เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 25: โม่ซาง

บทที่ 25: โม่ซาง

บทที่ 25: โม่ซาง


บทที่ 25: โม่ซาง

คนผู้นี้มีนามว่า 'กุมารพิษแมงป่อง' เขาคือเจ้าสำนักเจ็ดสังหาร ยอดฝีมือระดับขอบเขตวิญญาณว่างเปล่า ผู้มีพลังตบะแก่กล้าไม่ด้อยไปกว่าเจ้าสำนักโจวเต้าหยา

สองสำนักนี้เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาแต่ไหนแต่ไร

เมื่อเขาทราบว่าวันนี้เป็นวันประลองใหญ่ของสำนักเสวียนเยว่ เขาจึงรีบพาศิษย์รักบุกมาท้าประลองถึงที่ทันที

"เจ้ามาเพื่อท้าประลองรึ?" โจวเต้าหยามองกุมารพิษแมงป่องด้วยสายตาไม่เป็นมิตร

กุมารพิษแมงป่องยิ้มมุมปากโดยไม่เอ่ยคำ ความหมายนั้นชัดเจนอยู่ในตัวแล้ว

"ถ้าเช่นนั้น เชียนเยว่ เจ้าลองไปทดสอบดูหน่อยสิว่า 'เจ็ดศิษย์พิษ' ของสำนักพวกเขาเก่งกาจเพียงใด" โจวเต้าหยาหันไปสั่งตงฟางเชียนเยว่

"เจ้าค่ะ!"

ตงฟางเชียนเยว่เหาะขึ้นสู่ลานประลองยุทธ์ ชายเสื้อพลิ้วไหว กระบี่เงินถูกชักออกจากฝัก สายตาจับจ้องไปยังเจ็ดคนเบื้องหลังกุมารพิษแมงป่องด้วยความสงบนิ่ง

"จะเข้ามาทีละคน หรือจะเข้ามาพร้อมกันหมด?"

น้ำเสียงของนางราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความมั่นใจและกลิ่นอายอันน่าเกรงขาม

เหล่า 'เจ็ดศิษย์พิษ' ต่างแสดงสีหน้าเคร่งเครียด ไม่มีใครกล้าขยับตัว

กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากร่างของตงฟางเชียนเยว่นั้นแข็งแกร่งกว่าเมื่อก่อนมากนัก!

ข่าวลือที่ว่านางบรรลุขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิดแล้ว พวกเขาไม่เคยเชื่อ จนกระทั่งได้มาเห็นกับตาตนเองในวันนี้

ก่อนหน้านี้พวกเขาก็เอาชนะนางไม่ได้อยู่แล้ว ตอนนี้นางเลื่อนขั้นเป็นวิญญาณแรกกำเนิด การจะจัดการพวกเขาคงง่ายดายราวกับรังแกเด็กสามขวบ?!

สู้ไม่ได้แน่!

"หึหึ โจวเต้าหยา สำนักเสวียนเยว่ของเจ้าไม่มีคนอื่นนอกจากตงฟางเชียนเยว่แล้วหรือไง?

ศิษย์ใหม่ที่เจ้าเพิ่งรับเข้ามาพวกนี้ ล้วนแต่เป็นขยะทั้งนั้นเลยรึ?"

กุมารพิษแมงป่องกวาดตามองอาเซียวและคนอื่นๆ ด้วยสีหน้าดูแคลน

โจวเต้าหยารู้ทันเจตนาของอีกฝ่ายทันที

เจ้าเฒ่าพิษนี่รู้ดีว่าเจ็ดศิษย์พิษสู้เชียนเยว่ไม่ได้ จึงเบนเป้ามาเล่นงานศิษย์ใหม่เพื่อข่มขวัญสำนักเสวียนเยว่แทน

"โม่ซาง ออกมาดูซิว่าอัจฉริยะของสำนักเสวียนเยว่พวกนี้ มีใครพอจะเป็นคู่มือเจ้าได้บ้างไหม?"

กุมารพิษแมงป่องเอ่ยกับคนด้านหลัง

"ขอรับ"

เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น

ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาเดินออกมาจากด้านหลัง ริมฝีปากประดับรอยยิ้มชั่วร้ายที่มีเสน่ห์

เขากวาดตามองอาเซียวและคนอื่นๆ บนลานประลอง ส่ายหน้าอย่างผิดหวังแล้วเอ่ยว่า "อ่อนแอเกินไป ไม่มีใครคู่ควรให้ข้าลงมือสักคน"

ด้านล่างเวที

คิ้วของซูเสี่ยวไป๋ขมวดเข้าหากันทันทีที่เห็นโม่ซาง

"ทำไมเจ้านั่นถึงมาอยู่ที่นี่? ตามหลักแล้วมันยังไม่ถึงเวลาที่เขาจะปรากฏตัวไม่ใช่เหรอ?" เขาทำหน้างง

โม่ซาง ผู้มีกายาหินผาแต่กำเนิด ฟันแทงไม่เข้า ไฟเผาไม่ไหม้ พลังต่อสู้สูงล้ำ เขาคือศัตรูตัวฉกาจของอาเซียวในช่วงต้นเรื่อง

แต่ตามเนื้อเรื่องเดิม เขาควรจะปรากฏตัวตอนที่ 'แดนลับเก้าเนตร' เปิดออกไม่ใช่หรือ แล้วทำไมถึงโผล่มาก่อนเวลาแบบนี้?

ยิ่งไปกว่านั้น ใน "ตำราสวรรค์" ก็ไม่ได้ระบุเรื่องที่สำนักเจ็ดสังหารบุกมาท้าประลองสำนักเสวียนเยว่ด้วย

หรือว่าเรื่องนี้ไม่สำคัญ? หรือว่า "ตำราสวรรค์" มีข้อผิดพลาด?

ซูเสี่ยวไป๋ตกอยู่ในห้วงความคิด

อีกด้านหนึ่ง

"ท่านหัวหน้า ท่านช่างมีวิสัยทัศน์กว้างไกลจริงๆ ที่ส่งข่าวเรื่องการประลองใหญ่ของสำนักเสวียนเยว่ไปให้สำนักเจ็ดสังหาร

ไม่นึกเลยว่าพวกเขาจะเคลื่อนไหวรวดเร็วขนาดนี้ ขนคนมาทันทีเลย!"

"เจ้าโม่ซางนั่นเก่งกาจมาก แถมกายาหินผาของเขาก็เป็นดาวข่มหมัดเหยียนหวงของอาเซียว มันต้องแพ้ยับเยินแน่!"

"ความพ่ายแพ้ของอาเซียวจะทำให้สำนักเสวียนเยว่เสียหน้า และสุดท้ายความผิดทั้งหมดก็จะตกอยู่ที่มัน

จากนั้นมันก็จะหมดความสำคัญ และโอกาสที่เราจะลอบสังหารมันก็จะกลับมาอีกครั้ง!"

ลูกน้องคนหนึ่งมองชายหน้าบากด้วยความเลื่อมใสศรัทธา

"เอ่อ..." ชายหน้าบากเกาหัวแกรกๆ อย่างงุนงง จริงๆ แล้วเขาแค่ต้องการจะป่วนสำนักเสวียนเยว่เล่นๆ เท่านั้น

เขาคิดว่าอาเซียวตายไปแล้ว แต่พอนึกถึงอนาคตที่ต้องโดนจักรพรรดิหลิงเทียนไล่ฆ่า เขาก็รู้สึกแค้นเคือง เลยอยากจะเอาคืนสำนักที่เคยสังกัดก่อนหนีไป

ผลปรากฏว่าการกระทำที่ไม่ได้ตั้งใจกลับประสบความสำเร็จเกินคาด ดึงตัวศัตรูคู่อาฆาตของจักรพรรดิหลิงเทียนออกมาเร็วขึ้น กลายเป็นแผนการอันแยบยลไปซะงั้น!

"ฮ่าฮ่า ทำตัวให้เงียบๆ ไว้ เงียบๆ ไว้..." ชายหน้าบากเชิดหน้าขึ้นแล้วโบกมือปราม

ลูกน้องยิ่งเลื่อมใสหนักกว่าเดิม หัวหน้าของเรานอกจากจะฉลาดล้ำลึกแล้ว ยังถ่อมตัวสุดๆ!

...

เมื่อเผชิญกับคำดูถูกของโม่ซาง เหล่าศิษย์สำนักเสวียนเยว่ด้านล่างต่างส่งเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว

"เจ้าเป็นตัวอะไร กล้าดียังไงมาว่าอัจฉริยะของสำนักเสวียนเยว่อ่อนแอ!"

"อยากสู้ไม่ใช่เหรอ? งั้นก็จัดให้!"

"ใช่ สั่งสอนพวกมันให้รู้สำนึกซะบ้าง!"

ทุกคนด้านล่างเวทีเต็มไปด้วยความคับแค้นใจ โดนหยามถึงหน้าบ้านขนาดนี้ ใครจะไปยอม!

แม้แต่อาเซียวและคนอื่นๆ บนเวทีประลองก็มีสีหน้าดำทะมึน

"หึ ช่างเป็นเด็กรุ่นหลังที่อวดดีเสียจริง

ในเมื่อเจ้าอยากสู้ ข้าก็จะสนองให้!" โจวเต้าหยาตะโกนลั่น

"ในหมู่พวกเจ้า มีใครอาสาจะออกไปรับมือเจ้าเด็กนี่ไหม?" สายตาของเขากวาดมองอาเซียวและคนอื่นๆ

"ศิษย์ผู้นี้ขออาสาออกไปสู้ขอรับ!"

ชายร่างยักษ์ก้าวออกมาข้างหน้า

คนผู้นี้คือผู้ชนะอันดับที่ยี่สิบของการประลองใหญ่ ระดับพลังอยู่ขั้นที่แปดขอบเขตกลั่นลมปราณ กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ สามารถบีบหินก้อนใหญ่ให้แตกละเอียดได้ด้วยมือเปล่า พละกำลังมหาศาล

"ดี!" โจวเต้าหยาพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

"งั้นโม่ซาง เจ้าออกไปรับมือเขาหน่อย" กุมารพิษแมงป่องหันไปสั่งโม่ซางเช่นกัน

"ขอรับ"

ทั้งชายร่างยักษ์และโม่ซางก้าวขึ้นสู่เวที

เมื่อมองโม่ซางที่ตัวเตี้ยกว่าตนถึงหนึ่งช่วงศีรษะ ชายร่างยักษ์ก็แค่นเสียงเยาะ "ไอ้เตี้ย ระวังหัวจะแบะด้วยหมัดของบิดาเจ้าล่ะ"

"ฮึ!"

โม่ซางไม่พูดพร่ำทำเพลง ร่างกายของเขาเคลื่อนไหววูบไหาราวกับภูตผี ปรากฏตัวตรงหน้าชายร่างยักษ์ในพริบตา

"รนหาที่ตายชัดๆ!" ชายร่างยักษ์แสยะยิ้ม เขาเป็นสายพลังและเชี่ยวชาญการต่อสู้ระยะประชิด

เจ้านี่กล้าเข้ามาใกล้ขนาดนี้ เดี๋ยวจะได้เห็นดีกัน เขาจะทุบให้ตายในหมัดเดียว!

เขาเหวี่ยงหมัดออกไป กล้ามเนื้อที่ปูดโปนเกร็งตัว ฟาดเข้าใส่โม่ซางอย่างดุดัน!

เมื่อเผชิญกับการโจมตีอันรวดเร็วของชายร่างยักษ์ โม่ซางยังคงนิ่งสงบ เขาปล่อยหมัดสวนกลับไปเช่นกัน

กร๊อบ!

เสียงกระดูกหักดังก้อง

แขนของชายร่างยักษ์บิดเบี้ยวผิดรูปอย่างน่าสยดสยอง!

"อ๊าก!" เสียงกรีดร้องโหยหวนดังก้องไปทั่วลานประลอง

ตุบ!

โม่ซางเตะเข้าที่หน้าท้องของชายร่างยักษ์ ส่งร่างนั้นลอยละลิ่วกระเด็นไปตกกองอยู่แทบเท้าอาเซียวและคนอื่นๆ สลบเหมือดไปในทันที

ใบหน้าของทุกคนฉายแววหวาดผวา เขาจัดการยอดฝีมืออันดับยี่สิบจนพิการได้ในกระบวนท่าเดียว!

"ไร้น้ำยา" โม่ซางแค่นเสียงอย่างดูแคลน

"บัดซบ ข้าจะไปเอง!"

อันดับสิบเก้าทนดูไม่ไหว พุ่งตัวออกไปทันที!

...

ด้านล่างเวที ซูเสี่ยวไป๋ส่ายหน้าอย่างจนใจ

"เปล่าประโยชน์ ถึงแม้โม่ซางจะอยู่แค่ขั้นเจ็ดขอบเขตกลั่นลมปราณ แต่เขามีกายาหินผา การต่อสู้ข้ามระดับสำหรับเขาเป็นเรื่องง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก

แม้อาเซียวในตอนนี้ก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา ดูท่าสำนักเสวียนเยว่จะโดนบุกถล่มสำเร็จจริงๆ คราวนี้"

เขาหยิบไส้กรอกออกมานั่งกินอย่างสบายใจเฉิบ

ช่างปะไร ถึงโดนถล่มก็ไม่เกี่ยวกับเขา

ภาระหน้าที่ในการกอบกู้เกียรติยศของสำนักคงไม่ตกมาถึงมือศิษย์ไร้นามอันดับหนึ่งพันสองร้อยห้าสิบอย่างเขาหรอก

แค่นั่งดูละครฉากนี้ไปเรื่อยๆ ก็พอ

...

เป็นไปตามคาด

เหล่าศิษย์อัจฉริยะทยอยขึ้นไปทีละคน แต่ล้วนถูกโม่ซางจัดการจนหมอบกระแตภายในกระบวนท่าเดียว

แม้แต่ฉินเสี่ยวฉาน อันดับสองของการประลอง ก็ยังพ่ายแพ้หลังจากยื้อสู้ได้เพียงหนึ่งก้านธูป

ความหวังสุดท้ายของทุกคนจึงฝากไว้ที่อาเซียว หวังว่าแชมป์ของการประลองครั้งนี้จะกอบกู้ชัยชนะกลับมาให้ได้

ไม่อย่างนั้น หากสำนักเจ็ดสังหารบุกมาท้าประลองสำเร็จ แล้วข่าวแพร่งพรายออกไป ชื่อเสียงของสำนักเสวียนเยว่คงป่นปี้ไม่มีชิ้นดี!

จบบทที่ บทที่ 25: โม่ซาง

คัดลอกลิงก์แล้ว