- หน้าแรก
- โลกใบนี้พี่จะกอบกู้เอง
- บทที่ 8 - ไป๋เกอ: ทุกคน มองมาทางนี้ ฉันมีเรื่องจะประกาศ
บทที่ 8 - ไป๋เกอ: ทุกคน มองมาทางนี้ ฉันมีเรื่องจะประกาศ
บทที่ 8 - ไป๋เกอ: ทุกคน มองมาทางนี้ ฉันมีเรื่องจะประกาศ
"ในเมื่อเป็นแบบนี้ เมย์ก็เรียกฉันว่า ‘ไป๋เกอ’ ตรง ๆ เลยก็ได้นะ เฮะ ๆ ถือเป็นการตอบแทนอย่างหนึ่ง"
"ก็-ก็ได้ งั้น… ไป๋เกอ"
เหมือนกำลังทำอะไรที่ยากลำบากมาก เมย์เอ่ยชื่อของไป๋เกออย่างระมัดระวัง เธอรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่านี่ต่างจากที่ผ่านมา
ไม่เหมือนกับคนอื่น ๆ ที่เข้าหาเธอเพราะต้องการชื่อเสียงของตระกูลไรเด็นและสถานะของเธอ ชายหนุ่มตรงหน้าเธอช่างบริสุทธิ์จริงใจ เส้นผมสีขาวดุจหิมะของเขาก็ไร้ซึ่งมลทินไม่ต่างกัน
ไป๋เกอมีความสุขมากในตอนนี้
เพราะเขาได้สร้างสายสัมพันธ์กับไรเด็น เมย์ตัวเป็น ๆ ที่มีชีวิต ไม่ใช่แค่ข้อมูลในเกม แต่เป็นไรเด็น เมย์ที่มีเลือดเนื้อจริง ๆ
เขาดีใจจนแทบอยากจะกระโดดโลดเต้น อยากจะอวดกับเพื่อน ๆ ในกองเรือชาติที่แล้วให้ได้รู้กันเลยทีเดียว
"อ้อ ใช่เลย ฉันนึกอะไรดี ๆ ออก!"
จู่ ๆ ก็เหมือนมีประกายความคิดพุ่งเข้ามา ไป๋เกอจึงรีบหันไปเสนอความคิดกับสาวผมสีม่วงตรงหน้า
"เมย์ ฉันมีไอเดีย มันอาจจะไม่ได้เปลี่ยนสถานการณ์ของเธอทั้งหมดหรือหยุดการกลั่นแกล้งได้ แต่ก็น่าจะทำให้ดีขึ้นเยอะเลย ลองดูไหม?"
"จริงเหรอ? ช่วยบอกฉันที!"
"อย่าเพิ่งดีใจเกินไปนะ บางทีเธออาจต้องเสียสละอะไรเล็กน้อย เอาเถอะ ฟังก่อนก็แล้วกัน"
ว่าแล้วไป๋เกอก็เริ่มอธิบายแผนการที่เพิ่งคิดขึ้นมาอย่างกะทันหัน และเมื่อเมย์ได้ฟังจนจบ ดวงตาของเธอก็เบิกกว้าง แก้มขึ้นสีแดงระเรื่อ
มันเป็นวิธีที่เรียบง่ายและได้ผลดี
แต่ก็ฟังดูคลุมเครือและแปลกประหลาดอยู่เหมือนกัน
สำหรับเมย์ ซึ่งได้รับการอบรมอย่างเคร่งครัดมาตั้งแต่เด็ก มีนิสัยสุภาพและอนุรักษ์นิยม เป็นดั่งหญิงสาวผู้เพียบพร้อมในแบบญี่ปุ่นโบราณ ไอเดียแบบนี้ไม่มีทางอยู่ในความคิดของเธอมาก่อนแน่นอน
แต่เมย์ในตอนนี้ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว เธอกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่สิ้นหวังที่สุด อ่อนแอที่สุด ไร้เรี่ยวแรงที่สุด ไม่มีพลังจะทำอะไรได้เลย เธอโดดเดี่ยว อ้างว้าง ไร้ที่พึ่ง ทั้งร่างกายและจิตใจเต็มไปด้วยบาดแผล
นี่ก็เป็นช่วงเวลาที่เธออยากให้ใครสักคนมายื่นมือเข้าช่วยมากที่สุด
บางทีมันอาจเป็นผลของ “เอฟเฟกต์สะพานแขวน” ที่ทำให้คะแนนความรู้สึกที่มีต่อไป๋เกอพุ่งสูงผิดปกติ แต่ชายหนุ่มตรงหน้าเธอได้ช่วยเธอไว้ถึงสองครั้งแล้วจริง ๆ
ในโรงเรียนแห่งนี้ที่ไม่มีใครยื่นมือเข้ามาช่วยเธอ ทุกคนต่างจ้องจะทำร้าย มีเพียงไป๋เกอคนเดียวที่ลุกขึ้นมาปกป้องเธอถึงสองครั้ง
บางทีเพราะแบบนั้น เมย์จึงพึ่งพาไป๋เกอโดยสัญชาตญาณ เพราะเขาเป็นคนเดียวที่มอบความอบอุ่นให้กับเธอ
และเมื่อเผชิญกับแผนการที่ไป๋เกอเสนอ แม้จะคลุมเครือเล็กน้อย แต่ก็เป็นแผนที่เปี่ยมด้วยเจตนาดี เธอจึงไม่อาจปฏิเสธได้
"แต่ว่า ไป๋เกอ ทำแบบนี้จะดีเหรอ? หมายถึง… ถ้านายทำแบบนี้ นายก็จะถูกคนอื่นรังเกียจเพราะฉันเหมือนกันนะ"
เมย์ผู้ใจดีอดเป็นห่วงไม่ได้ เอ่ยขึ้นมาอย่างกังวล
"ไม่เป็นไร ๆ~ ฉันไม่ได้สนใจพวกเขาอยู่แล้ว แล้วถ้าอีกฝ่ายเป็นเมย์ล่ะก็ ยังไงฉันก็คือฝ่ายที่ได้กำไรไม่ใช่เหรอ?" ไป๋เกอโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ แสดงให้เห็นว่าไม่เป็นปัญหาเลยสักนิด
"…ขอบคุณนะ เอ่อ ขอโทษด้วย ตอนนี้ฉันทำได้แค่พูดคำว่า ‘ขอบคุณ’ จริง ๆ ฉันจะจำบุญคุณนี้ไว้ และจะตอบแทนแน่นอนในสักวัน"
"เมย์ เธอจริงจังเกินไปแล้วนะ แต่ก็เพราะแบบนี้แหละที่ทำให้เธอมีเสน่ห์ ส่วนเรื่องตอบแทนน่ะ เริ่มตั้งแต่พรุ่งนี้ช่วยทำข้าวกล่องให้ฉันหน่อยได้ไหม? กล่องเมื่อวานอร่อยมาก ฉันอยากกินอีก"
"ได้เลย! เรื่องนี้ไว้ใจฉันได้เลย!"
เมย์ตอบตกลงทันที
แม้ว่าข้าวกล่องเพียงกล่องหนึ่งจะดูเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสิ่งที่ไป๋เกอทำเพื่อเธอ แต่เธอก็มีความสุขที่ได้ตอบแทนเขาได้บ้าง
ไป๋เกอมองเธออย่างนั้น กระพริบตา แล้วยิ้มพยักหน้า
"เมย์ เธอยิ้มนะ"
"เอ๊ะ?"
"ผู้หญิงเวลายิ้มน่ะน่ารักจริง ๆ โดยเฉพาะผู้หญิงสวย ๆ อย่างเมย์ ถึงท่าทางเศร้า ๆ แบบก่อนหน้านี้จะดูน่าสงสารก็เถอะ แต่ยังไงแบบนี้ก็ดีกว่าตั้งเยอะ"
เขาแทบจะอยากหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปเก็บไว้เลย
"…ฉัน ยิ้มงั้นเหรอ"
เมย์ยกมือแตะที่ใบหน้าอย่างไม่รู้ตัว
เธอไม่ได้ยิ้มมานานแค่ไหนแล้วก็ไม่รู้ นับตั้งแต่พ่อของเธอถูกจับกุม แต่ ณ ขณะนี้ เพราะชายหนุ่มตรงหน้า ไรเด็น เมย์ก็ได้กลับมายิ้มอีกครั้ง
หัวใจที่เต็มไปด้วยบาดแผลของเธอก็ได้รับการเยียวยาบางส่วนเพราะเขาเช่นกัน
"เอาล่ะ ในเมื่อเราตัดสินใจจะทำแล้ว งั้นก็ลงมือเลยดีกว่า!"
"อะ-อื้อ เดี๋ยวก่อน ขอฉันตั้งสติก่อนนิดนึง"
"ไม่ต้องเตรียมใจแบบนั้นหรอก ตัดสินใจแล้วก็อย่าลังเล ถ้าไม่รีบ เดี๋ยวก็เข้าเรียนสายพอดี"
ไป๋เกอจับมือเล็กของเมย์แล้วออกวิ่งไปยังห้องเรียน
เมย์ที่ถูกเขาจูงมือวิ่ง รู้สึกหัวใจเต้นเร็วมาก เธอคิดว่าคงเพราะวิ่งนั่นแหละ ไม่ใช่เพราะอย่างอื่นแน่ ๆ
....................
เมื่อทั้งสองวิ่งมาถึงห้องเรียน เสียงกริ่งเรียนภาคบ่ายก็ดังขึ้นพอดี
"ถัดไปเราจะเริ่มคาบเรียน เอ่อ ไป๋เกอกับไรเด็นไป"
ปัง!!!
ก่อนที่ครูประจำวิชาบนโพเดียมจะพูดจบ
ประตูห้องเรียนก็ถูกเปิดออกอย่างแรง จนทุกคนในห้องสะดุ้ง คนที่แอบเล่นโทรศัพท์อยู่ถึงกับทำเครื่องหล่น
"ครูครับ ขอโทษที่มาสายครับ!"
"ฮ้า~ ฮ้า~ ไป๋เกอ นี่มันเกินไป"
ไป๋เกอเดินขึ้นไปบนโพเดียมด้วยท่าทีสง่าผ่าเผย ไม่มีท่าทางสำนึกผิดเลยแม้แต่น้อย ด้านหลังของเขา ไรเด็น เมย์ยืนหอบหายใจ หน้าแดงก่ำ ผมเผ้ายุ่งเหยิง
สายตาของทุกคนในห้องจับจ้องมาที่ทั้งสองคน ต่างจินตนาการไปต่าง ๆ นา ๆ ว่าทั้งคู่ไปทำอะไรกันมาช่วงพักกลางวัน
โดยเฉพาะเหล่าชายหนุ่ม ที่มองด้วยสายตาอิจฉาจนแทบพ่นไฟ
ถึงแม้ว่าตระกูลไรเด็นจะล้มละลาย และคุณหนูเมย์จะหมดสถานะเดิมไปแล้ว แต่เธอก็ยังคงเป็นหญิงสาวที่งดงามที่สุดในโรงเรียน หรือว่าช่วงบ่ายวันนี้เธอ… ถูก “จัดการ” ไปแล้ว?
วินาทีถัดมา ไป๋เกอก็เอามือทั้งสองข้างวางลงบนโพเดียม
"แฮ่ม ขอโทษที่ขัดจังหวะคาบเรียนนะครับ แต่ตอนนี้… ทุกคน มองมาทางนี้! ฉันมีเรื่องจะประกาศ!"