- หน้าแรก
- ยุทธการตีซี้ผู้ยิ่งใหญ่ในแดนวิญญาณ
- บทที่ 13 การรักษา
บทที่ 13 การรักษา
บทที่ 13 การรักษา
บทที่ 13 การรักษา
"หากต้องการขจัดพิษในกายของฮูหยินให้สิ้นซาก หนทางเดียวคือต้องใช้วิชาลับทำลายวิญญาณยุทธ์ของนางเสียก่อน จากนั้นจึงสลายพลังวิญญาณทั้งหมด เพื่อหยุดยั้งมิให้พิษดูดซับพลังวิญญาณ..."
"นี่คือการระงับการแพร่กระจายของพิษจากต้นตอ!"
"ด้วยวิธีนี้เท่านั้น ข้าจึงจะสามารถรับประกันได้ว่าจะดูดซับพิษทั้งหมดออกจากร่างของฮูหยินได้ โดยที่พิษเหล่านั้นจะไม่ตีกลับไปทำร้ายร่างของนาง"
"หากข้าเพียงแค่สลายพลังวิญญาณของนาง ในระหว่างขั้นตอนที่ข้าดูดซับพิษ พิษที่หลงเหลืออยู่ย่อมดูดกลืนแก่นแท้แห่งวิญญาณยุทธ์ของฮูหยินเพื่อต่อต้านข้าเป็นแน่!"
"และด้วยสภาพร่างกายของฮูหยินในยามนี้ นางคงไม่อาจทนรับความเสียหายจากการต่อต้านของพิษร้ายได้ไหว"
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ ปิปีตงหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย
"มิหนำซ้ำ พิษในกายของฮูหยินยังแพร่กระจายไปทั่วร่าง และกำลังจะกัดกินสมองและหัวใจ!"
"ท่านเจ้าสำนักหนิง ท่านมีเวลาตัดสินใจอย่างมากที่สุดเพียงหนึ่งชั่วยามเท่านั้น! หากชักช้า เกรงว่าจะสายเกินแก้"
สิ้นคำกล่าว ปิปีตงก็นิ่งเงียบ นั่งตัวตรงรอคอยคำตอบจากหนิงเฟิงจื้อ
"ข้าเข้าใจแล้ว..." สีหน้าของหนิงเฟิงจื้อเต็มไปด้วยความซับซ้อน แต่เขามิได้ลังเลแม้แต่น้อย รีบประกาศทางเลือกของตนทันที "รบกวนองค์สังฆราชลงมือเถิด!"
ปิปีตงไม่เอ่ยสิ่งใดอีก นางลุกขึ้นยืน ขยับเก้าอี้ออกเล็กน้อย ก่อนจะโบกมือส่งสัญญาณให้ทุกคนถอยห่างออกไป จากนั้นจึงโคจรพลังวิญญาณและเรียกวิญญาณยุทธ์ออกมา!
มันคือวิญญาณยุทธ์ประเภทแมงมุมที่มีรูปลักษณ์ดุร้ายและน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก!
ร่างกายสีม่วงเข้มเปล่งประกายวาววับดั่งโลหะ ดวงตาทรงกลมสีม่วงสว่างหกข้างเรียงรายเป็นระเบียบ จ้องมองสะกดวิญญาณ ขาแมงมุมยาวแปดข้างเกี่ยวพันกันดุจใบมีดที่ถูกลับจนคมกริบ
ลำตัวและบริเวณรอบเขี้ยวปกคลุมด้วยหนามแหลมคมถี่ยิบ แสงเย็นเยียบที่สะท้อนออกมานั้นดูแหลมคมราวกับพร้อมจะฉีกกระชากสิ่งมีชีวิตใดๆ ที่บังอาจเข้าใกล้
นี่คือวิญญาณยุทธ์สัตว์สายโจมตีที่รุนแรงอย่างแท้จริง
หนิงเสี่ยวเทียนเคยเพียงแต่ได้ยินกิตติศัพท์มาก่อน แต่วันนี้เมื่อได้เห็นกับตาตนเองเป็นครั้งแรก เขาถึงได้เข้าใจความรู้สึกหวาดกลัวจนขนหัวลุก แรงกดดันที่แผ่ออกมาจากวิญญาณยุทธ์นี้ช่างรุนแรงเหลือเกิน
ดังนั้น เขาจึงถอดใจ!
เขารรีบขยับกายถอยห่างจากปิปีตงออกไปอีก!
สมศักดิ์ศรีวิญญาณยุทธ์สัตว์ระดับสูงสุดของแผ่นดิน และที่สำคัญคือ ปิปีตงมีครอบครองถึงสองอย่าง! สุดยอดไปเลย! หนิงเสี่ยวเทียนผู้เคยอ่านต้นฉบับรู้ดีว่า ปิปีตงยังมีวิญญาณยุทธ์อีกอย่างที่เรียกว่า 'จักรพรรดิแมงมุมแห่งความตาย' ซึ่งก็เป็นวิญญาณยุทธ์สัตว์ระดับสูงสุดเช่นกัน!
ทว่า รูปลักษณ์ของวิญญาณยุทธ์นี้ช่างดูชั่วร้ายอย่างแท้จริง และปิปีตงในยามนี้ก็ดูชั่วร้ายอย่างยิ่ง!
แม้ร่างกายของนางจะถูกปกคลุมด้วยชุดคลุมสีดำ
แต่ส่วนเว้าส่วนโค้งของนางยังคงน่าทึ่ง!
คนอื่นๆ ที่เห็นร่างวิญญาณยุทธ์ของปิปีตงต่างก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่แผ่ออกมา สีหน้าของพวกเขาฉายแววตื่นตะลึง พลางทอดถอนใจในความลึกล้ำของการบำเพ็ญเพียรของปิปีตง
ในขณะเดียวกัน หลังจากที่ปิปีตงสำแดงวิญญาณยุทธ์ สีหน้าของนางก็เคร่งเครียดขึ้นเล็กน้อย เพราะสิ่งที่นางกำลังจะทำต่อไปนี้ก็นับว่าอันตรายต่อตัวนางเองไม่น้อย
"สะกดวิญญาณ!"
ปิปีตงส่งเสียงร้องต่ำ วิญญาณยุทธ์จักรพรรดิแมงมุมไล่วิญญาณที่ด้านหลังตอบสนองทันที ยื่นขาแมงมุมคู่หน้าทั้งแปดออกมาด้วยความเร็วสูงเพื่อสัมผัสจุดต่างๆ บนร่างกายของจางฟางหัว ภาพนี้ทำให้ทุกคนตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว!
พวกเขากลัวว่าขาแมงมุมเหล่านั้นจะหยุดยั้งไม่ทัน และทิ่มแทงทะลุร่างของจางฟางหัวไป!
ทันทีที่ขาแมงมุมแตะถึงตำแหน่งที่กำหนด แววตาของปิปีตงพลันคมกริบ! ทุกคนมองเห็นแสงสีม่วงประหลาดเปล่งออกมาจากปลายขาแมงมุมเหล่านั้น!
เมื่อแสงนี้ปรากฏขึ้น ร่างของจางฟางหัวบนเตียงก็ค่อยๆ ถูกปกคลุมด้วยวงแหวนแสงสีม่วง
ขณะที่วงแหวนแสงสีม่วงค่อยๆ แผ่ขยายออกไป ทุกคนสัมผัสได้ชัดเจนว่าพิษที่มีลักษณะคล้ายใยแมงมุมบนใบหน้าของจางฟางหัว ราวกับได้พบเจอศัตรูตามธรรมชาติที่น่าสะพรึงกลัว มันเริ่มหดตัวกลับอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งถอยร่นไปอยู่ที่บริเวณลำคอ และสีของมันก็จางลง!
เพียงไม่กี่อึดใจ สีหน้าของจางฟางหัวก็ดูผ่อนคลายขึ้นมากเมื่อพิษถอยร่นไป ไร้ซึ่งร่องรอยความเจ็บปวดทรมานดั่งก่อนหน้า
เมื่อเห็นว่าพิษหดตัวกลับและหยุดการแพร่กระจาย สีหน้าของปิปีตงยังคงไร้วี่แววของความโล่งใจ กลับยิ่งเคร่งขรึมขึ้นกว่าเดิม กระทั่งมีเม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นบนหน้าผากขาวเนียนของนาง!
เมื่อเห็นดังนั้น สีหน้าของทุกคนก็พลอยเคร่งเครียดตามไปด้วย บางคนถึงกับกลั้นหายใจ! เห็นได้ชัดว่าการรักษาของปิปีตงได้ดำเนินมาถึงขั้นตอนที่สำคัญที่สุดแล้ว!
"ชักนำวิญญาณ!"
ริมฝีปากของปิปีตงขยับเล็กน้อย ส่งเสียงร้องแผ่วเบาออกมาอีกครั้ง ดวงตาที่เดิมเป็นสีม่วงกลับเปล่งประกายเรืองรองจางๆ!
สิ้นเสียงของปิปีตง ปลายขาแมงมุมที่วางอยู่บนหน้าผากของจางฟางหัวพลันเกิดแรงดูดมหาศาลปะทุขึ้น!
พร้อมกับการเกิดขึ้นของแรงดูดนี้ สีหน้าเจ็บปวดทรมานปรากฏขึ้นบนใบหน้าของจางฟางหัวอีกครั้ง ราวกับนางกำลังพยายามต่อต้านบางสิ่ง
เมื่อเห็นสถานการณ์แปลกประหลาดนี้
ทุกคนจากสำนักหอแก้วเจ็ดสมบัติต่างตื่นตระหนก ร่างกายเกร็งเขม็ง หนิงเสี่ยวเทียนยิ่งร้อนรน มือเล็กๆ ของเขากุมประสานกันแน่น
พรหมยุทธ์เบญจมาศและพรหมยุทธ์มารอสูรที่อยู่ข้างๆ เห็นสีหน้าผิดปกติของคนจากสำนักหอแก้วเจ็ดสมบัติ เกรงว่าคนเหล่านี้จะกระทำการบุ่มบ่ามรบกวนปิปีตง จึงรีบขยับตัวมายืนขวางเบื้องหน้าปิปีตงทันที
เมื่อเห็นการกระทำที่รีบเร่งของเยว่กวนและกุ่ยเม่ย หนิงเสี่ยวเทียนและคนอื่นๆ จึงได้สติและสงบลง แต่ความกังวลบนใบหน้ามิได้ลดทอน กลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น!
เมื่อเห็นว่าทุกคนสงบลงและไม่ทำการใดบุ่มบ่าม เยว่กวนและกุ่ยเม่ยก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่ยังคงท่าทีระวังป้องกันไว้ไม่คลาย!
และทางด้านปิปีตง...
ความเปลี่ยนแปลงกะทันหันก็เกิดขึ้นเช่นกัน
แสงสีแดงประหลาดปรากฏขึ้นฉับพลันบนหน้าผากของจางฟางหัว แสงสีแดงนี้ยิ่งนานยิ่งเจิดจ้าบาดตา
เพียงชั่วเวลาไม่กี่อึดใจ แสงสีแดงนี้ก็ขยายใหญ่ขึ้นเท่าหัวแม่มือ แล้วระเบิดความร้อนแรงอันมหาศาลออกมา!
พร้อมกับการปรากฏของกลิ่นอายความร้อนระอุ อุณหภูมิภายในห้องก็พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว!
ขณะที่อุณหภูมิในห้องสูงขึ้นเรื่อยๆ ทุกคนรู้สึกราวกับอยู่ในห้องอบไอน้ำ เหงื่อกาฬไหลพรากออกจากรูขุมขนบนใบหน้าไม่ขาดสาย
ปิปีตงซึ่งอยู่ใกล้แสงสีแดงที่สุด ในยามนี้ร่างชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อหอม เส้นผมที่หลุดลุ่ยข้างขมับแนบสนิทไปกับผิวขาวผ่อง ดวงตาหงส์เรียวยาวสั่นไหวระริก ขนตางอนงามมีหยดน้ำเกาะพราว
ใบหน้างดงามแดงระเรื่อ มองจากระยะไกลดูราวกับดรุณีแรกแย้มที่เพิ่งขึ้นจากน้ำ
แม้จะสวมชุดคลุมสีดำตัวโคร่ง แต่ส่วนโค้งเว้าด้านหน้าชุดคลุมและสัดส่วนกลมกลึงบนเก้าอี้ยังคงเผยให้เห็นรูปร่างอันงดงาม
หนิงเสี่ยวเทียนเพียงแค่ชำเลืองมองนางแวบหนึ่งแล้วรีบละสายตา ในช่วงเวลานี้ นางได้กลืนกินเชียนสวินจีไปแล้ว การบำเพ็ญเพียรของนางน่าจะถึงระดับราชทินนามพรหมยุทธ์ หากเขาถูกจับสังเกตได้และทำให้การรักษาท่านแม่ต้องหยุดชะงัก หนิงเสี่ยวเทียนคงไม่มีโอกาสแม้แต่จะร้องไห้!
โชคดีที่แม้ปิปีตงจะแสดงอาการขัดเขินเล็กน้อย แต่นางไม่ได้เสียสมาธิแม้แต่น้อย สายตายังคงจดจ้องไปที่แสงสีแดงบนหน้าผากของจางฟางหัวอย่างแน่วแน่
หนิงเสี่ยวเทียนมองจากระยะไกล เห็นแสงสีแดงที่เดิมมีขนาดเท่าหัวแม่มือนั้นไหลเวียน เปลี่ยนรูป สั่นไหว ขยายตัว และควบแน่นอยู่ตลอดเวลา...
ผ่านไปหนึ่งก้านธูป แสงสีแดงนี้ค่อยๆ ก่อตัวเป็นรูปร่างชัดเจนท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคน กลายเป็นวัตถุคล้ายหินทรงกลมที่มีลักษณะเหมือนลาวาที่กำลังคุกรุ่น
เมื่อ 'วัตถุคล้ายหิน' นี้ปรากฏขึ้น อุณหภูมิในห้องก็พุ่งสูงขึ้นอีกครั้งในพริบตา!
ในเวลาเดียวกัน สีหน้าของปิปีตงก็ยิ่งเคร่งเครียดถึงขีดสุด!
เม็ดเหงื่อละเอียดบนจมูกโด่งรั้นของนางผุดพรายหนาแน่นขึ้น ค่อยๆ รวมตัวเป็นหยดน้ำขนาดเท่าเมล็ดถั่วเขียว ไหลรินลงมาตามแก้มสู่ปลายคาง ก่อนจะหยดลงสู่พื้น แตกกระเซ็นเป็นละอองจางๆ