เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 2 -- เส้นมนตรา

ตอนที่ 2 -- เส้นมนตรา

ตอนที่ 2 -- เส้นมนตรา


ตอนที่ 2 ------ เส้นมนตรา

 

“บาย ดูแลตัวเองดีๆล่ะ”

 

หลังจากกินอาหารเช้าที่แสนคิดถึงแล้ว ผมก็นึกถึงสิ่งที่แม่พูดว่า ผมต้องไปโรงเรียน

 

น่าเศร้าใจนัก ตอนนี้ผมต้องไปโรงเรียน เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ผมสงสัยว่าจะมีโรงเรียนในเมืองที่สอนเวทย์มนต์หรอ

 

อนึ่ง การสอนของที่นี่เป็นที่เกรงกลัวของเด็กๆด้วยเหตุผลบางอย่าง

 

ในตอนที่ผมกำลังออกจากบ้าน ทิวทัศน์ที่ชวนให้คิดถึงได้อยู่ตรงหน้าผม

 

ที่นี่ เมืองนานามิ เป็นเมืองที่พักอาศัยที่ดี ในประเทศที่ดี

 

แม้ว่าหลังจากที่ผมโตและออกเดินทางไป ผมก็ยังคงแวะกลับมาที่นี่หลายครั้งเพราะผมคิดถึงมัน

 

โอ้ ให้ตายสิ น้ำตาไหลอีกแล้ว

 

ยังไงก็ตาม ไปกันเถอะ!

 

-เพื่อปลดเส้นมนตรา

 

ด้านนอก ผมอยู่ในสถานที่บางแห่งที่อยู่ระหว่างเนินเขากับโรงเรียน

 

ในเมื่อการปลดเส้นมนตรา ต้องใช้สมาธิและเวลาเป็นอย่างมาก

 

เส้นมนตราแพร่กระจายไปทั่วภายในร่างของนักเวทย์ มันคือเส้นทางที่เวทย์มนต์ไหลผ่านอย่างแท้จริง

 

เวทย์มนต์ของนักเวทย์ที่มีพรสวรรค์มักจะหนา ดังนั้นมันต้องแพร่ออกไปทั่วทั้งร่างอย่างเท่าเทียมกัน

 

อย่างไรก็ตาม เส้นมนตราของผมในตอนนี้ยังอยู่ในสภาวะสงบนิ่ง จนเป็นไปไม่ได้ที่จะส่งพลังเวทย์ไหลผ่านมัน

 

สำหรับผู้ที่ต้องการจะเป็นนักเวทย์ ตามปกติแล้วจะขอให้นักเวทย์คนอื่นช่วยปลดเส้นมนตราให้ แต่ในขณะที่เข้าฌาณ ผมสามารถเปิดมันออกได้ด้วยจนเองหากผมต้องการ

 

อย่างไรก็ตาม มันเป็นครั้งที่สองที่ผมทำแบบนี้ มันจึงไม่มีปัญหาอะไร

 

ผมปีนขึ้นไปบนต้นไม้และสอดส่องบริเวณรอบๆ เพื่อให้มั่นใจว่าบริเวณชายฝั่งไม่มีใครอยู่

 

ผมนั่งลงบนกิ่งไม้ใหญ่และปิดตาลง เพ่งสมาธิไปที่จิตวิญญาณ

 

ด้วยการรู้สึกได้ถึงบางอย่างที่กำลังไหลเข้ามาในร่างกายชองผม ผมสามารถรู้สึกได้ถึงเส้นมนตราที่กำลังเปิดออกที่ละเส้นๆ

 

นี่เป็นงานที่ละเอียดอ่อน ผมรู้สึกได้ว่าเม็ดเหงื่อบนหน้าผากของผมได้ไหลลงมาหยดลง ในขณะที่เพ่งสมาธิ

 

ผมเปิดเส้นมนตราอย่างต่อเนื่อง และในเวลาที่ผมทำสำเร็จ ตัวของผมก็ชุ่มไปด้วยเหงื่อ

 

ด้วยการถอนหายใจเฮือกใหญ่ พละกำลังทั่วร่างได้หายไป และผมเกือบจะลื่นตกลงไป

 

…..ผมลืมไปว่าผมอยู่บนต้นไม้

 

หลังจากที่ผมปรับลมหายใจ ผมเพ่งสมาธิไปที่เส้นมนตรา และพบว่าการไหลของพลังเวทย์เป็นไปอย่างราบรื่น

 

ตอนนี้ถึงเวลาที่จะลองใช้เวทย์มนต์แล้ว

 

ด้วยการยืดมืออกไปด้านหน้า ผมจินตนาการถึงลูกเรดบอล

 

จากนั้นบอลเวทย์แห่งเพลิงขนาดเล็กก็เกิดขึ้น มันดูนุ่มนิ่มและลอยอยู่ระดับสายตา

 

ส่วนเปลวไฟไหวอย่างแปลกประหลาด

 

หากผมหยุดส่งพลังเวทย์ไปหล่อเลี้ยง เรดบอลก็จะสลายไป

 

พลังเวทย์ที่ถูกใช้ไปประมาณสิบส่วนของพลังเวทย์ที่ผมมี

 

โดยปกติ นักเวทย์ฝึกหัด สามารถร่ายเรดบอลได้เพียงสามครั้ง อีกควายหมายหนึ่งนั่นคือถ้าเด็กที่สามารถทำได้ก็จะกลายเป็นนักเวทย์ นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้น

 

“มันไม่ได้เปล่าประโยชน์สักหน่อย”

 

มันจะไม่เป็นเหมือนก่อนหน้านี้

 

ดวงอาทิตย์ได้ล่วงเลยจุดเที่ยงวันไปแล้ว

 

เมื่อนึกได้ ตอนนี้ผมรู้สึกหิวขึ้นมาจริงๆแล้ว

 

อย่างไรก็ตาม มันถึงเวลากินอาหารเที่ยงที่แม่เตรียมไว้ให้

 

ตัวผมในอนาคตได้อ่านม้วนคัมภีร์เวทย์มากมาย ผมคิดว่าผมอ่านทุกอย่างที่ถูกตีพิมพ์ในเวลานั้นจนเกือบหมดแล้ว

 

แม้ว่าผมแทบจะไม่ได้ใช้เวทย์พวกนั้นเลย แต่ผมสามารถเรียนรู้เพื่อเพิ่มเลเวลได้

 

ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้อร่อยมากแต่มันก็ยังสดอยู่ ท้องตุ้ยๆของร่างเด็กของผมรู้สึกอิ่ม

 

โอ้ใช่ ในเมื่อพลังเวทย์ของผมฟื้นฟูขึ้นมาบ้างแล้ว ทำไมผมถึงไม่ใช้สเกาท์สโคปละ

 

เซฟ ไอน์สไตน์

 

เลเวล 1

 

เวทย์ [สีแดง] เลเวล : 1

 

เวทย์ [สีน้ำเงิน] เลเวล : 1

 

เวทย์ [สีเขียว] เลเวล : 0

 

เวทย์ [ท้องฟ้า] เลเวล : 0

 

เวทย์ [วิญญาณ] เลเวล : 0

 

ดูเหมือนพลังเวทย์ที่ใช้สำหรับสเกาท์สโคปจะสูงกว่าเรดบอล

 

เวทย์สีแดงและเวทย์สีน้ำเงินมีเลเวล 1 เพราะผมใช้เวทย์ทั้งสองไป

 

ดูเหมือนผมจะไม่สามารถดูเพดานความสามารถแฝงได้ แต่มันน่าจะเป็นเพราะเลเวลของสเกาท์สโคปที่ผมใช้ต่ำเกินไป

 

เวทย์มนต์จะเพิ่มระดับทุกครั้งที่ใช้เวทย์นั้น ส่วนพลังเวทย์ที่ใช้ก็จะลดลง และความชำนาญก็จะเพิ่มขึ้นด้วย

 

เพื่อที่จะดูเพดานความสามารถแฝง บางทีผมไม่จำเป็นต้องเพิ่มเลเวลมากก็ได้

 

ยังไงก็ตาม ผมสามารถจำเวทย์ได้บ้าง

 

ผมยังคงห่างไกลจากตัวผมในอนาคตอยู่ดี ผมต้องเผชิญหน้ากับการท้าทายในอนาคตเพื่อที่จะเติบโต

 

เมื่อผมมองลงไป ผมเห็นกลุ่มเด็กที่กระจัดกระจายกันออกจากโรงเรียน

 

นี่…. ถือเป็นความท้าทายอีกอย่างหนึ่ง

 

นั่นคือสิ่งที่โรงเรียนเป็น

 

การใช้ชีวิตแบบนี้ ผมมีความรู้สึกว่าเรื่องไม่ดีบางอย่างกำลังเกิดขึ้น

 

เมื่อผมปีนลงมาและเดินไปทางเมือง ผมเห็นคนที่กำลังเดินเข้ามา

 

ด้วยผมดำยาวที่กระเซอะกระเซิง เธอวิ่งมาที่ผมในขณะที่กำลังหายใจหอบเหนื่อย

 

เธอสวมแว่นตาและเสื้อสเวตเตอร์ซึ่งทำให้แต่ละก้าวที่เดิน โนตมๆของเธอเด้งไปมา

 

ผมรู้สึกหลงใหลไปครู่หนึ่งก่อนที่เธอจะร้องไห้ออกมา

 

“เซฟคุง”

 

เอาล่ะ ถึงเวลาใช้ข้อแก้ตัวที่เตรียมเอาไว้แล้ว

 

แต่ในขณะที่ผมกำลังจะพูด เสียงของผมก็อุดอู้เมื่อเธอดึงผมเข้าไปกอดแน่น

 

ในขณะที่ทำเสียง *งึมงำงึมงำ* หน้าของผมก็ถูกกดด้วยแรงจากส่วนที่เป็นผู้ใหญ่

 

ในตอนที่ผมกำลังเพลิดเพลินอยู่กับตวามรู้สึกนี้ ผมสังเกตได้ว่าร่างของเธอกำลังสั่นเทา

 

“คะ-ครูเป็นห่วงเหลือเกิน…”

 

เธอพูดออกมาในขณะที่กดผมลงในหน้าอกที่เทียบได้กับแม่วัวของเธอ - รู้สึกดีชะมัด ดีจนผมสามารถตะโกนว่า ดีโคตรโคตรได้

 

โอ้ใช่ ผมพึ่งนึกอะไรได้บางอย่าง

 

นี่คือครูที่โรงเรียนประถมของผม ผมคิดว่าเธอชื่อ แคลร์เซนเซย์

 

เธอเป็นที่รู้จักทั้งนักเรียนชายและหญิง และมีผู้ชายมากมายมาสารภาพรักกับเธอ

 

สำหรับครูที่สวยขนาดนี้ ใบหน้าของผมซึ่งกำลังจมอยู่ในหน้าอกของเธอ

 

(เมื่อคิดถึงเรื่องนี้แล้ว ผมไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน….)

 

รอยยิ้มเล็กๆเล็ดลอดออกมาบนใบหน้าของผม

 

โรงเรียนคงจะวุ่นวายเมื่อผมไม่ได้ไป ดังนั้นแม่และแคลร์เซนเซย์คงจะกังวลมาก

 

แต่มันก็เป็นการเสียเวลาที่จะกังวลมากเกินไป ดังนั้นผมจะปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ

 

ผมจำเป็นจะต้องผ่านช่วงเวลานี้ให้เร็วที่สุด แต่มันอาจจะใช้เวลาอีกสักพัก

 

ท้ายที่สุด ผมยังสามารถฝึกฝนในขณะที่ไปโรงเรียนได้

 

ด้วยแผนที่อยู่ในหัว ผมเพลิดเพลินกับหน้าอกที่ถูกดันเข้ามาที่หน้า

 

==========

 

อุทิศให้คุณพ่อยุทธนา ศิริพัฒนานันทกูร

 

==========

 

ติดตามผลงานได้ที่ https://www.facebook.com/RachanTranslations/

จบบทที่ ตอนที่ 2 -- เส้นมนตรา

คัดลอกลิงก์แล้ว