เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 159

Divine King Of All Directions - 159

Divine King Of All Directions - 159


Divine King Of All Directions - 159

 

หลินเทียนได้ก้าวออกไปด้านหน้าพร้อมพบกับชายหนุ่มที่กำลังต่อสู่อยู่กับหมาป่าม่วงซึ่งเป็นสัตว์อสูรระดับ 5 ตอนกลางและแม้ว่าระดับของมันจะต่ำกว่าช้างทมิฬแต่ก็ยังถือว่าน่ากลัวมากๆ ณ ตอนนี้ชายหนุ่มคนนั้นตกอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่แถมร่างกายยังเต็มไปด้วยบาดแผลเหมือนกำลังจะตายในไม่ช้า

"ดูจากเครื่องแต่งกายแล้วก็ย่าจะเป็นศิษย์สำนักเดียวกับเรานะ "

ซินเชิงหยุนได้ส่งเสียงออกมา

หลินเทียนเองก็เห็นแบบเดียวกัน ชายคนนั้นอายุราว 18 ปีและอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 4

ณ ตอนนี้ชายหนุ่มคนนั้นเองก็เห็นหลินเทียนและซินเชิงหยุนเช่นกันถึงได้รีบตะโกนออกมาว่า

"ช่วยด้วย ! "

"เราจะช่วยเขาไหม ? "

ซินเชิงหยุนได้ถามออกมา

หลินเทียนได้คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะพูดออกมาว่า

"ช่วยสิ เพราะถึงอย่างไรก็อยู่สำนักเดียวกันหนิ "

หลังจากที่พูดจบแล้วหลินเทียนก็ได้เรียกเอากระบี่ออกมาพร้อมทั้งฟาดฟันออกไปด้านหน้า

แกร๊ง ! คลื่นกระบี่อันรุนแรงได้กระแทกร่างของสัตว์อสูรหมาป่าม่วงกระเด็นออกไป

มันได้รับความเจ็บปวดถึงได้ส่งเสียงคำรามออกมาอย่างดังพร้อมทั้งกระโจนเข้าใส่หลินเทียนแทน

"แกร๊ง ! "

กระบี่ในมือของหลินเทียนได้สั่นไหวก่อนที่คลื่นกระบี่มากมายจะถูกส่งออกมา

กระบี่วายุสะท้าน !

หมาป่าม่วงได้ส่งเสียงร้องโหยหวนออกมาก่อนที่จะรีบวิ่งหนีไปหลังจากที่รับคลื่นกระบี่อันรุนแรงของเขา

"ยังคิดจะหนีอีกงั้นรึ "

ซินเชิงหยุนได้ยืนขึ้นก่อนที่จะเหวี่ยงกระบี่ออกไป แม้ว่าตอนนี้เขาจะอยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 9 แต่ตอนนี้หมาป่าม่วงนั้นได้รับความเสียหายอย่างหนักดังนั้นถึงได้ถูกคลื่นกระบี่กระแทกกระเด็นกลับไปและตอนนี้เองที่มันได้โกรธจัดก่อนที่จะกระโจนไปทางซินเชิงหยุนอย่างบ้าคลั่ง

"ให้ตายเถอะ ! พี่เขยช่วยข้าด้วย ! ! ! "

ซินเชิงหยุนได้รีบตะโกนออกมาอย่างดัง

หลินเทียนเองก็ถึงกับหมดคำพูดไปทันที, เจ้านี่อยู่ดีๆก็โจมตีอย่างบุ่มบ่ามแต่อีกฝ่ายเป็นถึงสัตว์อสูรระดับ 5 ที่แม้จะได้รับบาดเจ็บอย่างหนักแต่ก็ไม่ใช่อะไรที่ผู้เชี่ยวชาญเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 9 จะต่อกรได้เลยแม้แต่น้อย พริบตาเดียวเขาก็พุ่งไปอยู่ตรงหน้าของซินเชิงหยุนก่อนที่จะฟาดฟันกระบี่ออกไป

"พุฟฟฟ ! "

คลื่นกระบี่อันรุนแรงได้ตัดผ่านศีรษะของหมาป่าม่วงไปทันที

ซินเชิงหยุนได้แต่ถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกโล่ง

ชายหนุ่มที่อยู่ห่างออกไปเองก็ถึงกับแสดงสีหน้าที่ตกตะลึงออกมาเพราะว่าสัตว์อสูรตัวนี้อยู่ในระดับที่ 5 ! เขานั้นไม่ใช่คู่มือของมันเลยด้วยซ้ำแต่ไม่คิดเลยว่าชายหนุ่มตรงหน้าจะสามารถสังหารมันได้อย่างง่ายดาย , เขาได้ลุกขึ้นมาพร้อมทั้งเดินไปทางหลินเทียนแล้วพูดว่า

"สวัสดีสหาย ข้าชื่อว่ากวนเยวี่ยเป็นศิษย์ของสำนักเป่ยหยาน "

"ข้าชื่อว่าหลินเทียนส่วนเขาซินเชิงหยุนและเราเองก็เป็นศิษย์สำนักเดียวกันกับเจ้า "

หลินเทียนได้ตอบกลับไป

"เจ้าเองก็เป็นศิษย์สำนักเป่ยหยาน ? ข้าไม่เคยเห็นเจ้ามาก่อนเลย "

เขาได้พูดออกมาด้วยท่าทางที่ประหลาดใจ

หลินเทียนได้ตอบกลับไปว่า

"เราเป็นศิษย์ใหม่ "

กวนเยวี่ยได้ตอบกลับด้วยรอยยิ้มว่า

"อ่อที่แท้ก็ศิษย์ใหม่นี่เองแต่ข้าน่ะเข้ามาที่นี่ตั้งแต่ตอนที่เขาเริ่มทดสอบและยังไม่ได้กลับออกไปเลยดังนั้นถึงไม่ได้รู้อะไรมากแต่อย่างไรก็ตามสหายหลินนี่แข็งแกร่งจริงๆเลยนะ ทั้งที่เพิ่งเข้าใหม่แท้ๆแต่กลับมี ลังขนาดนี้ "

"แน่นอนเพราะว่าพี่เขยข้าเป็นถึงศิษย์ตำหนักใน "

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมาด้วยท่าทางภูมิใจ

"อะไรนะ ? ศิษย์ตำหนักใน ? เร็วเกินไปแล้ว ! "

กวนเยวี่ยได้พูดออกมาด้วยท่าทางแข็งค้าง

"มันเป็นเพราะว่าข้าโชคดีน่ะ "

หลินเทียนได้ตอบกลับไป

กวนเยวี่ยได้พูดต่อหลังจากที่สำรวจหลินเทียนว่า

"นี่มันไม่ใช่เรื่องที่จะพึ่งโชคได้นะเพราะว่าข้าต้องใช้พลังอย่างมากเพื่อที่จะเข้าเป็นศิษย์ตำหนักในแถมลำดับเองก็ยังไม่สูงแต่เจ้ากลับสามารถเข้าเป็นศิษย์ตำหนักในได้เร็วขนาดนี้ "

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาแต่ก็เบี่ยงเบนไปเรื่องอื่นว่า

"ตอนนี้ไม่มีอันตรายอะไรแล้วดังนั้นลาก่อน "

เขาต้องการจะนำซินเชิงหยุนเข้าไปในป่าลึกเพื่อหาประสบการณ์เพิ่ม

"รอก่อน "

กวนเยวี่ยได้หยุดเขาเอาไว้พร้อมกับพูดว่า

"เจ้าเข้ามาหาประสบการณ์ ? "

"ใช่แล้ว"

หลินเทียนได้ตอบกลับไป

กวนเยวี่ยได้พูดต่อว่า

"ข้าเองก็เหมือนกัน เอางี้ไหม เราไปด้วยกันแล้วดูแลตัวเอง "

หลินเทียนได้คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะสรุปว่าการจะเข้าไปด้วยกันก็ไม่ได้เสียหายอะไรแถมหากว่าเขาปฏิเสธก็จะดูอวดดีเกินไปดังนั้นถึงได้พยักหน้าแล้วพูดว่า

"ได้ "

"ได้เลย รอข้าก่อน "

กวนเยวี่ยได้พูดออกมา

หลังจากนั้นเขาก็ได้หยิบกระบี่ไปชำแหละเอาแก่นอสูรของหมาป่าม่วงอย่างรวดเร็ว

พวกเขาทั้ง 3 คนได้เดินเข้าไปในป่าลึกด้วยกัน

ระหว่างที่เข้าไปในป่าลึกนั้นสัตว์อสูรก็มีให้เห็นมากขึ้นแถมแต่ละตัวยังแข็งแกร่งมากๆและตอนนี้ซินเชิงหยุนก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้แม้แต่น้อยและได้แต่จ้องมองด้วยสีหน้าที่ตื่นเต้นส่วนกวนเยวี่ยเองก็ไม่ได้ต่างกันมากเพราะว่าหลินเทียนนั้นแข็งแกร่งเกินไป สัตว์อสูรระดับ 4 ทั้งหมดที่พวกเขาได้พบนั้นไม่มีตัวไหนต่อกรกับหลินเทียนได้เลย

"สหายหลินนี่แข็งแกร่งจริงๆเลยนะ "

กวนเยวี่ยได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

"ก็งั้นๆแหละ "

หลินเทียนได้ตอบกลับไป

เขาได้ฆ่าสัตว์อสูรมานับสิบๆตัวถึงได้รับแก่นอสูรมามากมายซึ่งหลังจากนั้นก็ได้แจกจ่ายให้กันอย่างเท่าเทียม , แม้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถดูดกลืนพลังจากแก่นพวกนี้ได้แต่มันก็ยังสามารถเอาไปขายทำเงินได้อย่างดี , อีกอย่างก็ยังสามารถเอาไปแลกเปลี่ยนเป็นแต้มสำหรับสำนักเพื่อที่จะสะสมไว้แลกทักษะในอนาคตได้อีกด้วย

ไม่นานพวกเขาทั้ง 3 คนก็ได้เดินเข้าไปถึงเขตลึก

ณ ตอนนี้กลิ่นหอมบางอย่างได้คละคลุ้งอยู่ในอากาศและเรียกความสนใจของหลินเทียนโดยทันที

"พี่เขยเป็นอะไร ? "

ซินเชิงหยุนได้ถามออกมา , มันเป็นเพราะว่าพวกเขาอยู่ด้วยกันบ่อยดังนั้นถึงเข้าในนิสัยของหลินเทียนเป็นอย่างดี

"มีกลิ่นหอมบางอย่าง "

หลินเทียนได้พูดออกมา

"กลิ่นหอม ? "

ซินเชิงหยุนและกวนเยวี่ยได้ยิ้มออกมาพลางพูดว่า

"ไม่เห็นได้กลิ่นอะไรเลย "

ประสาทการรับรู้ของพวกเขาด้อยกว่าหลินเทียนมากดังนั้นถึงไม่สามารถจับกลิ่นอันเบาบางนี้ได้

หลินเทียนได้กวาดตามองไปรอบๆก่อนที่จะแผดจิตสัมผัสออกไปทำให้ความสามารถในการรับรู้ มองเห็น ได้ยินและกลิ่นเพิ่มขึ้นอย่างมากก่อนที่จะเดินตามกลิ่นไปอย่างรวดเร็ว

ซินเชิงหยุนเองก็ได้ตามหลังเขาไปด้วยท่าทางสงสัย

ไม่นานหลินเทียนก็ได้แหวกกองไม้ออกก่อนที่จะพบกับช่องแคบเล็กๆที่ไม่ได้ลึกมากซึ่งพวกเขาสามารถมองเห็นด้านในสุดได้อย่างชัดเจน , ภายในนั้นมีหญ้าสีเขียวขจี 3 ต้นกำลังพลิ้วไหวไปตามสายลม

"หญ้าวิญญาณสีฟ้า"

ซินเชิงหยุนได้ส่งเสียงร้องออกมาทันที

หลินเทียนได้ขมวดคิ้วโดยทันทีก่อนที่จะพูดว่า

"หญ้าวิญญาณสีฟ้า ? "

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมาด้วยท่าทางประหลาดใจว่า

"พี่เขยไม่รู้จัก ? "

"ไม่ "

หลินเทียนได้ส่ายศีรษะของเขา

ซินเชิงหยุนเองก็ได้พูดออกมาอย่างตื่นเต้นด้วยดวงตาที่เปล่งประกายว่า

"มันเป็นหญ้าที่เติบโตขึ้นจากพลังฉีและประโยชน์กับการก่อจุดชีพจรเทวะมากๆ มีหลายคนที่มักจะเข้ามาที่นี่เพื่อที่จะหามันและหากว่านำไปประมูลนั้นก็จะมีมูลค่าหลายล้านเหรียญเลยล่ะ "

หลังจากที่ซินเชิงหยุนได้พูดจบแล้วกวนเยวี่ยเองก็ได้แต่จดจ่อไปที่หญ้าตรงหน้าด้วยสายตาที่เป็นประกายสีเงิน

หลินเทียนที่ได้ยินแบบนี้เองที่ผงะไปทันที มันมีค่าขนาดนั้นเลย ?

"เร็วสิพี่เขย ท่านรีบไปเด็ดมันมาเร็ว ! "

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมาด้วยท่าทางที่ตื่นเต้นมากๆแต่ระหว่างที่พูดอยู่นั้นเขาก็ทนไม่ไหวพร้อมทั้งก้าวออกไปเพื่อที่จะเดินเข้าไปเด็ดมัน

"อย่าขยับ ! "

หลินเทียนได้ส่งเสียงออกมาเบาๆ

ซินเชิงหยุนได้แต่แสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมาแต่หลังจากที่มองตามนิ้วของหลินเทียนแล้วเขาก็อดที่จะสูดหายใจเข้าลึกไม่ได้เพราะว่าตรงหน้าเขานั้นมีงูหลามตัวสีดำเงากำลังขดตัวอยู่ข้างๆถ้ำ

"สัตว์อสูรระดับ 5 ตอนปลาย งูหลามอสูรทมิฬ "

ท่าทางของกวนเยวี่ยได้เปลี่ยนไปทันที

มันไม่เพียงจะมีพลังเทียบเท่าผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 6 แต่ยังแฝงไปด้วยพิษร้ายกาจที่แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 6 ยังไม่อยากจะยุ่งด้วย

"เจ้านี่คอยเฝ้าหญ้านั่น ? "

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้มฝืนๆ

"น่าจะเป็นแบบนั้น"

กวนเยวี่ยได้ตอบกลับไป

โชคของพวกเขาไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่เพราะว่าสัตว์อสูรตัวนี้มันแข็งแกร่งเกินไปซึ่งการที่มีมันเฝ้าอยู่หน้าทางเข้านั้นต่อให้เป็นผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 6 ยังไม่กล้าเข้าใกล้เพราะอาจจะถูกมันเขมือบเอาได้ง่ายๆดังนั้นตอนนี้พวกเขาก็ได้แต่มองมันเฝ้าสมบัติด้วยท่าทางที่ตกต่ำลงอย่างมาก

ณ ตอนนี้เองที่หลินเทียนได้ยืนขึ้น

"พวกเจ้ารออยู่ที่นี่นะ "

เขาได้พูดออกมา

ซินเชิงหยุนเองก็ได้แสดงท่าทางกระวนกระวายออกมาทันทีพลางจับแขนหลินเทียนแล้วพูดว่า

"พี่เขยอย่าเลยนะ ! แม้ว่าหญ้าวิญญาณสีฟ้าจะมีมูลค่ามากแต่ชีวิตคนเราสำคัญที่สุด ! "

แม้ว่าซินเชิงหยุนจะไม่เคยพบกับสัตว์อสูรตัวนี้มาก่อนแต่ก็เคยได้ยินชื่อเสียงของมันมามาก

"ไม่เป็นอะไรหรอก "

หลินเทียนได้ส่ายศีรษะของเขา

เขาได้แหวกกอไม้ออกก่อนที่จะเดินเข้าไปโดยที่ทำให้งูหลามอสูรทมิฬรู้ตัว , ตอนนี้เห็นเพียงแค่ว่างูตัวนั้นได้ชูคอขึ้นเพื่อแผ่แม่เบี้ยออกมาพลางจับจ้องไปทางเขาด้วยดวงตาสีแดงก่ำด้วยท่าทางที่ข่มขู่

หลินเทียนได้หรี่ตาลงพร้อมกับพูดว่า

"จิตสัมผัสดีหนิ สมแล้วที่เป็นสัตว์อสูรระดับ 5 ตอนปลาย "

หลังจากนั้นเขาก็ได้ก้าวเดินต่อไปโดยไม่สนใจแม้แต่น้อย

เมื่อเห็นว่าหลินเทียนกำลังเดินเข้ามานั้นงูหลามอสูรทมิฬก็ได้ตั้งท่าป้องกันอย่างรวดเร็ว

แน่นอนว่านี่มันเป็นการเตือนหลินเทียน

หลินเทียนในตอนนี้ก็ยังคงแสดงท่าทางไม่แยแสออกมาก่อนที่จะเรียกเอากระบี่ออกมาแล้วฟาดฟันเพื่อส่งคลื่นสายฟ้าออกไป , แม้ว่าตอนนี้เขาจะดูสบายอารมณ์แต่ภายในใจลึกๆนั้นระมัดระวังเป็นอย่างมากเพราะถึงอย่างไรก็ตามอีกฝ่ายก็เป็นสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งเทียบเท่าผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 6 ถึงไม่สามารถประมาทได้

"โฮ๊กกกก !"

เมื่อเห็นกับตาตัวเองว่าหลินเทียนไม่มีท่าทีว่าจะถอยกลับไปนั้นมันก็ได้ส่งเสยงคำรามออกมาก่อนที่จะพุ่งเข้าใส่โดยทันที

วิ้สสสสส ! มันได้สะบัดร่างเข้าใส่หลินเทียนอย่างเร็ว

หลินเทียนได้โต้กลับอย่างไวโดยที่ใช้กระบี่ฟาดฟันลงไปที่หางของมันแต่ก็พบว่าไม่สามารถสร้างความเสียหายได้แม้แต่น้อยและนี่มันทำให้เขาประหลาดใจโดยทันที

เอาล่ะ ! "

เขาได้ส่งเสียงออกมาก่อนที่จะเหวี่ยงหมัดออกไปปะทะแทน

โครม ! หมัดและการโจมตีของสัตว์อสูรได้ปะทะกันก่อนที่งูหลามอสูรทมิฬจะส่งเสียงคำรามออกมาอีกครั้งซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามันได้รับบาดเจ็บเพราะว่าร่างกายของหลินเทียนในตอนนี้แข็งแกร่งเทียบเท่ากับผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 9 ดังนั้นพลังทำลายของหมัดตรงนี้มันไม่ธรรมดาๆเลย

หลังจากที่ส่งเสียงคำรามออกมาด้วยความโกรธแล้วมันก็ได้พ่นพิษสีดำเข้มเข้าใส่หลินเทียนอย่างว่องไว

"พี่เขย ! ระวัง ! ถอยกลับมาเร็ว ! "

ซินเชิงหยุนได้โห่ร้องออกมา

พิษร้ายของมันรุนแรงอย่างมากและต่อให้เป็นผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 7 ก็ยังไม่สามารถต้านทานได้

เมื่อจ้องมองไปยังพิษร้ายแล้วหลินเทียนก็ได้แต่หรี่ตาลงโดยที่ไม่สนใจที่จะหลบทว่ากลับฟาดฟันกระบี่ออกไปทันที

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 159

คัดลอกลิงก์แล้ว