เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 160

Divine King Of All Directions - 160

Divine King Of All Directions - 160


Divine King Of All Directions - 160

 

ซินเชิงหยุนได้แต่ผงะไปขณะที่หลินเทียนได้อ้าแขนรับพิษร้ายซึ่งๆหน้าจึงเป็นเหตุให้ซินเชิงหยุนถึงกับมีท่าทางเปลี่ยนไปทันที

"พี่เขย ! "

ซินเชิงหยุนอดไม่ได้ที่จะโห่ร้องออกมา

ณ ตอนนี้เสียงคำรามของกระบี่ได้ดังขึ้นก่อนที่จะได้ยินเสียงกรีดร้องของงูหลามอสูรทมิฬ

กลุ่มหมอกพิษสีดำได้จางหายไปอย่างรวดเร็วและเห็นเพียงแค่รอยแผลยาวกว่า 7 ฟุตตามตัวของงูหลามอสูรทมิฬที่กำลังมีเลือดทะลักออกมาไม่หยุดแต่หลินเทียนกลับไม่เป็นอะไรแม้แต่น้อยแม้ว่ากลุ่มควันเหล่านั้นจะถูกสูดเข้าไปในจมูกของเขาก็ตาม

"นี่พิษนั่นไม่มีผลกับพี่เขย ? ! "

ซินเชิงหยุนได้แต่ผงะไปเพราะว่าพิษร้ายของงูหลามอสูรทมิฬนั้นรุนแรงอย่างมาก ขนาดผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 7 โดนไปยังไม่สามารถต้านทานได้แต่หลินเทียนกลับสามารถยืนอยู่ใจกลางพิษนั้นโดยไม่เป็นอะไรแม้แต่น้อย

ไม่เพียงแต่ซินเชิงหยุนเท่านั้นที่ตกตะลึง กวนเยวี่ยที่อยู่ข้างๆก็มีสีหน้าไม่ต่างกัน

หลินเทียนที่กำลังถือกระบี่อยู่เองก็ได้ก้าวเท้าออกไปพร้อมทั้งพูดว่า

"หนังหนานักนะ แปลกมากที่ตัดไม่ขาด "

ดวงตาของงูหลามอสูรทมิฬยังคงแดงก่ำขณะที่จ้องมองไปยังร่างของหลินเทียนด้วยท่าทางเหมือนประหลาดใจเพราะว่ามนุษย์ตนนี้กลับไม่ได้รับบาดเจ็บจากพิษของมันเลยแม้แต่น้อย เมื่อเห็นว่าหลินเทียนกำลังเดินใกล้เข้ามานั้นมันก็ได้แต่ส่งเสียงคำรามออกมาก่อนที่จะพ่นพิษสีดำออกมาอีกครั้ง

หลินเทียนได้หรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนที่จะพุ่งเข้าไปซึ่งๆหน้าเพื่อรับการโจมตีจากพิษของมันเพราะว่าขนาดพิษของกิ้งก่าเพลิงที่เป็นสัตว์อสูรระดับ 7 ยังทนมาแล้วดังนั้นกับแค่พิษของสัตว์อสูรระดับ 5 ธรรมดาๆจะไปทำอะไรเขาได้อย่างไรกัน

"แกร๊ง ! "

เสียงกระบี่ได้ดังขึ้นอีกครั้งก่อนที่จะฟาดฟันลงไปบนร่างของงูหลามอสูรทมิฬ

งูหลามอสูรทมิฬได้สะบัดหางของมันเข้าใส่เขาด้วยความเร็วสูงจนทำให้มิติสั่นสะท้าน

หลินเทียนได้ยกกระบี่ในมือขึ้นมาเปลี่ยนไปไว้มือซ้ายก่อนที่จะกำหมัดขวาแน่นแล้วต่อยออกไป

โครม ! หมัดและหางของงูหลามอสูรทมิฬได้ปะทะกันซึ่งแม้ว่าจะดูเหมือนหางของอีกฝ่ายจะไม่ได้รับความเสียหายอะไรแต่มันกลับส่งเสียงร้องออกมา

"หมัดทลายฟ้า ! เอาอีกรอบๆ !"

หลินเทียนได้พึมพำอยู่ภายในใจ

หนังของมันเหนียวมากดังนั้นเขาถึงได้เปลี่ยนจากการสร้างความเสียหายภายนอกเป็นภายในด้วยทักษะหมัดทลายฟ้าแทน มันเป็นทักษะระดับต่ำเขตแดนชีพจรเทวะซึ่งสามารถรวมพลังร่างกายและพลังฉีเข้าด้วยกันเพื่อสร้างความเสียหายให้กับอวัยวะภายในของศัตรู

งูหลามอสูรทมิฬได้โกรธถึงขีดสุดพร้อมทั้งพุ่งเข้าใส่หลินเทียนอย่างรวดเร็ว

และตอนนี้เองที่ประกายตาของหลินเทียนได้เปลี่ยนไปก่อนที่จะเปลี่ยนกระบี่กลับมาไว้ที่มือขวาแล้วเหวี่ยงหมัดออกไปด้วยมือซ้าย

"โครม ! "

เส้นแสงได้พุ่งออกจากหมัดของเขาก่อนที่จะทะลุร่างของงูหลามอสูรทมิฬไปจนเกิดเป็นรูที่มีเลือดทะลักออกมา

ทักษะหมัดสังหาร !

โครม! ร่างของงูหลามอสูรทมิฬได้กระแทกกับพื้นก่อนที่จะกระตุกอยู่หลายครั้งแล้วแน่นิ่งไป

ซินเชิงหยุนได้แต่มองไปข้างหน้าด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง

"สัตว์อสูรที่มีพลังเทียบเท่าผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 6 ตอนปลายกลับถูกฆ่าตายง่ายๆแบบนี้ ? "

กวยเยวี่ยได้แสดงสีหน้าที่ตกตะลึงออกมา

หลินเทียนที่อยู่ห่างออกไปเองก็ได้พยักหน้าให้กับพวกเขาเพื่อให้เดินตามมา

ซินเชิงหยุนรีบแหวกกอไม้ออกพร้อมทั้งวิ่งออกมาด้วยสีหน้าที่ตื่นเต้นเป็นอย่างมาก

"พี่เขย ท่านนี่มันสุดยอดไปเลย ! "

"แน่นอน "

หลินเทียนได้ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

หลังจากที่เอาแก่นอสูรออกมาแล้วเขาก็ได้เดินเข้าไปภายในหุบเขาเพื่อที่จะเอาหญ้าวิญญาณสีฟ้า , ตอนนี้ยิ่งเดินเข้าไปใกล้เขาก็ยิ่งรู้สึกว่ากลิ่นที่ส่งออกมามันหอมขึ้นกว่าเก่า

"งดงามจริงๆ กลิ่นหอมเหมือนกลิ่นตัวของหญิงสาวเลย "

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมา

ริมฝีปากของหลินเทียนกระตุกอยู่หลายครั้งก่อนที่จะตบหัวของเจ้านี่ไปทีนึง

ซินเชิงหยุนได้แต่จับที่หัวตัวเองพร้อมทั้งพูดออกมาหลังจากที่หัวเราะแห้งๆว่า

"แต่เรื่องที่สำคัญที่สุดคือรากของมันอยู่ใต้ดินและต้นนี้น่าจะยังโตไม่เต็มวันดังนั้นข้าว่าเราต้องรออย่างน้อยอีก 2 ชั่วโมงแล้วถึงจะเก็บเกี่ยวมันได้ "

หลินเทียนได้แสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมาพร้อมกับพูดว่า

"ไม่คิดเลยนะว่าเจ้าจะมีความรู้ขนาดนี้ "

"นี่มันแน่นอนอยู่แล้ว "

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมาด้วยใบหน้าที่ภูมิใจ

สำหรับหลินเทียนแล้วเขาเลิกให้ความสนใจไปทันทีก่อนที่จะเดินไปทางหินที่อยู่ใกล้ๆเพื่อนั่งลงแล้วปกป้องที่นี่

"มีอยู่ 3 ต้นดังนั้นก็แบ่งกันคนละต้นพอดีเลย ! "

กวนเยวี่ยได้พูดออกมาด้วยใบหน้าที่ตื่นเต้น

ซินเชิงหยุนได้แต่ขมวดคิ้วไปพร้อมกับมองไปทางหลินเทียนแล้วพูดว่า

"พี่เขย ท่านเอาพวกมันไปดูดกลืนให้หมดเลยเพราะว่าไม่งั้นต้องมีคนมารังควานท่านอีกมากดังนั้นถึงต้องรีบเพิ่มความแข็งแกร่งให้เร็วที่สุดอย่างน้อยๆถ้าดูดกลืนทั้ง 3 ต้นนี้ก็น่าจะตัดผ่านไปยังเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 6 ได้ "

หลินเทียนเองก็ได้แต่เงียบไปเพราะเขาเองก็คิดแบบนั้นเช่นกัน ตอนนี้สิ่งที่เขาต้องทำคือบ่มเพาะให้เร็วที่สุด

กวนเยวี่ยได้มองไปทางซินเชิงหยุนพร้อมกับพูดว่า

"เจ้าหมายความว่าไง ? ให้เขาดูดกลืนให้หมด ? ข้าเองก็ใกล้จะตัดผ่านไประดับ 5 แล้วเหมือนกัน เจ้ายกของเจ้าให้เขาได้ก็เรื่องของเจ้าแต่ของข้าล่ะ "

ซินเชิงหยุนได้แสดงสีหน้าที่หงุดหงิดออกมาทันที ของมันอะไร ? นี่เป็นของที่หลินเทียนพบแถมยังเอาชนะงูหลามอสูรทมิฬมาด้วยกำลังของตัวเองแล้วมันยังกล้าพูดคำนี้อีก ?

เมื่อมองไปทางกวนเยวี่ยแล้วซินเชิงหยุนก็ได้พูดออกมาว่า

"สหายกวน ข้าบอกไปแล้วว่าของสิ่งนี้มันสำคัญต่อพี่เขยข้ามากๆดังนั้นอย่าแย่งได้ไหม ? เจ้าเองก็ไม่ได้ทำอะไรแต่ก่อนหน้านี้พี่เขยข้ายังอุส่าแบ่งแก่นอสูรให้ก็ถือว่ามีน้ำใจมากแล้ว"

"เจ้าเองก็ไม่ได้ทำอะไร เป็นเพียงแค่ผู้เชี่ยวชาญเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 9 เท่านั้นแต่เขาก็ยังแบ่งแก่นอสูรให้เจ้าเหมือนกัน ! หญ้าวิญญาณสีฟ้านี่ก็เป็นของที่พวกเราพบด้วยกันดังนั้นก็ต้องแบ่งกันไม่ใช่รึไง ? "

"พบด้วยกัน ? ของสิ่งนี้มันเป็นของที่พี่เขยข้าพบ ! "

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมาด้วยท่าทางที่ไม่พอใจอย่างมาก

ณ ตอนนี้เองที่หลินเทียนได้พูดออกมาพลางโบกมือว่า

"เอาล่ะไม่ต้องเถียงกันแล้ว "

ซินเชิงหยุนนั้นรู้สึกไม่พอใจอย่างมากแต่ในเมื่อหลินเทียนเอ่ยปากแล้วเขาก็ไม่อยากจะพูดอะไรอีก

"สหายหลินนี่หลักแหลมที่สุดแล้ว"

กวนเยวี่ยได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้มก่อนที่จะมองไปทางซินเชิงหยุนพลางพูดว่า

"ไม่เหมือนบางคนที่เป็นเพียงผู้เชี่ยวชาญเขตแดนหล่อหลอมร่างกายแต่ยังอุส่าเข้ามาเป็นศิษย์สำนักเราได้ "

ซินเชิงหยุนได้คำรามออกมาด้วยความโกรธโดยทันทีว่า

"พ่อคนนี้จะเข้าสำนักนี้แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเจ้า ? ! "

หลินเทียนเองก็ได้ขมวดคิ้วพร้อมทั้งพูดออกมาว่า

"ข้าว่าคำพูดของสหายกวนมันเกินไปหน่อยดังนั้นก็ควรจะขอโทษเพื่อนของข้านะ "

เมื่อได้ยินคำพูดของหลินเทียนแล้วกวนเยวี่ยเองก็ได้แสดงสีหน้าที่น่าเกลียดออกมาพลางพูดอย่างรวดเร็วว่า

"ทำไม ! "

"มันเป็นเพราะว่าเจ้าพูดคำพูดที่ไม่ควรจะพูด "

หลินเทียนได้ตอบกลับไป

ซินเชิงหยุนนั้นเป็นน้องชายของซินเหยาซึ่งเป็นเพื่อนที่ดีของเขาและเป็นเพื่อนเพียงไม่กี่คนในเมืองหลวงนี้ดังนั้นคำพูดดูถูกก่อนหน้านี้จะทำเป็นมองข้ามไม่ได้เด็ดขาด

"หากว่าข้าไม่ขอโทษล่ะ! "

กวนเยวี่ยได้พูดออกมาด้วยท่าทางที่ตกต่ำลง

"ข้าสามารถแบ่งหญ้าวิญญาณสีฟ้าให้เจ้าได้ดังนั้นเจ้าก็ควรจะขอโทษเขาซะ "

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

ท่าทางของกวนเยวี่ยได้เปลี่ยนเป็นน่าเกลียดโดยทันที

"ข้าเข้าใจแล้ว ! มันเป็นเพราะว่าเจ้าไม่อยากจะแบ่งหญ้าวิญญาณสีฟ้าให้ข้าดังนั้นถึงได้จงใจทำแบบนี้ งั้นข้าไม่ขออยู่ที่นี่อีกแล้ว ! "

กวนเยวี่ยได้พูดออกมาด้วยท่าทางน่าเกลียดก่อนที่จะยืนขึ้นแล้วเดินออกไป

หลินเทียนได้แต่ขมวดคิ้วแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร

"เป็นดั่งที่เขาว่าไว้ว่า หากว่ารังใหญ่พอก็จะพบนกได้ทุกชนิดจริงๆ "

ซินเชิงหยุนรู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมากเพราะว่านี่เป็นของที่หลินเทียนค้นพบและหลังจากที่จัดการกับงูหลามอสูรทมิฬแล้วเพราะเรื่องตระกูลเหล็งถึงได้คิดว่าควรจะให้หลินเทียนดูดกลืนให้หมดน่าจะเหมาะที่สุดแต่กวนเยวี่ยกลับยังรั้นที่จะแบ่งส่วนของเขาซึ่งความหน้าหนานี้มันให้เขาโกรธเป็นอย่างมาก

"เอาล่ะไม่เป็นไรหรอก ต่างตนต่างนิสัย "

หลินเทียนได้แต่ส่ายศีรษะของเขา

"มันไปได้แล้วก็ดี"

ซินเชิงหยุนได้แสยะออกมาพร้อมกับมองไปทางหลินเทียนแล้วพูดต่อว่า

"หลังจากที่มันโตเต็มวัยแล้วเราก็จะได้เก็บเกี่ยวมันและรอให้กลับไปถึงที่พักก่อนจะได้ดูดกลืนมัน หลังจากนี้พี่เขยจะได้สามารถต่อกรกับไอ้เหล็งเฟิงนั้นได้แบบสบายๆ "

"หากว่าเจ้าใช้มันก็จะสามารถตัดผ่านเขตแดนชีพจรเทวะได้เหมือนกันนะ "

หลินเทียนได้พูดออกมา

"ไม่เป็นไร ท่านฟังที่ข้าพูดเถอะเพราะว่าข้าไม่ได้เร่งรีบที่จะตัดผ่าน ข้าไม่อยากเห็นท่านถูกกดขี่โดยไอ้ระยำเหล็งเฟิงนั่นอีกแล้ว "

ซินเชิงหยุนได้ส่ายศีรษะซ้ำแล้วซ้ำเล่าก่อนที่จะพูดออกมาด้วยรอยยิ้มว่า

"ยิ่งไปกว่านั้นคือยิ่งท่านแข็งแกร่งก็จะยิ่งสามารถคุ้มกะลาหัวข้าได้มากขึ้น "

"แต่......"

"พอเถอะ อย่าทำเหมือนเราเป็นคนอื่นคนไกลกันสิ "

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมาด้วยสีหน้าที่จริงจัง

หลินเทียนได้แต่ยิ้มออกมาพร้อมทั้งพูดว่า

"ก็ได้ เอาตามที่เจ้าว่าแล้วกัน "

เมื่อมองไปทางซินเชิงหยุนแล้วเขาก็รู้สึกอบอุ่นเป็นอย่างมากเพราะว่าเจ้านี่มันเป็นคนที่ซื่อสัตย์มากๆ

พวกเขาอยู่ที่นี่ไปกว่า 2 ชั่วโมงซึ่งในระยะเวลานี้ก็ไม่ได้มีใครมารบกวนพวกเขาแม้แต่น้อย

"เอาล่ะ ได้แล้วท่านพี่ "

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมา

หลินเทียนได้พยักหน้าตอบพร้อมทั้งยืนขึ้นจากพื้น

ณ ตอนนี้ห่างออกไปไม่ไกลได้มีร่างของผู้คนกำลังเดินเข้ามา

"เป็นหญ้าวิญญาณสีฟ้าจริงๆด้วย ! "

ชายร่างผอมได้พูดออกมาด้วยดวงตาที่เปล่งประกาย

ข้างๆชายคนนั้นก็มีชายชุดดำอยู่อีกคนที่กำลังยิ้มออกมาด้วยสีหน้าที่ไม่แยแส

หลินเทียนได้มองไปทางพวกเขาทั้ง 3 คนก่อนที่ประกายตาจะเปลี่ยนเป็นเย็นชาเพราะว่า 1 ในพวกมันคือกวนเยวี่ย ! ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องถามอะไรอีกแล้วเพราะว่าหลังจากที่มันได้กลับออกไปก็น่าจะไปเรียกคนมาแน่นอน

"ศิษย์พี่ซูซู หลี่หลาน ข้าไม่ได้โกหกพวกท่านเลยเห็นไหม "

กวนเยวี่ยได้พูดออกมา

ชายรูปร่างผอมนั้นมีชื่อว่าซูซูส่วนชายชุดดำมีชื่อว่าหลี่หลาน

"กวนเยวี่ย ไอ้ชั้นต่ำ พวกเราช่วยเจ้าเอาไว้แถมยังแบ่งแก่นอสูรให้แต่เจ้ากลับกล้าหักหลังเรางั้นรึ ! "

ซินเชิงหยุนได้สาปแช่งออกมาด้วยความโกรธ

กวนเยวี่ยได้ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า

"ไม่แบ่งหญ้าวิญญาณสีฟ้าให้ข้าเองดังนั้นก็อย่าหวังว่าจะมีใครได้ไป ! "

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 160

คัดลอกลิงก์แล้ว