เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 172

Divine King Of All Directions - 172

Divine King Of All Directions - 172


Divine King Of All Directions - 172

 

เคล็ดวิชาหนึ่งวิญญาณสวรรค์ได้หมุนวนอย่างเงียบๆก่อนที่เขาจะยืนขึ้นแล้วเปิดใช้งานข่ายอาคมลมกระโชกเพื่อซ่อนตัวอยู่ในเงามืด , ณ ตอนนี้เองที่มีเสียงดังขึ้นเล็กน้อยก่อนที่ประตูหน้าบ้านจะถูกเปิดออกและร่างเงาร่างหนึ่งได้พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วเหมือนดั่งภูติพราย

หลังจากนั้นหลินเทียนก็สัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของพลังฉีก่อนที่ร่างเงานั้นจะพุ่งเข้าไปที่เตียงของเขา

หลินเทียนถึงกับขนลุกสู้เพราะว่าชายคนนี้อยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 9 !

โครม ! เตียงของเขาได้ระเบิดออกเป็นชิ้นๆจนไม่เหลือซาก

"อื้ม ?! "

ร่างนั้นได้ส่งเสียงที่ประหลาดใจออกมาก่อนที่จะมองไปรอบๆห้อง

"ไม่อยู่ ? "

ร่างนั้นได้ส่งเสียงกระซิบก่อนที่จะพุ่งออกไปทางด้านนอก

ณ ตอนนี้เองที่ประกายตาของหลินเทียนได้เปลี่ยนเป็นเย็นชาก่อนที่จะเรียกเอามีดสั้นออกมาแล้วเอื้อมไปปาดแผลบางๆที่คอของฝ่ายตรงข้าม

ร่างนั้นรู้สึกเพียงแค่ความเย็นของใบมีดก่อนที่จะสั่นสะท้านไปทันที

"อย่าได้คิดขยับ "

หลินเทียนได้ส่งเสียงออกมาก่อนที่ร่างของเขาจะปรากฏขึ้น

ร่างนั้นถึงกับสั่นไปไม่ได้เพราะว่าก่อนหน้านี้เขามองไปรอบบ้านแล้วและไม่พบร่างของหลินเทียนแม้แต่น้อยทว่าตอนนี้คอของเขากลับถูกมีดจ่อเอาไว้จนทำให้เขาไม่กล้าขยับไปไหน , ตอนนี้หลินเทียนสามารถปลิดชีวิตของเขาได้ง่ายมากๆ

"อยู่ดีๆเจ้ามาโผล่ด้านหลังข้าได้ไงกัน ? ก่อนหน้านี้ข้าตรวจสอบดูแล้วว่าภายในบ้านนี้ไม่มีใคร ! "

ร่างนั้นได้ส่งเสียงออกมา

หลินเทียนได้ยกเท้าถีบออกไปก่อนที่จะทำให้ร่างๆนั้นคุกเข่าลงกับพื้น

"ตอนนี้เจ้าเป็นเชลยของข้าและไม่มีสิทธิจะถามคำถามกับข้า "

เขาได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก

หลังจากนั้นเขาก็ได้ฉีกหน้ากากของร่างๆนั้นออกพร้อมทั้งพบว่าอีกฝ่ายเป็นชายวัยกลางคน

ณ ตอนนี้ท่าทางของอีกฝ่ายตกตะลึงเป็นอย่างมาก เขาคิดไม่ออกเลยว่าทั้งๆที่ตัวเองอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 9 แล้วลอบเข้ามาตอนกลางดึกแต่กลับถูกจับตัวได้ง่ายดายแบบนี้ ณ ตอนนี้เขาได้กลายเป็นเนื้อบนเขียงรอคนอื่นสับเสียแล้ว !

"ใครส่งเจ้ามา ? "

หลินเทียนได้ส่งเสียงออกมา

ชายคนนั้นได้แต่เงียบโดยที่ไม่ปริปากแม้แต่น้อย

ประกายตาของหลินเทียนได้เปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกก่อนที่จะเรียกเอามีดสั้นอันที่ 2 ออกมาในมือซ้ายแล้วแทงเข้าไปที่ลำตัวของอีกฝ่าย , การแทงนี้ทะลุอวัยวะสำคัญของอีกฝ่ายและทำให้เขาส่งเสียงร้องออกมาทันทีแต่แน่นอนว่ามันไม่ใช่เสียงที่ดังพอจะให้คนอื่นรู้สึกได้

"พูดมา !"

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา

ชายคนนั้นได้แต่กัดฟันโดยที่ไม่พูดอะไรแม้แต่น้อย

หลินเทียนได้แสยะออกมาอย่างเย็นชาก่อนที่จะแทงลงไปอีกครั้ง

ชายวัยกลางคนได้แต่อดทนกับความเจ็บปวดพร้อมทั้งส่งเสียงร้องออกมาอีกครั้ง

"ข้าว่าเจ้าอย่าได้ทดสอบความอดทนของข้าเลยไม่งั้นข้าจะให้เจ้าได้ตายทั้งเป็น ! "

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาอีกครั้ง

ใบหน้าของชายวัยกลางคนได้เปลี่ยนเป็นน่าเกลียดโดยทันที , เขาที่เป็นถึงผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 9 กลับถูกข่มขู่โดยเด็กหนุ่มที่อยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 6 !

เมื่อเห็นว่าชายคนนี้ไม่ยอมปริปากดังนั้นหลินเทียนถึงได้แสดงสายตาที่เย็นชาออกมาก่อนที่จะเตะไปยังขาที่อยู่ที่พื้นของอีกฝ่ายก่อนที่จะได้ยินเสียง กร๊อบ ! , ณ ตอนนี้เองที่เสียงกระดูกแตกหักได้ถูกส่งออกมาและทำให้กระดูกขาซ้ายของชายคนนั้นแตกละเอียดโดยทันที

"ถึงเจ้าไม่พูดข้าก็รู้ว่าผู้นำตระกูลเจียงส่งเจ้ามา "

เหงื่อได้ท่วมไปทั่วใบหน้าของชายวัยกลางคนและอดที่จะสั่นไปทั้งตัวไม่ได้

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาอย่างเย็นชาเพราะดูเหมือนว่าการคาดการณ์ของเขาจะถูกต้อง

เขาได้จ้องมองออกไปตรงหน้าพร้อมกับพูดต่อว่า

"ด้วยระดับพลังของเจ้าแล้วดูเหมือนว่าจะมีสถานะไม่น้อยในตระกูลเจียงและน่าจะรู้ความลับหลายๆเรื่อง ก่อนหน้านี้ข้าเตือนเจ้าไปแล้วและตอนนี้ข้าจะถามอีกรอบ , หากว่าอยากจะเงียบต่อไปหรือให้คำตอบที่ข้ารู้สึกไม่พึงพอใจก็ได้นะแต่หลังจากนั้นข้าจะเหยียบกระดูกขาขวาเจ้าต่อและหากว่าคำตอบของคำถามที่สองทำให้ข้าไม่พอใจ ข้าก็จะเหยียบกระดูกแขนซ้ายเจ้า , สุดท้ายนี้ก็จะเป็นแขนขวา ตาซ้าย และตาขวาตามลำดับ "

ชายวัยกลางคนได้แต่พูดออกมาด้วยร่างกายที่สั่นสะท้านว่า

"จะ..........เจ้ามันปีศาจ ! "

"ปีศาจ ? "

หลินเทียนได้แสยะออกมาพร้อมกับพูดว่า

"คิดแบบนั้นได้ก็ได้ "

หลังจากที่พูดจบแล้วน้ำเสียงของเขาก็เย็นชาขึ้นพลางพูดออกมาว่า

"คำถามแรก ระดับพลังของผู้นำตระกูลเจียงอยู่ในระดับอะไร ? "

ริมฝีปากของชายวัยกลางคนได้ขยับเล็กน้อยแต่ตอนนี้เองที่หลินเทียนได้กระทืบลงไปยังขาขวาของเขาอย่างจัง

เสียงกระดูกแตกหักได้ถูกส่งออกมาโดยทันที

"เจ้า...."

ชายวัยกลางคนได้แต่ส่งเสียงออกมาด้วยความโกรธและความกลัว

"ข้าบอกแล้วว่าอย่าเงียบ"

หลินเทียนได้พูดต่อด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า

"มาต่อกัน , ระดับพลังของผู้นำตระกูลอยู่ในเขตแดนอะไร ? "

"ระดับพลังของท่านผู้นำตระกูล ได้ ได้ อยู่ในเขตแดน......"

"กร๊อบ ! "

หลินเทียนได้บิดแขนซ้ายของชายวัยกลางคนจนละเอียดโดยทันที

"เจ้า..."

"เจ้าลังเลอะไร "

หลินเทียนได้พูดต่อด้วยดวงตาที่ดุร้ายว่า

"งั้นมาอีกรอบ , ระดับพลังของผู้นำตระกูลอยู่ในเขตแดนอะไร ? "

"เขตแดนชีพจรเทวะระดับ 9 ตอนปลาย "

ครั้งนี้ชายวัยกลางคนได้รีบตอบกลับอย่างรวดเร็วเพราะอารมณ์ของหลินเทียนทำให้เขากลัวอย่างมาก

"ดีมาก "

หลินเทียนได้แสดงสีหน้าที่พึงพอใจออกมาพร้อมทั้งพูดต่อว่า

"คำถามที่สอง ระดับพลังของผู้เชี่ยวชาญที่แข็งแกร่งที่สุดในตระกูลเจียงอยู่ในเขตแดนอะไร ? "

"เขตแดนผู้รอบรู้ระดับ 2 "

"กี่คน "

"คนเดียว"

หลินเทียนได้หรี่ตาลงก่อนที่จะถามต่อว่า

"คำถามสุดท้าย นิกายที่เจียงเหลินเหวินเข้าร่วมชื่อนิกายอะไร ? "

ชายวัยกลางคนได้แต่สั่นสะท้านไปพร้อมกับพูดว่า

"เรื่องนี้ข้าไม่รู้ ! "

"ไม่รู้ ? "

หลินเทียนได้แสดงสีหน้าที่เย็นชาออกมาก่อนที่จะขยับมีดเข้ามาอย่างช้าๆแล้วพูดว่า

"ข้าจะถามอีกรอบว่านิกายที่เจียงเหลินเหวินเข้าร่วมชื่ออะไร ? หากว่าไม่ตอบข้าจะแทงดวงตาซ้ายของเจ้าช้าๆจะได้ให้เจ้าดื่มด่ำกับความรู้สึก "

ชายวัยกลางคนได้แต่ส่งเสียงออกมาด้วยความโกรธว่า

"ทำไมเจ้าถึงได้โหดเหี้ยมแบบนี้ ! "

"โหดเหี้ยม ? เจ้ามีคุณสมบัติอะไรมาพูดกับข้าด้วยคำนี้ ? "

หลินเทียนได้แสยะออกมาก่อนที่จะขยับมีดเข้ามาหาดวงตาซ้ายของชายวัยกลางคนแล้วพูดว่า

"นิกายที่เจียงเหลินเหวินเข้าร่วมมีชื่อว่าอะไร ? "

สีหน้าของชายวัยกลางคนได้ซีดเผือดขณะที่สั่นไปทั้งตัว

"ไม่พูดใช่ไหม "

หลินเทียนได้ส่งเสียงที่เย็นชาออกมาก่อนที่มีดสั้นในมือขวาจะกดลงที่ลำคอของชายวัยกลางคนพร้อมทั้งใช้มือซ้ายปาดไปที่ดวงตาของอีกฝ่าย

"หยุด ข้าจะพูด !"

ชายวัยกลางคนได้ส่งเสียงออกมา

หลังจากที่เขาคิดตามคำพูดของหลินเทียนแล้วหากว่าถูกมีดแทงเข้าไปที่ดวงตาช้าๆนี่มันจะเจ็บปวดขนาดไหนกัน ? นี่มันเป็นการทรมานที่ใครจะไปทนได้ ?

หลินเทียนได้หยุดมือลง

"พูดมา "

เขาได้ส่งเสียงออกมา

ท่าทางของอีกฝ่ายพยายามขัดขืนเล็กน้อยก่อนที่จะตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า

"จะ...........เจ็ดตำหนักรอบรู้ "

"เจ็ดตำหนักรอบรู้ ? "

หลินเทียนได้ส่งเสียงออกมาก่อนที่จะส่ายศีรษะแล้วพูดกับตัวเองว่า

"ไม่เคยได้ยินจริงๆด้วยแหะ "

เขาได้จ้องมองออกไปพร้อมกับพูดว่า

"แล้วระดับพลังของนิกายนั่นล่ะเป็นไง ? ตั้งอยู่ที่ไหน ? "

"นี่.........ข้าไม่รู้เรื่องนี้จริงๆ ข้ารู้เพียงแค่ว่าภายในนิกายนั้นมีตัวตนระดับผู้เชี่ยวชาญเขตแดนจักรพรรดินภาเท่านั้น ! "

ชายวัยกลางคนได้ส่ายศีรษะซ้ำๆ

หลินเทียนได้แสยะออกมาก่อนที่จะกดมีดสั้นในมือขวาลงพร้อมทั้งขยับมีดสั้นในมือซ้ายเข้าใกล้ดวงตาซ้ายของเขาอีกครั้ง

"หยุด ! ข้าไม่รู้จริงๆ ! ข้าไม่รู้จริงๆ ! "

ชายวัยกลางคนได้แต่พูดออกมาด้วยท่าทางที่กระวนกระวายอย่างมาก

หลินเทียนได้หยุดมือลงก่อนที่จะหรี่ตาเล็กน้อยเพราะดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่รู้เรื่องนี้จริงๆ

หลังจากที่เงียบไปเขาก็ได้พูดต่อว่า

"แล้วผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้ของตระกูลเจ้ายังบริหารงานของตระกูลอยู่รึไม่ ? "

"ไม่.......มีเพียงหากเกิดหายนะกับทางตระกูลเท่านั้นไม่งั้นท่านบรรพบุรุษเก่าแก่ก็จะไม่ออกมา"

ชายวัยกลางคนได้พูดออกมา

ณ ตอนนี้เขากลัวหลินเทียนเป็นอย่างมากและไม่ลังเลที่จะพูดเลยแม้แต่น้อย

หลินเทียนได้ถอนมือซ้ายกลับมาก่อนที่จะจับไหล่ของอีกฝ่ายเอาไว้แล้วพูดว่า

"แม้ว่าจะได้ข้อมูลไม่มากแต่ก็ขอบคุณสำหรับความร่วมมือ "

ชายวัยกลางคนได้โล่งอกก่อนที่จะกัดฟันแล้วพูดว่า

"ปล่อยข้า ? "

"ปล่อยข้า ? พูดเล่นหรือเปล่า ? "

หลินเทียนได้แสยะออกมา

"เจ้า.........."

"พุฟฟฟฟ ! "

เขาได้กดมือขวาลงก่อนที่มีดสั้นจะแทงทะลุลำของของอีกฝ่ายไปทันที

...................

เช้าวันรุ่งขึ้นหลินเทียนก็ได้เอาศพของชายวัยกลางคนไปทิ้งไว้หน้าบ้าน

"เกิดอะไรขึ้น ? ทำไมถึงได้มีศพอยู่นี่ ? "

"แปลกแหะ "

"แถมยังเป็นชายวัยกลางคนที่ไม่รู้จักด้วย "

"นี่มันเกิดอะไรขึ้น ? "

"มันอยู่หน้าบ้านของคนโหดนั่น หรือว่าจะมีความเกี่ยวข้องกับเขา ?"

หลายๆคนได้พูดออกมาด้วยท่าทางประหลาดใจ

ไม่นานเรื่องเหล่านี้ก็ไปถึงหูของผู้อาวุโสภายในสำนักก่อนที่ฮานเฮอและหลุยหลานจะรีบตามมาดูร่างไร้วิญญาณที่ถูกทิ้งเอาไว้หน้าที่พักของหลินเทียนด้วยท่าทางที่ตกต่ำลงอย่างมาก ด้วยความที่พวกเขาเป็นผู้อาวุโสถึงได้พอรู้จักตัวตนที่มีชื่อเสียงของเมืองหลวงเป็นอย่างดีและตระหนักได้ว่าชายวัยกลางคนตรงหน้าเป็นผู้เชี่ยวชาญของตระกูลเจียง

หลังจากที่เงียบอยู่สักพักพวกเขาก็ได้เดินเข้าไปภายในที่พักของหลินเทียน

ณ ตอนนี้หลินเทียนยังคงนั่งบ่มเพาะพลังอยู่และหลังจากที่สัมผัสได้ถึงการมาถึงของพวกเขาจึงได้ลืมตาขึ้น

เขาได้ลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าที่ไม่แปลกใจนัก

ฮานเฮอได้ถามออกมาว่า

"ศพนั่นเจ้าเป็นคนทำ ? "

"อื้ม "

หลินเทียนได้ตอบกลับไปอย่างราบเรียบ

พวกเขาได้แต่แสดงสีหน้าที่ตกตะลึงออกมาเพราะพวกเขารู้ดีว่าชายวัยกลางคนที่อยู่ด้านนอกนั้นอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 9 ตอนปลายแต่กลับถูกหลินเทียนสังหาร

"นี่มันเรื่องอะไรกัน ? "

หลุยหลานได้ถามออกมา

หลินเทียนได้ตอบกลับไปว่า

"หรือว่าพวกท่านอยากจะสืบสวนข้า ? อยากจะลงโทษข้า ? "

หลุยหลานและฮานเฮอได้แต่ผงะไปด้วยสีหน้าที่หมดหนทาง

"หลินเทียน เราไม่มีหนทางจริงๆเพราะว่าแรงกดดันที่นิกายสร้างให้กับทางจักรวรรดินั้นมันใหญ่หลวงมากๆ เจ้าเองก็น่าจะเข้าใจ "

ฮานเฮอได้พูดต่อว่า

"ส่วนเรื่องนี้เจ้าไม่ต้องพูดประชดหรอก เราไม่ใช่คนโง่ดังนั้นจะไปเอาความกับเจ้าได้ไง "

เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้วความรู้สึกด้านลบในใจของเขาก็ลดลงเล็กน้อยก่อนที่จะเงียบไปแล้วอธิบายเรื่องราวทั้งหมดออกมา แน่นอนว่าเขาบอกไปเพียงแค่ว่าอีกฝ่ายเข้ามาลอบสังหารเขาแต่กลับถูกเขาสังหารแทนโดยที่ไม่ได้อธิบายเนื้อหาสำคัญออกไป

เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้วสีหน้าของฮานเฮอและหลุยหลานเองก็น่าเกลียดลงอย่างมาก

"แม้ว่าจะคิดไว้แล้วว่าตระกูลเจียงต้องลงมือแน่ๆแค่ไม่คิดเลยว่าจะส่งคนเข้ามาภายในสำนักแบบนี้ !"

หลุยหลานได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นช

ตัวตนของสำนักเป่ยหยานนั้นอยู่เหนือ 3 ตระกูลผู้บ่มเพาะ ภายในสำนักแห่งนี้มีตัวตนระดับเขตแดนผู้รอบรู้อยู่หลายคนซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดของจักรวรรดินี้แต่ตระกูลเจียงกลับกล้าทำเรื่องหยามหน้าพวกเขาแบบนี้มันทำให้ทั้งสองโกรธอยู่ภายในใจ

"หลังจากที่เจียงเหลินเหวินมันได้เข้าร่วมกับนิกายก็ทำให้ตระกูลของพวกมันเหิมเกริมขึ้นมาทันที !"

ฮานเฮอได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 172

คัดลอกลิงก์แล้ว