- หน้าแรก
- นางเซียนผู้เย็นชา ระบบเอาชะตานางมา
- ตอนที่ 3 เซียนจื่อผู้สูงส่งคุกเข่าขอชีวิต
ตอนที่ 3 เซียนจื่อผู้สูงส่งคุกเข่าขอชีวิต
ตอนที่ 3 เซียนจื่อผู้สูงส่งคุกเข่าขอชีวิต
ความหนาวเหน็บที่แทรกซึมลึกถึงกระดูก แล่นปราดจากฝ่าเท้าพุ่งตรงขึ้นสู่ศีรษะ!
เขา... เขารู้ได้อย่างไร?!
เป็นไปได้อย่างไรกัน?!
ความหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยประสบมาก่อน เปรียบดั่งหุบเหวน้ำแข็งที่กลืนกินลั่วจื่ออินเข้าไปจนหมดสิ้นในชั่วพริบตา
นางจ้องมองใบหน้าของฉู่โม่เขม็ง สมองว่างเปล่าขาวโพลน
รู้สึกเพียงว่ารอยยิ้มที่ดูเหมือนจะอบอุ่นแต่กลับไร้ซึ่งอุณหภูมิของเขา ช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าฝันร้ายที่เลวร้ายที่สุดในโลกหล้า
ไม่... ต้องตั้งสติ! ต้องใจเย็นเข้าไว้!
นางฝืนข่มคลื่นลมบ้าคลั่งในจิตใจลงไป
เขาต้องคิดจะฉวยโอกาสตอนข้าอ่อนแอสังหารข้า เพื่อให้ตระกูลฉู่ชนะเป็นแน่
แต่เขาเป็นเพียงปุถุชน
ขอแค่แสร้งทำว่าตบะไม่ได้สูญหาย ข่มขวัญเขา ก็ยังมีโอกาสที่จะลงมือสังหารเขาในทีเผลอได้!
"เจ้า..."
ลั่วจื่ออินพยายามรักษท่าทีเย็นชาสูงส่งเอาไว้
"ไปฟังวาจาเหลวไหลพวกนี้มาจากที่ใด?"
นางลุกขึ้นยืน แสยะยิ้มเย็น
"ตบะของข้ามิได้หายไปไหน ข้าว่าคงมีคนอยากให้เจ้ามาหาที่ตาย ถึงได้แต่งเรื่องโกหกมาหลอกเจ้า"
ลั่วจื่ออินลอบรวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้าย ขณะที่ปากพูด ร่างกายก็ขยับเข้าใกล้ฉู่โม่
ไร้ซึ่งพลังปราณ นางจึงพยายามใช้อากัปกิริยาปลดปล่อยแรงกดดันออกมาอย่างสุดความสามารถ
"ใครเป็นคนบอกข้อมูลเท็จนี้แก่เจ้า?"
นางก้าวรุกไล่ต้อน
"คนผู้นั้นยืมมือเจ้ามารบกวนการบำเพ็ญเพียรของข้า โทษตายหมื่นครั้ง หากเจ้าบอกข้ามา ข้าอาจจะละเว้นชีวิตเจ้าสักครา"
ยามนี้ ลั่วจื่ออินอยู่ห่างจากฉู่โม่เพียงสองก้าว
ประกายอำมหิตวาบผ่านดวงตาของนาง!
มีดสั้นไหลออกจากแขนเสื้อ ประกายเย็นเยียบวูบผ่าน นางทุ่มสุดกำลัง แทงเข้าใส่ตำแหน่งหัวใจของฉู่โม่อย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ!
ทว่า
ติ๊ง!
เสียงแผ่วเบาดังขึ้น
มีดสั้นที่อัดแน่นไปด้วยความหวังทั้งหมดของนาง ถูกสองนิ้วของฉู่โม่ที่คาดการณ์ไว้แล้วยื่นออกมาคีบเอาไว้อย่างมั่นคง
ไม่สามารถขยับคืบหน้าได้แม้แต่กระเบียดนิ้ว
สีหน้าอำมหิตของลั่วจื่ออินแข็งค้างไปในทันที
มุมปากของฉู่โม่ยกโค้งขึ้นอย่างนึกสนุกยิ่งกว่าเดิม
ปลายนิ้วออกแรงเพียงนิด มีดสั้นก็หลุดจากมือ ร่วงลงพื้นเสียงดังเคร้ง
วินาทีถัดมา!
เพียะ!!!
เสียงตบหน้าฉาดใหญ่ ดังสนั่นลงบนใบหน้าซีดขาวที่งดงามราวเทพธิดาของลั่วจื่ออิน!
แรงมหาศาลตบจนร่างของนางลอยละลิ่ว ปลิวไปกระแทกกับผนังหินเสียงดังปัง
ความเจ็บปวดแสบร้อนลามเลียไปทั่วแก้ม มุมปากมีเลือดซึม ใบหน้าซีกหนึ่งบวมแดงขึ้นมาทันตาเห็น
ลั่วจื่ออินมึนงงไปหมด
อัปยศ! ความอัปยศที่ไม่อาจบรรยาย!
นางถึงกับถูกปุถุชนคนหนึ่ง... ตบหน้า?!
ไม่รอให้นางตั้งสติ เงาดำก็พุ่งเข้ามาถึงตัว
มือใหญ่ที่เย็นเฉียบและทรงพลังราวกับคีมเหล็ก บีบเข้าที่ลำคอระหงของนางแน่น!
"อึก..."
ความรู้สึกขาดอากาศหายใจจู่โจมเข้ามา ใบหน้าลั่วจื่ออินแดงกำ ดามสองมือพยายามแกะมือนั้นออกอย่างเปล่าประโยชน์ ราวกับแมลงชีปะขาวที่ริอาจสั่นคลอนต้นไม้ใหญ่
นางถูกฉู่โม่หิ้วคอขึ้นด้วยมือเดียว สองเท้าลอยเหนือพื้น
เงาแห่งความตาย ช่างชัดเจนเหลือเกิน!
ลั่วจื่ออินตื่นตระหนกจนขีดสุด
ความหยิ่งผยองและการเสแสร้งทั้งหมด แตกสลายไปในพริบตา
"ปละ... ปล่อยข้า!"
นางเค้นเสียงออกมาอย่างยากลำบาก
"เจ้า... ฆ่าข้าไม่ได้!"
"ข้าเป็นผู้ฝึกเซียน เป็นศิษย์สายในของสำนักกระบี่หลิงสวี! ฆ่าข้าแล้ว... อาจารย์ข้า... สำนักข้า... จะไม่ปล่อยเจ้าไป!"
"จะบดขยี้ตระกูลฉู่ของเจ้า! ประหารเก้าชั่วโคตร!"
นี่คือที่พึ่งสุดท้ายของนาง
นางไม่เชื่อว่าปุถุชนจะกล้าล่วงเกินสำนักเซียน!
ฉู่โม่ได้ยินดังนั้น ก็คลายมือออกเล็กน้อย ให้นางพอได้หายใจ
ในดวงตาของลั่วจื่ออินเพิ่งจะจุดประกายความหวัง
กลับได้ยินฉู่โม่หัวเราะในลำคอ น้ำเสียงน่าขนลุก
"แล้วอย่างไรเล่า?"
ปัง!
เสียงทึบหนักดังขึ้น!
ฉู่โม่กระแทกหมัดเข้าที่ท้องน้อยอันอ่อนนุ่มของลั่วจื่ออินอย่างจัง!
"อั่ก…"
ลั่วจื่ออินราวกับถูกสายฟ้าฟาด ร่างงอเป็นกุ้งในทันที กระอักน้ำย่อยผสมลิ่มเลือดออกมา ร่วงลงกระแทกพื้น ขดตัวไอโขลกอย่างรุนแรง น้ำตาไหลพรากออกมาอย่างควบคุมไม่ได้
ความเจ็บปวดทำให้นางตัวสั่นเทา แต่สิ่งที่ทำให้นางสิ้นหวังยิ่งกว่าคือคำพูดต่อมาของฉู่โม่
"ยังไงตระกูลฉู่ก็ต้องพินาศอยู่แล้ว ข้าเป็นแค่ปุถุชนคนหนึ่งแต่สามารถฆ่าผู้ฝึกเซียนได้ แถมยังลากตระกูลสวี่ลงนรกไปด้วย คิดคำนวณอย่างไร..."
ฉู่โม่มองลงมาด้วยสายตาเย็นชา
"ก็มีแต่กำไร เจ้าว่าไหม? แม่นางเซียนจื่อลั่ว?"
เจ้าคนบ้านี่!
หัวใจของลั่วจื่ออินจมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งน้ำแข็ง
เขา... กล้าฆ่านางจริงๆ!
ไร้ซึ่งหนทางต่อกร ความหวาดกลัวเข้ากระดูกดำจับกุมจิตใจนาง ทำให้นางตัวเย็นเฉียบไปทั้งร่าง
หลังจากการต่อสู้กันอย่างรุนแรงภายในจิตใจ
ในที่สุด
"มะ... อย่าฆ่าข้า..."
น้ำเสียงของลั่วจื่ออินสั่นเครือ ไม่เหลือมาดใดๆ อีกต่อไป
"ได้โปรด... ข้ายอมเจ้าทุกอย่าง..."
นางกลัวแล้ว
เมื่ออยู่ต่อหน้าความตาย เซียนหรือมนุษย์ก็มิได้แตกต่างกัน
ฉู่โม่มองดูเซียนจื่อที่เมื่อครู่ยังรังเกียจเขาประดุจหนอนแมลง บัดนี้กลับร้องขอชีวิตต่อหน้าเขาอย่างน่าสมเพช
ในใจบังเกิดความหฤหรรษ์อันบิดเบี้ยวสายหนึ่ง
เขายืนค้ำหัวนาง น้ำเสียงทุ้มต่ำและเต็มไปด้วยแรงกดดัน
"อยากมีชีวิตรอด?"
ลั่วจื่ออินพยักหน้าอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาคลอหน่วยด้วยหยาดน้ำตา
"ย่อมได้"
ฉู่โม่ชี้นิ้วชี้ลงไปที่พื้น
"คุกเข่า โขกศีรษะให้ข้า"
"......"
ร่างกายลั่วจื่ออินแข็งทื่อ รูม่านตาขยายกว้าง ไม่อยากจะเชื่อหู
คุกเข่าโขกศีรษะ?
ให้ผู้ฝึกเซียนผู้ยิ่งใหญ่อย่างนาง คุกเข่าโขกศีรษะให้ปุถุชนที่นางดูถูกที่สุดเนี่ยนะ?!
ต่อต้าน
ความรู้สึกต่อต้านอย่างรุนแรง... ความหยิ่งทระนง ศักดิ์ศรีของนาง กำลังต่อสู้ขัดขืนอย่างเอาเป็นเอาตาย
แต่ทว่า... ไม่คุกเข่า ก็คือตาย!
สีหน้าของนางแปรเปลี่ยนไปมาด้วยความขัดแย้งอย่างรุนแรง
ท้ายที่สุด ความกลัวตายก็เอาชนะทุกสิ่ง
ลั่วจื่ออินกัดริมฝีปากล่างจนเลือดซึม ร่างกายสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุม
จากนั้น ภายใต้สายตาของฉู่โม่ นางค่อยๆ ย่อเข่าลงด้วยความอัปยศอดสู...
ตุบ
หัวเข่ากระแทกลงบนพื้นดินอันเย็นเยียบ
เซียนจื่อผู้หยิ่งผยอง ก้มศีรษะลงต่ำ
หน้าผาก ค่อยๆ แนบลงกับพื้นดินที่เต็มไปด้วยฝุ่นผง
การคุกเข่าครั้งนี้ ราวกับสูบเอาเรี่ยวแรงทั้งหมดของนางไป และบดขยี้ความหยิ่งทระนงของนางจนแหลกละเอียด
ในจังหวะนั้นเอง
เท้าข้างหนึ่ง ที่เปี่ยมด้วยพลังอำนาจอันไม่อาจขัดขืน ก็เหยียบลงบนท้ายทอยของนาง
และ... บดขยี้เบาๆ อย่างหยามเกียรติ
ลั่วจื่ออินตัวสั่นสะท้านไปทั้งร่าง
ภายใต้ความเคียดแค้น ความอับอาย และความอัปยศถึงขีดสุด น้ำตาของนางทะลักออกมาอย่างไม่อาจกลั้น เปียกชุ่มพื้นดิน
"ดีมาก"
น้ำเสียงของฉู่โม่แฝงความพึงพอใจ
"แม่นางเซียนจื่อลั่วรู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี"
เขาชักเท้ากลับ มองดูร่างที่หมอบกราบของลั่วจื่ออิน
"ตอนนี้ จะให้โอกาสเจ้า"
"เปิดเปลือยจิตใจ ห้ามขัดขืนใดๆ ทั้งสิ้น ข้าจะฝังวิชาลับลงในตัวเจ้า"
"เชื่อฟังแต่โดยดี เจ้าก็จะมีชีวิตรอด"
ลั่วจื่ออินก้มหน้าซ่อนใบหน้า แววตาฉายประกายอาฆาตแค้นลึกล้ำ
วิชาลับ? ปุถุชนคนหนึ่ง ไร้พลังวิญญาณ จะใช้วิชาลับร้ายกาจอะไรได้?
คาดว่าเป็นแค่วิชาควบคุมคนธรรมดาฉบับไม่สมบูรณ์กระมัง
รอให้ข้าฟื้นคืนตบะเมื่อใด ข้าจะเอาคืนความอัปยศในวันนี้เป็นร้อยเท่า
จะทำให้เจ้าอยู่มิสู้ตาย!
ในใจเคียดแค้นเทียมฟ้า แต่ภายนอกกลับไม่กล้าแสดงออก ทำได้เพียงตอบรับเสียงเบาราวแมลงวันบิน
"...เจ้าค่ะ"
ฉู่โม่ล้วงเอาพกมีดสั้นสีดำเล่มหนึ่งที่สลักอักขระแปลกประหลาดออกมาจากอกเสื้อ
นี่คือ สื่อกลาง แบบใช้แล้วทิ้งสำหรับพันธสัญญาจิตวิญญาณ
เป็นของที่มาคู่กับตำราวิชาพิสดารเล่มนั้นที่บันทึกเรื่องพันธสัญญาไว้
ฉู่โม่กรีดปลายนิ้ว หยดเลือดลงในร่องอักขระ
อักขระบนมีดสั้นพลันส่องแสงสีแดงวาบดูชั่วร้าย
ฉู่โม่ถือมีดสั้น เดินไปตรงหน้าลั่วจื่ออิน แล้วนั่งยองๆ ลง
"เงยหน้า"
ลั่วจื่ออินเงยหน้าที่เปรอะเปื้อนคราบน้ำตาและดินโคลนขึ้นด้วยความอัปยศ
เมื่อมองใกล้ๆ แม้จะอยู่ในสภาพเช่นนี้ ก็ยังไม่อาจบดบังความงามที่สั่นสะเทือนจิตใจของนางได้
ฉู่โม่ถือมีดสั้น จ่อไปที่กลางหว่างคิ้วของนาง
"จำไว้ ห้ามต่อต้าน มิเช่นนั้นเจ้าตาย"
ปลายมีดอันเย็นเยียบแตะลงที่กลางหว่างคิ้วลั่วจื่ออิน
ลั่วจื่ออินตัวสั่นเทา สัญชาตญาณการเอาตัวรอดทำให้นางสะกดกลั้นความคิดที่จะต่อต้านเอาไว้อย่างสุดชีวิต หลับตาแน่น แล้วเปิดเปลือยจิตใจ
ฉึก
มีดสั้นแทงเข้ากลางหว่างคิ้วเล็กน้อย เลือดไหลซึมออกมา
ปากของฉู่โม่ร่ายคาถาที่ฟังดูโบราณและเข้าใจยาก
เลือดของฉู่โม่บนมีดสั้น กลายสภาพเป็นเส้นด้ายสีแดงเล็กละเอียด ไหลซึมเข้าสู่บาดแผลที่หว่างคิ้วของลั่วจื่ออิน แล้วหายวับไป
วูม
มีดสั้นสีดำส่งเสียงร้องแผ่วเบา ก่อนจะแตก เพล้ง กลายเป็นผุยผง
สำเร็จ
ฉู่โม่กล่าวในใจ
สื่อกลางแบบใช้แล้วทิ้งต้องรอให้เป็นผู้ฝึกเซียนก่อนถึงจะหลอมสร้างขึ้นใหม่ได้
ยังดีที่ตอนนี้เขาได้ควบคุมลั่วจื่ออิน ช่องทางที่จะนำพาไปสู่วิถีเซียน ไว้ในกำมือแล้ว
เวลานั้นเอง ลั่วจื่ออินพลันสังเกตเห็นสายตาที่รุกรานมากขึ้นเรื่อยๆ ของฉู่โม่
"เจ้า... ถ้าเจ้ากล้าแตะต้องตัวข้า... ข้าจะฆ่าตัวตาย!"
จู่ๆ เสียงของลั่วจื่ออินก็สั่นเครือ แฝงความเด็ดเดี่ยว
ฉู่โม่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
เมื่อครู่ยังยอมศิโรราบ เขาไม่เชื่อหรอกว่าลั่วจื่ออินจะเป็นหญิงรักนวลสงวนตัวยอมตายถวายชีวิตอะไรขนาดนั้น
"เหตุผล?"
"ก่อนจะถึงขอบเขตแก่นทองคำ... ข้าห้ามเสียหยวนอินเด็ดขาด! มิเช่นนั้น... กายสังขารจะแตกสลาย ไม่อาจก้าวหน้าได้อีก!"
(หนวนอินหรือง่ายๆ พรหมจรรย์ของผู้ฝึกตนหญิง)
พันธสัญญาจิตวิญญาณสัมผัสได้ว่า ลั่วจื่ออินไม่ได้โกหก และมีความคิดที่จะทำลายตัวเองอย่างรุนแรงจริงๆ
ฉู่โม่ครุ่นคิดเล็กน้อย ข่มความปรารถนาวาบหวามลงไป
แม้เขาสามารถควบคุมไม่ให้ลั่วจื่ออินฆ่าตัวตายได้ แต่นางยังมีประโยชน์อย่างมาก
นางอยู่ขอบเขตสร้างรากฐานขั้นปลาย สำหรับเขาที่ยังไม่มีความสามารถในการปกป้องตัวเองในโลกผู้ฝึกเซียน การมีนักสู้ที่กำลังจะเลื่อนขั้นสู่ขอบเขตแก่นทองคำได้ในเร็วๆ นี้ไว้ใช้งาน ย่อมมีค่าสูงมาก
ฆ่าไก่เอาไข่ เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ
ฉู่โม่สั่งการด้วยความคิด พลังที่ตรึงร่างลั่วจื่ออินอยู่ก็หายไปในทันที
ลั่วจื่ออินราวกับได้รับการอภัยโทษ รีบดึงเสื้อผ้าขึ้นมาห่อหุ้มตัวเองแน่น ร่างกายสั่นระริกด้วยความหวาดกลัวและอับอาย
สายตาที่มองฉู่โม่เต็มไปด้วยความพรั่นพรึงและเกลียดชัง
ฉู่โม่ลุกขึ้นยืน จัดชุดสีดำให้เข้าที่
"พรุ่งนี้ตอนประลอง ข้าจะลงแข่งเอง"
เขาสั่งการด้วยท่าทีของผู้เหนือกว่า
"ถึงเวลานั้น ข้าจะส่งคำสั่งผ่านจิตไปให้เจ้า เจ้าก็แค่เล่นละครให้สมบทบาท"
"เข้าใจหรือไม่?"
หากลั่วจื่ออินไม่ลงแข่ง เดิมทีตระกูลฉู่และตระกูลสวี่มีโอกาสชนะกึ่งหนึ่ง
แต่ถ้านางลงแข่งแล้วล้มมวย ตระกูลฉู่ชนะใสๆ
ลั่วจื่ออินได้ยินดังนั้น ก็ก้มหน้าลงด้วยความอัปยศ กัดริมฝีปากจนแทบห่อเลือด
"เข้าใจเจ้าค่ะ"
"ดีมาก เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน พรุ่งนี้ เจ้าต้องไปตามนัดให้ตรงเวลา"
ประโยคนี้ของฉู่โม่ใช้อำนาจพันธสัญญาเข้ากำกับ ไม่กลัวว่าลั่วจื่ออินจะไม่ทำตาม
พูดจบ เขาก็หันหลังเดินจากไป หายลับไปในแสงจันทร์
ลั่วจื่ออินนั่งขดตัวอยู่ในถ้ำเพียงลำพัง เสื้อผ้าหลุดลุ่ย คราบน้ำตายังไม่แห้งเหือด แววตาเปี่ยมด้วยความอับอายและความสิ้นหวัง
ไอ้ปุถุชนชั้นต่ำสมควรตายผู้นี้...
นอกจากจะเหยียบย่ำศักดิ์ศรีนางในคืนนี้แล้ว พรุ่งนี้ยังจะใช้ฐานะผู้ฝึกเซียนอันสูงส่งของนางเป็นแท่นเหยียบเพื่ออวดอ้างบารมี ต่อหน้ามนุษย์ทั้งเมืองอีก
จะเป็นทั้งคนชั่วช้าและวีรบุรุษผู้กอบกู้ในเวลาเดียวกัน
ช่างน่ารังเกียจยิ่งนัก