เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 162

Divine King Of All Directions - 162

Divine King Of All Directions - 162


Divine King Of All Directions - 162

 

หลินเทียนและซินเชิงหยุนได้กลับออกไปจากพื้นที่นี้ก่อนที่จะเดินออกไปถึงพื้นที่โล่งกว้างและเมื่อเขามองไปยังสีหน้าที่เหม่อลอยของซินเชิงหยุนแล้วถึงได้อดหยุดฝีเท้าไม่ได้

"เป็นอะไร ? "

เขาได้ถามออกมา

ซินเชิงหยุนได้ตอบกลับไปว่า

"พี่เขย เราซวยแล้วล่ะ"

"เป็นเพราะเจียงเหลินเหวินนั่นน่ะรึ ? "

หลินเทียนได้พูดออกมา

"ใช่แล้ว เพราะเขานั่นแหละ "

ซินเชิงหยุนได้พยักหน้าของเขา

หลินเทียนได้มองไปทางเขาก่อนที่จะเงียบไปแล้วเดินไปนั่งพลางพูดว่า

"ไหนว่ามาหน่อยสิว่าอีกฝ่ายมีอะไรที่ทำให้เจ้าต้องกลัว ? พรสวรรค์ระดับ 9 ดาราก็ไม่เห็นจะยิ่งใหญ่อะไร อายุ 18 ปีอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 9 ตอนปลายก็ไม่ใช่เรื่องอะไรส่วนลำดับที่ 1 ในตารางสายลมและหมู่เมฆนั้นก็ไม่ได้ใหญ่มากพอที่จะทำให้เจ้าหวั่นเกรงด้วย "

เมื่อฟังจากคำพูดของหลินเทียนแล้วซินเชิงหยุนก็ได้แต่หมดคำพูดไปทันที พรสวรรค์ระดับ 9 ดาราไม่ได้ถือว่ายิ่งใหญ่อะไร ? อายุ 18 ปีแล้วอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 9 ตอนปลายก็ไม่เท่าไหร่ ? ลำดับที่ 1 ในตารางสายลมและหมู่เมฆยังไม่ได้มีค่าอะไรมาก ? เมื่อคิดแล้วเขาก็อดที่จะกรอกตาไม่ได้กับความรู้สึกที่สบายอารมณ์ของหลินเทียนในตอนนี้

เขาได้ถอนหายใจออกมาพร้อมกับนั่งลงแล้วพูดว่า

"ก่อนหน้านี้ที่ข้ายังไม่ได้พูดคืออีกฝ่ายยังมีอีกสถานะที่ทำให้แม้แต่ทางตระกูลใหญ่และจักรพรรดิต้องหวั่นเกรง "

"สถานะอะไร ? "

หลินเทียนได้ถามออกมา

ก่อนหน้านี้เขาก็พอได้ยินที่ซินเชิงหยุนพูดอยู่บ้างแต่มันเป็นเพราะว่าถูกขัดจังหวะเสียก่อน

ซินเชิงหยุนได้มองไปทางหลินเทียนพร้อมทั้งพูดว่า

"ได้ยินมาว่าเจ้านั่นได้เข้าร่วมกับทางนิกายบางแห่ง "

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยท่าทางสงสัยว่า

"นิกาย ? "

เมื่อมองไปยังสีหน้าของหลินเทียนแล้วซินเชิงหยุนก็ได้พูดออกมาด้วยท่าทางที่ประหลาดใจว่า

"นี่พี่เขยไม่รู้จักตัวตนของนิกาย ? "

หลินเทียนได้แต่ส่ายศีรษะไปเพราะเขานี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินคำนี้

"ข้าเองก็คิดว่าท่านจะรู้อยู่ก่อนแล้วแต่การที่ไม่รู้ก็ไม่ได้แปลกอะไรเพราะว่ามันเป็นเรื่องที่ทางตระกูลใหญ่เท่านั้นที่จะพอรู้ "

ซินเชิงหยุนได้จ้องมองไปทางหลินเทียนพร้อมกับพูดออกมาว่า

"นิกายนั้นไม่เปิดเผยตัวตนแต่อำนาจยิ่งใหญ่เกินกว่าจักรวรรดิอย่างมากแถมทุกคนที่อยู่ภายในนิก ยเองก็ล้วนเป็นผู้เชี่ยวชาญที่แข็งแกร่งมีแม้กระทั่งผู้เชี่ยวชาญเขตแดนจักรพรรดินภาด้วยซ้ำ ! ได้ยินมาว่าหากทางนิกายต้องการจะทำลายประเทศนั้นง่ายพอๆกับดื่มน้ำเลยด้วยซ้ำ "

หลินเทียนเองก็ได้ชะงักไปพร้อมกับพูดว่า

"แข็งแกร่งขนาดนั้นเลย ? "

นิกายมันมีผู้เชี่ยวชาญเขตแดนจักรพรรดินภาเลยงั้นรึ ! เขารู้มาว่าผู้ปกป้องของจักรวรรดินั้นอยู่ในเขตแดนผู้รอบรู้ระดับ 7 เท่านั้นแต่ยังได้รับการสรรเสริญแบบเดียวกับเทพทว่าในนิกายกลับมีตัวตนอย่างจักรพรรดินภาอยู่ด้วย !

"แข็งแกร่งมากๆ ! โดยรวมแล้วสรุปได้ว่าน่ากลัวเลยล่ะ มันเกินกว่าที่คนธรรมดาอย่างเราจะคาดเดาได้ "

ซินเชิงหยุนได้พูดต่อว่า

"ได้ยินมาว่าเมื่อ 1 ปีก่อนนั้นเจียงเหลินเหวินได้ไปพบเข้ากับผู้อาวุโสของนิกายหนึ่งเข้าและหลังจากที่เขาอายุได้ 19 ปีแล้วก็จะไปจากจักรวรรดินี้เพื่อไปบ่มเพาะพลังที่นิกายและเมื่อเขาถือเป็นคนของนิกายแล้วก็ถือว่าอยู่คนละระดับกับเราอย่างสิ้นเชิง แม้แต่ทางราชวงเองยังต้องหวั่นเกรงเขาเลยด้วยซ้ำ "

หลินเทียนเองก็ได้เงียบไปและไม่แปลกใจเลยที่ทำไมซินเชิงหยุนถึงได้แสดงสีหน้าหวาดหวั่นออกมา

"แล้วเจ้ารู้ไหมว่ามันมีนิกายอยู่กี่นิกาย ? แล้วเจียงเหลินเหวินมันไปเข้านิกายไหน ?"

เขาได้ถามออกมา

"นี่ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันแต่ที่แน่ๆมันมีมากกว่านิกายเดียวแต่ข้าก็ไม่รู้ว่าเขาไปเข้านิกายไหนเพราะมันเป็นความลับที่มีเพียงแค่พวกราชวงเท่านั้นที่รับรู้ "

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมา

"แค่นี้ ? "

หลินเทียนได้พยักหน้าของเขา

"แค่นี้ ? "

ซินเชิงหยุนได้แสดงสีหน้าที่เหมือนได้รับความไม่ยุติธรรมพร้อมกับพูดว่า

"พี่เขย ข้าถึงได้บอกไปแล้วไงว่าให้เอาของพวกนั้นให้กับสองคนนั้นไปแต่เจ้าเจีงเหลินเหวินนั้นหยิ่งยโสเป็นอย่างมากดังนั้นต้องไม่ปล่อยท่านไว้แน่ "

หลินเทียนเองก็ถึงกับหมดคำพูดไปกับสีหน้าของซินเชิงหยุน

"เอาล่ะไม่ต้องไปสนใจมันหรอก ไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรมาก "

เขาได้ตอบกลับไป

เขารู้ดีว่าซินเชิงหยุนนั้นเป็นห่วงเขา

ซินเชิงหยุนได้แต่กรอกตาพร้อมทั้งพูดว่า

"ไม่ยิ่งใหญ่อะไร ? "

"แน่นอน เจ้าคิดดูสิว่าหากข้ามาที่เมืองหลวงนี้ก่อนหน้านี้แล้วมันจะไปมีเจียงเหลินเหวินอะไรนั่นอีก ? บอกได้เลยว่าผู้อาวุโสอะไรนั่นต้องชอบข้ามากกว่ามันอย่างแน่นอน "

หลินเทียนได้หยอกล้อออกมา

ซินเชิงหยุนเองก็ได้ตอบกลับด้วยดวงตาที่เปล่งประกายว่า

"เป็นเหตุผลที่ดีแหละ ! "

หลังจากนั้นเขาก็ได้พูดต่อว่า

"แต่ข้าว่าทำไมท่านถึงได้ดูหลงตัวแปลกๆ ? "

"มันเรียกว่าความมั่นใจในตัวเองต่างหาก ! "

หลินเทียนได้พูดแก้ออกไป

"มั่นใจในตัวเองก็ได้ ! แต่ความมั่นใจมันก็ไร้ประโยชน์เพราะว่าท่านมีระดับพลังต่ำกว่าอีกฝ่ายถึงหลายระดับ "

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมา

หลินเทียนได้ตอบกลับไปว่า

"ดังนั้นตอนนี้ข้าถึงต้องพยายามให้มากขึ้นไงล่ะ "

"เพิ่มประสบการณ์ ? จะไม่กลับไปสักพัก ? "

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมา

"เราเพิ่งมาที่นี่ได้ 2 วันเองจะรีบร้อนไปทำไม อยู่สักอีกครึ่งเดือนแล้วกัน "

หลินเทียนได้ตอบกลับไป

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้ยืนขึ้นพร้อมทั้งเดินออกไปทางหนึ่ง

"รอด้วยสิพี่เขย ! "

ซินเชิงหยุนได้รีบวิ่งตามเขาไปทันที

หลังจากนั้นหลินเทียนก็ใช้เวลาไปกับการเพิ่มประสบการณ์ของตัวเองส่วนซินเชิงหยุนก็ได้แต่ทำหน้าที่ผู้สังเกตการณ์เท่านั้น หลินเทียนนั้นพุ่งเป้าเพียงแค่สัตว์อสูรระดับ 5 เท่านั้นและบางครั้งก็จะต่อกรกับระดับ 6 บ้างซึ่งจะปล่อยให้ซินเชิงหยุนเป็นคนชำแหละเอาแก่นอสูรพวกมันออกมา

หลังจากนั้นหนึ่งอาทิตย์พวกเขาก็ได้พบกับถ้ำขนาดไม่เล็กมาก

"ไปพักที่นั่นกันเถอะ "

หลินเทียนได้พูดออกมา

ซินเชิงหยุนเองก็ได้มองตามออกไป ตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่คอยเฝ้าสังเกตการณ์หลินเทียนนั้นทำเลือดเขาเดือดพล่านซึ่งการที่สามารถพักผ่อนในตอนนี้เป็นสิ่งที่เขาชอบมากๆ

ภายในถ้ำมันชื้นเล็กน้อย , หลังจากที่เข้าไปกันแล้วหลินเทียนก็ได้หยุดนั่งอยู่บนหินก้อนหนึ่ง

เขาได้กวาดตามองไปรอบๆก่อนที่จะหยิบเอาหญ้าวิญญาณสีฟ้าออกมาจากแหวนมิติ

"พี่เขย ท่านจะทำอะไร ? "

ซินเชิงหยุนได้ถามออกมาด้วยสีหน้าที่สงสัย

"ดูดกลืนมันไง "

หลินเทียนได้ตอบกลับไป

ซินเชิงหยุนรีบจับหลินเทียนเอาไว้อย่างรวดเร็วพร้อมทั้งพูดว่า

"ไม่ใช่แล้วพี่เขย ! เก็บมันเอาไว้ก่อนและบางทีหลังจากนี้อาจจะเอาไปมอบให้เจียงเหลินเหวินเพื่อปรับความเข้าใจกันได้ หากว่าท่านดูดกลืนมันตอนนี้แล้วมันก็จะไม่มีหนทางอื่นอีกแล้วนะ "

หลินเทียนได้จ้องมองไปทางซินเชิงหยุนพร้อมกับพูดว่า

"เจ้าคิดว่าข้าเหมือนคนที่จะ อมประนีประนอมกับคนอื่น ? "

"ไม่เหมือน "

ซินเชิงหยุนได้รีบส่ายศีรษะของเขาอย่างไม่ลังเล

"งั้นก็ไม่ต้องมาห้าม "

หลินเทียนได้พูดออกมา

อย่าว่าแต่เจียงเหลินเหวินเลย ต่อให้เป็นคนของนิกายมาที่นี่เพื่อแย่งชิงของๆเขา เขาก็ไม่มีทางยอมเด็ดขาด, แน่นอนว่าคนเราต้องรู้จักว่าอะไรควรจะถอยแต่ตัวเขาไม่อยากทำแบบนั้นเพราะว่าเขาไม่ชอบที่จะถูกคนอื่นรังแก

"แน่.."

"เอาล่ะไม่ต้องเป็นห่วงแล้ว ให้เวลาข้าหน่อยแล้วข้าจะจัดการกับเจียงเหลินเหวินเอง "

ซินเชิงหยุนเองก็อยากจะพูดอะไรบางอย่างทว่าก็ถูกหลินเทียนขัดเอาไว้

เขาได้แต่กรอกตาด้วยสีหน้าที่หมดหนทางพลางพูดว่า

"พี่เขย ท่านที่ก็พูดเกินไปหน่อยนะ พี่สาวข้าชอบท่านมากๆ"

หลินเทียน

"............"

เขาให้ซินเชิงหยุนรับหน้าที่ตรวจตราพื้นที่รอบๆก่อนที่จะเริ่มหมุนวนเคล็ดวิชาซือจี่เพื่อดูดเอาพลังฉีที่อยู่โดยรอบเข้ามาและตอนนี้เองที่เขาได้หยิบหญ้าวิญญาณสีฟ้ายัดใส่ปากก่อนที่จะเคี้ยวแล้วกลืนมันลงท้องไป

ผ่านไปประมาณสิบกว่าลมหายใจ , ร่างกายของเขาสั่นไปทั้งตัวขณะที่รู้สึกว่าพลังฉีมากมายกำลังโถมไปทั่วร่างแถมเหมือนว่ามันมีจิตสำนึกของตัวเองพร้อมทั้งไหวเวียนไปทั่วเส้นพลังของเขา

"นี่......"

หลินเทียนเองก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมา

สมแล้วจริงๆที่เป็นถึงของที่มีมูลค่าหลายล้านเหรียญ ! ไม่ธรรมดาจริงๆ !

เมื่อเก็บความรู้สึกตกตะลึงกลับไปแล้วเขาก็ได้เรียกสติกลับมาพร้อมทั้งเริ่มเชื่อมต่อเส้นพลังต่างๆแล้วก่อจุดชีพจรเทวะที่ 6 ซึ่งมันจุดตั้งแต่ศีรษะลงมาที่อวัยวะภายในทั้ง 5

"บึ้สสสส ! "

ร่างกายของเขาได้เปล่งแสงออกมาขณะที่กลิ่นอายเริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ

ซินเชิงหยุนที่อยู่ข้างๆเองก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมาอย่างอดไม่ได้

"แข็งแกร่งจริงๆ "

เขาได้จ้องมองไปทางหลินเทียนไม่หยุดเพราะจากความรู้ของเขาแล้วกลิ่นอายระดับนี้มันเทียบเท่ากับผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 6 !

ภายนอกร่างหลินเทียนนั้นเปล่งประกายออกมามากกว่าเก่าขณะที่จุดชีพจรเทวะจุดที่ 6 ก่อตัวได้เกือบจะสมบูรณ์แล้วและตอนนี้เองที่หญ้าวิญญาณสีฟ้าต้นแรกได้ถูกดูดกลืนไปจนหมดดังนั้นถึงได้หยิบเอาต้นที่สองออกมาแล้วหมุนวนเคล็ดวิชาซือจี่พลางโยนหญ้าใส่ปากต่อไป

ทันใดนั้นเองที่พลังฉีอันเข้มข้นได้โถมกระหน่ำเข้ามาอีกครั้ง

ณ ตอนนี้เองที่แสงภายนอกร่างของเขาเข้มข้นขึ้นเป็นอย่างมาก

"เกือบแล้ว "

หลินเทียนได้พูดกับตัวเอง

ปกติแล้วเมื่อก่อจุดชีพจรเทวะนั้นจะได้รับความเจ็บปวดทางร่างกายอย่างมากทว่าครั้งนี้กลับต่างออกไปเพราะเขาสัมผัสไม่ได้ถึงความเจ็บปวดเลยแม้แต่น้อยและตอนนี้เขาก็ได้ก่อจุดชีพจรเทวะที่ 6 ไปกว่า 90% แล้วด้วย !

"สู้ๆนะพี่เขย ! "

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมาเพราะเขาเองก็สัมผัสได้ว่าหลินเทียนอยู่ในช่วงคอขวดระหว่างการตัดผ่านแล้ว !

หลินเทียนได้หลับตาของเขาลงก่อนที่จะเริ่มจดจ่อกับการบ่มเพาะ

ไม่นานก็ได้ผ่านไปกว่า 1 ชั่วโมง

"โครม ! "

ณ ตอนนี้พลังฉีอันรุนแรงได้ปะทุออกมาจากร่างของเขาเหมือนดั่งคลื่นพายุอันบ้าคลั่ง

เสื้อผ้าของซินเชิงหยุนที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลเองก็ถึงกับปลิวไสวขณะที่ต้องยกมือขึ้นมาบังหน้าเอาไว้

จนถึงช่วงที่ผ่านไปได้ไม่กี่ลมหายใจแล้วพายุก็ได้จางหายไป

หลินเทียนลืมตาของเขากลับขึ้นมาพร้อมทั้งลุกจากที่นั่งพลางกำหมัดก่อนที่จะยิ้มออกมาด้วยใบหน้าที่มีความสุข

"เป็นไงบ้างพี่เขย ? "

ซินเชิงหยุนได้รีบวิ่งเข้ามาหาเขา

"เขตแดนชีพจรเทวะระดับ 6 "

หลินเทียนได้ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

ซินเชิงหยุนเองก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่มีความสุขออกมาพลางพูดว่า

"ดีมาก ! ด้วยระดับความแข็งแกร่งของพี่แล้วอย่างน้อยๆก็ไม่ต้องกลัวเวลาเผชิญหน้ากับไอ้เหล็งเฟิงนั่น "

หลินเทียนได้พยักหน้าของเขาเพราะตอนนี้ตัวเองสามารถปะทะกับเหล็งเฟิงได้สบายๆแล้ว

ที่ยิ่งกว่านั้นคือเขาเป็นฝ่ายที่อยู่เหนือกว่า

"แต่เจ้าเจียงเหลินเหวินนั่นแหละตัวปัญหาใหญ่เลย "

ซินเชิงหยุนได้พูดต่อท้ายออกมา

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 162

คัดลอกลิงก์แล้ว