- หน้าแรก
- ยุทธการตีซี้ผู้ยิ่งใหญ่ในแดนวิญญาณ
- บทที่ 23 หูเลี่ยโนะ ดวงตาคู่นั้นช่างงดงามเหลือเกิน!
บทที่ 23 หูเลี่ยโนะ ดวงตาคู่นั้นช่างงดงามเหลือเกิน!
บทที่ 23 หูเลี่ยโนะ ดวงตาคู่นั้นช่างงดงามเหลือเกิน!
บทที่ 23 หูเลี่ยโนะ ดวงตาคู่นั้นช่างงดงามเหลือเกิน!
หลังจากเข้าเมืองมาได้ไม่นาน หนิงเสี่ยวเทียนและหนิงเฟิงจื้อก็ได้พักผ่อนเพียงชั่วครู่ ทางสำนักวิญญาณยุทธ์ก็ส่งคนมาแจ้งให้ระดับสูงของแต่ละทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันไปรวมตัวกัน
"กะแล้วเชียว เรื่องแบบนี้ไม่ว่าจะอยู่โลกไหนก็หนีไม่พ้นสินะ!" หนิงเสี่ยวเทียนถอนหายใจในใจพลางมองส่งหนิงเฟิงจื้อและพรหมยุทธ์ดาบเดินจากไป
ไปถึงที่นั่นก็คงทำได้แค่นั่งฟังพวกผู้ใหญ่อวยกันไปมา โม้เหม็นว่านักเรียนของสำนักตนเก่งกาจเพียงใด น่าเบื่อจะตายชัก!
หนิงเสี่ยวเทียนขอเลือกเป็น 'เด็กติดบ้าน' ดีกว่า
และในเวลาเดียวกัน เขาก็ถูกสั่งห้ามออกไปไหนด้วย!
ตอนนี้เมืองวิญญาณยุทธ์มีผู้คนร้อยพ่อพันแม่ แม้จะมีทหารยามคอยตรวจตรา แต่ใครจะรับประกันได้ว่าจะไม่ไปเจอพวกไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเข้า
ไม่มีสิทธิมนุษยชนเอาเสียเลย... หนิงเสี่ยวเทียนรู้สึกปลงตก ได้แต่หยิบขนมบนโต๊ะมากินรองท้อง แล้วนั่งขัดสมาธิบนเตียง สองมือกุมดาบ ตั้งสมาธิ 'ขัดเกลาความหน้าด้าน' ของตนต่อไป
ห้องเก็บเสียงดีเยี่ยม หนิงเสี่ยวเทียนจึงไม่ต้องกลัวใครมารบกวน
ตกเย็น หนิงเฟิงจื้อกลับมาพร้อมแจ้งข่าวว่าการแข่งขันจะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้ ไม่มีเรื่องสำคัญใดต้องหารือกันอีก ทุกคนจึงแยกย้ายกลับห้องพักผ่อน!
หนิงเสี่ยวเทียนยังคง 'ขัดเกลาความหน้าด้าน' ต่อไป
เช้าวันรุ่งขึ้น...
หนิงเสี่ยวเทียนเดินตามบิดาและผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ ไปยังตำแหน่งที่นั่งตามลำดับ ในฐานะหนึ่งในสามสำนักใหญ่แห่งแผ่นดิน สำนักหอแก้วเจ็ดสมบัติย่อมมีสถานะสูงส่ง ที่นั่งที่จัดเตรียมไว้ให้จึงยอดเยี่ยมสมฐานะ ทั้งสะดวกสบาย อยู่ในชัยภูมิที่ดี และมองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกล
สิ่งเดียวที่ทำให้หนิงเสี่ยวเทียนรู้สึกประดักประเดิดอยู่บ้าง คือสายตาของผู้เข้าแข่งขันจากสำนักต่างๆ
พวกเขาเอาแต่ชำเลืองมองมาที่หนิงเสี่ยวเทียนโดยไม่มีสาเหตุ ถ้าเป็นผู้ชายก็แค่ส่งสายตาสงสัยใคร่รู้ แต่พวกผู้หญิงนี่สิ หน้าแดงระเรื่อ ส่งสายตาหวานเชื่อมมาให้ไม่หยุดหย่อน
"นี่สินะ ความรู้สึกของการเป็นลูกเศรษฐีไฮโซ?" หนิงเสี่ยวเทียนยังคงรักษามาดนิ่ง หรี่ตามองราวกับผู้เจนจัด...
ต้องขอชมเชยเลยว่า ดีไซเนอร์ออกแบบชุดของแต่ละสำนักนั้นเป็นมืออาชีพมาก ช่วงคอเสื้อช่างตัดเย็บได้อย่างงดงามเหลือเกิน
เมื่อยืนอยู่บนที่สูงมองลงไปเบื้องล่าง ทิวทัศน์ตรงหน้าช่างเปรียบได้ดั่งบทกวี 'มองข้างเป็นสันเขา มองหน้าเป็นยอดดอย; ใกล้ไกลสูงต่ำ ล้วนแตกต่าง'!
ตูม... ตูม... ตูม...
หนิงเสี่ยวเทียนสะดุ้งตื่นจากภวังค์
เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นแสงเจ็ดสีพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า แล้วระเบิดออกเป็นวงแหวนแสงเจิดจรัส!
นี่คงเป็นพลุฉลองเวอร์ชันโต้วหลัวสินะ!
แต่ทว่าพลุเหล่านี้เกิดจากพลังวิญญาณ จึงไม่เป็นอันตรายใดๆ ซึ่งดีกว่าพลุในชาติก่อนของเขามาก ที่สวยแค่แวบเดียวแล้วทิ้งไว้แต่ฝุ่นควันและกลิ่นฉุนกึก!
เพียงชั่วอึดใจ แสงพลุก็หยุดลงกะทันหัน...
ทันใดนั้น ขบวนแห่อันเคร่งขรึมก็เดินเรียงแถวออกมาจากประตูใต้รูปปั้นทูตสวรรค์หกปีก ฝีเท้าก้าวเดินอย่างรวดเร็วและพร้อมเพรียง แม้แต่เครื่องแต่งกายก็ยังเป็นระเบียบเรียบร้อยไม่มีที่ติ
และผู้นำขบวนที่เดินอยู่หน้าสุด...
คือ ปิปีตง!
นางสวมมงกุฎทองคำม่วงเก้าโค้งบนศีรษะ มือถือคทาทองคำยาวประมาณสองเมตรที่ฝังอัญมณีสีม่วงนับไม่ถ้วน
ผิวขาวเนียนละเอียด ใบหน้าสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ และรูปร่างอันงดงามของนาง อยู่ในชุดคลุมยาวสีม่วงอ่อนที่ประดับประดาด้วยอัญมณีระยิบระยับ ชายกระโปรงลากยาวไปกับพื้น
สูงส่ง สง่างาม สงบนิ่ง... คำชื่นชมใดๆ ก็คงไม่เพียงพอจะบรรยายความงามของปิปีตงในยามนี้
เคร้ง...
เมื่อหยุดเดิน ปิปีตงหมุนตัวกลับ ชายกระโปรงสะบัดพริ้ว คทาทองคำกระแทกลงบนพื้นเกิดเสียงดังกังวาน
ทุกคนรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ซ่านเข้ามา สายตาที่มองตรงไปข้างหน้าต้องหลุบลงโดยอัตโนมัติ เสียงอื้ออึงรอบข้างเงียบกริบลงในพริบตา
"ทุกท่าน สำนักวิญญาณยุทธ์ขอต้อนรับ..."
เวรเอ้ย... หนิงเสี่ยวเทียนตัวสั่นเทา สีหน้าเจื่อนลงทันที เปลือกตาเริ่มจะปิดลงรอมร่อ
สุนทรพจน์เปิดงานบ้าบอนี่...
ยังคงมีอิทธิพลควบคุมความง่วงในสมองของเขาได้อย่างชะงัดนัก!
หนิงเสี่ยวเทียนถอนหายใจในใจ ก่อนจะเบนสายตาอย่างเบื่อหน่ายผ่านปิปีตงที่กลายร่างเป็น 'ผอ.ปิปีตง' ไปมองเด็กสาวน่ารักที่ยืนอยู่ด้านหลังนาง
เด็กสาวสวมชุดหนังรัดรูปสีเงินขาว ผมสั้นสีส้มล้อมกรอบใบหน้ารูปไข่ที่ดูแก้มป่องเหมือนเด็กน้อย นางตัวไม่สูงนัก ประมาณ 150 เซนติเมตร และดูผอมบางเล็กน้อย
เมื่อเหลือบมองไปที่หน้าอกของนาง ดวงตาของหนิงเสี่ยวเทียนก็เป็นประกายขึ้นมา
เมื่อมองให้ชัด เด็กสาวดูจะมีท่าทีขัดเขินอยู่บ้าง จมูกโด่งรั้นจิ้มลิ้ม ริมฝีปากสีเชอร์รี่เม้มแน่น ใบหน้าแดงระเรื่อ มือเล็กๆ กุมประสานกัน นิ้วชี้เกี่ยวกันไปมาเป็นวงกลม นางคงเพิ่งเคยเข้าร่วมพิธีการแบบนี้เป็นครั้งแรก
เพียงแต่โครงหน้าของนางดูคล้ายเด็กผู้ชายอยู่บ้าง และมีความคล้ายคลึงกับเด็กชายตัวสูงกว่าที่ยืนอยู่ข้างๆ อย่างน่าประหลาด
ถึงกระนั้น เด็กสาวก็นับเป็นคนงามหายาก โดยเฉพาะดวงตาคู่นั้นที่ดูราวกับระลอกคลื่น พราวเสน่ห์โดยธรรมชาติ ชวนให้หลงใหล
หนิงเสี่ยวเทียนไม่เคยเห็นดวงตาเช่นนี้มาก่อน เด็กสาวยิ้มบางๆ ดวงตาหงส์โค้งลงเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวคว่ำ สะท้อนแสงดาวระยิบระยับ ราวกับดวงตาคู่นั้นพูดได้
"นี่คงจะเป็น หูเลี่ยโนะ สินะ! คนเดียวที่มีคุณสมบัติยืนอยู่หลังปิปีตงได้ก็คือนาง! ส่วนคนที่ยืนข้างๆ ที่หน้าตาคล้ายกันมาก นั่นคงเป็นพี่เขยของข้า เซี่ยเยว่ สินะ?"
อุ๊ย... ทำไมข้าถึงเรียกเขาแบบนั้นล่ะเนี่ย...
ข้าช่างเป็นคนซื่อสัตย์จริงๆ!
"ส่วนไอ้หนุ่มร่างยักษ์ทำตัวนักเลง ผมแดงทรงขัดใจแม่นั่น! ไม่ต้องเดาเลย ต้องเป็น เยี่ยน ไอ้หนุ่มขี้ประจบอันดับหนึ่งแห่งทวีปโต้วหลัวแน่นอน!"
ไม่รู้ทำไม หนิงเสี่ยวเทียนรู้สึกถูกชะตากับเซี่ยเยว่และอยากเข้าไปตีสนิท แต่พอเหลือบไปเห็นเยี่ยน เขากลับรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาตงิดๆ!
ถ้าไม่อยากมอง ก็ไม่ต้องมอง!
จะไปสู้สาวงามได้ยังไง... หนิงเสี่ยวเทียนเบนสายตากลับมาที่หูเลี่ยโนะ โดยเฉพาะดวงตาคู่นั้นที่ทำให้เขาอยากมองซ้ำแล้วซ้ำอีก
...
ปิปีตงกล่าวสุนทรพจน์จบ หน้าจอด้านบนเริ่มแสดงตารางการแข่งขัน ซึ่งหมายความว่าการแข่งขันกำลังจะเริ่มต้นขึ้น!
หนิงเฟิงจื้อละสายตากลับมา เตรียมจดจ่อกับการแข่งขัน
เขาเหลือบมองไปด้านข้าง เห็นลูกชายกำลังหรี่ตามองอะไรบางอย่าง...
หนิงเฟิงจื้อมองตามสายตานั้นไป มันคือเด็กสาวตัวเล็กที่ยืนอยู่ด้านหลังปิปีตง
ลูกข้าโตเป็นหนุ่มแล้วสินะ... หนิงเฟิงจื้อรู้สึกโล่งใจ แต่สีหน้ากลับดูแปลกพิกล เขาอดไม่ได้ที่จะยื่นมือออกไป
เขกกะโหลก!
"???" หนิงเสี่ยวเทียนหันขวับกลับมา สิ่งที่เห็นคือสายตากึ่งยิ้มกึ่งบึ้งของหนิงเฟิงจื้อ ใบหน้าเล็กๆ ของเขาแดงซ่านขึ้นมาทันที
"ท่านพ่อ... ลูกแค่รู้สึกว่าดวงตาของแม่นางคนนั้นดูแปลกตาดี เลยเผลอมองนานไปหน่อยขอรับ!" หนิงเสี่ยวเทียนแก้ตัวเสียงอ่อย
หนิงเฟิงจื้อเองก็มองไปและพยักหน้ารับรู้
จากนั้นเขาหันกลับมาและกระซิบว่า "การแข่งขันจะเริ่มแล้ว ตั้งใจดูการแข่งขันให้ดี มันจะเป็นประโยชน์ต่อเจ้า!"
"ขอรับ!" หนิงเสี่ยวเทียนพยักหน้า จัดท่านั่งให้เรียบร้อย และเริ่มจดจ่อกับเวทีประลอง ผู้ที่สามารถมาถึงจุดนี้ได้ล้วนเป็นศิษย์ระดับหัวกะทิจากสำนักต่างๆ การใช้ทักษะวิญญาณและเทคนิคการแก้ทางของพวกเขาช่างน่าเรียนรู้ยิ่งนัก
หนิงเสี่ยวเทียนดูอย่างตั้งใจ สังเกตรายละเอียดการต่อสู้ของนักเรียนแต่ละคน เขาจมดิ่งไปกับมัน สมองแล่นไปตามการปะทะเบื้องล่าง คาดคะเนและอนุมานผลลัพธ์ไม่หยุดหย่อน
วิชาหมัดมวย 'งูๆ ปลาๆ' ของเขาสำเร็จแค่ขั้นพื้นฐาน แต่การตอบสนองในการต่อสู้จริงยังต้องอาศัยการสังเกตและฝึกฝนเพิ่มเติมอีกมาก
...
การแข่งขันดำเนินไปถึงสามวันเต็ม และในที่สุด สำนักวิญญาณยุทธ์ก็ยังคงคว้าชัยชนะไปครอง
หนิงเสี่ยวเทียนได้รับประโยชน์มากมายตลอดสามวันนี้ ได้เรียนรู้เทคนิคการใช้ทักษะและการแก้ทางคู่ต่อสู้มากมาย เขาเพียงแค่ต้องฝึกฝนและทบทวนให้แม่นยำยิ่งขึ้นเมื่อมีโอกาสในอนาคต
"ข้าคงต้องอยู่ที่สำนักวิญญาณยุทธ์ไปอีกสักปี! จนกว่าวิญญาณยุทธ์จะตื่นและดูดซับวงแหวนวิญญาณวงแรกเสร็จ!" หนิงเสี่ยวเทียนรู้สึกอาลัยอาวรณ์เล็กน้อยขณะมองส่งหนิงเฟิงจื้อและพรหมยุทธ์ดาบเดินทางกลับ
หนิงเฟิงจื้อต้องรีบกลับไปเข้าเฝ้าจักรพรรดิเสวี่ยเย่เพื่อรายงานเรื่องที่หนิงเสี่ยวเทียนจะอยู่ศึกษาต่อที่สำนักวิญญาณยุทธ์ ส่วนจะแต่งเรื่องหลอกเสวี่ยเย่อย่างไรนั้น ไม่ใช่เรื่องที่หนิงเสี่ยวเทียนต้องกังวล!