เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 ทำลายล้างง่ายดายดั่งหั่นผักปลา

บทที่ 9 ทำลายล้างง่ายดายดั่งหั่นผักปลา

บทที่ 9 ทำลายล้างง่ายดายดั่งหั่นผักปลา


บทที่ 9 ทำลายล้างง่ายดายดั่งหั่นผักปลา

"พระป่า?"

หลวงจีนชราบนบัลลังก์ประธานในห้องโถงขมวดคิ้วแน่นขึ้นเมื่อได้ยินคำนี้ ไม่รู้ทำไม จู่ๆ ภาพของพระหนุ่มที่เขาเคยเห็นผ่านห่วงตรึงปีศาจเมื่อไม่กี่วันก่อนที่หมู่บ้านวัดเสือก็ผุดขึ้นมาในหัว

"คงไม่ใช่หมอนั่นหรอกมั้ง?"

ทันทีที่ความคิดนี้แวบเข้ามาในสมอง ร่างที่อาบด้วยแสงสีทองก็ปรากฏขึ้นที่หน้าประตูโถงใหญ่

"อ้าว ท่านนี่เอง!"

"บังเอิญจังเลยนะ!"

พระถังซัมจั๋งเดินย่างสามขุมเข้ามาในโถงใหญ่ ใบหน้าฉีกยิ้มกว้าง

"เจ้ากล้าบุกรุกวัดฮั่วเซิงของข้า ช่างไม่เห็นศาสนาพุทธอยู่ในสายตาเลยจริงๆ!"

หลวงจีนชรามองพระถังซัมจั๋งด้วยความประหลาดใจ ราวกับอยากรู้ว่าใครให้ท้ายพระป่าไร้หัวนอนปลายเท้าผู้นี้ถึงได้กล้าบ้าบิ่นขนาดนี้

คนผู้นี้ทำลายห่วงตรึงปีศาจที่อาณาจักรพุทธประทานให้ต่อหน้าต่อตาเขาเมื่อสองวันก่อน ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่ เขาได้รายงานเรื่องนี้ไปยังเบื้องบนเรียบร้อยแล้ว

อีกไม่นาน ทางอาณาจักรพุทธคงส่งคนลงมาตรวจสอบเรื่องนี้

เขาไม่คิดเลยว่านอกจากเจ้านี่จะไม่รีบหนีไปซ่อนตัวจากสายตาของพวกพุทธองค์แล้ว ยังกล้าบุกมาถึงถิ่นวัดฮั่วเซิงของเขาอย่างหน้าด้านๆ

ช่างโอหังเสียจริง

"อมิตาพุทธ!"

"โบราณว่าไว้ ปีศาจร้ายและมารนอกรีตเป็นภัยที่ทุกคนต้องช่วยกันกำจัด ในเมื่ออาตมารู้ว่าท่านหลงผิดเข้าสู่วิถีมาร ในฐานะผู้สืบทอดแห่งพุทธองค์ ย่อมไม่อาจนิ่งดูดายได้"

พระถังซัมจั๋งพนมมือ กล่าววาจาชอบธรรมด้วยสีหน้าเคร่งขรึม พร้อมเอ่ยนามพระพุทธเจ้า

"เจ้าเป็นตัวอะไรนะ?"

"ผู้สืบทอดแห่งพุทธองค์?"

หลวงจีนชราตาเบิกกว้างทันทีที่ได้ยิน ราวกับฟังเรื่องตลกที่สุดในชีวิต แล้วก็ระเบิดเสียงหัวเราะลั่นออกมา

ทันใดนั้น เสียงหัวเราะก็หยุดชะงักลง สายตาจ้องเขม็งไปที่พระถังซัมจั๋งด้วยจิตสังหารรุนแรง ตวาดก้อง "พระป่าอวดดี! การที่เจ้าบุกมารุกรานวัดฮั่วเซิงก็นับเป็นโทษมหันต์แล้ว นี่เจ้ายังกล้าแอบอ้างเป็นศิษย์แห่งพุทธองค์อีก ช่างไม่เจียมกะลาหัวเอาเสียเลย"

"ห้าร้อยปีมานี้ ไม่เคยมีใครกำแหงเท่าเจ้ามาก่อน"

"เหล่าศิษย์ทั้งหลาย ถึงเวลาแสดงอานุภาพแห่งพุทธะปางดุร้ายให้มันได้เห็นแล้ว"

สิ้นคำสั่งหลวงจีนชรา เหล่าพระสงฆ์กว่าหกสิบรูปที่กำลังนั่งทำท่าเคร่งขรึมศึกษาพระธรรมคัมภีร์อยู่ในโถงใหญ่ ก็หันขวับมามองพระถังซัมจั๋งด้วยสายตาเย็นชาพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย

ไม่เพียงเท่านั้น ขณะที่หันมา ไอปีศาจทมิฬก็พวยพุ่งออกมาจากร่าง ศีรษะของพวกเขาแปรเปลี่ยนเป็นหัวสัตว์ร้ายนานาชนิด ทั้งหมาป่า แมลง เสือ และเสือดาวในชั่วพริบตา

"ฮ่ะ!"

"อาตมาบอกแล้วว่าที่นี่เต็มไปด้วยปีศาจร้ายและมารนอกรีต ดูท่าจะไม่เสียเที่ยวจริงๆ!"

พระถังซัมจั๋งไร้ซึ่งความหวาดกลัว แสงสีทองบนร่างกลับยิ่งส่องสว่างเจิดจ้าและรุนแรงขึ้น

"โฮก!"

ชายร่างยักษ์หัวเสือกระโจนเข้าใส่พระถังซัมจั๋งเป็นรายแรก

"ตู้ม!"

สิ่งที่รอต้อนรับมันอยู่คือหมัดอันทรงพลังของพระถังซัมจั๋ง เจตจำนงแห่งความไร้เทียมทานถูกเร่งเร้าถึงขีดสุด

หัวของชายร่างยักษ์หัวเสือระเบิดกระจายในหมัดเดียว ไม่ต่างจากเสือที่หมู่บ้านวัดเสือเลย

ทว่า เหล่าพระหัวปีศาจรอบข้างกลับไร้ซึ่งความกลัว แสงแห่งพุทธะจางๆ ไหลเวียนรอบกาย สายตาเย็นชาจับจ้องพระถังซัมจั๋งราวกับมองคนตาย

พระรูปที่สองที่มีหัวเป็นแพะพุ่งเข้าใส่อย่างรวดเร็ว

แต่พระถังซัมจั๋งคว้าเขาไว้ได้ แล้วทุ่มลงพื้นเสียงดังสนั่น

ชั่วพริบตา แผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่น ราวกับโถงใหญ่ทั้งหลังสั่นไหว พระหัวแพะถูกบดขยี้กลายเป็นกองเนื้อเละๆ คาที่

รายที่สาม สี่ ห้า...

พระหัวปีศาจเจ็ดแปดรูปดาหน้าเข้ามาโจมตี บ้างกอดขา บ้างรัดเอว ตรึงร่างพระถังซัมจั๋งไว้จนขยับไม่ได้

"ครืน!"

แต่วินาทีถัดมา แสงสีทองก็ระเบิดออกจากร่างพระถังซัมจั๋ง

ร่างกายของเขาขยายใหญ่ขึ้นตามสายลม กลายเป็นยักษ์ขนาดย่อมสูงกว่าสามเมตรในพริบตา เริ่มแรกเขากางมือใหญ่ทุบพระสองรูปตรงหน้าจนกลายเป็นเศษเนื้อ จากนั้นก็บิดเอวส่งแรงเหวี่ยง ร่างของพระที่เหลือก็กระเด็นกระดอนออกไปคนละทิศละทาง

ทว่าก่อนที่ร่างเหล่านั้นจะตกถึงพื้น แสงสีทองก็พุ่งออกจากร่างพระถังซัมจั๋งอีกครั้ง กลายเป็นเงาหมัดระยิบระยับ

"ผลัวะ ผลัวะ ผลัวะ!"

พระหัวปีศาจที่ลอยคว้างอยู่กลางอากาศถูกเงาหมัดบดขยี้จนกลายเป็นหมอกเลือดในชั่วพริบตา

"ฮ่าฮ่า!"

"สะใจ!"

"เข้ามาอีก!" พระถังซัมจั๋งฉีกยิ้มหัวเราะร่า คราวนี้ไม่รอให้พวกพระหัวปีศาจที่เหลือตั้งตัว เขาเป็นฝ่ายพุ่งเข้าหาเอง

"ปัง ปัง ปัง!"

"ครืน!"

นอกโถงใหญ่ ซุนหงอคงมองผ่านประตูบานใหญ่ เห็นพระถังซัมจั๋งผู้ไร้เทียมทานกำลังไล่ฆ่าล้างบางปีศาจราวกับหั่นผักหั่นปลา อดไม่ได้ที่จะเบ้ปากเบาๆ

เขาสัมผัสได้ว่าพระถังซัมจั๋งแข็งแกร่งกว่าตอนที่จัดการปีศาจที่หมู่บ้านวัดเสือเมื่อสามวันก่อนมาก

"ตกลงไอ้พระรูปนี้มันยังไงกันแน่?"

"ในโลกนี้มีคนประหลาดขนาดนี้อยู่จริงๆ เหรอ?"

ซุนหงอคงแยกเขี้ยวยิงฟัน สีหน้าเต็มไปด้วยความงุนงง

"ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว!"

ทันใดนั้น หูของซุนหงอคงก็กระดิกได้ยินเสียงลม เขาเหยียดมือออกไปดึงกระแสลมมาดมฟุดฟิด แล้วสีหน้าก็ฉายแววตกตะลึงขึ้นมาทันที

นี่คือลมปราณที่เกิดจากการรวมตัวของพลังวิญญาณ โดยทั่วไปแล้ว การปรากฏของลมชนิดนี้หมายความว่าพลังวิญญาณโดยรอบหายไปอย่างกะทันหันด้วยเหตุผลบางอย่าง ทำให้เกิดแรงดันวิญญาณชั่วคราวในพื้นที่นั้น

คิดได้ดังนั้น ซุนหงอคงก็หันขวับไปมองพระถังซัมจั๋งในโถงใหญ่ทันที

เขากะพริบตา แสงสีทองวาบผ่านดวงตา แล้วเขาก็เห็นพายุหมุนพลังวิญญาณขนาดมหึมาหมุนวนรอบตัวพระถังซัมจั๋ง

พลังวิญญาณเหล่านั้นกำลังแย่งกันมุดเข้าสู่ร่างกายของพระถังซัมจั๋ง

"หมอนี่กำลังกลืนกินพลังวิญญาณจริงๆ ด้วย!"

"นี่เขาบำเพ็ญเพียรไปพร้อมกับต่อสู้เลยงั้นเหรอ?"

"หรือว่าเขาสามารถเพิ่มระดับการบำเพ็ญเพียรผ่านการต่อสู้ได้?"

ความตกตะลึงปรากฏชัดบนใบหน้าของซุนหงอคง

ต้องรู้ไว้ว่าตลอดหน้าประวัติศาสตร์ ผู้ที่มีพรสวรรค์ในการต่อสู้เช่นนี้มีเพียง 'บรรพชนเผ่าอู๋' สายเลือดผานกู่ที่สูญพันธุ์ไปแล้วเท่านั้น

ขนาดตัวเขาที่มีพรสวรรค์ล้ำเลิศ ยังทำแบบนี้ไม่ได้เลย

ตอนนั้นกว่าเขาจะบำเพ็ญเพียรจากลิงปีศาจจนกลายเป็นเซียนไท่อี่ ก็ต้องใช้เวลาตั้งสามปีเต็ม

"หรือว่าพระถังซัมจั๋งจะเป็นบรรพชนเผ่าอู๋?"

"แต่บรรพชนเผ่าอู๋ธรรมดาจะเก่งเว่อร์ขนาดนี้ได้ยังไง?"

"ลักษณะของหมอนี่เหมือนกับบรรพชนเผ่าอู๋ตอนกำเนิดที่บันทึกไว้ในตำราโบราณเปี๊ยบเลย"

ซุนหงอคงพึมพำกับตัวเอง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนก

บอกตามตรง แม้แต่ตัวเขาเองยังนับไม่ถ้วนว่าต้องตกใจกับพระถังซัมจั๋งไปกี่ครั้งแล้วในช่วงสองวันที่ผ่านมา

เป็นเพราะพระถังซัมจั๋งมักจะมีเรื่องเซอร์ไพรส์ใหม่ๆ มาให้เขาเห็นแทบทุกวัน

"ครืน!"

ในที่สุด พระหัวปีศาจตนสุดท้ายก็ถูกหมัดของพระถังซัมจั๋งระเบิดจนแหลก แสงสีทองบนร่างของเขายิ่งดูเจิดจ้าบาดตา เขาเดินย่างสามขุมตรงไปยังหลวงจีนชราบนแท่นสูง

"กำจัดแกเสร็จ การเดินทางของอาตมาก็จะสมบูรณ์!"

พระถังซัมจั๋งส่งยิ้มพิมพ์ใจให้หลวงจีนชรา

มุมปากของหลวงจีนชรากระตุกยิกๆ เขานั่งนิ่งทำท่าสงบ แต่สองมือที่สั่นเทานั้นได้ทรยศความรู้สึกของเขาไปหมดแล้ว

"แค่ก แค่ก!"

"ท่านกับข้าต่างก็อยู่ใต้ร่มเงาพุทธองค์ มาจากรากเหง้าเดียวกัน ไยต้อง...!"

หลวงจีนชรากำลังจะเอ่ยปากขอยอมแพ้ แต่ยังไม่ทันพูดจบ ฝ่ามือใหญ่ที่หุ้มด้วยแสงสีทองของพระถังซัมจั๋งก็ตบผัวะลงมา

"ผลัวะ!"

ระดับการบำเพ็ญเพียรของหลวงจีนชรากลับอ่อนแออย่างเหลือเชื่อ เขาถูกพระถังซัมจั๋งตบตายคาที่ในทีเดียว

"แค่นี้อะนะ?"

พระถังซัมจั๋งมองดูฝ่ามือตัวเองด้วยความงุนงง

อุตส่าห์นึกว่าจะได้สู้กันอย่างสูสีดุเดือดเลือดพล่าน?

ที่แท้ จนถึงตอนนี้ เขาเพิ่งจะแค่วอร์มอัพเสร็จเท่านั้นเอง!

จบบทที่ บทที่ 9 ทำลายล้างง่ายดายดั่งหั่นผักปลา

คัดลอกลิงก์แล้ว