เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 171

Divine King Of All Directions - 171

Divine King Of All Directions - 171


Divine King Of All Directions - 171

 

ที่หลินเทียนต้องการหยาดจันทราก็เพราะว่าเขาอยากจะสร้างข่ายอาคมลมกระโชกขึ้น

"ไม่มีปัญหาทว่ามันเป็นวัตถุดิบที่ไม่ธรรมดาดังนั้นถึงต้องใช้แต้มแลก "

ชิงเฟิงได้พูดออกมา

"ข้าเข้าใจ "

หลินเทียนได้พยักหน้าตอบ

ที่สมาคมปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมของเมืองหลวงนั้นไม่เพียงแต่จะได้รับแต้มจากภารกิจที่สำเร็จเท่านั้นแต่สามารถใช้ข่ายอาคมหายากมาแลกได้ , ณ ตอนนี้หลินเทียนได้หยิบวัตถุดิบที่เตรียมไว้ก่อนแล้วออกมาเพื่อสร้างข่ายอาคมคุกโดดเดี่ยว 10 ม้วนก่อนที่จะส่งให้กับมือของชิงเฟิง

เมื่อจ้องมองไปยังม้วนอาคมที่มือแล้วชิงเฟิงและคนอื่นๆก็ได้แต่มีประกายตาที่เปลี่ยนไป

"อื้ม ดีมาก "

ผู้อาวุโสจินได้พูดออกมา

ข่ายอาคมคุกโดดเดี่ยวนั้นหายากมากและพวกเขาทั้งหมดก็ไม่มีความสามารถที่จะสร้างข่ายอาคมนี้ได้แถมหากพูดตามตรงแล้วคิดว่าทั้งจักรวรรดินี้คงมีเพียงหลินเทียนคนเดียวที่รู้ถึงวิธีการวาดข่ายอาคมนี้ดังนั้นมูลค่าของมันทั้ง 10 ม้วนถึงได้สูงมากๆ

เชิงเฟิงได้รับม้วนอาคมไปก่อนที่จะหยิบเอาขวดหยกออกมา

"ทั้งหมดมีอยู่ 20 หยด "

ชิงเฟิงได้พูดออกมา

แม้ว่าข่ายอาคมคุกโดดเดี่ยวจะไม่ธรรมดาก็จริงแต่หยาดจันทราเองก็หายากมากๆและแม้ว่าพวกเขาทั้ง 3 คนจะชื่นชมหลินเทียนแต่ก็ยังต้องปฏิบัติตามกฎของทางสมาคม

"ขอขอบคุณพวกท่านมากๆ "

หลินเทียนได้พูดออกมา

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้เก็บขวดหยกกลับไป , 20 หยดนี้มันมากพอสำหรับเขาแล้ว

"น้องชายก็ระวังตัวด้วยแล้วกัน "

ชิงเฟิงได้พูดออกมาด้วยใบหน้าที่จริงจัง

หลินเทียนเข้าใจถึงความหมายนี้ดีว่าพวกเขาเตือนเรื่องของตระกูลเจียงและตระกูลเหล็ง

"ขอบคุณคำแนะนำของพวกท่าน "

เขาได้ตอบกลับไป

ตอนนี้เป็นช่วงค่ำแล้วและหลินเทียนเองก็ได้สนทนาอยู่กับผู้อาวุโสอยู่สักพักก่อนที่จะซื้อวัตถุดิบต่างๆแล้วกลับออกไป , เขาได้กลับไปถึงที่สำนักอย่างรวดเร็วและหลังจากที่ถึงที่พักแล้วเขาก็ได้หยิบเอาหยาดจันทราทั้งหมดออกมาเพื่อเริ่มสร้างข่ายอาคมลมกระโชก

เขาได้ใช้เวลาอยู่ทั้งหมด 6 ชั่วโมงเพื่อสร้างข่ายอาคมลมกระโชกทั้ง 20 ม้วน , หลังจากนั้นเขาก็เริ่มสร้างข่ายอาคมคุกโดดเดี่ยวและข่ายอาคมผสานทักษะต่อและตอนนี้เองที่ดวงอาทิตย์ได้สาดแสงลงมายังพื้นโลก , หลินเทียนได้ก้าวออกไปนอกที่พักก่อนที่จะเริ่มฝังม้วนอาคมต่างๆเอาไว้รอบๆที่พัก

"เรียบร้อย "

เขาได้พูด!กับตัวเองก่อนที่จะเดินออกไปด้านนอก

เวลาได้ผ่านไปเรื่อยๆขณะที่ดวงอาทิตย์ขึ้นมาทางทิศตะวันออก

หลินเทียนได้กลับเข้าไปในที่พักเพื่ออาบน้ำแล้วเดินออกไปทางลานฝึก , บางทีมันอาจจะเป็นเพราะว่าด้วยระดับพลังของเขาในตอนนี้ดังนั้นถึงแม้ว่าจะใช้เวลาอยู่กับการสร้างข่ายอาคมทั้งวันแต่กลับไม่รู้สึกเหนื่อยล้าหรือง่วงเลยแม้แต่น้อย

ระหว่างทางเขาก็ได้พบกับกลุ่มคนมากมาย

ณ ตอนนี้หนึ่งในคนเหล่านั้นได้มองมาทางเขาด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างมาก

"นั่นมันเจ้าคนโหด ! "

หลังจากที่พูดออกมาแล้วคนนั้นก็รีบเดินหลบออกไปทันที

เมื่อได้ยินเสียงนี้แล้วหลายๆคนก็ได้รีบหันหน้ากลับมามองด้วยท่าทางที่เปลี่ยนไปเช่นกัน

"หลินเทียน ?! "

"ไปเร็ว รีบๆหลีกทางให้คนโหดเร็ว ! "

"ข้าไปก่อนล่ะ !"

"หลีกเร็ว อย่ามาขวางทางข้า ! "

"ให้ข้าหนีก่อน ! "

เกิดความวุ่นวายขึ้นทันทีก่อนที่ทางด้านหน้าของหลินเทียนจะโล่งกว้างในพริบตา

หลินเทียนได้หยุดเท้าลงด้วยท่าทางที่หมดคำพูด นี่เขาดูเหมือนปีศาจร้ายเลยหรือไง ?

เขาได้ส่ายศีรษะก่อนที่จะเดินไปทางลานฝึกด้วยสีหน้าที่ไม่สนใจนัก

ไม่นานเขาก็ได้ไปถึงถ้ำข่ายอาคมสังหารก่อนที่จะส่งตราประจำตัวให้กับผู้ดูแล

"ข้าอยากจะเข้าไปฝึกภายในถ้ำข่ายอาคมสังหาร "

เขาได้พูดออกมา

ถ้ำข่ายอาคมสังหารนั้นเป็นหนึ่งในสถานที่ฝึกที่โด่งดังของสำนัก หลังจากที่เข้าไปแล้วผู้ฝึกก็จะได้เผชิญหน้ากับภาพลวงตาของตัวเองซึ่งมีความแข็งแกร่งเทียบเท่าผู้ใช้ ทักษะที่ภาพลวงตาเหล่านั้นใช้ก็จะเป็นแบบเดียวกันซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถเพิ่มความสามารถของตัวเองให้มากขึ้นไปอีกขั้น

จริงๆแล้วเขามีความคิดจะเข้าไปในถ้ำรวมพลังฉีมากกว่าเพราะว่ามันสามารถช่วยให้เขาก่อจุดชีพจรเทวะจุดต่อไปได้เร็วขึ้นแต่น่าเสียดายที่เขาใช้โควต้าของเดือนนี้หมดไปแล้วและยังต้องใช้เวลาอีก 5 วันกว่าจะถึงเดือนต่อไป

ดังนั้นถึงได้คิดว่าเอาเวลามาใช้ในถ้ำข่ายอาคมสังหารนี้ก่อนน่าจะดีกว่า

ผู้ดูแลเองก็ได้แต่จ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยสีหน้าที่ประหลาดใจ

"มาที่นี่ครั้งแรกสินะ เอาล่ะไม่ต้องตรวจหรอก เข้าไปได้เลย "

ผู้ดูแลได้ส่งตราประจำตัวกลับไปให้เขา

ตอนนี้ชื่อเสียงของหลินเทียนนั้นโด่งดังไปทั่วทั้งสำนักดังนั้นเขาที่เป็นผู้ดูแลจะไม่รู้ได้อย่างไรกัน

หลินเทียนได้แต่ผงะไปก่อนที่จะรับตรากลับมาแล้วโค้งคำนับ

หลังจากนั้นเขาก็ได้เดินเข้าไปอย่างรวดเร็ว

ภายในนั้นให้ความรู้สึกมืดและชื้นซึ่งหลังจากที่ก้าวเข้ามาแล้วเขารู้สึกได้เลยว่ามีพลังบางอย่างได้ห่อหุ้มเขาเอาไว้และหลังจากนั้นก็พบว่ามีร่างของตัวเองปรากฏขึ้นตรงกันข้าม

"ลึกลับดีจริงๆ "

เขาได้แต่คิดอยู่ภายในใจก่อนที่จะส่งจิตสัมผัสออกไปตรวจสอบและพบว่าร่างโคลนนี้ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นอาย ความสูง รูปลักษณ์ภายนอกต่างเหมือนกับเขาไม่มีผิด

"วิ้ส ! "

อากาศได้สั่นไหวก่อนที่ร่างนั้นจะส่งคลื่นกระบี่วายุสะท้านออกมา

หลินเทียนได้แต่ผงะไปด้วยความประหลาดใจเพราะว่าคลื่นกระบี่ที่ร่างโคลนส่งออกมารุนแรงไม่ด้อยไปกว่าเขาแม้แต่น้อย

เขาได้ก้าวถอยหลังกลับไปก่อนที่จะเรียกเอากระบี่ออกมาพร้อมทั้งฟาดฟันเพื่อส่งคลื่นกระบี่ออกไป

คลื่นกระบี่ทั้ง 2 ได้ปะทะเข้าใส่กันและกันก่อนที่แรงระเบิดจะกระจายตัวออกไปรอบทิศทางแต่อย่างไรก็ตามเขาไม่มีเวลาคิดถึงเรื่องพวกนี้เพราะว่าร่างโคลนของเขาไม่เปิดโอกาสให้เขาตั้งตัวแม้แต่น้อย มันได้เคลื่อนไหวอีกครั้งอย่างรวดเร็ว

"แกร๊ง ! "

ไม่รู้ว่าเพราะอะไรแต่ตอนนี้ในมือของร่างโคลนนั้นได้มีกระบี่แบบเดียวกันปรากฏขึ้นมา

หลินเทียนได้แสดงสีหน้าที่มุ่งมั่นออกมาก่อนที่จะกวัดแกว่งกระบี่ในมือออกไปด้วยความเร็วไม่แพ้กันก่อนที่จะปะทะเข้ากับกระบี่ของอีกฝ่าย

"แกร๊ง ! "

กระบี่ทั้ง 2 ได้ปะทะกันก่อนที่จะส่งเสียงเสมือนจริงออกมา

ไม่นานหลินเทียนก็ได้ปะทะเข้ากับร่างโคลนหลายสิบครั้งและทุกครั้งเขาไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับฝ่ายตรงข้ามได้แม้แต่น้อยเหมือนว่าอีกฝ่ายรู้ถึงความคิดของเขา , พริบตาที่เขาได้ส่งการโจมตีออกไปนั้นอีกฝ่ายก็จะสามารถหลบหลีกมันได้ทั้งหมดและมันส่งผลให้เขาได้แต่แสดงสีหน้าที่น าเกลียดออกมาเพราะว่าตอนนี้เขากำลังเสียเปรียบ

ดวงตาของเขาได้หดเล็กลงก่อนที่จะสำแดงทักษะกระบี่สายฟ้ามรกตออกมา

หลังจากนั้นร่างโคลนของเขาก็ได้สำแดงทักษะแบบเดียวกันออกมา

"ไม่ธรรมดาจริงๆ "

หลินเทียนได้พูดกับตัวเอง

ในระยะเวลา 1 ชั่วโมงนี้หลินเทียนยังคงเผชิญหน้าอยู่กับร่างโคลนของเขาและไม่ได้ตั้งเป้าเพื่อจะฆ่าอีกฝ่ายแล้วแต่กลับกลายเป็นการพยายามคิดว่าตัวเองยังมีจุดอ่อนตรงไหน , หลังจากนั้นพลังฉีของเขาก็เริ่มที่จะเข้มข้นขึ้นขณะที่การเคลื่อนไหวเองก็ยิ่งราบรื่นและการโจมตีก็ยิ่งแม่นยำ

ทุกการเคลื่อนไหวของเขาในตอนนี้เพื่อสังหารศัตรูเท่านั้น !

ฆ่าศัตรูทุกคนที่อยู่เบื้องหน้า !

"แกร๊ง ! "

คลื่นกระบี่ได้ถูกส่งออกไปและแม้ว่ามันอาจดูเหมือนการฟาดฟันธรรมดาๆแต่กลับสามารถสะบั้นแขนของร่างโคลนตัวเองได้

ประกายตาของเขาได้เปลี่ยนไปก่อนที่ความเร็วของเขาจะเพิ่มขึ้น ตอนนี้ทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์ของเขาได้พัฒนาไปอีกขั้นแล้วถึงได้ฟาดฟันออกไปอีกครั้ง

"ตาย ! "

เขาได้ส่งเสียงทุ้มต่ำออกมาก่อนที่จะกวาดกระบี่ออกไปพร้อมกับหมัดของเขาอย่างสุดแรง

บึ้สสส ! ร่างโคลนของเขาได้สลายหายไปโดยทันที

หลินเทียนได้ปาดเหงื่อที่ท่วมหน้าผากเพราะตอนนี้พลังฉีของเขาได้ถูกใช้ไปจนหมดแล้วดังนั้นใบหน้าของเขาถึงได้ดูซีดลงอย่างมาก

"สู้กับตัวเองนี่มันเป็นปัญหาจริงๆ "

เขาได้พูดกับตัวเองก่อนที่จะก้าวเดินออกไป

เมื่อเห็นว่าหลินเทียนได้เดินออกมาแล้วผู้ดูแลเองก็ได้แสดงสีหน้าแปลกๆออกมาพลางพูดกับตัวเองว่า

"เพียงแค่ 2 ชั่วโมงเอง ? "

หลินเทียนได้หยุดเท้าลงก่อนที่จะถามออกมาว่า

"ใช้เวลานานไป ? "

"อื้ม ? "

เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้วผู้ดูแลก็ได้แสดงสีหน้าแปลกๆออกมา

หลินเทียนได้พูดต่อว่า

"ข้าหมายถึงการใช้เวลา 2 ชั่วโมงจัดการกับร่างโคลนของตัวเองน่ะ "

ดวงตาของผู้ดูแลถึงกับเบิกกว้างก่อนที่จะพูดออกมาว่า

"อะไรนะ ? "

เขาได้แต่จ้องมองไปทางหลินเทียนโดยที่ไม่สามารถพูดอะไรได้แม้แต่น้อย , โดยปกติแล้วศิษย์ที่เข้าใช้ที่นี่เป็นครั้งแรกนั้นจะถูกส่งออกมาเพราะว่าพลังฉีหมดหรือไม่ก็เพราะถูกร่างโคลนสังหารซึ่งคนปกติจะสามารถใช้เวลาอยู่ด้านในได้ประมาณ 4-6 ชั่วโมงแต่หลินเทียนกลับใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้นและมันทำให้เขารู้สึกแปลกมากๆว่าคนดังของสำนักทนได้เพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น ? แต่หลังจากที่ได้ยินคำพูดของหลินเทียนแล้วคำพูดทั้งหมดของเขาก็ได้แต่ค้างอยู่ที่ลำคอเพราะว่าอีกฝ่ายใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงเพื่อสังหารร่างโคลน !

หลินเทียนได้ขมวดคิ้วพร้อมกับถามออกมาว่า

"ทำไม ? "

"เปล่าๆ ไม่มีอะไร ไปเถอะ "

ผู้ดูแลได้โบกมือให้กับเขาก่อนที่จะส่งเสียงกระซิบออกมาว่า

"เป็นสัตว์ประหลาดจริงๆด้วย "

หลินเทียนได้แต่เดินออกไปโดยที่ไม่ได้คิดอะไร

หลังจากนั้นเขาก็ได้ตรงไปยังวังน้ำวนเพื่อเสริมความแข็งแกร่งของร่างกายโดยน้ำที่เย็นยะเยือก ครั้งนี้เขาไปได้ไกลกว่า 150 เมตรและหลังจากนั้นก็ดำลงไปแช่น้ำทั้งตัวซึ่งภาพเหล่านี้ทำให้ผู้คนที่อยู่รอบข้างต่างแสดงสีหน้าที่โง่งมออกมาตามๆกัน

หลังจากที่ใช้เวลาอยู่ด้านในจนถึงช่วงเย็นแล้วเขาก็ได้กลับไปยังที่พักของตัวเอง

"เห้อ "

เขาได้ยืดเส้นยืดสายอยู่พักหน่อยก่อนที่จะถอนหายใจออกมาแล้วโน้มตัวลงบนเตียงเพื่อพักผ่อน

เมื่อผ่านไปได้ 4 ชั่วโมงแล้วเขาก็ได้ลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก่อนที่จะลุกขึ้นนั่ง

สำหรับเขาแล้วระยะเวลาเท่านี้มันก็เพียงพอต่อการพักผ่อนแล้ว เขาได้รวบรวมสติก่อนที่จะเปิดการทำงานของข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณ 2 ม้วนพร้อมทั้งเริ่มหมุนวนเคล็ดวิชาซือจี่เพื่อดูดกลืนพลังฉีและพลังจากหมู่ดาวโดยรอบเพื่อเริ่มก่อจุดชีพจรเทวะจุดที่ 7

"บึ้ส ! "

แสงสีเงินได้ห่อหุ้มร่างของเขาเอาไว้ก่อนที่กลิ่นอายจะค่อยๆเพิ่มขึ้น

ไม่นานก็ผ่านไปอีก 2 ชั่วโมง

ตอนนี้กลิ่นอายและร่ายกายของเขาแข็งแกร่งขึ้นเล็กน้อยก่อนที่เขาจะลืมตาที่เป็นประกายเย็นชากลับขึ้นมาเพราะเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นกับข่ายอาคมคุกโดดเดี่ยวที่เขาวางเอาไว้ก่อนหน้านี้ซึ่งมันหมายความว่ามีคนบุกรุกเข้ามาภายในอาณาเขตที่เขาวางเอาไว้

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 171

คัดลอกลิงก์แล้ว