เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 161

Divine King Of All Directions - 161

Divine King Of All Directions - 161


Divine King Of All Directions - 161

 

หลินเทียนได้จ้องมองไปทางกวยเยวี่ยด้วยสายตาที่เย็นชาเพราะเขาไม่คิดเลยว่าทั้งๆที่เขาช่วยชีวิตของมันเอาไว้แท้ๆแต่มันกลับตอบแทนความหวังดีด้วยความชั่วช้าโดยการกลับไปตามคนมาปล้นเอาหญ้าวิญญาณสีฟ้าไปจากเขา

"หากว่ารู้ก่อนหน้านี้น่าจะปล่อยให้หมาป่าม่วงฆ่าไอ้ระยำนี่ไปแล้ว "

ซินเชิงหยุนได้สาปแช่งออกมา

กวนเยวี่ยได้ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ไม่แยแสว่า

"จะพูดอย่างไรก็พูดไปเถอะ "

"เอาล่ะ ข้าไม่อยากจะฟังเรื่องของพวกเจ้า"

ซูซูได้พูดออกมาพลางก้าวเดินออกไปแล้วพูดว่า

"เจ้าคือหลินเทียนสินะ ? เจ้าโด่งดังในสำนักเราอย่างมากแต่เราต้องการหญ้าวิญญาณสีฟ้าพวกนี้ รีบไสหัวไปแล้วเราจะไม่ทำอะไรเจ้า "

"เจ้าต้องการ ? นี่มันเป็นของที่ข้าค้นพบ "

หลินเทียนได้ตอบกลับอย่างไม่แยแส

"กวนเยวี่ยเองก็พบเหมือนกันดังนั้นเขาก็มีส่วนได้ "

ซูซูได้พูดออกมาว่า

"กวนเยวี่ยได้บอกกับเรามาว่าจะให้หญ้าพวกนั้นกับนายน้อยเจียงดังนั้นรู้จักขีดจำกัดซะเพราะว่านายน้อยไม่ใช่คนที่จะต่อกรด้วยได้ "

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมาด้วยท่าทางที่เปลี่ยนไปว่า

"นายน้อยเจียง ? เจียงเหลินเหวิน ? "

"รู้แล้วก็ดีหนิ "

ซูซูได้ตอบกลับไป

หลังจากที่ได้รับการยืนยันจากเขาแล้วใบหน้าของซินเชิงหยุนก็เปลี่ยนไปทันที

"เอาล่ะไสหัวไปได้แล้ว "

หลี่หลานได้พูดออกมาด้วยท่าทางที่สุดจะทน

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้เดินเข้ามาทางหญ้าวิญญาณสีฟ้าโดยทันที

"แกร๊ง ! "

เสียงคำรามของกระบี่ได้ดังขึ้นก่อนที่จะทำลายพื้นตรงหน้าของหลี่หลานเป็นรอยบาดลึก

"ใครอนุญาตให้เจ้าเดินเข้ามา ? "

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

ท่าทางของหลี่หลานได้ตกต่ำลงพร้อมกับแสดงแววตาที่ดุร้ายออกมาพลางพูดว่า

"เจ้ากล้าลงมืองั้นรึ ! "

"เจ้าคิดจะแย่งของๆข้าไปแล้วจะให้ข้านิ่งเฉย ? "

หลินเทียนได้ถามกลับไป

ซินเชิงหยุนที่อยู่ข้างๆเองก็ถึงกับผวาไปพร้อมทั้งจับหลินเทียนเอาไว้พลางพูดว่า

"พี่เขยปล่อยหญ้านี่ไปเถอะ พวกเราไปจากที่นี่กัน "

หลินเทียนได้แต่ขมวดคิ้วของเขาเพราะว่าท่าทางของซินเชิงหยุนมันแปลกกว่าปกติ เขาเป็นถึงนายน้อยตระกูลพ่อค้าอันดับ 1 และต่อให้เผชิญหน้ากับเหล็งเฟิงก็ไม่มีท่าทีว่ากลัวแม้แต่น้อยทว่าตอนนี้กลับแสดงสีหน้าที่หวาดหวั่นเป็นอย่างมาก

ซินเชิงหยุนได้พูดต่อว่า

"พวกเขาเป็นคนของเจียงเหลินเหวิน เขาเป็นคนที่เราไม่สามารถล่วงเกินได้ "

"ไม่สามารถล่วงเกินได้ ? "

หลินเทียนได้ขมวดคิ้วไปทันที

ซินเชิงหยุนได้มองไปทางซูซูและหลี่หลานพลางขยับเข้าไปใกล้หลินเทียนแล้วพูดต่อด้วยเสียงกระซิบว่า

"เจียงเหลินเหวินนั้นเป็นนายน้อยตระกูลเจียงที่เป็น 1 ใน 3 ตระกูลที่ยิ่งใหญ่ของเมืองหลวง ปีนี้เขาอายุ 18 ปี มีพรสวรรค์ระดับ 9 ดาราแถมยังอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 9 ตอนปลายซึ่งมีตำแหน่งเป็นลำดับที่ 1 ของตารางสายลมและหมู่เมฆแต่นี่ไม่ใช่สิ่งสำคัฐที่สุดเพราะว่าเขายังมีอีกสถานะหนึ่ง "

"อีกสถานะ ? อะไรกัน ? "

หลินเทียนได้ถามออกมา

"เป็น..."

ซินเชิงหยุนกำลังจะพูดบางอย่างทว่ากลับถูกหลี่หลานและซูซูขัดจังหวะเอาไว้

"พอได้แล้ว ! "

หลี่หลานได้จ้องมองไปทางหลินเทียนอย่างดุร้ายพร้อมทั้งพูดออกมาว่า

"ความอดทนของข้ามีขีดจำกัดดังนั้นข้าจะให้เวลาเจ้า 3 ลมหายใจแล้วรีบๆไสหัวไปได้แล้ว ! หากว่าไม่ไปเจ้าก็จะได้เป็นศัตรูของนายน้อยเจียง ! "

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมาด้วยท่าทางที่เปลี่ยนไปอย่างมากว่า

"พี่เขย เราไปกันเถอะ หลังจากนี้ข้าจะอธิบายให้ท่านฟังอีกที "

"หยุด "

หลินเทียนได้พูดออกมาพร้อมกับสะบัดซินเชิงหยุนออกไป

"ของพวกนี้เป็นของเรา "

เขาได้พูดออกมากับซินเชิงหยุน

ซินเชิงหยุนเองก็โกรธโดยทันทีทว่าตอนนี้เองที่มีเสียงหัวเราะดังขึ้น

"น่าสนใจจริงๆ ! ไม่คิดเลยว่าในเมืองหลวงนี้ยังมีคนที่กล้าตั้งตนเป็นศัตรูกับนายน้อยเจียงด้วย ! "

ซูซูได้จ้องมองไปทางหลินเทียนพร้อมกับพูดด้วยรอยยิ้มว่า

"หลินเทียน เราเองก็ได้ยินเรื่องของเจ้ามามากเหมือนกันแต่ไม่คิดเลยว่าจะอวดดีขนาดกล้าแย่งสมบัติของนายน้อย "

"อวดดีเกินไปแล้ว ! "

กวนเยวี่ยได้ส่งเสียงกระซิบออกมา

หลินเทียนได้ตอบกลับไปอย่างไม่แยแสแม้แต่น้อยว่า

"ดวงตาของเจ้าถูกสุนัขกินไป , หัวกระแทกประตู นี่ตอนแม่เจ้าเลี้ยงเจ้ามาไม่รู้สึกเสียหน้าตั้งแต่ในครรภ์เลยหรือไง ? "

"เจ้าว่าอะไรนะ ! "

ซูซูได้พูดออกมาด้วยสีหน้าที่ดุร้าย

"หากว่าพอมีสมองอยู่บ้างก็น่าจะเข้าใจว่าเจ้ากำลังแย่งของๆข้า ! "

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

ซูซูและหลี่หลานก็ได้แต่มองออกไปด้วยแววตาที่ชั่วร้าย

"ภายในเมืองนี้เจ้าเป็นคนแรกที่กล้าขัดขืนนายน้อยเจียง ! "

ซูซูได้แสยะออกมา

สายตาของหลี่หลานเย็นชาเป็นอย่างมากพร้อมทั้งปลดปล่อยกลิ่นอายที่รุนแรงออกมาพลางพูดว่า

"สั่งสอนมันหน่อย ! "

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้พุ่งเข้าไปทางหลินเทียนโดยทันที

เมื่อเห็นเช่นนั้นแล้วท่าทางของหลินเทียนก็เปลี่ยนไปอย่างมากซึ่งกวนเยวี่ยที่อยู่ห่างออกไปเองก็ได้แต่แสยะออกมา

"กล้าที่จะนินทาคนของนายน้อยนี่มันรนหาที่ตายชัดๆ ! "

กวนเยวี่ยนั้นรู้ดีว่าเจียงเหลินเหวินนั้นน่ากลัวขนาดไหนเพราะขนาดผู้อาวุโสของทางสำนักยังต้องหวั่นเกรงแถมซูซูและหลี่หลานนี้ก็ไม่ได้อ่อนแอ พวกเขาอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 6 ด้วยกันทั้งหมดแถมยังเป็นศิษย์ตำหนักราชาอีกด้วย

เมื่อเห็นว่าซูซูและหลี่หลานกำลังเดินเข้ามาใกล้แล้วท่าทางของซินเชิงหยุนก็ยิ่งตกต่ำลงอย่างมาก

"ทั้ง 2 โปรดรอก่อน เราจะไปเดี๋ยวนี้ "

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมาพร้อมทั้งจับหลินเทียนเอาไว้แล้วพูดว่า

"พี่เขย เรารีบไปกันเถอะ ! พวกเขาเป็นคนของเจียงเหลินเหวินดังนั้นพวกเขาแต่ละคนไม่ได้อ่อนแอเลยและหลักๆคือเราไม่สามารถล่วงเกินเจียงเหลินเหวินได้ ! "

หลินเทียนได้ส่ายศีรษะพร้อมทั้งพูดว่า

"ก็แค่ขยะสองตัวไม่เห็นจำเป็นต้องสนใจ "

เมื่อได้ยินคำพูดของหลินเทียนแล้วท่าทางของซูซูและหลี่หลานได้เปลี่ยนไปอย่างมากเพราะว่าหลินเทียนมันกล้าที่จะด่าทอพวกเขา !

หลี่หลานได้พูดออกมาด้วยสีหน้าที่ดุร้ายว่า

"รนหาที่ตาย ! "

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้พุ่งออกไปอยู่ตรงหน้าของหลินเทียนอย่างรวดเร็วก่อนที่จะเหวี่ยงฝ่ามือออกไป

"ไสหัวไปซะ "

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาพร้อมทั้งถีบอัดไปที่หน้าท้องของอีกฝ่าย

หลี่หลานได้ส่งเสียงร้องออกมาก่อนที่จะลอยเคว้งออกไปกระแทกกับต้นไม้ที่อยู่ห่างไปไม่ไกลพลางกระอักเลือดออกมาคำโต

ซูซูเองก็ได้แสดงสีหน้าที่ตกตะลึงออกมาเพราะไม่คิดเลยว่าหลี่หลานจะถูกถีบกลับมาแบบนั้น

แต่ตอนนี้เองที่หลินเทียนได้สะบัดมือของซินเชิงหยุนออกพร้อมทั้งเหวี่ยงกระบี่เข้าใส่ซูซูที่อยู่ตรงหน้าด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อ , ตอนนี้ซูซูไม่มีโอกาสจะตั้งตัวทันด้วยซ้ำก่อนที่จะได้รับบาดเจ็บจากคมกระบี่ขณะที่เลือดสาดกระจายไปทั่ว

"นี่....."

ซินเชิงหยุนเองก็ได้แต่ผงะไปด้วยสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อเพราะว่าหลี่หลานและซูซูนี้แข็งแกร่งมากๆแต่ผู้เชี่ยวชาญที่แข็งแกร่งทั้ง 2 คนกลับถูกหลินเทียนเตะจนปลิวไปคนหนึ่งส่วนอีกคนก็ได้รับบาดเจ็บจากคมกระบี่ นี่มันต้องแข็งแกร่งขนาดไหนกัน ?

หลี่หลานได้พยายามคลานกลับขึ้นมาพร้อมกับกุมท้องเอาไว้แล้วคำรามออกมาว่า

"เจ้ากล้าขัดขืนงั้นรึ ! "

หลินเทียนได้กวาดตามองเขาพร้อมกับพุ่งเข้าประชิดแล้วพูดว่า

"เจ้าจะให้คนอื่นยืนเฉยๆให้ตัวเองตีงั้นรึ ? นอกจากคำพูดพวกนี้แล้วไม่มีอะไรจะพูดแล้วหรือไง "

หลังจากที่พูดจบแล้วหลินเทียนก็ได้ลงมืออย่างรวดเร็วโดยการเหวี่ยงฝ่ามือออกไป

หลี่หลานได้ลอยเคว้งออกไปอีกครั้งก่อนที่จะบ้วนก้อนเลือดปนฟันออกมาหลายซี่

"เจ้า..... !"

เขาได้แต่มองไปทางหลินเทียนด้วยสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อ

"ข้าทำไม ? "

หลินเทียนได้ก้าวเดินออกไปพร้อมกับกระทืบซ้ำไปที่หน้าอกของอีกฝ่ายพลางพูดต่อว่า

"ข้าจำได้ว่าเจ้าต้องการจะสั่งสอนข้า ? งั้นข้าจะขอคืนคำพูดพวกนี้ให้แล้วกัน "

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้คว้ามือของอีกฝ่ายมาก่อนที่จะหักมัน

เสียงกระดูกแตกหักได้ดังขึ้นก่อนที่แขนทั้งข้างของหลี่หลานจะถูกบิดจนละเอียด

"อ๊ากก ! "

หลี่หลานได้แต่ส่งเสียงโอดครวญออกมาอย่างน่าสังเวชขณะที่หน้าผากอาบไปด้วยเหงื่อพลางรู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างมาก เขาเป็นถึงผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 6 แต่กลับไม่สามารถจับการเคลื่อนไหวของหลินเทียนได้แม้แต่น้อย ที่ยิ่งกว่านั้นคือพละกำลังของหลินเทียนนั้นแข็งแกร่งอย่างมาก

"หลี่หลาน ? "

ซูซูที่อยู่อีกด้านนึงก็ได้ส่งเสียงออกมา

หลินเทียนได้กวาดตามองตามเสียงไปพร้อมกับพูดว่า

"อ่อ ลืมไปเลย "

แกร๊ง ! เสียงคำรามของสายฟ้าได้ถูกส่งออกไปก่อนที่จะพุ่งทะลุผ่านขาขวาของฝ่ายตรงข้ามอย่างรวดเร็ว

ซูซูได้ส่งเสียงร้องออกมาอย่างน่าสังเวชและรู้สึกชาไปทั้งสมองในเวลาเดียวกัน

"เจ้ากล้าลงมือกับพวกเราแถมยังกล้าชิงของๆนายน้อยเจียงไปอีกงั้นรึ ! นายน้อยต้องฆ่าเจ้าแน่ๆ !"

ซูซูได้ส่งเสียงขู่ออกมา

"ยังกล้าพูดว่าข้าไปแย่งมาอีกนะ "

หลินเทียนได้ตอบกลับด้วยนำเสียงเย็นชาพร้อมทั้งยกกระบี่ขึ้นมาแล้วฟัดฟันไปที่แขนขวาของซูซูก่อนที่จะกระทืบซ้ำแล้วพูดว่า

"ข้าให้โอกาสเจ้าพูดอีกครั้งว่าใครแย่งของใคร ?! "

กระบี่ได้จ่ออยู่ที่ดวงตาของเขาโดยมีระยะห่างไม่ถึงครึ่งนิ้ว

ภาพเหล่านี้ทำให้ท่าทางของซูซูเปลี่ยนไปทันที

"เรา... เราแย่งของๆเจ้า ! "

เขาได้แต่พูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

ขาขวาและแขนขวาที่ได้รับบาดเจ็บยังพอรักษาได้แต่หากว่าตาบอดนี้ไม่มีหวังอีกแล้ว

ซูซูไม่กล้าที่จะพนันว่าหลินเทียนจะกล้าลงมือหรือไม่

หลินเทียนได้แต่แสยะออกมาอย่างเย็นชาพร้อมกับเตะอัดหน้าอกของซูซูจนปลิวออกไปกระแทกกับต้นไม้ที่อยู่ห่างออกไป

"พระเจ้า ! "

ซินเชิงหยุนได้แต่มองด้วยท่าทางที่แข็งค้าง

กวนเยวี่ยที่อยู่อีกฝั่งเองก็ถึงกับตกตะลึงไปตามๆกันเพราะเขาคิดไม่ออกเลยว่าผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 6 อย่างซูซูและหลี่หลานจะถูกจัดการอย่างง่ายดายแบบนี้ได้ไงกัน มันทำให้เขาได้แต่สั่นไปทั้งตัวและหลังจากนั้นเองที่ท่าทางของเขาต้องตกต่ำยิ่งกว่าเดิมเพราะว่าหลินเทียนกำลังเดินมาทางเขา

"เจ้า.........เจ้าคิดจะทำอะไร ! "

กวนเยวี่ยอดพูดออกมาไม่ได้ขณะที่ก้าวถอยหลังกลับไป

แกร๊ง ! คลื่นกระบี่ที่รวดเร็วปานสายฟ้าได้ถูกส่งออกมา

"พุฟฟฟฟ ! "

เลือดสายกระจายไปทั่วขณะที่แขนขวาของเขาขาดสะบั้น

เลือดสีแดงฉานกระจายไปทั่วท้องฟ้าและใบหน้าของกวนเยวี่ย ! ตอนนี้เองที่ใบหน้าของเขาได้แต่บิดเบี้ยวไปเพราะความเจ็บปวดก่อนที่จะคุกเข่าลงพลางโอดครวญออกมาอย่างดัง

"ชีวิตเจ้าข้าเป็นคนช่วยเอาไว้แต่เจ้ากลับกล้าตอบแทนความดีด้วยการกระทำอันชั่วช้าดังนั้นการตัดแขนเจ้าถือเป็นบทลงโทษ "

หลินเทียนได้พูดออกมาอย่างเย็นชา

หลังจากนั้นหลินเทียนก็ได้ส่งคลื่นกระบี่ออกไปทำลายแขนข้างที่ขาดจนไม่เหลือซากอย่างแท้จริง

เมื่อเสร็จเรื่องแล้วเขาก็ไม่ได้มองไปทางกวนเยวี่ยอีกพร้อมทั้งเดินไปยังหญ้าวิญญาณสีฟ้าที่กำลังส่งกลิ่นหอมและเก็บเกี่ยวมันโดยการถ่ายพลังฉีลงไปในดินก่อนที่จะดึงมันออกมาอย่างช้าๆซึ่งตอนนี้เองที่พลังฉีอันรุนแรงได้แผดออกไปทั่วจนทำให้เขาอดรู้สึกประหลาดใจไม่ได้

"ไปกัน "

เขาได้เก็บพวกมันกลับเข้าไปในแหวนมิติพร้อมทั้งหันหน้ากลับไปมองที่ซินเชิงหยุน ! ตัวเขาไม่ได้สนใจเกี่ยวกับซูซูและหลี่หลานแม้แต่น้อยพร้อมทั้งเดินกลับไปทางเก่า

ซินเชิงหยุนเองก็ได้แต่พยักหน้ารัวๆและวิ่งตามหลังเขาไปอย่างรวดเร็ว

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 161

คัดลอกลิงก์แล้ว