เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26 ถ้าแม่สั่งก็ต้องทำ

บทที่ 26 ถ้าแม่สั่งก็ต้องทำ

บทที่ 26 ถ้าแม่สั่งก็ต้องทำ


บทที่ 26 ถ้าแม่สั่งก็ต้องทำ

"เจ้าหนู คนผู้นี้แข็งแกร่งมาก ตอนนี้เจ้าไม่น่าจะใช่คู่มือของเขา" ผู้อาวุโสหยวนเอ่ยเตือน

"ไม่เป็นไร วิถีแห่งการบำเพ็ญเพียรควรจะมุ่งตรงไปข้างหน้า จะมัวขี้ขลาดตาขาวได้อย่างไร? ถ้าแพ้จริงๆ ก็ค่อยกลับมาทวงคืนทีหลัง!"

แววตาของหลิงเซียวนั้นแน่วแน่ นี่คือคำสอนที่พี่เสี่ยวไป๋เคยพร่ำบอกเขา

ผู้อาวุโสหยวนพยักหน้าด้วยความโล่งใจ "การที่เจ้ามีจิตใจที่มั่นคงเช่นนี้ ถือเป็นเรื่องดีเยี่ยม"

"ข้าไปล่ะ!"

หลิงเซียวพุ่งตัวขึ้นสู่ลานประลอง เปลวเพลิงเหยียนหวงอันร้อนแรงลุกโชนทั่วร่าง แผ่พลังอำนาจที่น่าตื่นตะลึง!

"โอ้?" แววตาของโม่ซางฉายแววสนใจขึ้นมาเล็กน้อย

ในชั่วพริบตา ทั้งสองฝ่ายต่างพุ่งเข้าหากัน!

ตูม! ตูม! ตูม!

เพียงชั่วอึดใจ ทั้งสองแลกเปลี่ยนกระบวนท่ากันนับร้อยครั้ง!

พื้นลานประลองแตกกระจายทีละนิ้วจากแรงปะทะของการต่อสู้

ปัง!

จังหวะหนึ่ง ทั้งคู่แลกหมัดกันกลางอากาศ ก่อนจะดีดตัวถอยห่างออกจากกัน

หลิงเซียวถอยหลังไปเจ็ดก้าว ในขณะที่โม่ซางถอยไปเพียงห้าก้าว

"แฮ่ก!" หลิงเซียวหอบหายใจอย่างหนัก เห็นได้ชัดว่าสูญเสียพลังไปไม่น้อย

เขากำหมัดแน่น เปลวเพลิงเหยียนหวงมารวมตัวกันที่กำปั้น ก่อตัวเป็นตราประทับเวทมนตร์ลึกลับ ปลดปล่อยพลังอันน่าสะพรึงกลัว!

"หมัดเหยียนหวง! นั่นคือหมัดเหยียนหวง!"

"ตอนนั้นศิษย์พี่หลิงก็ใช้ท่านี้แหละเอาชนะฉินเสี่ยวฉานแล้วคว้าแชมป์มาได้!"

"ชัวร์ป้าบ! รอบนี้ชนะชัวร์!"

ฝูงชนด้านล่างส่งเสียงเชียร์กันอย่างเร่าร้อน

สีหน้าของโม่ซางเคร่งเครียดขึ้นมาทันที ท่าไม้ตายของหลิงเซียวทำให้เขารู้สึกถึงอันตรายอย่างรุนแรง!

เขาหลับตาลง ประสานมือเข้าหากัน ราวกับยอมจำนนเลิกต่อต้าน

แต่ฉับพลัน บนผิวหนังของเขาก็มีชั้นหินแข็งแกร่งผุดขึ้นมาปกคลุมทั่วร่าง!

"มั่นคงดั่งขุนเขา!"

เสียงอันสงบนิ่งดังขึ้น พร้อมกับร่างของโม่ซางที่แปรเปลี่ยนเป็นมนุษย์หินโดยสมบูรณ์!

"หมัด! เหยียน! หวง!"

หลิงเซียวพุ่งทะยานออกไป หมัดที่อัดแน่นด้วยเพลิงเหยียนหวงฟาดลงใส่โม่ซางดั่งดาวตก!

ครืนนน!

คลื่นกระแทกขนาดมหึมาระเบิดออกบนลานประลอง กวาดล้างไปทั่วทุกทิศทาง!

เมื่อฝุ่นควันจางลง ภาพภายในลานประลองก็ปรากฏแก่สายตา

หมัดของหลิงเซียวปะทะเข้ากับร่างของโม่ซาง ผิวหินแตกร้าวเป็นลายงาแต่ยังไม่ถึงกับแตกละเอียด

ทั้งสนามเงียบกริบ ไม่มีใครกล้าส่งเสียงแม้แต่แอะเดียว

ทันใดนั้น!

ดวงตาของโม่ซางก็เบิกโพลง!

"เจ้าใช้ท่าไม้ตายไปหมดแล้วใช่ไหม? คราวนี้ตาข้าบ้างล่ะ!"

ตึง!!!

เขาซัดฝ่ามือเข้าใส่หน้าอกของหลิงเซียวเต็มแรง!

อั่ก!

หลิงเซียวระเบิดเลือดสดๆ ออกมาคำโต ร่างปลิวกระเด็นออกจากลานประลองราวกับว่าวสายป่านขาด!

โจวเต้าหยาโบกมือวูบเดียว มืออากาศขนาดใหญ่ก็เข้ามารับร่างของหลิงเซียวไว้

"ขออภัยท่านเจ้าสำนัก ศิษย์... ศิษย์พ่ายแพ้แล้ว" หลิงเซียวกล่าวด้วยความละอายใจ

"ไม่เป็นไร ระดับพลังของเจ้ายังไม่สูงเท่าเขา เมื่อไหร่ที่เจ้ามีระดับพลังทัดเทียมกัน เขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจ้าแน่" โจวเต้าหยากล่าวปลอบใจ

"วะฮ่าฮ่าฮ่า! สำนักเสวียนเยว่อันยิ่งใหญ่ แต่กลับไม่มีใครใช้งานได้สักคน อัจฉริยะรุ่นใหม่ที่โดดเด่นที่สุดยี่สิบคนกลับถูกคนๆ เดียวจัดการเรียบ!"

"ข้าว่าสำนักเสวียนเยว่ของพวกเจ้าควรถอนตัวจากการเป็นหนึ่งในหกสำนักใหญ่ แล้วกลับบ้านไปทำไร่ไถนาซะเถอะ! อย่ามาขายขี้หน้าอยู่ที่นี่เลย!"

จอมพิษแมงป่องเยาะเย้ยเสียงดังลั่น

ทางด้านสำนักเสวียนเยว่ สีหน้าของเจ้าของยอดเขาแต่ละคนบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัด ถูกหยามกันขนาดนี้จะไม่ให้โกรธได้อย่างไร?!

แต่ผลลัพธ์ในวันนี้คือ อัจฉริยะหน้าใหม่ของสำนักเสวียนเยว่พ่ายแพ้ให้กับสำนักเจ็ดสังหารจนหมดสิ้น แถมยังแพ้ให้กับคนเพียงคนเดียวอีกด้วย

นี่เป็นความจริงที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลง

"วาจาของท่านออกจะเด็ดขาดเกินไปหน่อยกระมัง!"

ทันใดนั้น ตงฟางเชียนเยว่ก็ก้าวออกมา

จอมพิษแมงป่องมองนาง "แม่หนูน้อย วันนี้พวกข้าไม่ได้มาประลองกับเจ้า แต่แค่มาดูน้ำยาของพวกอัจฉริยะหน้าใหม่ของสำนักเจ้าต่างหาก? แต่ผลลัพธ์น่ะรึ? จุ๊ จุ๊ จุ๊ น่าผิดหวังจริงๆ"

จอมพิษแมงป่องยักไหล่

เขาไม่มีทางให้ใครไปสู้กับตงฟางเชียนเยว่แน่ๆ เพราะผลมันเห็นๆ กันอยู่

เขาแค่พุ่งเป้าไปที่ศิษย์ใหม่ และสำนักเสวียนเยว่ก็ไม่มีทางแก้เกมนี้ได้เลย

"ศิษย์ใหม่ของสำนักเสวียนเยว่มีมากมาย อัจฉริยะนับไม่ถ้วน คนบนเวทีเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ข้าสามารถสุ่มเลือกใครสักคนมาจัดการศิษย์เอกของท่านได้สบายๆ"

ตงฟางเชียนเยว่กล่าวด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม

สิ้นเสียงของนาง เหล่าศิษย์ด้านล่างต่างตื่นเต้นฮือฮาทันที

"ศิษย์พี่หญิงตงฟางต้องหาคนที่จัดการเจ้าโม่ซางนั่นได้แล้วแน่ๆ!"

"ศิษย์พี่หญิงตงฟางไม่มีทางพูดผิดหรอก!"

ซูเสี่ยวไป๋เองก็มองนางด้วยความอยากรู้อยากเห็น

เขานึกไม่ออกจริงๆ ว่าจะมีศิษย์ใหม่คนไหนที่เป็นคู่มือของโม่ซางได้

"โฮ่? งั้นข้าจะให้โอกาสพวกเจ้าท้าสู้อีกครั้ง เรียกคนที่เจ้าว่านั่นขึ้นมาสิ" จอมพิษแมงป่องกล่าวอย่างไม่ยี่หระ

ในสายตาเขา ตงฟางเชียนเยว่ก็แค่ปากแข็งไปอย่างนั้นเอง

"เอาล่ะ ศิษย์น้องทุกคนจงฟังให้ดี ข้าจะใช้กระบี่วิญญาณเป็นตัวนำทาง หากกระบี่ไปตกหน้าผู้ใด ผู้นั้นจงก้าวออกมาปกป้องศักดิ์ศรีของสำนักเรา!"

เสียงของตงฟางเชียนเยว่ดังก้องไปถึงหูทุกคน

เคร้ง!

กระบี่วิญญาณถูกชักออกจากฝัก นางดีดนิ้วใส่กระบี่โดยไม่แม้แต่จะมอง!

กระบี่วิญญาณพุ่งทะยานตรงไปยังโซนผู้ชมด้านล่างเวทีทันที

ทุกคนต่างจ้องมองกระบี่วิญญาณที่บินผ่านหัวพวกเขาไป มุ่งหน้าตรงไปยังต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง

ที่นั่น ชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังนอนเอกเขนกเอามือประสานท้ายทอย รับลมเย็นๆ อย่างสบายอารมณ์

ซูเสี่ยวไป๋ที่กำลังเพลิดเพลินกับสายลม เห็นกระบี่วิญญาณพุ่งตรงมาที่ตน ม่านตาก็ขยายกว้างทันที

"ฉิบหายแล้ว!"

เขารีบดีดตัวลุกขึ้นเตรียมจะเผ่นแน่บ

เรื่องเปลืองตัวแถมไม่ได้ตังค์อย่าง 'การสู้เพื่อสำนัก' เขาไม่เอาด้วยหรอก!

แต่ทว่า แรงกดดันอันมหาศาลก็กดทับร่างเขาไว้ในทันทีจนขยับไม่ได้

เขามองไปที่ตงฟางเชียนเยว่บนเวทีด้วยความหวาดผวา นัยน์ตาของนางส่องประกายแสงสีฟ้าจางๆ

นางเป็นคนลงมือนี่เอง!

ฉึก!

กระบี่วิญญาณปักลงระหว่างขาของเขาพอดีเป๊ะ หากขยับไปอีกนิดเดียว มันคงเฉือนสมบัติล้ำค่าประจำตระกูลไป๋ของเขาขาดสะบั้น!

"ดีมาก ศิษย์น้อง เจ้าจงขึ้นมาปกป้องเกียรติยศของสำนักเถิด"

ตงฟางเชียนเยว่เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม

"ข้า... ข้า..." สีหน้าของซูเสี่ยวไป๋กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ยิ้มก็ไม่ได้ร้องไห้ก็ไม่ออก

"ข้าเค้ออะไรกัน! ถ้าแม่สั่งให้ไป ก็รีบไสหัวไปซะ! ถ้าแพ้จนแม่ต้องขายหน้า แม่จะตัดไอ้นั่นของแกมาแขวนประจานบนกำแพงสามวันสามคืน!"

เสียงคำรามเกรี้ยวกราดของตงฟางเชียนเยว่ดังก้องในสมองของซูเสี่ยวไป๋

เขารู้สึกหนาววาบที่เป้ากางเกงทันที ร่างกายสั่นสะท้านโดยไม่อาจควบคุม

"รับทราบขอรับศิษย์พี่ ไม่ต้องห่วง ศิษย์น้องจะเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเกียรติของสำนักและคว้าชัยชนะมาให้ได้!"

เขายืดอกยืนตรงทำท่าตะเบ๊ะทันที

ฝูงชนด้านล่างต่างวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่

"เขาจะไหวเหรอ? ข้าว่าอันดับเขาหลุดจากหนึ่งพันอันดับแรกด้วยซ้ำมั้ง?"

"...น่าจะไหวมั้ง? นี่เป็นคนที่ศิษย์พี่หญิงตงฟางเลือกมาเองเชียวนะ"

"นั่นสินะ"

"พี่เสี่ยวไป๋ สู้เขา!" หลิงเซียวโบกมือให้เขาอย่างตื่นเต้น

ในที่สุด ซูเสี่ยวไป๋ที่แบกรับความคาดหวังของทุกคน (และคำขู่ของคนบางคน) ก็จำใจต้องก้าวขึ้นสู่ลานประลอง

"ขอบเขตกลั่นลมปราณขั้นที่หก?" โม่ซางมองปราดเดียวก็รู้ระดับพลังของซูเสี่ยวไป๋ แล้วส่ายหน้า

ระดับพลังต่ำกว่าเขา ไม่มีทางเป็นคู่มือเขาได้แน่ การประลองรอบนี้ไม่มีอะไรให้ลุ้นเลย

"เฮ้อ!"

ซูเสี่ยวไป๋ถอนหายใจ เอามือไพล่หลัง แล้วเดินเนิบนาบขึ้นไปบนเวที

สายลมพัดผมยาวสลวยของเขาให้พลิ้วไหว

"เดิมทีข้าไม่อยากจะทำตัวเด่นดัง แต่ศัตรูบุกมาหยามถึงหน้าบ้าน พี่น้องร่วมสำนักถูกย่ำยีศักดิ์ศรี ในฐานะศิษย์อัจฉริยะ ข้าจำต้องปกป้องสำนัก สังหารศัตรูผู้รุกราน และเชิดชูเกียรติยศของเรา!"

"บัดนี้ ได้เวลาแห่งการกวาดล้างแล้ว!"

เขาสะบัดแขนเสื้อ แสงสีฟ้าลึกลับส่องประกายในดวงตา แผ่กลิ่นอายแห่งความเหนือชั้นอันหาที่เปรียบมิได้!

จบบทที่ บทที่ 26 ถ้าแม่สั่งก็ต้องทำ

คัดลอกลิงก์แล้ว