเกินไป ต้องให้ผู้ใหญ่มาคุย"
นางหวังเห็นท่านหมอกู้ทันที นางรีบย่อกายคารวะ "ท่านหมอกู้ เป็นท่านนี่เอง! ลูกข้ายังเล็ก รบกวนท่านแล้วเจ้าค่ะ"
ท่านหมอกู้ยิ้ม "ไม่เป็นไรหรอก เห็นเด็กหายดีแข็งแรงเช่นนี้ ข้าก็ยินดีกับพวกเจ้าสามีภรรยาด้วย"
เฉินจิ้งหมิงมองมารดาอย่างสงสัย "ท่านแม่ ท่านรู้จักท่านหมอด้วยหรือ?"
นางหวังยิ้ม "ตอนเจ้าเป็นไข้รากสาด ก็ได้ท่านหมอกู้นี่แหละช่วยรักษา ถ้าไม่ได้ฝีมืออันล้ำเลิศของท่านหมอกู้ ก็ยากจะบอกได้ว่าเจ้าจะรอดมาได้หรือไม่"
"ที่แท้ท่านก็เป็นผู้มีพระคุณของข้า! ขอบพระคุณท่านหมอกู้ที่ช่วยชีวิตขอรับ"
"ไม่ต้องขอบใจข้าหรอก ในฐานะหมอ การช่วยชีวิตคนเจ็บไข้ได้ป่วยถือเป็นหน้าที่ เจ้าควรขอบคุณพ่อแม่เจ้ามากกว่าที่ไม่ยอมถอดใจในตัวเจ้า"
เฉินจิ้งหมิงนึกถึงความรักของพ่อแม่ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา และพี่ชายคนโตที่ยอมออกจากบ้านเพื่อหาเงินมารักษาเขา หัวใจพลันอบอุ่นขึ้นมา
นี่หรือคือความรู้สึกของการได้รับความรักจากพ่อแม่พี่น้อง? ช่างวิเศษเหลือเกิน!
เฉินจิ้งหมิงผงกหัวน้อยๆ "โตขึ้นข้าจะหาเงินเยอะๆ มาให้ท่านพ่อท่านแม่ใช้ แล้วก็จะกตัญญูต่อพวกเขาขอรับ"
"ฮ่าฮ่า..."
ท่านหมอกู้เอ็นดูเฉินจิ้งหมิงยิ่งนัก เขาชี้ไปที่ตี้หวงที่เด็กน้อยนำมา "เป็นเด็กกตัญญูจริงๆ ด้วย"
จากนั้นเขาก็หันไปพูดกับนางหวัง "ที่ข้าเรียกเจ้ามา ก็เพราะสมุนไพรตี้หวงพวกนี้... หืม? นี่มัน 'หวงจิง' (ฮุยงิ้ม) ด้วยรึ?"
ตอนนี้นางหวังเพิ่งจะได้เห็นของในตะกร้าใบเล็กของเฉินจิ้งหมิง นี่มันแค่รากไม้ไม่ใช่หรือ?
ท่านหมอกู้หยิบสมุนไพรทั้งสองชนิดขึ้นมาแล้วกล่าวกับนางหวัง "ตี้หวงนี่อายุเกินหกปีแล้ว ร้านยารับซื้อ ให้ราคาชั่งละสิบเจ็ดอีแปะ ส่วนหวงจิงนี่ให้ชั่งละสิบห้าอีแปะ เจ้ากลับไปหามาขายเพิ่มได้ ขอแค่ให้มันแก่พอ"
นางหวังตกตะลึงเมื่อได้ยินราคา สมุนไพรพวกนี้ขายได้ตั้งชั่งละสิบห้าและสิบเจ็ดอีแปะเชียวหรือ หลังความประหลาดใจผ่านพ้น ความปิติยินดีก็เข้ามาแทนที่
"จริงหรือเจ้าคะท่านหมอกู้? ร้านยารับซื้อหมดนี่เลยหรือเจ้าคะ?"
เห็นท่านหมอกู้พยักหน้า เฉินจิ้งหมิงก็อดภูมิใจเล็กๆ ไม่ได้
ในตะกร้าใบเล็กมีตี้หวงเกือบสามชั่ง รวมกับหวงจิงอีกนิดหน่อย ขายรวดเดียวได้เงินมาห้าสิบอีแปะ
เมื่อได้รับเงินห้าสิบอีแปะ นางหวังตื่นเต้นจนแทบเก็บอาการไม่อยู่ ถ้าขุดสมุนไพรมาขายได้อีก พวกเขาจะใช้หนี้หมดได้หรือไม่นะ?
หลังจากเฉินจิ้งหมิงและมารดากล่าวลาท่านหมอกู้ พวกเขาก็รีบไปหากุ้ยซานอย่างตื่นเต้น จนลืมเรื่องรับผ้าเช็ดหน้าไปเสียสนิท
กุ้ยซานไปที่ภัตตาคารเพื่อขายไก่ป่า เนื่องจากไก่ยังเป็นๆ หลงจู๊จึงให้ราคาดี รับซื้อไก่ป่าตัวละ 25 อีแปะ
กุ้ยซานขายไก่ป่าเสร็จก็รีบไปหาลูกเมีย
เฉินจิ้งหมิงยังคงกังวลเรื่องมารดา กลัวว่านางจะป่าวประกาศไปทั่วว่ามีสมุนไพรขายได้เงินอยู่บนเขา สู้รวยเงียบๆ ไม่ดีกว่าหรือ? ครอบครัวพวกเขายิ่งหนี้สินท่วมหัวอยู่
เฉินจิ้งหมิงตีหน้าเคร่งขรึม กล่าวอย่างจริงจัง "ท่านแม่ ท่านกับท่านพ่อห้ามบอกใครเด็ดขาดนะขอรับ อย่าลืมว่าพี่ใหญ่ยังอยู่ที่บ้านเจ้าหนี้"
เมื่อเอ่ยถึงลูกชายคนโต หัวใจที่พองโตของนางหวังก็สงบลงทันที เสี่ยวสือพูดถูก เรื่องขายสมุนไพรจะให้คนอื่นรู้ไม่ได้ เพื่อลูกชายคนโต พวกเขาต้องเก็บเป็นความลับ
เฉินจิ้งหมิงเห็นมารดาสงบลงแล้วจึงหยุดพูด เรื่องอื่นค่อยกลับไปคุยกันที่บ้าน เขาเงยหน้าขึ้นเห็นบิดาเดินเข้ามา จึงรีบวิ่งไปหา
"ท่านพ่อ ขายไก่ป่าได้ไหมขอรับ?"
"ขายได้สิ เป็นอะไรไป? บ้านเยว่เหนียงขาดเหลืออะไรอีกไหม? ซื้อของเสร็จแล้วเราจะได้ไปเยี่ยมพี่ใหญ่กัน"
นางหวังพยักหน้า อุ้มเฉินจิ้งหมิงขึ้น แล้วเดินตามกุ้ยซานไปที่ร้านขายของชำ พวกเขาจำเป็นต้องซื้อเกลือสักชั่ง เพราะที่บ้านเหลือเกลือไม่มากแล้ว ราคาเกลืออยู่ที่ยี่สิบอีแปะ
"ลูกค้า โชคดีจริงๆ! ราคาเกลือเพิ่งลดลงห้าอีแปะเมื่อวานซืนนี้เอง ถ้าซื้อเยอะหน่อย เงินที่ประหยัดได้ก็พอซื้อเกลือเพิ่มได้อีกตั้งชั่ง"
เฉินจิ้งหมิงงุนงง ข้าวสารราคาแค่ชั่งละหกอีแปะ แต่เกลือกลับปาไปชั่งละยี่สิบอีแปะ ในสมัยโบราณเกลือถูกควบคุมเข้มงวดขนาดนี้เลยหรือ?
กุ้ยซานพยักหน้า "ยังเทียบกับเมื่อก่อนไม่ได้หรอก แต่หวังว่าวันหน้ามันจะลดลงเท่าราคาเดิมนะ เกลือชั่งละหกสิบอีแปะ พวกเรากินกันไม่ไหวจริงๆ!"
"ใครว่าไม่จริงล่ะ? ข้าได้ยินว่าแคว้นต้าฉีของเราเจรจาสงบศึกกับพวกทูเจวี๋ยแล้ว สถานการณ์คงจะดีขึ้น"
เสมียนร้านหัวเราะเบาๆ ขณะห่อเกลือส่งให้กุ้ยซาน
เฉินจิ้งหมิงเพิ่งเคยได้ยินชื่อราชวงศ์ต้าฉีและพวกทูเจวี๋ยเป็นครั้งแรก นี่จะเป็นสมัยราชวงศ์ถังหรือเปล่า? แต่ก็ดูไม่ตรงกัน พวกทูเจวี๋ยรุกรานในช่วงราชวงศ์สุยและถัง หลังราชวงศ์ซ่งก็เป็นเหลียว, มองโกล, จิน... นี่มันไม่ค่อยตรงกับประวัติศาสตร์ที่เขารู้จัก
เฉินจิ้งหมิงแกล้งทำเป็นอยากรู้อยากเห็น ถามเสมียนร้านว่า "พี่ชาย แคว้นต้าฉีคือประเทศของเราหรือขอรับ? มีฮ่องเต้ไหม?"
เสมียนร้านเห็นว่ายังไม่ยุ่ง และเห็นแววตาใคร่รู้ของเด็กน้อย จึงเริ่มโอ้อวดภูมิรู้ทันที
"ถามได้ดี! ประเทศที่เราอยู่นี้เรียกว่า 'ต้าฉี' ราชสกุลคือแซ่เว่ย ก่อตั้งมาได้ห้าสิบเก้าปีแล้ว เมื่อฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้ว ต้าฉีทำสงครามกับพวกทูเจวี๋ย ราคาเกลือเลยพุ่งไปถึงชั่งละหกสิบอีแปะ ข้าวสารก็ขึ้นเป็นชั่งละสิบห้าอีแปะ ปีนี้ราคาถึงได้ตกลงมา"
"พี่ชาย ท่านรู้เยอะจัง! ท่านรู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไงขอรับ?"
เสมียนร้านตบหัวเฉินจิ้งหมิงเบาๆ "ที่ข้ารู้ก็ฟังเขามาอีกที คนที่รู้จริงรู้ลึกน่ะคือพวกบัณฑิต ไม่มีเรื่องใดในใต้หล้าที่พวกเขาไม่รู้หรอก"