เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24 ย้ายเข้าสำนักวิญญาณยุทธ์

บทที่ 24 ย้ายเข้าสำนักวิญญาณยุทธ์

บทที่ 24 ย้ายเข้าสำนักวิญญาณยุทธ์


บทที่ 24 ย้ายเข้าสำนักวิญญาณยุทธ์

กลิ่นหอมของมวลดอกไม้ขจรขจาย สมุนไพรล้ำค่าขึ้นหนาแน่น เส้นทางคดเคี้ยวสลับซับซ้อน เหล่าวิหคเริงระบำ เมฆหมอกสีรุ้งลอยอ้อยอิ่ง ทัศนียภาพเต็มไปด้วยความเขียวขจีตระการตา

พรหมยุทธ์เบญจมาศ... ช่างฟุ่มเฟือยผิดมนุษย์มนาจริงๆ!

"นี่มันไม่ใช่แค่เรือนพักอาศัยแล้ว นี่มันเหมารวมทั้งลูกเขาเลยชัดๆ!" หนิงเสี่ยวเทียนถึงกับสะดุ้ง

"สมกับเป็นพรหมยุทธ์เบญจมาศ ผู้รักบุปผายิ่งชีพและหลงใหลในการหวงแหนสมุนไพร" คนอื่นอย่างมากก็แค่สร้างแปลงดอกไม้ วางกระถางต้นไม้ประดับไว้ในลานบ้าน แต่พรหมยุทธ์เบญจมาศผู้นี้เล่นปิดภูเขาทั้งลูกเพื่อปลูกดอกไม้และสมุนไพร ช่างน่าเกรงขามยิ่งนัก

หนิงเสี่ยวเทียนกวาดสายตามองไปรอบๆ ดอกไม้และสมุนไพรเหล่านั้นพลิ้วไหวไปตามสายลมราวกับนกขมิ้นและนกนางแอ่น สายพันธุ์ของพวกมันก็หลากหลายจนน่าทึ่ง แม้แต่สมุนไพรหายากก็ยังสามารถพบเห็นได้เป็นกอๆ และมีจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว

สมุนไพรเหล่านี้ถูกจัดหมวดหมู่อย่างชัดเจน แยกสัดส่วนด้วยทางเดินเล็กๆ นับไม่ถ้วน มองจากระยะไกลดูมีชีวิตชีวาและงดงามจับตายิ่งนัก

ความอิจฉามันจุกอกจนแทบจะระเบิด

ถึงอย่างไร ที่บ้านของเขาก็ไม่มีแบบนี้

หนิงเสี่ยวเทียนพลันรู้สึกอิจฉาพรหมยุทธ์เบญจมาศขึ้นมาตงิดๆ

ชีวิตชาวสวนช่างดีงาม... แม้โลกภายนอกจะศิวิไลซ์เพียงใด ก็มิสู้การได้ร่วมวงสังสรรค์กับญาติมิตร ต้มสุราร่ำน้ำชา มิสู้การได้อยู่เคียงคู่คนรัก จัดดอกไม้ชมหยก ดีดพิณเป่าขลุ่ย...

ความปรารถนาสูงสุดของเขานับตั้งแต่มาเยือนโลกใบนี้ คือการได้แต่งภรรยาและอนุภรรยาหลายคน ทำงานยามพระอาทิตย์ตก พักผ่อนยามพระอาทิตย์ขึ้น นอนเอกเขนกไปวันๆ กินเป๋าฮื้อและปลิงทะเลทุกมื้อ ลิ้มรสความสดใหม่แห่งท้องทะเลให้หนำใจ

ขอเพียงไม่มี 'ชายแซ่หวังข้างบ้าน' โผล่มา...

ชีวิตนี้ก็สมบูรณ์แบบแล้ว!

ทว่า นี่คือโลกที่ตัดสินกันด้วยกำปั้น หากมีเงินแต่ไร้ซึ่งพลัง เงินทองก็คงเก็บไว้ให้ผู้อื่นใช้ และเมียรักก็คงถูกเลี้ยงไว้ให้ผู้อื่นเชยชม เขาทำได้เพียงมุ่งมั่นฝึกฝนให้แข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น

"เป็นอย่างไรบ้าง นายน้อยหนิงเสี่ยว! ที่พำนักของข้านี้ ไม่เลวเลยใช่หรือไม่?" พรหมยุทธ์เบญจมาศไพล่มือไว้ด้านหลัง เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย แล้วเอ่ยด้วยความภาคภูมิใจ "นับจากนี้ไป เจ้าจะต้องขึ้นมาอาศัยอยู่บนนี้กับข้า"

มันดีจริงๆ นั่นแหละ โดยเฉพาะสมุนไพรพวกนี้...

หนิงเสี่ยวเทียนพยักหน้า หรี่ตาลงเล็กน้อย แล้วประสานมือคารวะอย่างนอบน้อม กล่าวว่า "ท่านอาจารย์ ผู้อาวุโสมารอสูร... เรียกข้าว่าเสี่ยวเทียน หรือเทียนเอ๋อร์เถิดขอรับ สถานที่แห่งนี้งดงามมาก เทียนเอ๋อร์ชอบมากขอรับ"

ในถิ่นข้า ข้าเป็นใหญ่เพราะข้ามีแบ็คดี

แต่ถ้าไม่ใช่ถิ่นข้า ข้าต้องรีบหาแบ็คดีๆ ให้ไว!

"ท่านอาจารย์?" พรหมยุทธ์เบญจมาศจ้องมองหนิงเสี่ยวเทียนด้วยสีหน้าแปลกประหลาด บนแผ่นดินนี้ คำเรียกขานนี้มีความหมายที่สำคัญยิ่ง

และด้วยสถานะของอีกฝ่าย... พรหมยุทธ์เบญจมาศแอบรู้สึกปลื้มใจอยู่ลึกๆ แต่ก็รู้สึกว่าอาจจะไม่เหมาะสมนัก จึงเอ่ยเรียบๆ ว่า "การสอนเภสัชศาสตร์แก่เจ้าเป็นบัญชาขององค์สังฆราช ไม่จำเป็นต้องเรียกขานว่า 'ท่านอาจารย์' หรอก เรียกข้าว่า 'ผู้อาวุโสเบญจมาศ' ก็พอ"

หนิงเสี่ยวเทียนไม่หวั่นไหว

แม้เขาจะมีอคติเล็กน้อยกับภาพลักษณ์ที่ดูตุ้งติ้งของพรหมยุทธ์เบญจมาศ แต่การสอนก็คือการสอน เขาจะต้องร่ำเรียนวิชาจากคนผู้นี้ไปตลอดทั้งปี

นี่คือความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้

ในชาติก่อน อย่าว่าแต่สอนเป็นปีเลย แม้สอนเพียงเดือนเดียว ผู้สอนก็ยังสมควรถูกเรียกว่า 'คุณครู' หนิงเสี่ยวเทียนเข้าใจหลักการเคารพครูบาอาจารย์และการให้ความสำคัญกับวิชาความรู้เป็นอย่างดี ผู้มีความสามารถย่อมเป็นครูได้

ยิ่งไปกว่านั้น การจะกินแรงคนอื่นก็ต้องมีขอบเขต

ตำราสมุนไพรอมตะของพรหมยุทธ์เบญจมาศนั้นได้มาเปล่าๆ ความรู้ด้านเภสัชศาสตร์ของเขาก็ถ่ายทอดให้ฟรีๆ จะเป็นไรไปหากเขาจะเรียกอีกฝ่ายว่า 'ท่านอาจารย์'?

แค่อาจารย์ ไม่ใช่พ่อบุญธรรมเสียหน่อย

แค่ขาดคำว่า 'พ่อ' ไปคำเดียว ไม่ถือว่าเอาเปรียบกันหรอกน่า

เมื่อคิดได้ดังนั้น หนิงเสี่ยวเทียนจึงหันหน้าเข้าหาพรหมยุทธ์เบญจมาศ โค้งตัวเล็กน้อย วางมือขวาทาบที่หน้าท้อง แล้วคำนับในแบบที่ศิษย์พึงกระทำต่ออาจารย์

"แม้จะเป็นเช่นนั้น แต่ท่านพ่อมักพร่ำสอนข้าเสมอว่า พระคุณที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้นั้นมิอาจลืมเลือน ผู้อาวุโสเบญจมาศยินดีถ่ายทอดความรู้เภสัชศาสตร์ชั่วชีวิตให้แก่ข้า นับเป็นบุญคุณอันใหญ่หลวง! การที่ศิษย์จะเรียกท่านว่า 'ท่านอาจารย์' นั้นเป็นสิ่งที่สมควรแล้วขอรับ"

กล่าวจบ หนิงเสี่ยวเทียนยังคงค้างอยู่ในท่าคำนับ

ผู้อาวุโสเบญจมาศทำตัวไม่ถูก สีหน้าดูลำบากใจเล็กน้อย จนต้องหันไปมองพรหมยุทธ์มารอสูรที่อยู่ข้างกาย

สมแล้วที่เป็นผีเฒ่าฝ่ายรุก ส่วนกวนเบญจมาศเป็นฝ่ายรับ!

พรหมยุทธ์มารอสูรลูบคาง มองหนิงเสี่ยวเทียนอย่างลึกซึ้ง จากนั้นจึงหันไปพยักหน้าให้พรหมยุทธ์เบญจมาศ

หากพรหมยุทธ์เบญจมาศรับหนิงเสี่ยวเทียนเป็นศิษย์ ก็ถือว่าภารกิจดึงตัวที่ปิปีตงมอบหมายมานั้นสำเร็จลุล่วง ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยสายสัมพันธ์นี้ ตำแหน่งของพรหมยุทธ์เบญจมาศในสำนักวิญญาณยุทธ์ย่อมมั่นคงยิ่งขึ้นในอนาคต

ถือว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว

เมื่อได้รับแรงสนับสนุน พรหมยุทธ์เบญจมาศก็ยิ้มแก้มปริ รีบยื่นมือไปประคองหนิงเสี่ยวเทียนให้ลุกขึ้น แล้วกล่าวอย่างมีความสุขว่า "ดี... ดี... เด็กดี! ข้าตกลง รีบลุกขึ้นเถิด"

ข้าเองก็มีลูกศิษย์แล้ว... พรหมยุทธ์เบญจมาศเก็บความดีใจไว้ไม่อยู่ เขานั่งยองๆ ลง ให้หนิงเสี่ยวเทียนขี่หลัง แล้วกล่าวอย่างร่าเริงว่า "วันนี้อาจารย์จะแบกเจ้าขึ้นเขาเอง ผีเฒ่า ตามมา!"

สิ้นเสียง ร่างของพรหมยุทธ์เบญจมาศก็พลิ้วไหวราวกับสายลมฤดูใบไม้ผลิ ทะยานมุ่งหน้าสู่คฤหาสน์บนยอดเขา

เห็นดังนั้น พรหมยุทธ์มารอสูรก็รีบตามไปติดๆ

อะไรกันเนี่ย... หนิงเสี่ยวเทียนรู้สึกท่วมท้นไปด้วยความเมตตา

อาจารย์ผู้นี้ดูเหมือนจะเป็นคนดีไม่น้อย... ความอบอุ่นสายหนึ่งแล่นพล่านในใจของหนิงเสี่ยวเทียนอย่างบอกไม่ถูก และเขาก็ไม่รู้สึกกระดากใจที่จะเรียกพรหมยุทธ์เบญจมาศว่า 'ท่านอาจารย์' อีกต่อไป

ไม่นานนัก หนิงเสี่ยวเทียนก็ขี่หลังพรหมยุทธ์เบญจมาศมาถึงยอดเขาอย่างทุลักทุเล

เมื่อหันมองไป พื้นที่โล่งกว้างขวางก็ปรากฏแก่สายตา ต้นไม้ใหญ่ขนาดห้าคนโอบยืนตระหง่านแผ่กิ่งก้านสาขา ภายใต้ร่มเงาไม้นั้นคือเรือนหลังน้อยอันวิจิตรบรรจง

ตัวเรือนล้อมรอบด้วยรั้ว มีเถาวัลย์เขียวขจีพันเกี่ยวไปมา ถัดเข้าไปด้านในคือลานกว้างที่เต็มไปด้วยแปลงดอกไม้นานาพันธุ์ เหลือเพียงทางเดินเล็กๆ ไว้ตรงกลาง

ดอกไม้ใบหญ้าในแปลงเหล่านี้มีสีสันสดใสละลานตา หลายชนิดหนิงเสี่ยวเทียนไม่รู้จักด้วยซ้ำ คาดว่าน่าจะเป็นของสะสมสุดหวงแหนของพรหมยุทธ์เบญจมาศ

พรหมยุทธ์เบญจมาศแบกหนิงเสี่ยวเทียนมาหยุดที่หน้าเรือน ค่อยๆ เดินผ่านประตูเข้าไปยังห้องชั้นใน ซึ่งเต็มไปด้วยชั้นหนังสืออัดแน่นไปด้วยตำรา คาดว่าน่าจะมีหลายร้อยเล่ม

เมื่อวางหนิงเสี่ยวเทียนลง พรหมยุทธ์เบญจมาศก็ชี้ไปยังชั้นหนังสือในห้อง "เทียนเอ๋อร์ นี่คือตำราเภสัชศาสตร์ที่อาจารย์รวบรวมไว้ ส่วนหนึ่งเป็นมรดกตกทอดจากตระกูลที่ข้าได้เรียบเรียงใหม่ และอีกส่วนคือสิ่งที่อาจารย์เสาะหามาจากทั่วแผ่นดินตลอดหลายปีที่ผ่านมา"

"นอกจากนี้ อาจารย์และผีเฒ่ามีหน้าที่ในสำนักวิญญาณยุทธ์ คือการช่วยเหล่าศิษย์ที่มีพรสวรรค์หาวงแหวนวิญญาณ ตำราบนชั้นหนังสือข้างๆ นี้ ล้วนเกี่ยวข้องกับสัตว์วิญญาณทั้งสิ้น"

"อาจารย์ได้จัดตารางเรียนตลอดหนึ่งปีของเจ้าไว้แล้ว ในช่วงเช้า เจ้าจะต้องอ่านตำราเหล่านี้ในห้องนี้ หากมีสิ่งใดไม่เข้าใจ สามารถถามอาจารย์ได้ตลอดเวลา"

"ส่วนช่วงบ่าย แม้เจ้าจะยังไม่ปลุกวิญญาณยุทธ์ แต่การบำเพ็ญเพียรก็มิอาจละเลยได้ ดังนั้นในช่วงเวลานั้น อาจารย์และผีเฒ่าจะคอยชี้แนะการฝึกฝนให้แก่เจ้า"

"อ้อ จริงสิ ยังมีศิษย์อัจฉริยะของสำนักวิญญาณยุทธ์อีกสามคนที่จะมาร่วมฝึกฝนกับเจ้าในช่วงบ่าย พรุ่งนี้อาจารย์จะพาเจ้าไปทำความรู้จักกับพวกเขา"

"และในยามค่ำ อาจารย์จะเตรียมสมุนไพรแช่ตัวให้เจ้า สูตรของข้านั้นยอดเยี่ยมยิ่งกว่าของสำนักหอแก้วเจ็ดสมบัติของเจ้าเสียอีก..." พรหมยุทธ์เบญจมาศกล่าวด้วยความมั่นใจ

หนิงเสี่ยวเทียนคาดไม่ถึงว่าพรหมยุทธ์เบญจมาศจะใส่ใจเขาถึงเพียงนี้ จัดการทุกอย่างไว้ให้อย่างละเอียดลออ เขาจึงรู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งนัก "ถ้าเช่นนั้นคงต้องรบกวนท่านอาจารย์แล้วขอรับ"

"ดูเหมือนว่าการไปเยือน 'ธาราสองขั้ว' ในอนาคต ข้าคงต้องพิจารณาเผื่อแผ่ถึงพรหมยุทธ์เบญจมาศด้วยเสียแล้ว" หนิงเสี่ยวเทียนครุ่นคิดอย่างรอบคอบ "ตัวอย่างเช่น 'เบญจมาศสวรรค์กำมะหยี่' ซึ่งมีต้นกำเนิดเดียวกัน น่าจะช่วยยกระดับวิญญาณยุทธ์ของท่านอาจารย์ให้ก้าวหน้าไปอีกขั้นได้"

"เอาล่ะ ไปกันเถอะ!" พรหมยุทธ์เบญจมาศโบกมือให้พรหมยุทธ์มารอสูร เป็นเชิงบอกให้ทำตามสบาย

เขาตบไหล่หนิงเสี่ยวเทียนเบาๆ น้ำเสียงอ่อนโยน "อาจารย์จะพาเจ้าไปดูห้องพักก่อน เจ้าพักผ่อนสักครู่ ข้าจะไปเตรียมสมุนไพรสำหรับแช่ตัวคืนนี้ให้เจ้า"

"ขอรับ ท่านอาจารย์!" หนิงเสี่ยวเทียนรับคำอย่างว่าง่าย

พรหมยุทธ์มารอสูรมีเส้นเลือดปูดโปนขึ้นเต็มหน้าผาก ก่อนจะเดินออกจากประตูไปเงียบๆ

จบบทที่ บทที่ 24 ย้ายเข้าสำนักวิญญาณยุทธ์

คัดลอกลิงก์แล้ว