เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 173

Divine King Of All Directions - 173

Divine King Of All Directions - 173


Divine King Of All Directions - 173

 

ฮานเฮอได้แต่แสดงสีหน้าที่น่าเกลียดออกมาเพราะว่าสำนักเป่ยหยานนั้นถือเป็นสำนักระดับสูงสุดในจักรวรรดินี้แต่ตระกูลเจียงกลับกล้าที่จะส่งคนเข้ามาลอบสังหารซึ่งถือเป็นการดูหมื่นศักดิ์ศรีของทางสำนักอย่างมาก

"หลินเทียน เรื่องนี้ปล่อยให้พวกเราจัดการเอง เจ้าก็พยายามบ่มเพาะไปแล้วกัน "

ฮานเฮอได้พูดออกมา

"แล้วจะจัดการอย่างไร ? "

หลินเทียนได้ถามออกมา

เมื่อได้ยืนคำถามของหลินเทียนแล้วพวกเขาก็ได้แต่เงียบไป

เขาไม่ได้ถามอะไรต่อเพราะรู้ดีว่าฮานเฮอและหลุยหลานมันทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว อย่างมากก็ทำได้แค่การเตือนตระกูลเจียงเท่านั้น

"เชิญผู้อาวุโสทั้งสองกลับ "

เขาได้พูดออกมา

ฮานเฮอและหลุยหลานต่างถอนหายใจออกมาก่อนที่จะเดินออกไปด้านนอกแล้วแบกเอาร่างไร้วิญญาณไปด้วย

ผู้คนมากมายที่อยู่ๆรอบนอกต่างให้ความสนใจกับที่พักของหลินเทียนเป็นอย่างมาก

"ดูเหมือนว่านั่นจะเป็นฝีมือของเจ้าคนโหดนั่นนะ แต่ชายวัยกลางคนนั้นเป็นใครกัน ? "

"เดายากตรงไหน ? ก่อนหน้านี้เพิ่งเกิดเรื่องอะไรไปล่ะ ? "

"ก่อนหน้านี้...."

หลายๆคนได้ขมวดคิ้วพร้อมกับพูดออกมาด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไปว่า

"ตระกูลเจียง ? "

"น่าจะ"

"นี่มัน.........อวดดีเกินไปไหม ? "

"ใครใช้ให้ที่ตระกูลของพวกเขามีคนที่ได้เข้าร่วมกับนิกายกันล่ะ ไม่อวดดีก็คงไม่ใช่แล้ว "

ผู้คนโดยรอบต่างแสดงความคิดเห็นออกมา

หลายๆคนได้จ้องมองไปทางที่พักของหลินเทียนพลางสูดหายใจเข้าลึกไปตามๆกันไม่ได้

"เป็นคนที่น่ากลัวจริงๆ "

หนึ่งในพวกเขาได้พูดออกมา

หลินเทียนเองก็ได้ยินเสียงสนทนาของพวกเขาดีแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรแล้วเริ่มเช็ดคราบเลือดในบ้านเพราะถึงอย่างไรก็ตามที่นี่มันก็เป็นที่อยู่ของเขาถึงต้องจัดการกับคราบตามพื้นให้สะอาด

หลังจากที่เก็บกวาดเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาก็ได้เปิดการทำงานของข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณทั้ง 2 ม้วนโดยทันที

"บึ้ส ! "

พลังฉีได้ห่อหุ้มร่างกายของเขาเอาไว้อย่างรวดเร็ว

เมื่อผ่านไปได้ 4 ชั่วโมงแล้วก็ได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนที่ร่างๆหนึ่งจะวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว

"พี่เขย ! พี่เขย !"

น้ำเสียงที่คุ้นเคยได้ดังขึ้น

หลินเทียนลืมตาของเขากลับขึ้นมาก่อนที่จะพบกับซินเชิงหยุนที่อยู่ด้านหน้า

"มีเรื่องอะไรถึงได้กระวนกระวายแบบนั้น ? "

หลินเทียนได้ถามออกมา

ซินเชิงหยุนได้ตอบกลับไปว่า

"ข้ามาที่นี่ก็เพราะว่าข้าได้ยินว่าท่านสังหารชายวัยกลางคนไป มันเป็นคนของตระกูลเจียง ? "

หลินเทียนได้พยักหน้าตอบ

"แม่เจ้า ! ไอ้ตระกูลนี้มันกล้าส่งคนเข้ามาในสำนักเลยงั้นรึ "

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมาด้วยความโกรธก่อนที่จะจ้องมองกลับไปทางหลินเทียนแล้วพูดต่อด้วยท่าทางตกตะลึงว่า

"นี่พี่เขย คนที่ตระกูลเจียงส่งมาก็ไม่น่าจะอ่อนแอเพราะพี่เป็นคนที่สามารถทำให้เจียงเหลินเหวินบาดเจ็บหนักได้ พวกมันน่าจะส่งผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะตอนปลายมาใช่ไหม ? "

"โอ้เจ้าหนูซินฉลาดจริงๆ "

หลินเทียนได้หยอกล้อออกมา

"แน่นอนว่าข้าฉลาดอยู่แล้ว "

ซินเชิงหยุนได้กรอกตาของเขาก่อนที่จะพูดต่อว่า

"ไหนว่ามาหน่อยสิว่าท่านจัดการกับมือสังหารเขตแดนชีพจรเทวะตอนปลายที่เข้ามาลอบสังหารในยามค่ำคืนได้อย่างไรกัน ? "

"ใช้มีดสั้นไง "

หลินเทียนได้ตอบกลับไป

ซินเชิงหยุนได้แสดงสีหน้าที่จริงจังออกมาก่อนที่จะพูดว่า

"พี่เขยตอบข้าดีๆสิ ! "

หลินเทียน

"............"

"ฆ่ายังไง ! นั่นน่ะมันผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 9 ตอนปลายเลยนะ "

ซินเชิงหยุนได้ตั้งคำถามออกมา

หลินเทียนได้แต่ตอบกลับด้วยสีหน้าที่หมดหนทางว่า

"ก็ใช้มีดสั้นไง ! อย่าถามเถอะ เอางี้ ในที่พักของข้าถ้าไม่ใช่เขตแดนผู้รอบรู้บุกมาก็ต้องตายทั้งหมด "

ซินเชิงหยุนได้ผงะไปก่อนที่จะพูดว่า

"ถึงว่าจะไม่เข้าใจแต่รู้สึกว่ามันสุดยอดมากๆ ! "

หลินเทียน

".........."

เมื่อเงียบไปพักหนึ่งเขาก็ได้หยิบเอาข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณหลายม้วนออกมาส่งให้ซินเชิงหยุนพลางพูดว่า

"นับจากวันนี้ก็ไม่ต้องมาที่นี่ในตอนเย็นแล้ว กลับไปบ่มเพาะพลังที่บ้านซะ เจ้าเก็บข่ายอาคมพวกนี้เอาไว้และมันน่าจะเพียงพอสำหรับครึ่งเดือน เจ้าน่าจะได้ตัดผ่านไปเขตแดนชีพจรเทวะเสียที "

ซินเชิงหยุนได้รับม้วนอาคมมาก่อนที่จะขมวดคิ้วแล้วพูดว่า

"แต่หากข้าไม่อยู่ท่านก็เหงาแย่สิ "

หลินเทียนได้แต่ทำหน้าบูดก่อนที่จะตะโกนออกมาว่า

"ไสหัวไปเลย !"

.............

บ้านหลักตระกูลเจียง , เมืองหลวง

"ระยำ ! "

ผู้นำตระกูลเจียงที่อยู่ภายในห้องโถงนั้นมีสีหน้าที่ดุร้ายอย่างมากเพราะว่าตอนนี้บนพื้นห้องมีร่างของชายวัยกลางคนที่เขาส่งไปลอบสังหารหลินเทียนถูกวางเอาไว้แถมฮานเฮอและหลุยหลานยังทิ้งท้ายคำพูดเอาไว้ว่า......... อย่าให้มันมากเกินไป !

ผู้นำตระกูลเจียงไม่คิดเลยว่าผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 9 ตอนปลายกลับถูกสังหารโดยผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 6 ! ระดับพลังของชายวัยกลางคนนั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าเขาเลยซึ่งถือว่าเป็นคนที่มีค่าของทางตระกูลแต่ตอนนี้กลับตกตายไปแล้วถึงได้ทำให้ความแข็งแกร่งของตระกูลเขาลดลง

"แล้วเราจะเอาอย่างไรดีล่ะท่านผู้นำตระกู, ? ทางฝั่งสำนักเป่ยหยานเองก็......"

มีคนหนึ่งถามออกมา

"สำนักเป่ยหยานมันทำไม ! ต่อให้เป็นทางราชวงก็ไม่กล้าทำอะไรตระกูลข้า ! อย่างไรก็ต้องฆ่าไอ้สัตว์น้อยนี่ ! "

ผู้นำตระกูลเจียงได้แสยะออกมาด้วยดวงตาที่เย็นยะเยือก

"แต่ช่วงนี้ก็ไว้หน้าทางสำนักหน่อยแล้วกัน เราสืบสวนเรื่องของมันให้ถี่ถ้วนก่อนแล้วครั้งหน้าจะได้ไม่พลาด !"

"ขอรับ "

มีเสียงตอบรับดังขึ้น

.............

ซินเชิงหยุนได้ออกไปจากที่พักของหลินเทียนซึ่งหลังจากนั้นหลินเทียนก็ได้พักผ่อนอยู่ 4 ชั่วโมงแล้วมุ่งหน้าไปทางลานฝึกอย่างรวดเร็ว

ครั้งนี้เขายังคงต้องการเข้าไปในถ้ำข่ายอาคมสังหารเช่นเดิม

"บึ้ส ! "

เมื่อเข้าไปแล้วภายในก็ได้เปล่งแสงออกมาก่อนที่ร่างโคลนของเขาจะปรากฏออกมาตรงหน้า

หลังจากที่มันก่อตัวเป็นร่างแล้วก็ได้กระโจนเข้าใส่เขาโดยทันที

ท่าทางของหลินเทียนในตอนนี้ยังคงราบเรียบก่อนที่จะเคลื่อนที่ออกไป

กระบี่ได้ปรากฏขึ้นในมือของร่างโคลนก่อนที่กระบี่ของทั้งสองจะปะทะเข้าใส่กันและกันทำให้เกิดเสียง แกร๊ง แกร๊ง แกร๊ง ออกมา , นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของหลินเทียนที่ต้องสู้กับร่างโคลนของตัวเองดังนั้นตอนนี้เขาถึงได้พยายามหาจุดอ่อนของฝ่ายตรงข้าม

ครั้งนี้เขาไม่รีบลงมือสังหารอีกฝ่ายแต่กลับใช้เวลาปะทะกันนานกว่า 4ชั่วโมงซึ่งหลังจากที่เขาได้กวัดแกว่งกระบี่ออกไปแล้วก็พบว่าได้มีคลื่นกระบี่สายฟ้าปรากฏขึ้นด้านหลังตัวเองก่อนที่จะพุ่งแทงไปยังร่างโคลนของเขา

เวลาได้ผ่านไปอย่างรวดเร็วก่อนที่ไม่นานร่างโคลนของเขาจะสลายหายไป

"ทักษะโจมตีและเคลื่อนไหวได้พัฒนาขึ้นอีกขั้น ทุกครั้งที่ใช้ทักษะต่างๆก็จะผลาญพลังฉีน้อยลงแถมการควบคุมมันยังง่ายขึ้น "

เขาได้พูดกับตัวเอง

หลังจากที่ออกมาจากข่ายอาคมสังหารแล้วก็ได้ตรงไปยังวังน้ำวนอีกครั้ง เขาเอาร่างตัวเองจุ่มลงไปในน้ำเย็นฉ่ำเพื่อที่จะเสริมความแข็งแกร่งของร่างกายก่อนที่ระยะห่างระหว่างเขากับจุดแกนหลังเหลืออยู่เพียงแค่ 90 เมตรเท่านั้นและนี่ก็ทำให้ผู้คนที่อยู่โดยรอบต่างแสดงสีหน้าที่โง่งมออกมาตามๆกัน

"นั่นคือเจ้าศิษย์ใหม่หลินเทียน ? "

"ร่างกายของเขานี่มัน.."

"ผิดมนุษย์เกินไปแล้ว ! "

หลายๆคนได้แต่ส่ายศีรษะไปตามๆกัน

หลังจากที่ผ่านไปอีก 6 ชั่วโมงนั้นหลินเทียนก็ได้เดินออกมาจากวังน้ำวนพร้อมทั้งรีบกลับไปยังที่พักตัวเอง , เมื่อพักผ่อนเสร็จแล้วเขาก็ได้ตื่นขึ้นอีกครั้งเพื่อที่จะเตรียมรับมือกับการลอบสังหารของตระกูลเจียงในตอนกลางคืน เมื่อถึงช่วงเย็นแล้วเขาก็ได้เปิดการทำงานของข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณเพื่อบ่มเพาะพลัง

ไม่นานก็ได้ผ่านไปอีก 5 วัน

วันนี้หลินเทียนได้รีบตื่นขึ้นแต่เช้าเพื่อมุ่งหน้าไปยังลานฝึกแล้วเข้าไปในถ้ำรวมพลังฉีเพราะเดือนใหม่ได้มาถึงแล้วดังนั้นถึงได้สิทธิฝึกเพิ่งของเดือนนี้และเขาคิดไว้ว่าจะใช้โควต้าให้หมดทีเดียวทั้ง 10 วันเลย , แต่ละวันเขาจะใช้เวลาอยู่ภายในนี้ 12 ชั่วโมงเพื่อที่จะก่อจุดชีพจรเทวะจุดที่ 7 โดยอาศัยที่นี่ หญ้าวิญญาณสีฟ้าและข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณช่วย , เขาจะต้องตัดผ่านไปสู่เขตแดนชีพจรเทวะระดับ 7 ให้ได้ !

"เห้อ ! "

เมื่อตั้งสติได้แล้วหลินเทียนก็ได้เปิดข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณม้วนที่ 3 เพื่อเริ่มการก่อจุดชีพจรเทวะที่ 7

ระหว่างที่ข่ายอาคมกำลังทำงานอยู่นั้นพลังฉีโดยรอบต่างหนาแน่นขึ้นอย่างมากทว่าศิษย์ตำหนักในที่เข้าใช้อยู่ในถ้ำอื่นๆอีก 9 ถ้ำต่างแสดงสีหน้าที่แปลกประหลาดออกมา

"รู้สึกเหมือนพลังฉีมันลดน้อยลง ? "

หนึ่งในผู้ใช้ได้พูดออกมา

เขาได้ส่ายศีรษะก่อนที่จะพยายามบ่มเพาะอย่างตั้งใจอีกครั้งเพราะว่าที่นี่มีเวลาจำกัดดังนั้นถ้าจะเอาเวลามานั่งสนใจกับเรื่องพลังฉีที่เบาบางลง สู้เอาเวลาไปใช้บ่มเพาะอย่างตั้งใจดีกว่า

ณ ตอนนี้หลินเทียนที่อยู่ภายในเองก็ได้ถูกห่อหุ้มเอาไว้ด้วยพลังฉีที่หนาแน่น

"บึ้สสส ! "

แสงสีเงินเข้มได้เปล่งออกมาจากร่างของเขาขณะที่หลินเทียนยังคงหลับตาของเขาเอาไว้ , จุดชีพจรเทวะจุดที่ 7 ที่เขาเลือกนั้นคือจุดระหว่างศีรษะลงไปที่อวัยวะภายในและตอนนี้หลังจากที่ใช้ประโยชน์จากพลังฉีอันหนาแน่นแล้วเขาก็ได้เริ่มเชื่อมต่อจุดพลังต่างๆเขาด้วยกัน

ไม่นานก็หมดวัน

"ก่อได้ประมาณ 1/12 ส่วนแล้ว หากว่ารวมกับหญ้าวิญญาณสีฟ้าด้วยก็น่าจะใช้เวลา 10 วันพอดีในการตัดผ่าน ! "

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยประกายตาที่เปลี่ยนไป

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้เดินออกนอกถ้ำไปอย่างรวดเร็ว

............

ช่วงเวลาหลังจากนั้นเขามักจะหมกตัวอยู่ภายในถ้ำรวมพลังฉีเพื่อที่จะก่อจุดชีพจรเทวะจุดต่อไปของเขา เมื่อผ่านไปถึงวันที่ 10 แล้วตอนนี้จุดชีพจรเทวะจุดที่ 7 ของเขาก็ได้ก่อตัวขึ้น 9/10 ส่วนแล้ว

"อีกนิดเดียวเท่านั้น "

หลินเทียนได้พูดกับตัวเอง

ณ ตอนนี้เองที่เขาได้หยิบเอาหญ้าวิญญาณสีฟ้าออกมาจากแหวนมิติ

เขาไม่ลังเลเลยที่จะโยนมันใส่ปากเพื่อเคี้ยวแล้วกลืนลงท้องไป

ในตอนนี้เองที่พลังฉีที่รุนแรงได้ปะทุออกมาจากร่างของเขา

"เริ่มได้ ! "

ประกายตาของหลินเทียนได้เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

เคล็ดวิชาซือจี่ได้หมุนวนอย่างบ้าคลั่งขณะที่เขาพยายามถ่ายเทพลังฉีทั้งหมดไปที่จุดชีพจรเทวะที่ 7 ของเขา , ขั้นตอนเหล่านี้เต็มไปด้วยความเจ็บปวดแต่สำหรับเขาแล้วมันก็ไม่ถือว่ารู้สึกอะไรด้วยซ้ำ สีหน้าของเขายังคงราบเรียบขณะที่เริ่มเชื่อมต่อจุดต่างๆเข้าด้วยกัน

ไม่นานกลิ่นอายของเขาก็เริ่มแข็งแกร่งขึ้นและแข็งแกร่งขึ้น

"โครม ! "

ผ่านไปได้ 4 ชั่วโมงก่อนที่พลังมหาศาลจะปะทุออกมาจากร่างของเขา

หลินเทียนได้ลืมตาที่เป็นประกายสีเงินกลับขึ้นมา

"เขตแดนชีพจรเทวะระดับ 7 "

เขาได้พูดกับตัวเอง

หลังจากที่ตั้งสติแล้วเขาก็ได้หลับตาลงอีกครั้งเพื่อที่จะดูดกลืนพลังฉีส่วนที่เหลือของหญ้าวิญญาณสีฟ้าเพื่อทำให้รากฐานมั่นคงขึ้น

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 173

คัดลอกลิงก์แล้ว