- หน้าแรก
- นางเซียนผู้เย็นชา ระบบเอาชะตานางมา
- ตอนที่ 23 สยบนางมาร
ตอนที่ 23 สยบนางมาร
ตอนที่ 23 สยบนางมาร
ร่างกายบอบบางของซูโหรวสั่นเทา นางพยายามข่มใจให้สงบ แต่น้ำเสียงกลับแฝงไว้ด้วยความแหบพร่าที่ยากจะสังเกตเห็น
"ศิษย์น้องฉู่... ช่างล้อเล่นจริงเชียว สายลับผู้ฝึกวิชามารอะไรกัน ศิษย์พี่... ฟังไม่รู้เรื่องนะ"
"ฟังไม่รู้เรื่อง?"
ฉู่โม่เชยชมใบหน้าที่ซีดเผือดเพราะความตื่นตระหนกของนาง ปลายนิ้วลูบไล้คางเนียนนุ่มของนางเบาๆ ทว่าแฝงแรงกดดันที่ไม่อาจขัดขืน
"ศิษย์พี่แกล้งไขสือมากกว่ากระมัง? เจ้าลองคิดดูสิ ตอนนี้สถานการณ์กำลังตึงเครียด หากข้าไปแจ้งเบาะแสเรื่องเจ้ากับหอคุมกฎ..."
"หากพวกเขาจับเจ้าไป แล้วตรวจสอบอย่างละเอียดจนพบขุมพลังวิชามารของสำนักเสียงเสน่ห์ในตัวเจ้า เจ้าคิดว่าจุดจบจะเป็นอย่างไร?"
ลมหายใจของซูโหรวสะดุดกึก
สำนักเสียงเสน่ห์!
เขารู้ลึกถึงขนาดนี้เชียวหรือ?!
ซูโหรวขบกรามแน่น นัยน์ตายั่วยวนแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและจิตสังหารที่ผสมปนเปกัน
ในวินาทีนี้ นางมั่นใจแล้วว่าฉู่โม่ไม่ได้มาหลอกถาม แต่มั่นใจว่าเขามีหลักฐานมัดตัวนางแน่นหนาแล้วจริงๆ
เมื่อตัดสินใจได้ นางก็อำมหิตขึ้นมาทันที ระลอกคลื่นสีชมพูประหลาดแผ่ซ่านออกมาจากร่างของนางอย่างเงียบเชียบ ครอบคลุมทั่วทั้งเรือนพักในพริบตา
เสียงดนตรีอันเลื่อนลอยดังแว่วมา เดี๋ยวชัดเดี๋ยวจาง แฝงไว้ด้วยอำนาจการล่อลวงจิตใจ พุ่งตรงเข้าสู่โสตประสาทของฉู่โม่
ซูโหรวแสยะยิ้มในใจ
หนึ่งในรูปแบบการโจมตีของคัมภีร์กลืนเทพคือการใช้คลื่นเสียงที่แฝงพลังมาร แทรกซึมผ่านหูของคู่ต่อสู้
เมื่อหูรับคลื่นเสียง พลังมารจะรุกรานเข้าสู่ทะเลจิต ก่อกวนหรือถึงขั้นควบคุมจิตใจของอีกฝ่ายได้โดยตรง
ในระยะประชิดเช่นนี้ และโดยที่ไม่มีการป้องกันล่วงหน้า ฉู่โม่ไม่มีทางหลบพ้นแน่นอน
ตอนนี้จิตใจของเขาต้องปั่นป่วนไปหมดแล้วแน่ๆ
"หึหึ เจ้าคิดว่าลำพังแค่เจ้า จะจัดการข้าได้หรือ?"
ซูโหรวคิดว่าตนเองเป็นฝ่ายกุมชัยชนะ แววตาฉายแววดูแคลน
"ต่อให้เจ้ารู้ว่าข้าเป็นผู้ฝึกวิชามารแล้วอย่างไร? ฆ่าเจ้าทิ้งซะ ปัญหาก็จบสิ้นแล้วมิใช่หรือ?"
สิ้นเสียง ซูโหรวก็ซัดฝ่ามือกระแทกเข้าใส่หน้าอกของฉู่โม่เต็มแรง
ทว่า ฝ่ามือของนางยังไม่ทันถึงตัวฉู่โม่ ฝ่ามือของฉู่โม่กลับฟาดเข้าใส่ตัวนางก่อนแล้ว
"ปัง!"
"อุก!"
ซูโหรวกระอักเลือดคำโต ร่างปลิวละลิ่วกระเด็นออกไป
นางกลิ้งไปกับพื้น ใบหน้าซีดเผือด หอบหายใจด้วยความสั่นเทา ก่อนจะยันกายช่วงบนขึ้นมามองฉู่โม่ด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ
"เป็นไปไม่ได้! ทำไมเจ้าถึง... ทำไมเจ้าถึงไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลย?!"
ฉู่โม่มองนางแล้วดีดนิ้ว
"เปาะ!"
ฉับพลันนั้นวังวนปราณที่หมุนวนอยู่บริเวณรูหูของฉู่โม่ก็สลายไป
วังวนปราณนี้ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันเสียง ตัดขาดคลื่นเสียงของซูโหรวไม่ให้เล็ดลอดเข้ามา
ในเมื่อรู้ข้อมูลของซูโหรวล่วงหน้าแล้ว มีหรือที่เขาจะไม่เตรียมการป้องกัน?
เพราะเหยื่อที่แท้จริง... คือซูโหรวมาตั้งแต่ต้น
เมื่อเห็นภาพนี้ สีหน้าของซูโหรวก็มืดครึ้มถึงขีดสุด ขบฟันแน่นด้วยความเจ็บใจ
นางนึกไม่ถึงว่าฉู่โม่จะกุมข้อมูลของนางได้ลึกซึ้งถึงเพียงนี้
"ช่วยไม่ได้แล้ว...!"
ซูโหรวลุกขึ้นยืน รอบกายปรากฏหมอกสีชมพูรวมตัวกันเป็นเงาร่างงดงามยั่วยวนนับไม่ถ้วน พุ่งเข้าถาโถมใส่ฉู่โม่
นางตั้งใจจะปลดปล่อยพลังทั้งหมดที่มี
ต่อให้ต้องเสี่ยงว่าแรงปะทะจากการต่อสู้จะทำลายค่ายกลกันเสียงจนคนข้างนอกรู้ตัว นางก็ต้องสังหารฉู่โม่ให้ได้
ด้วยระดับพลังที่แท้จริงถึงครึ่งก้าวสู่ขอบเขตสร้างรากฐาน นางไม่เชื่อว่านางจะแพ้
เมื่อครู่เป็นเพราะถูกฉู่โม่ลอบกัดทีเผลอเท่านั้น
หากงัดทุกกลเม็ดออกมาใช้ ในสายนอกของสำนักกระบี่หลิงสวีแห่งนี้... ไม่มีใครเป็นคู่ต่อสู้ของนางได้!
ทว่า...
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว!
เส้นไหมสีเงินนับสิบเส้นที่มองด้วยตาเปล่าแทบไม่ทัน พุ่งออกมาจากความว่างเปล่าราวกับอสรพิษ รัดพันร่างของซูโหรวไว้ในชั่วพริบตา
ซูโหรวรู้สึกเพียงว่าร่างกายถูกรัดแน่น ภาพลวงตาจากเสียงมารที่ไร้ช่องโหว่ถูกฉีกกระชากจนขาดสะบั้นด้วยพลังปราณอันแหลมคม
ยังไม่ทันที่นางจะตั้งตัว ร่างทั้งร่างก็ถูกดึงรั้งขึ้นไปลอยอยู่กลางอากาศ
แขนขาและร่างกายทุกส่วนถูกเส้นไหมสีเงินอันเหนียวแน่นล็อกเอาไว้อย่างแน่นหนา ขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่น้อย
เพียงแค่นางขยับตัวขัดขืนเพียงนิดเดียว เส้นไหมอันคมกริบก็จะบาดลึกลงไปในผิวเนื้อ สร้างความเจ็บปวดรวดร้าวถึงกระดูกดำ
เพียงชั่วพริบตา สถานการณ์รุกรับก็พลิกผันโดยสิ้นเชิง!
"เจ้า... นี่มันอาวุธวิเศษอะไรกัน?!"
ใบหน้าของซูโหรวซีดเผือด ทั้งตกใจและหวาดกลัว
เมื่อสัมผัสได้ถึงจิตสังหารอันเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากไหมฟ้าครอบ นางจำต้องระดมพลังวิญญาณทั้งหมดมาคุ้มกันร่างกาย ด้วยเกรงว่าจะถูกเจ้าสิ่งนี้หั่นร่างเป็นชิ้นๆ
ฉู่โม่เดินเนิบนาบเข้ามา หัวเราะร่าพลางชื่นชมซูโหรวที่ถูกมัดอยู่ในท่าพันธนาการแบบกระดองเต่า
(คิดภาพไม่ออก มันคือการมัดแบบชิบาริ)
"ศิษย์พี่ซูโหรว ตอนนี้... เราจะคุยกันดีๆ ได้หรือยัง?"
ใบหน้าสวยหวานของซูโหรวแดงกำ ร้อนผ่าวไปด้วยความอับอายและหวาดกลัว
นางสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามบังคับตัวเองให้ใจเย็นลง
ฉู่โม่ผู้นี้ ทั้งที่รู้ตัวตนของนาง แต่กลับไม่ไปแจ้งหอคุมกฎทันที กลับเลือกที่จะมาตามนัดเพียงลำพัง ย่อมต้องมีจุดประสงค์อื่นแอบแฝง
สถานการณ์เป็นรอง
คนอย่างนางซูโหรว รู้จักยืดได้หดได้
"ศิษย์น้องฉู่... โปรดออมมือด้วย"
ซูโหรวฝืนยิ้มยั่วยวนออกมา น้ำเสียงอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
"ศิษย์พี่ยอม... ยอมจำนนแล้ว เจ้าอยากได้อะไรก็ว่ามาเถิด ขอเพียงศิษย์พี่ทำได้ จะไม่ปฏิเสธเลย"
"ดีมาก ศิษย์พี่ซูโหรว ผู้ที่รู้จักผ่อนปรนตามสถานการณ์คือยอดคน"
เขายื่นมือออกไปตบแก้มที่เนียนนุ่มดุจจะแตกได้เมื่อสัมผัสของซูโหรวเบาๆ
จากนั้นก็โน้มตัวเข้าไปใกล้ใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดใบหูที่ไวต่อความรู้สึก ทำให้นางหน้าแดงซ่านยิ่งขึ้น
"การคัดเลือกวันพรุ่งนี้ เจ้าจงถอนตัวซะ ตำแหน่งผู้ดูแล ข้าจองแล้ว"
"จากนั้น ข้าต้องการให้เจ้าฝึกบำเพ็ญคู่กับข้า เพื่อช่วยส่งเสริมการบำเพ็ญเพียรของข้า"
ซูโหรวได้ยินดังนั้น นัยน์ตาฉายแววตะลึงงันวูบหนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเยาะที่ยากจะสังเกตเห็น
ที่แท้ก็พวกบ้ากาม
หากเป็นการบำเพ็ญคู่ ไม่แน่ว่านางอาจจะหาจังหวะตลบหลัง ควบคุมเจ้าเด็กนี่ได้!
ในคัมภีร์กลืนเทพมีเคล็ดวิชาลับดูดหยางเสริมอินอยู่ด้วย!
"เรื่องสละตำแหน่งผู้ดูแล ไม่มีปัญหา"
"ส่วนเรื่องบำเพ็ญคู่..."
"หากศิษย์น้องมีอารมณ์สุนทรีย์เช่นนี้ ศิษย์พี่ย่อมยินดีสนอง"
น้ำเสียงของซูโหรวหวานหยดย้อยยิ่งกว่าเดิม สายตาแพรวพราว พยายามส่งกระแสจิตยั่วยวนฉู่โม่
ทว่า ประโยคถัดมาของฉู่โม่ กลับทำให้นางรู้สึกเหมือนร่วงหล่นลงสู่ถ้ำน้ำแข็ง
"แต่ว่า... ก่อนจะถึงตอนนั้น ข้าต้องการให้ศิษย์พี่ซูโหรวเปิดใจยอมรับ ให้ข้าฝังวิชาควบคุมจิตลงไปเสียก่อน"
รอยยิ้มยั่วยวนบนใบหน้าของซูโหรวแข็งค้างไปทันที
"เจ้า... เจ้าว่าอะไรนะ?!"
"ลูกไม้ของศิษย์พี่ซูโหรว ข้าประจักษ์มาแล้ว"
ฉู่โม่ยังคงยิ้ม
"ถ้าไม่เพิ่มหลักประกันสักหน่อย ข้าคงวางใจไม่ได้"
"ศิษย์น้องฉู่..."
สีหน้าของซูโหรวย่ำแย่ ฝืนยิ้มออกมา
"ไม่ฝังวิชาได้หรือไม่? ศิษย์พี่ยอมตามใจเจ้าทุกอย่างแล้ว เจ้าเชื่อใจศิษย์พี่เถอะนะ..."
"อย่างนั้นหรือ?"
ฉู่โม่หรี่ตาลง
"ถ้าเช่นนั้น ดูเหมือนว่าเราจะตกลงกันไม่ได้สินะ"
"ศิษย์พี่ซูโหรว รสชาติชาของหอคุมกฎ ท่านคงไม่อยากลิ้มลองหรอกกระมัง? ตอนนี้หากข้าจะเดินออกไป คนข้างนอกนั่น รั้งข้าไว้ไม่อยู่หรอกนะ"
หัวใจของซูโหรวสั่นสะท้าน
ด้วยฝีมือที่ฉู่โม่แสดงออกมาเมื่อครู่ บวกกับอาวุธเส้นไหมประหลาดนั่น ลูกสมุนของนางข้างนอกไม่มีทางสู้ได้เลย
หากถูกลากตัวไปหอคุมกฎ จุดจบของนางย่อมไม่ต้องเดาให้เสียเวลา
ความสิ้นหวังและความหวาดกลัวถาโถมเข้าใส่นางดุจคลื่นยักษ์
นางหลับตาลง เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตาก็หม่นหมองไร้ประกายชีวิต
"ข้า... ข้าตกลง..."
......
ทันใดนั้น เสียงของหยางเซิงฮ่วนก็ดังมาจากนอกเรือนพัก
"ศิษย์พี่ซูโหรว! ท่านไม่เป็นไรใช่ไหม? นี่มันนานเกินไปแล้วนะ!"
"ศิษย์พี่! พวกเราเข้าไปแล้วนะ!"
เมื่อเห็นว่าไม่มีเสียงตอบรับสักพัก หยางเซิงฮ่วนก็อดรนทนไม่ไหวอีกต่อไป เขานำศิษย์นับสิบคนพังประตูเรือนพักบุกเข้ามา!