เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 163

Divine King Of All Directions - 163

Divine King Of All Directions - 163


Divine King Of All Directions - 163

 

เจียงเหลินเหวินนั้นแข็งแกร่งเป็นอย่างมากแถมศักยภาพยังเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบและสิ่งที่สำคัญที่สุดคือยังมีนิกายคอยหนุนหลังอยู่อีกซึ่งในความคิดของซินเชิงหยุนแล้วการที่หลินเทียนไปล่วงเกินอีกฝ่ายนั้นเขาก็ไม่รู้ว่าควรจะให้กำลังใจอย่างไรดีแม้ว่าหลินเทียนจะตัดผ่านเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 6

"ไม่ต้องกังวลไปหรอก เชื่อใจข้าเถอะ "

หลินเทียนได้พูดออกมา

"ข้าเชื่อใจท่านเหมือนกับที่เชื่อในตัวพี่สาวข้าอยู่แล้ว แน่มันเป็นเพราะว่าอีกฝ่ายมันแข็งแกร่งเกินไป "

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมา

หลินเทียนได้แต่ส่ายศีรษะพร้อมทั้งแสดงสีหน้าที่ไม่สนใจอะไร

หลังจากนั้นเขาได้หยิบเอาหญ้าวิญญาณสีฟ้าต้นสุดท้ายออกมาส่งให้ซินเชิงหยุนพลางพูดว่า

"ยังเหลืออยู่ต้นนึง เจ้าเก็บไว้ดูดกลืนแล้วกันน่าจะเพียงพอตัดผ่านเขตแดนชีพจรเทวะได้ "

ซินเชิงหยุนได้มองออกไปพลางส่ายศีรษะของเขา

"เป็นอะไรไป ? "

หลินเทียนได้ถามออกมาด้วยท่าทางประหลาดใจ

ซินเชิงหยุนได้ตอบกลับไปว่า

"อย่างน้อยยังเหลือก็ยังดี พี่เขยเก็บเอาไว้แบบนี้แล้วอย่างน้อยก็น่าจะพอบรรเทาความโกรธของเจียงเหลินเหวินได้บ้าง เจ้านั่นมันน่ากลัวมากขนาดจักรพรรดิยังกลัวมันเลย"

"เอาหน่า ข้าไม่สนใจหรอก "

หลินเทียนได้พูดออกมา

"แต่ข้าสนใจ ! พี่สาวข้าเองก็สนใจเหมือนกัน ! อย่างน้อยๆก็ยังพอเหลือความหวังเอาไว้ได้บ้างและหากพี่ข้ารู้ว่าข้าเป็นคนดูดกลืนความหวังอันริบหรี่นี้ไปแล้วพี่ข้าต้องกระทืบข้าตายแน่ๆ พี่สาวข้าเองก็ดุร้ายมากๆนะ ! "

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมา

หลินเทียนเองก็ถึงกับหมดคำพูดไปและไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรต่อดี

ท้ายที่สุดเขาก็เก็บหญ้าวิญญาณสีฟ้ากลับไป

"พี่เขย เราจะกลับกันเลย ? "

หลินเทียนได้ส่ายศีรษะของเขาพร้อมทั้งพูดว่า

"ยังก่อน ข้าว่าจะอยู่ต่ออีกสักพักเพื่อปรับสภาพรากฐานบ่มเพาะให้เข้าที่เสียก่อน "

เขาคิดว่าใช้เวลาเพียง 2 เดือนแล้วตัดผ่านนี่มันเร็วเกินไปหน่อย

"ได้ !"

ซินเชิงหยุนได้พยักหน้าตอบ

ให้พูดตามตรงแล้วเขาไม่อยากจะกลับไปที่สำนักเช่นกันเพราะว่ามันคงไม่ใช่เรื่องที่ดีเท่าไหร่นัก

หลินเทียนเองก็พอเดาความคิดเขาได้ก่อนที่จะเดินไปแตะไหล่เขาแล้วพูดว่า

"ไม่ต้องไปคิดมากหรอก "

หลังจากนั้นเขาและซินเชิงหยุนก็ได้มุ่งหน้ากับต่อไปเพื่อค้นหาสัตว์อสูรในป่าลึก

"พี่เขย ท่านระวังด้วยนะ "

ซินเชิงหยุนได้ส่งเสียงกระซิบออกมาเพราะว่าในช่วงหลายวันมานี้หลินเทียนเอาแต่ต่อสู้กับสัตว์อสูรระดับ 5 ขึ้นไปทั้งนั้นและมันทำให้เขารู้สึกกลัว

"ไม่มีอะไรหรอก "

หลินเทียนได้พูดออกมา

ผ่านไปอีก 2 ชั่วโมง .....

"โครม ! "

หลินเทียนได้พบเข้ากับสัตว์อสูรระดับ 6 ดังนั้นถึงได้กระโจนเข้าใส่มันทันที

ซินเชิงหยุนได้แต่หลบอยู่ห่างๆพร้อมกับมองไปรอบๆพื้นที่ๆเต็มไปด้วยกลิ่นอายอสูรอันเข้มข้นก่อนที่จะมองไปยังฉากการต่อสู้ของหลินเทียนที่ทำให้เขาเหงื่อตกเพราะว่ามันมีพลังเทียบเท่าผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 7 ตอนปลาย !

หลังจากนั้นไม่นานก็มีเสียงร้องอันน่าสังเวชถูกส่งออกมาก่อนที่จะล้มกระแทกลงกับพื้น

"ชำแหละเอาแก่นมัน "

หลินเทียนได้พูดออกมา

สัตว์อสูรระดับ 6 มดสายฟ้า , หลังจากที่เผชิญหน้ากับมันแล้วเขาก็ได้อาศัยทักษะหมัดสังหารเพื่อปลิดชีวิตมันอย่างรวดเร็ว

"พี่เขย ! ไหนว่าจะไปเรื่อยๆไง ! ทำไมถึงได้มองหาแต่สัตว์อสูรระดับ 6 กัน ! "

ซินเชิงหยุนได้แต่แสดงสีหน้าที่เปลี่ยนไป

หลินเทียนได้พูดออกมาว่า

"ข้าอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 6 แล้วดังนั้นการที่มองหาสัตว์อสูรระดับ 6 ที่มีพลังเทียบเท่าเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 7 เพื่อฝึกทักษะก็ถือเป็นเรื่องธรรมดาๆมากๆ ? "

ซินเชิงหยุน

"..........."

หลังจากที่เงียบไปเขาก็ได้พูดออกมาว่า

"พี่เขย ข้าว่าท่านเชี่ยวชาญทักษะก่อนหน้านี้ขึ้นมากแล้วนะ "

ในช่วงนี้เขามักจะได้เห็นทักษะหมัดสังหารของหลินเทียนอยู่บ่อยๆดังนั้นถึงได้ทำความเข้าใจกับมันแล้ว

"ตอนนี้ข้าสามารถฝึกฝนมันได้ 70% แล้วล่ะ "

หลินเทียนได้ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

"70% ? เร็วขนาดนั้นเลย ? นี่มันเป็นทักษะระดับสูงเขตแดนชีพจรเทวะเลยนะ ! "

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมาด้วยท่าทางที่ตกตะลึง

หลินเทียนได้ยิ้มตอบพลางพูดว่า

"อื้ม "

ตอนนี้เขาสามารถควบคุมการถ่ายเทพลังฉีได้ระดับหนึ่งเพราะถึงอย่างไรก็ตามเขาก็เชี่ยวชาญทักษะนี้ได้เพียงแค่ 70% เท่านั้นแถมหลังจากที่ถ่ายเทพลังออกไปยังอวัยวะต่างๆแล้วก็ยังทำให้เขารู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดอยู่

หลังจากนั้นเขาก็ยังคงมุ่งหน้าเข้าไปในพื้นที่ส่วนลึกต่อ

"โครม ! "

การต่อสู้ได้เริ่มขึ้นอีกครั้ง

เพื่อที่จะปรับสภาพรากฐานเขาถึงได้เลือกเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรระดับ 6 เท่านั้นและตอนนี้ก็รู้สึกได้ว่าจิตสัมผัสของตัวเองกล้าแกร่งขึ้นอย่างมาก

ไม่นานก็ได้ผ่านไปกว่าครึ่งเดือนอย่างรวดเร็ว

วันนี้หลินเทียนและซินเชิงหยุนก็ได้มาถึงสุดเขตทางออกของป่าสัตว์อสูร

"ในที่สุดก็ได้ออกมาแล้ว ! "

ซินเชิงหยุนได้แต่สูดหายใจเข้าลึกเพื่อระบายความรู้สึกออกมา การที่ต้องหาประสบการณกับหลินเทียนอยู่กว่าครึ่งเดือนนั้นเขารู้สึกตื่นเต้นและหวาดกลัวในเวลาเดียวกันเพราะว่าหลินเทียนมักจะเลือกคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งกว่าอย่างสัตว์อสูรระดับ 5 – 6 เสมอแถมนี่ยังไม่นับรวมที่หลินเทียนได้ไปปะทะเข้ากับสัตว์อสูรระดับ 6 ตอนปลายที่มีพลังเทียบเท่าผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 9 อีกด้วย ตอนนั้นเขาแทบจะหยุดหายใจแต่ยังโชคดีที่พากันหนีออกมาได้

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาพร้อมกับพูดว่า

"ไปกัน เรากลับไปที่ๆพักกันเถอะ "

เก็บเกี่ยวประสบการณ์มากว่าครึ่งเดือนมันทำให้ระดับพลังของเขาสมดุลอย่างสมบูรณ์แถมทักษะหมัดสังหารของเขายังเชี่ยวชาญได้กว่า 80% แล้วอีกด้วย

ไม่นานพวกเขาก็ได้กลับไปถึงสำนักเป่ยหยาน

หลังจากที่เดินเข้าไปแล้วก็พบว่าสายตาที่ผู้คนมองมาทางเขาแปลกมากๆแถมยังมีหลายคนกระซิบกัน

"เจ้าหลินเทียนนั่นกลับมาแล้ว !"

"ครั้งนี้ซวยของเจ้านี่แล้วล่ะ "

"อื้ม ก็เล่นไปล่วงเกินชายคนนั้นหนิ "

หลายๆคนได้แสดงความคิดเห็นกันออกมา

ตอนนี้ระดับพลังของหลินเทียนสูงมากๆดังนั้นถึงสามารถได้ยินบทสนทนาของพวกเขาแม้มันจะเบามากก็ตามและมันก็ทำให้เขาได้แต่ขมวดคิ้วออกมา

"เป็นอะไรไปรึพี่เขย ? "

ซินเชิงหยุนได้ถามออกมา

"เปล่าหรอก "

หลินเทียนได้ส่ายศีรษะกลับไป

ซินเชิงหยุนได้มองไปรอบๆก่อนที่จะเงียบไปแล้วเข้าใกล้เขาพลางพูดด้วยเสียงกระซิบว่า

"นี่พี่ ข้ารู้สึกถึงลางสังหรณ์ไม่ดีเท่าไหร่เลย ยิ่งไปกว่านั้นข้าว่าสายตาคนอื่นกำลังมองมาที่เราด้วยความรู้สึกสงสารยังไงแปลกๆ ? "

"ความรู้สึกของเจ้าถูกแล้ว "

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

หลังจากนั้นหลินเทียนก็ได้นำซินเชิงหยุนกลับไปยังที่พักของเขา

เมื่อเขาเพิ่งเปิดประตูเข้าไปได้ไม่นานซูโจวก็ได้รีบตามมาที่นี่อย่างรวดเร็ว

"เจ้าหนู ครั้งนี้กลาไปล่วงเกินเจียงเหลินเหวินงั้นรึ ! "

ซูโจวได้พูดออกมา

หลินเทียนไม่ได้สนใจแม้แต่น้อยแต่ซินเชิงหยุนได้ถามออกมาว่า

"ท่านอาจารย์รู้เรื่องนี้ด้วย ? "

"ไร้สาระ ! ทำไมข้าจะไม่รู้ ! ก่อนหน้านี้เมื่อสิบวันก่อนเจียงเหลินเหวินได้ประกาศให้หลินเทียนไปพบเขาเพื่อเอาของๆเขาไปคืน "

ซูโจวได้มองไปทางหลินเทียนพร้อมกับพูดออกมาด้วยสีหน้ากระวนระวายว่า

"เจ้าไปแย่งของๆเขามาจริงๆ ? "

หลินเทียนที่ได้ยินเช่นนั้นเองก็ได้ยิ้มออกมาพร้อมทั้งพูดด้วยสีหน้าดูถูกว่า

"ของมัน ? เอาคืนมัน ? "

"อื้ม ทำไม ? "

เมื่อเห็นท่าทางแบบนั้นของหลินเทียนแล้วซูโจวก็อดแสดงสีหน้าที่สงสัยออกมาไม่ได้

"มันเป็นแบบนี้ ...."

ซินเชิงหยุนได้อธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้เขาได้ฟัง

หลังจากที่ได้ยินเช่นนั้นแล้วซูโจวเองก็ได้แต่เงียบไป

"แล้วหญ้าวิญญาณสีฟ้านั่นล่ะ ? "

ซูโจวได้ถามออกมา

"ยังเหลือยู่ต้นนึง"

หลินเทียนได้ตอบกลับไป

ซูโวได้แตะไหล่ของเขาเอาไว้พร้อมกับพูดว่า

"เจ้าหนู แม้ว่าสิ่งที่ข้ากำลังจะพูดอาจทำให้เจ้ารู้สึกไม่พอใจแต่ ้าว่าเอาหญ้าวิญญาณสีฟ้านั้นไปให้เขาซะ อย่างน้อยๆเขาก็จะได้ปล่อยเจ้าไป "

หลินเทียนได้ขมวดคิ้วพร้อมกับพูดว่า

"แต่มันเป็นของๆข้า "

"ข้ารู้ แต่นั่นมันเจียงเหลินเหวินนะ ! "

ซูโจวได้พูดออกมา

"แล้วมันทำไม ? มันเป็นจักรพรรดิหรือไง ? ถึงได้สามารถสั่งให้ข้ามอบของๆข้าให้มันได้ ? "

หลินเทียนได้พูดออกมา

ซูโจวเองก็ได้แต่ฝืนยิ้มพลางตอบกลับไปว่า

"ข้ารู้นิสัยของเจ้าดีอยู่แล้ว ดูเหมือนว่าการมาของข้ามันเปล่าประโยชน์จริงๆ ทำตามใจเจ้าเถอะ "

หลังจากนั้นเขาก็ได้แต่ส่ายศีรษะพร้อมกับเดินจากไป

ไม่นานหลังจากทีเขาได้กลับไปแล้วฮานเฮอและหลุยหลานก็ตามกันมา

"หลินเทียน นี่มันเรื่องอะไรกัน ? เจ้าไปล่วงเกินเจียงเหลินเหวินได้ไง ? "

พวกเขามาถึงก็พูดประเด็นหลักออกมาทันที

เมื่อเห็นการมาถึงของทั้งคู่แล้วหลินเทียนก็อดยิ้มออกมาไม่ได้

"ดูเหมือนว่าอำนาจของมันจะยิ่งใหญ่จริงๆเลยนะ "

ฮานเฮอได้ถามซ้ำต่อว่า

"นี่มันเรื่องอะไรกัน ? "

หลังจากนั้นหลินเทียนก็ได้อธิบายเรื่องราวต่างๆออกไปจนหมด

ใบหน้าของฮานเฮอและหลุยหลานได้หม่นหมองลงแต่ก็แนะนำแบบเดียวกับซูโจวพลางถามว่า

"ยังมีหญ้าวิญญาณสีฟ้าเหลืออยู่รึไม่ ? หากว่าคิดจะเอาไปมอบให้เขาพวกเราก็จะไปกับเจ้า ข้าเชื่อว่าเขาต้องไม่กดขี่เจ้าอย่างแน่นอน "

พวกเขามีความคาดหวังกับหลินเทียนมากดังนั้นถึงไม่อยากให้หลินเทียนได้รับอันตรายใดๆ

หลินเทียนได้จ้องมองไปทางพวกเขาและรู้ดีว่าพวกเขาหวังดีแต่ก็ยังคงส่ายศีรษะออกมา

จะให้เขาเอาของๆเขาไปมอบให้นี่มันเป็นไปไม่ได้ !

ฮานเฮอได้แต่พูดออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า

"ตั้งแต่ก่อตั้งสำนักมามันมีกฎเหล็กอยู่ว่าห้ามสังหารศิษย์ร่วมสำนักก็จริงซึ่งเจ้าเองก็ได้ฆ่าคนไป 2 คนแล้วแต่อาศัยประโยชน์จากตรามังกรและคำขอร้องขององค์ชาย 9 ถึงได้รอดมาได้ไม่งั้นตอนนี้เจ้าก็ต้องตายจากบทสรุปของกฎนี้ "

ตรงนี้เองที่ฮานเฮอได้พูดออกมาว่า

"อย่างไรก็ตามเขานั้นต่างออกไปเพราะว่ากฎของทางสำนักไม่มีผลอะไรกับเขา เขาจะฆ่าใครในสำนักเราก็ได้และเราเองก็ไม่สามารถเอาความกับเขาและแม้แต่ทางราชวงเองก็ยังได้แต่ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ข้าว่าเจ้าน่าจะเข้าใจที่ข้าจะสื่อใช่ไหม ? "

"หมายความว่าต่อให้มันลงมือสังหารข้าในสำนักนี้และพวกท่านรู้เห็นแต่ก็จะไม่หยุดยั้ง ?"

หลินเทียนได้ถามออกมาอย่างราบเรียบ

ฮานเฮอและหลุยหลานเองก็ไม่ได้หลบเลี่ยงอะไรพลางพยักหน้าออกมา

หลังจากที่ได้รับคำตอบจากทั้งคู่แล้วหลินเทียนก็ได้แต่ยิ้มตอบ

"ข้าก็ไม่อยากจะพูดว่านี่มันไม่ยุติธรรมเพราะว่าโลกนี้มันไม่มีอะไรที่ยุติธรรมอยู่แต่แรกแล้ว ข้าจะไม่บอกว่าสำนักนี้หนุนหลังเขาและไม่ได้จะเอาความอะไรแต่ข้าแค่อยากจะถามว่า........"

หลินเทียนได้จ้องมองไปทางฮานเฮอและหลุยหลานพร้อมทั้งพูดว่า

"แล้วหากว่าข้าจะฆ่าเขาล่ะ พวกท่านจะทำไง ? "

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 163

คัดลอกลิงก์แล้ว