เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20: รักแทบตาย สุดท้ายก็แห้ว

บทที่ 20: รักแทบตาย สุดท้ายก็แห้ว

บทที่ 20: รักแทบตาย สุดท้ายก็แห้ว


บทที่ 20: รักแทบตาย สุดท้ายก็แห้ว

ไม่นาน วันแห่งการประลองครั้งใหญ่ของสำนักก็มาถึง

ซูเสี่ยวไป๋และหลิงเซียวเดินทางมายังลานประลองยุทธ์ด้วยความคึกคัก

ที่นี่เป็นสถานที่จัดการประลองฝีมือของเหล่าศิษย์และการแข่งขันภายในสำนักเป็นประจำอยู่แล้ว

การประลองครั้งใหญ่ของสำนักจะจัดขึ้นทุกๆ สี่ปี ถือเป็นงานช้างเลยทีเดียว เจ้าแห่งยอดเขาแต่ละยอดจะมารวมตัวกัน หากพบเจอเพชรเม็ดงาม พวกเขาก็จะรับเข้าเป็นศิษย์

ศิษย์ฝ่ายนอกเองก็มีหนทางเดียวที่จะเลื่อนขั้นเป็นศิษย์ฝ่ายในได้ นั่นคือต้องผ่านการประลองครั้งนี้

เวลานี้ บริเวณด้านล่างเวทีเนืองแน่นไปด้วยผู้คน

ทันใดนั้น ร่างหลายร่างก็เดินขึ้นสู่เวที

พวกเขาทุกคนคาดผ้าคาดเอวสีขาว เครื่องแต่งกายดูหรูหรากว่าศิษย์ทั่วไป แต่ละคนแผ่กลิ่นอายความไม่ธรรมดาออกมา

"ดูสิ นั่นมันเหล่าศิษย์สืบทอด!" ใครคนหนึ่งตะโกนขึ้นด้วยความตื่นเต้น

จำนวนของศิษย์สืบทอดนั้นมีน้อยมาก พวกเขาได้รับการชี้แนะโดยตรงจากเจ้าแห่งยอดเขาแต่ละยอด พรสวรรค์เรียกได้ว่าหนึ่งในล้าน

ในสำนักเสวียนเยว่ ศิษย์สืบทอดเปรียบเสมือนดารา ไปที่ไหนก็มีแต่คนชื่นชมบูชา

สำนักเสวียนเยว่มีทั้งหมดยอดเขาสิบเอ็ดลูก แต่กลับมีศิษย์สืบทอดเพียงแค่ยี่สิบคนเท่านั้น แสดงให้เห็นว่าการจะได้เป็นศิษย์สืบทอดนั้นต้องผ่านบททดสอบที่เข้มงวดเพียงใด

ท่ามกลางกลุ่มศิษย์สืบทอด มีร่างอรชรหนึ่งที่โดดเด่นสะดุดตาเป็นพิเศษ แทบจะกลายเป็นจุดรวมสายตาของคนทั้งงาน

"ศิษย์พี่หญิงตงฟาง!"

"ศิษย์พี่หญิงตงฟาง ข้ารักท่าน!"

ตงฟางเชียนเยว่ยืนสง่างามในชุดสีฟ้า ใบหน้าเรียบเฉยเย็นชา ราวกับเทพธิดาที่เสด็จลงมาจากดวงจันทร์ ไม่แปดเปื้อนธุลีทางโลก

ฝูงชนด้านล่างแทบทั้งหมดล้วนเป็นแฟนคลับของนาง เสียงตะโกนเรียกชื่อนางดังกึกก้องไปทั่วทั้งสำนักเสวียนเยว่

ซูเสี่ยวไป๋หดหัวลง กลัวนางจะมองเห็นเขา

เขาไม่อยากให้นางสังเกตเห็น ไม่อย่างนั้น 'ความเป็นชาย' ของเขาอาจจะถูกพรากไป!

"สมกับเป็นศิษย์พี่หญิงตงฟางแห่งสำนักเสวียนเยว่จริงๆ!

ได้ยินว่าเมื่อเร็วๆ นี้ นางเพิ่งบรรลุขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิด กลายเป็นผู้บำเพ็ญเพียรระดับวิญญาณแรกกำเนิดที่อายุน้อยที่สุดในทวีปแดนร้าง

ข้าอยากเก่งให้ได้แบบนางบ้าง!"

หลิงเซียวมองนางด้วยความชื่นชม แววตาเป็นประกายด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้

สักวันหนึ่ง เขาจะต้องเก่งกาจในระดับเดียวกับนางให้ได้!

ในขณะนั้นเอง ผู้เฒ่าหยวนก็ลอยออกมาจากร่างของเขา หรี่ตาพิจารณาตงฟางเชียนเยว่

"แม่หนูคนนี้มีพรสวรรค์เป็นเลิศจริงๆ รากวิญญาณของนางยังสำแดงพลังออกมาได้ไม่เต็มที่ ไม่อย่างนั้นคงน่ากลัวกว่านี้อีกมาก

น่าเสียดาย... เฮ้อ!" เขาถอนหายใจพลางส่ายหน้าอย่างเสียดาย

"เสียดายอะไรหรือขอรับ?" หลิงเซียวถามอย่างงุนงง

"น่าเสียดายที่พรหมจรรย์หยินบริสุทธิ์ของนางสูญเสียไปแล้ว มิเช่นนั้นหากเจ้าได้ร่วมบำเพ็ญคู่กับนาง มันจะช่วยกระตุ้นสายเลือดเหยียนหวงบรรพกาลในตัวเจ้าให้ตื่นตัวได้มากยิ่งขึ้น"

"หา?! พรหมจรรย์หยินบริสุทธิ์ของศิษย์พี่หญิงตงฟางเสียไปแล้วงั้นรึ!" หลิงเซียวอุทานลั่นด้วยความตกใจ

【PS: เนื่องจากมีการแก้ไขเนื้อหาซ้ำไปมาหลายครั้ง ทำให้เนื้อเรื่องบางส่วนไม่ตรงกับต้นฉบับ อันที่จริง พระเอกกับศิษย์พี่หญิงเคยมีความสัมพันธ์กันแล้ว

เดิมทีผู้เขียนอยากแก้ให้เนื้อหาดูขาวสะอาด แต่ปมนี้มันผูกพันกับเนื้อหาช่วงต้นไปมากแล้ว การจะรื้อแก้ทั้งหมดแทบเป็นไปไม่ได้ ผู้เขียนจึงทำได้แค่บอกใบ้ไว้ตรงนี้】

เสียงตะโกนของเขาดึงดูดความสนใจของผู้คนรอบข้างทันที

ทันใดนั้น สายตาอาฆาตจากทั่วสารทิศก็พุ่งตรงมาที่เขา

"ไอ้หนู พูดจาเหลวไหลอะไร? กล้าดียังไงมาปล่อยข่าวลือใส่ร้ายศิษย์พี่หญิงตงฟาง? เชื่อไหมว่าข้าจะกระทืบเจ้าให้จมดิน!"

"ศิษย์พี่หญิงตงฟางบริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับศิษย์ชายคนไหนมาก่อน นางต้องยังเป็นสาวพรหมจรรย์แน่ๆ กล้าดียังไงมาใส่ความนาง!"

"เจ้าชื่ออะไร? ยังปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมก็ริอาจพูดจาเพ้อเจ้อ วันนี้ข้าจะสั่งสอนเจ้าแทนผู้หลักผู้ใหญ่เอง!"

กลุ่มคนพากันกรูกันเข้ามาหาหลิงเซียวด้วยเจตนาสังหาร

หลิงเซียวขมวดคิ้ว กำลังจะเอ่ยปากพูด แต่ซูเสี่ยวไป๋ก็รีบเอามือตะปบปากเขาไว้แน่น

"ขออภัยศิษย์พี่ทุกท่าน น้องชายข้าคนนี้จริงๆ แล้วก็เป็นแฟนคลับศิษย์พี่หญิงตงฟางเหมือนกันขอรับ

เพียงแต่เมื่อคืนเขาฝันร้าย ฝันว่าศิษย์พี่หญิงตงฟางหนีตามผู้ชายคนอื่นไป ก็เลยยังมึนๆ เบลอๆ อยู่

โปรดอย่าถือสาหาความเขาเลยนะขอรับ"

ซูเสี่ยวไป๋รีบออกหน้าแก้ต่าง

"อ๋อ อย่างนี้นี่เอง งั้นก็พอเข้าใจได้

ข้าเองก็ฝันร้ายแบบนี้บ่อยๆ ฝันเห็นศิษย์พี่หญิงตงฟางไปพลอดรักกับชายอื่น

ความรู้สึกเจ็บปวดที่ทำได้แค่ยืนมองดูอยู่ห่างๆ มันยังตามหลอกหลอนข้าจนถึงทุกวันนี้!"

ใครบางคนร้องไห้โฮออกมาอย่างน่าเวทนา

"ไม่เป็นไรนะไอ้หนู พวกข้าเข้าใจความรู้สึกเจ้าดี เวลาจะช่วยเยียวยาทุกสิ่งเอง"

มีคนตบไหล่หลิงเซียว ปลอบใจเขา

"ข้า..."

"เอาล่ะๆ เราไปหาที่ที่มองไม่เห็นศิษย์พี่หญิงตงฟางกันดีกว่า จะได้ไม่ไปสะกิดแผลใจเจ้าอีก"

ซูเสี่ยวไป๋ไม่เปิดโอกาสให้หลิงเซียวได้โต้แย้ง รีบลากตัวเขาไปทางด้านหลังฝูงชนทันที

บนเวที

ตงฟางเชียนเยว่เองก็สังเกตเห็นความวุ่นวายทางด้านนี้

ทว่าใบหน้านางไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ ฉากแบบนี้เกิดขึ้นทุกครั้งที่มีงานประลอง นางชินชาเสียแล้ว

แต่ทันใดนั้น นางก็เหลือบไปเห็นร่างที่คุ้นเคย คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันทันที

ราวกับมีสัมผัสพิเศษ ซูเสี่ยวไป๋หันกลับมาพอดี สบตากับตงฟางเชียนเยว่เข้าอย่างจัง

สายตาสองคู่สบประสาน หยุดนิ่งไปชั่วขณะ

จากนั้นทั้งคู่ก็สะบัดหน้าหนี

ซูเสี่ยวไป๋รีบลากหลิงเซียวหนีไปอย่างรวดเร็ว

เขากรีดร้องในใจ "ซวยแล้ว นางยังจำหน้าข้าได้

ดูท่าข้าจะทำตัวโดดเด่นเกินไปในการประลองไม่ได้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นนางต้องจำข้าได้แม่นแน่!"

ตงฟางเชียนเยว่มองตามหลังซูเสี่ยวไป๋ที่รีบร้อนจากไป คิ้วใบหลิวขมวดเล็กน้อย "เขาก็มาด้วยรึ?"

แต่หลังจากนั้นนางก็ไม่ได้สนใจอะไรอีก

คนผู้นั้นเป็นเพียงศิษย์รับใช้ นางยอมพลีกายให้เขาเพราะความจำเป็นบังคับ ต่อไปคงไม่ได้ยุ่งเกี่ยวอะไรกันอีก

ไกลออกไปทางด้านหลัง

"โธ่เอ๊ย ท่านบรรพบุรุษตัวน้อยของข้า เมื่อกี้เจ้าพูดจาบ้าบออะไรออกมา!

รู้ไหมว่าคำพูดของเจ้าอาจทำให้โดนคนทั้งสำนักรุมกระทืบตายได้!"

ซูเสี่ยวไป๋ดุหลิงเซียว

ประโยคเมื่อกี้ทำเอาขวัญหนีดีฝ่อแทบหลุดออกจากร่าง!

ต้องเป็นตาเฒ่าหยวนบอกเจ้าแน่ๆ ระดับนั้นคงดูออกไม่ยากว่าตงฟางเชียนเยว่เสียบริสุทธิ์แล้ว

แต่เรื่องพรรค์นี้มันเอามาพูดพล่อยๆ ได้ที่ไหน?!

รู้ไหมว่าเมื่อกี้เกือบทำพี่เสี่ยวไป๋ของเจ้าสูญพันธุ์ไปแล้ว?!

ข้าอุตส่าห์ฟูมฟักเจ้ามาแทบตาย!

เขาจ้องหลิงเซียวเขม็งด้วยความผิดหวัง

หลิงเซียวเกาหัวแกรกๆ ดูงุนงง แต่พอเห็นสีหน้าจริงจังของซูเสี่ยวไป๋ เขาก็ยอมรับผิดแต่โดยดี

"พี่เสี่ยวไป๋ ข้าผิดไปแล้ว ต่อไปข้าจะระวังให้มากกว่านี้"

"อืม" ซูเสี่ยวไป๋พยักหน้า แล้วกำชับเสียงเข้ม "เรื่องที่ศิษย์พี่หญิงตงฟางเสียบริสุทธิ์ เจ้าห้ามพูดให้ใครได้ยินเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นจะนำภัยมาสู่ตัวโดยไม่จำเป็น"

"ข้าเข้าใจแล้ว พี่เสี่ยวไป๋!"

เขาถือคำพูดของซูเสี่ยวไป๋เป็นสัจธรรมเสมอมา

ขณะที่ทั้งสองคุยกัน ร่างหลายร่างที่แผ่กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวก็เหาะลงมาจากขอบฟ้า ลงจอดบนเวที

นั่นคือเหล่าเจ้าแห่งยอดเขาแต่ละยอด

ผู้ที่เดินนำหน้าสุดเป็นชายวัยกลางคน สวมชุดคลุมสีม่วง บุคลิกภูมิฐานสง่างาม ดูสูงส่งเหนือโลกีย์

เขาคือเจ้าสำนักเสวียนเยว่ และเจ้าแห่งยอดเขาเสวียนเยว่—โจวเต้าหยา

ข้างกายเขาคือหญิงสาวผมยาวสลวยสีฟ้าครามดุจน้ำแข็ง

หญิงสาวผู้นี้มีบุคลิกเย็นชา งดงามหยาดเยิ้ม สวมชุดวังหลวงสีขาวบริสุทธิ์ เปรียบประดุจดอกบัวหิมะอันสูงศักดิ์

นี่คือเจ้าแห่งยอดเขาจิตวิญญาณน้ำแข็ง—ปิงหลิง และเป็นอาจารย์ของตงฟางเชียนเยว่

ที่ริมสุดยังมีชายสวมชุดคลุมสีเขียวเข้ม พุงพลุ้ยยื่นออกมา

ต่างจากเจ้าแห่งยอดเขาคนอื่นๆ ที่ยืนยืดอกผ่าเผย เขาดูจะคอยหลบสายตาผู้คนตลอดเวลา ท่าทางประหม่าและเจียมเนื้อเจียมตัว

คนผู้นี้คือเจ้าแห่งยอดเขาโอสถทิพย์—หลี่ต้าเผ้า

หลี่ต้าเผ้า (หลี่ปืนใหญ่) เป็นฉายาที่คนอื่นตั้งให้

เพราะเขาเคยก่อวีรกรรม 'ปล่อยหนัก' กลางที่ประชุมใหญ่ของสำนัก จนกลิ่นตลบอบอวลไปทั่วทั้งโถง!

ใช่แล้ว คนผู้นี้คือบิดาบังเกิดเกล้าของหลี่ชุ่ยชุ่ย และเป็นอดีตอาจารย์ของเหอฮั่นนั่นเอง

จบบทที่ บทที่ 20: รักแทบตาย สุดท้ายก็แห้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว