เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 ข้ามีนามว่าหวงเสี่ยวหู่ (เสือน้อยเหลือง) อาศัยอยู่ ณ เขาชุ่ยเวย

บทที่ 27 ข้ามีนามว่าหวงเสี่ยวหู่ (เสือน้อยเหลือง) อาศัยอยู่ ณ เขาชุ่ยเวย

บทที่ 27 ข้ามีนามว่าหวงเสี่ยวหู่ (เสือน้อยเหลือง) อาศัยอยู่ ณ เขาชุ่ยเวย


บทที่ 27 ข้ามีนามว่าหวงเสี่ยวหู่ (เสือน้อยเหลือง) อาศัยอยู่ ณ เขาชุ่ยเวย

เมื่อถูกสายตาอันไม่เป็นมิตรสองคู่ของพระถังซัมจั๋งและซุนหงอคงจ้องมอง โดยเฉพาะเมื่อได้ฟังบทสนทนาของทั้งสอง หวงเสี่ยวหู่ก็รู้สึกเย็นยะเยือกที่แผ่นหลังโดยไร้สาเหตุ

เขารู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ ว่าตัวเองกำลังจะสูญสลายไปในวินาทีถัดไป

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อครู่นี้ตอนที่เขาเอ่ยปาก เขาได้ปลดปล่อย 'อำนาจเสือ' อันน่าเกรงขาม ซึ่งเป็นอิทธิฤทธิ์ร้ายกาจที่บำเพ็ญเพียรมานานหลายร้อยปี โดยปกติแล้ว มนุษย์ธรรมดาเมื่อเผชิญกับอำนาจเสือของเขา จะต้องแข้งขาอ่อนแรง ตัวชาดิก จนต้องคุกเข่าลงกับพื้นเพื่อร้องขอชีวิตทันที

ต่างกับสองคนนี้ที่ดูเหมือนอำนาจเสือของเขาจะไร้ผลโดยสิ้นเชิง

"หรือว่าข้าหวงเสี่ยวหู่ ลงจากเขามาปล้นครั้งแรกหลังจากสำเร็จวิชาเทพ ก็จะมาเจอของแข็งเข้าให้แล้ว?"

"ช่างซวยอะไรเช่นนี้!"

ปีศาจเสือหวาดกลัวจับใจ พอเห็นปีศาจลิงหยิบไม้พลองขึ้นมาจากพื้น เขาก็นึกถึงวิชาเอาตัวรอดที่ผู้เฒ่าในภูเขาเคยสั่งสอนไว้ ซึ่งว่าเป็นเคล็ดลับที่ไม่ถ่ายทอดให้คนนอก

โดยไม่ต้องคิดให้มากความ เขาทิ้งตัวลงคุกเข่าต่อหน้าซุนหงอคงและพระถังซัมจั๋งทันที

"ท่านเซียนลิง ท่านเซียนโล้น ปีศาจน้อยผู้นี้ผิดไปแล้วขอรับ!"

"ปีศาจน้อยไม่ได้ตั้งใจจะกินพวกท่านจริงๆ แค่อยากขู่เอาเงินสักหน่อย เพื่อนำไปถวาย 'ราชามังกรเงิน' แห่งลำธารเหยี่ยวโศกเท่านั้นเอง"

"ได้โปรดเถิด ท่านผู้เฒ่าทั้งสอง เห็นแก่ที่ปีศาจน้อยเพิ่งทำผิดครั้งแรก และไม่เคยทำร้ายชีวิตมนุษย์มาก่อน โปรดไว้ชีวิตปีศาจน้อยด้วยเถิด!"

"หือ...?"

ซุนหงอคงมองดูปีศาจเสือที่โก่งก้นคุกเข่าอ้อนวอนขอชีวิต สีหน้าของเขาพลันแปรเปลี่ยนเป็นความประหลาดใจเล็กน้อย

เขามีเนตรอัคคี ย่อมแยกแยะได้ว่าสิ่งที่ปีศาจเสือพูดเป็นความจริงหรือเท็จ

แม้เจ้าปีศาจตนนี้จะมีไอปีศาจ แต่กลับไร้ซึ่งกลิ่นอายอาฆาตแค้น แสดงว่าเขาไม่เคยกินคนจริงๆ อย่างที่ปากว่า

แต่พูดตามตรง เขาเคยเจอปีศาจไม่กินคนมาเยอะ แต่ตลอดชีวิตพันกว่าปี เขาไม่เคยเจอปีศาจเสือที่หน้าด้านและคุกเข่าได้รวดเร็วปานสายฟ้าแลบขนาดนี้มาก่อน

โดยทั่วไป เสือที่เพิ่งบำเพ็ญเพียรได้ร้อยกว่าปีจนกลายร่างเป็นปีศาจ มักจะมีความเข้าใจโลกที่บิดเบี้ยว เพราะพวกมันเคยชินกับการเป็นผู้ล่าสูงสุดในห่วงโซ่อาหาร

พูดให้ดูดีหน่อยก็คือมีราศีน่าเกรงขามดั่งราชา พูดแบบขวานผ่าซากก็คือพวกหัวร้อน บุ่มบ่าม ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม เจอใครก็พุ่งเข้าใส่ ชนะก็ได้กินเนื้อ แพ้ก็ถูกกิน

ต้องรอให้บำเพ็ญเพียรไปสักสี่ห้าร้อยปี โดยเฉพาะหลังจากควบคุมพวกบริวารภูตผี (ผีสมิง) ได้แล้ว ปีศาจเสือถึงจะเริ่มเจ้าเล่ห์เพทุบายขึ้น

แต่ชัดเจนว่า เจ้าหมอนี่ที่อยู่ตรงหน้าคือพวกผ่าเหล่า

ไม่ว่าจะมองมุมไหน ซุนหงอคงก็ไม่รู้สึกว่าเจ้านี่เหมือนเสือเลยสักนิด

"ฮิฮิ เจ้าปีศาจน้อยนี่น่าสนใจดีนี่?"

ซุนหงอคงโยนไม้พลองที่พระถังซัมจั๋งให้มาทิ้งไปข้างๆ อย่างไม่ใส่ใจ หัวเราะเบาๆ แล้วนั่งลงบำเพ็ญเพียรของตนต่อ

เขาวางตำแหน่งตัวเองชัดเจน เขาเป็นแค่ฝ่ายบู๊ ส่วนจะฆ่าหรือไม่ฆ่า ให้พระถังซัมจั๋งเป็นคนตัดสินใจ

"เมื่อกี้เจ้าเรียกอาตมาว่าอะไรนะ?"

พระถังซัมจั๋งกำหมัดขนาดเท่ากระสอบทราย แล้วเดินยิ้มร่าเข้าไปหาปีศาจเสือ

"เจ้าโล้น... แค่กๆ ท่านเซียน ไว้ชีวิตข้าด้วย!"

"เป็นหวงเสี่ยวหู่เองที่มีตาหามีแววไม่ ล่วงเกินท่านเซียนผู้ยิ่งใหญ่ ขอแค่ท่านละเว้นชีวิตหวงเสี่ยวหู่ หวงเสี่ยวหู่ยินยอมเป็นวัวเป็นม้า รับใช้ท่านอย่างถวายหัว!"

"นอกจากนี้ หวงเสี่ยวหู่ยังรู้วิชาลอกคราบ หากท่านเซียนลิงต้องการ หวงเสี่ยวหู่ยินดีถลกหนังเสือของตัวเองถวายท่านเซียนลิงเป็นของกำนัลพบหน้าขอรับ"

พูดจบ หวงเสี่ยวหู่ก็แปลงกาย แล้วทำการลอกคราบหนังเสือของตัวเองออกมาจริงๆ

ในขณะที่ตัวเขาเองมีท่าทีอ่อนแรง ขนาดตัวหดเล็กลงไปถนัดตา แต่ยังคงคุกเข่าบนพื้นอย่างนอบน้อม รอคอยการตัดสินใจของพระถังซัมจั๋ง

"นี่มัน...!"

พระถังซัมจั๋งถึงกับอึ้งไปเล็กน้อยกับภาพที่เห็น

เจ้าปีศาจเสือตัวนี้มันจะรู้ทางลมดีเกินไปแล้ว!

เล่นถ่อมตัวยอมศิโรราบขนาดนี้ จะให้เขาทำใจฆ่าลงได้ยังไงกัน!

หวงเสี่ยวหู่สัมผัสได้ว่าจิตสังหารบนร่างของพระถังซัมจั๋งเริ่มจางลง ในใจก็ลิงโลดด้วยความดีใจ

ในฐานะเสือที่ถูกเลี้ยงดูโดยจิ้งจอกเฒ่าตาบอดมาตั้งแต่เล็ก สิ่งที่หวงเสี่ยวหู่ได้ยินจิ้งจอกเฒ่าพร่ำสอนมากที่สุดก็คือวิธีเอาตัวรอดเมื่อเจอกับยอดฝีมือ

ตอนเด็กๆ จิ้งจอกเฒ่ามักบังคับให้เขาท่องจำคำประจบสอพลอต่างๆ นานา บังคับให้เรียนวิชาลอกคราบงู และกำชับหนักแน่นว่าห้ามกินคนเด็ดขาด

ตอนนั้น หวงเสี่ยวหู่หงุดหงิดมาก รู้สึกว่าตนเป็นถึงราชาแห่งสัตว์ป่าผู้ยิ่งใหญ่ ทำไมต้องมาทำตามกฎหยุมหยิมพวกนี้ มันช่างไร้สาระสิ้นดี

แต่ตอนนี้ เมื่อได้สัมผัสกับกลิ่นอายอันทรงพลังที่แผ่ออกมาจากพระถังซัมจั๋ง เขาถึงกับซูฮกในวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของจิ้งจอกเฒ่าอย่างหมดใจ

นาทีนี้ เขาอยากจะมีปากสักสองปาก จะได้ช่วยกันประจบสอพลอพระถังซัมจั๋งให้ทันใจ

พระถังซัมจั๋งมองปีศาจเสือที่หมอบกราบอยู่แทบเท้า โขกศีรษะขอชีวิตไม่หยุด เขากำหมัดแน่น แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ชกออกไป

ปีศาจเสือตนนี้ไม่มีไอแห่งบาปจริงๆ แสดงว่าไม่เคยกินคน เขาจะฆ่ามันเพียงเพราะมันเรียกเขาว่า 'เจ้าโล้น' ก็คงไม่ได้กระมัง?

"อีกอย่าง เจ้านี่ดูเหมือนจะรู้เรื่องราวที่ลำธารเหยี่ยวโศกด้วย"

ความคิดในหัวของพระถังซัมจั๋งแล่นเร็ว ในที่สุดเขาก็คลายพลังหมัดลง แล้วเอ่ยถาม "ไหนลองบอกมาซิว่าเจ้ามาจากไหน และสังกัดถ้ำปีศาจไหน?"

ช่วงนี้เขาได้ฟังซุนหงอคงเล่าเรื่องกฎเกณฑ์ในหมู่ปีศาจมาเยอะ จึงพอรู้วิธีไต่สวนปีศาจน้อยจากป่าเขาพวกนี้

เมื่อได้ยินดังนั้น หวงเสี่ยวหู่ก็รีบแนะนำตัวอย่างว่าง่ายทันที

"ปีศาจน้อยชื่อหวงเสี่ยวหู่ อาศัยอยู่ที่เขาชุ่ยเวยใกล้ๆ นี่แหละขอรับ ปีศาจน้อยไม่ได้สังกัดถ้ำปีศาจใด ข้าบำเพ็ญเพียรอยู่ในเขากับผู้เฒ่าของข้า เมื่อสองปีก่อนผู้เฒ่าหมดอายุขัย หลังจากส่งศพท่านแล้ว ข้าก็ตั้งใจจะลงจากเขาเพื่อหาถ้ำปีศาจสักแห่งเข้าร่วม เพื่อสานฝันให้เป็นจริง"

"เมื่อไม่นานมานี้ ข้าได้ข่าวว่าราชามังกรเงินแห่งลำธารเหยี่ยวโศกได้บรรลุเป็นเซียนปีศาจ และได้ชักธงรวบรวมเหล่าปีศาจ ปีศาจน้อยเลยอยากจะลองไปเสี่ยงโชคดู"

"ติดตรงที่ไม่มีของกำนัลดีๆ ติดมือไป ก็เลยจำใจต้องใช้วิธีสิ้นคิด มาดักปล้นกลางทางที่ตีนเขานี้เพื่อหาของกำนัล นึกไม่ถึงว่ารอมาตั้งสองเดือน ดันมาเจอท่านเซียนผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสองเข้านี่แหละขอรับ"

หวงเสี่ยวหู่พูดจาฉะฉาน ระดับสติปัญญาดูจะสูงกว่าปีศาจน้อยทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด

เมื่อพระถังซัมจั๋งได้ยินว่ามีปีศาจใหญ่บรรลุเป็นเซียนปีศาจปรากฏตัวที่ลำธารเหยี่ยวโศก ใจเขาก็เต้นแรง หรี่ตาลงเล็กน้อย

"ราชามังกรเงินผู้นั้น เป็นเผ่าพันธุ์ใด?"

พระถังซัมจั๋งเอ่ยถาม

"ได้ยินว่าเป็นเจียว (มังกรวารี) สีขาวขอรับ!"

หวงเสี่ยวหู่ตอบเสียงเบา

"สีขาว... มังกรวารี?"

"นั่นมันมังกรขาวน้อย (ม้าขาว) ไม่ใช่เหรอ!"

"ช่างประจวบเหมาะอะไรเช่นนี้!"

พระถังซัมจั๋งดีใจจนเนื้อเต้น

ยังไงซะระบบของเขามันก็ปัญญาอ่อนอยู่แล้ว เขาไม่สนหรอกว่ามังกรขาวน้อยตัวนี้จะเป็นตัวจริงหรือเปล่า ขอแค่จับมาเป็นพาหนะให้ได้ก่อนก็พอ

"พี่ลิง เจ้าคิดว่าไง?" พระถังซัมจั๋งหันไปถามซุนหงอคง

"แม้ข้าจะไม่ได้สนใจลำธารเหยี่ยวโศกมาหลายร้อยปีแล้ว แต่น้ำที่นั่นแม้จะลึกแต่ก็เป็นแหล่งน้ำขนาดเล็ก พลังวิญญาณก็เบาบางยิ่งนัก"

"ในอดีต มังกรขาวน้อยก็ถูกเนรเทศมาลำบากที่นั่น"

"แม้เขาจะเคยบำเพ็ญเพียรที่นั่นจนอาจมีไอมังกรหลงเหลืออยู่บ้าง แต่เป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีมังกรวารีที่บรรลุธรรมถือกำเนิดขึ้นที่นั่น"

"หลวงจีน ข้าว่าเรื่องนี้มีเงื่อนงำ ระวังจะตกหลุมพรางเอานะ"

ซุนหงอคงแสยะยิ้ม

"อย่างนั้นรึ!"

พระถังซัมจั๋งลูบคางครุ่นคิดเมื่อได้ยินเช่นนั้น แล้วหันไปมองหวงเสี่ยวหู่ที่กำลังแอบฟังบทสนทนาของพวกเขาอยู่

"พี่ลิง เมื่อกี้หวงเสี่ยวหู่บอกว่าที่นั่นมีการชักธงรวบรวมปีศาจไม่ใช่เหรอ?"

"งั้นเอาแบบนี้ไหม เราแกล้งทำเป็นปีศาจน้อยที่ต้องการไปสวามิภักดิ์ เพื่อเข้าไปสืบดูสถานการณ์ก่อน ดีไหม?"

พระถังซัมจั๋งกล่าวพร้อมรอยยิ้ม

จบบทที่ บทที่ 27 ข้ามีนามว่าหวงเสี่ยวหู่ (เสือน้อยเหลือง) อาศัยอยู่ ณ เขาชุ่ยเวย

คัดลอกลิงก์แล้ว