เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 158

Divine King Of All Directions - 158

Divine King Of All Directions - 158


Divine King Of All Directions - 158

 

บรรยากาศภายในป่าสัตว์อสูรนั้นค่อนข้างอึมครึมแถมตอนนี้ยังเป็นช่วงกลางคืนดังนั้นถึงมีแสงที่ลอดผ่านใบไม้ลงมาอย่างเบาบางและมันทำให้พื้นที่โดยรอบปกคลุมไปด้วยความมืดมิด หลินเทียนและซินเชิงหยุนที่เพิ่งเข้าไปนั้นสามารถได้ยินเสียงคำรามขอสัตว์อสูรพร้อมทั้งสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอสูรอันเข้มข้นได้อย่างชัดเจน

"ส่วนตรงนี้เป็นของสัตว์อสูรระดับ 1 และ 2 , เราผ่านมันไปเลย "

หลินเทียนได้พูดออกมา

"เข้าใจแล้ว "

ซินเชิงหยุนได้พยักหน้าตอบ

ส่วนรอบนอกของป่านั้นเต็มไปด้วยสัตว์อสูรระดับต่ำที่อ่อนแอซึ่งสามารถให้ซินเชิงหยุนจัดการได้สบายๆดังนั้นถึงไม่มีความจำเป็นต้องอยู่ละแวกนี้ ณ ตอนนี้หลินเทียนได้นำซินเชิงหยุนเดินเขาไปด้านในอย่างรวดเร็ว

"โฮ๊ก!! "

สัตว์อสูรได้กระโจนเข้าใส่พวกเขาอย่างรวดเร็ว

มันเป็นสัตว์อสูรระดับ 3 ตอนปลายซึ่งร่างกายปกคลุมไปด้วยขนสีแดงเข้มแถมสายตาของมันยังดูน่ากลัวอย่างมาก

"ให้เจ้าจัดการแล้วกัน "

หลินเทียนได้พูดออกมา

สัตว์อสูรระดับ 3 ตอนปลายนั้นมีพลังเทียบเท่าผู้เชี่ยวชาญเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 9 ซึ่งการมอบให้ซินเชิงหยุนจัดการก็สามารถช่วยเพิ่มความสามารถให้กับอีกฝ่ายได้

"ได้ ! "

ซินเชิงหยุนได้ตอบกลับไปพร้อมทั้งก้าวไปด้านหน้าโดยทันที

หลังจากที่ผ่านไปไม่นานคลื่นกระบี่ก็ได้พุ่งสังหารสัตว์อสูรตัวนั้นจนตกตายลง

หลินเทียนได้ก้าวออกไปชำแหละเอาแก่นอสูรส่งให้ซินเชิงหยุนพร้อมทั้งพูดออกมาว่า

"เวลาต่อสู้อย่าพยายามเคลื่อนไหวอย่างสิ้นเปลือง จำเอาไว้ว่าให้สังหารศัตรูให้ได้อย่างรวดเร็วเป็นสิ่งสำคัญอย่าให้ต้องเคลื่อนไหวครั้งที่สอ เพราะยิ่งเคลื่อนไหวเยอะก็จะเปลืองพลังฉีมากขึ้นแถมยังไม่ได้ประโยชน์อะไรด้วย "

ซินเชิงหยุนได้พยักหน้าพร้อมกับพูดว่า

"ข้าจะจำเอาไว้ "

"เอาล่ะ ไปกันต่อเลย "

หลินเทียนได้พูดออกมา

ตรงจุดที่เขาอยู่นั้นอยู่ห่างจากขอบป่าประมาณ 3 กิโลเมตรซึ่งภายในเขตนี้มีแต่สัตว์อสูรระดับ 3 เป็นส่วนใหญ่ เขาและซินเชิงหยุนได้ออกตามหาสัตว์อสูรต่างๆเพื่อต่อสู้จนช่วงเวลากลางคืนได้ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว วันนี้ซินเชิงหยุนได้สังหารสัตว์อสูรระดับ 3 ตอนปลายเพิ่มไปกว่า 6 ตัว

"พี่เขย พักก่อน"

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมาก่อนที่จะทรุดลงกับพื้น

หลินเทียนได้กระโดดลงมาจากต้นไม้พร้อมทั้งยิ้มออกมาเล็กน้อย พูดก็พูดแล้วความสามารถของซินเชิงหยุนนี่ก็ถือว่าดีมากๆหากเทียบกับคนอื่นๆในระดับเดียวกัน เขาได้กวาดตามองไปเล็กน้อยพร้อมทั้งเริ่มการหมุนวนเคล็ดวิชาเพื่อรวมพลังฉีมาที่หมัดขวาและฝึดทักษะหมัดสังหารต่อไป

หลังจากที่อยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 5 แล้วหลินเทียนก็รู้สึกได้ว่าร่างกายของเขาแข็งแกร่งเทียบเท่ากับผู้เชี่ยวชาญระดับ 9 แล้วและตอนนี้เขาสามารถเริ่มฝึกทักษะหมัดสังหารได้อย่างจริงๆจังๆโดยไม่ต้องกังวลว่าร่างกายจะไม่สามารถรับไหว

ขณะที่พลังฉีได้ถ่ายเทไปที่ฝ่ามือนั้น กำปั้นของเขาได้ส่องแสงและปลดปล่อยกลิ่นอายที่น่ากลัวออกมา

"พี่เขย ท่าน...."

ซินเชิงหยุนได้แต่ผงะไป

"ข้ากำลังฝึกฝนทักษะหมัดน่ะ "

หลินเทียนได้ตอบกลับไป

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้ส่ายศีรษะอยู่ภายในใจเพราะหากว่าเทียบกับตอนที่สู้กับมู่จี่เซียงนั้นแม้ว่าตอนนี้หมัดของเขาจะสามารถรวมพลังฉีเอาไว้ได้มากมายก็จริงแต่เขาก็ไม่สามารถควบคุมพลังที่ปั่นป่วนนั้นได้

"ดูเหมือนว่ายังต้องใช้เวลาฝึกฝนอีกสักระยะ "

หลินเทียนได้คิดอยู่ภายในใจ

ท้องฟ้าเริ่มสว่างขึ้นเรื่อยๆก่อนที่ซินเชิงหยุนจะฟื้นฟูพลังกลับมาได้ทั้งหมดตอนที่พระอาทิตย์อยู่กลางศีรษะ

"บ่ายแล้ว "

ซินเชิงหยุนได้ส่งเสียงออกมา

หลินเทียนได้พยักหน้าตอบพร้อมทั้งพูดว่า

"ไปกันต่อเลย "

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้นำซิงเชิงหยุนเดินไปอีกทางเพื่อหาสัตว์อสูรระดับ 3 ตอนปลายตัวต่อไป

หลังจากที่เป็นช่วงบ่ายนั้นทำให้ภายในพื้นที่นี้เต็มไปด้วยสัตว์อสูรและผู้เชี่ยวชาญมากมาย บางคนมาที่นี่ก็เพราะต้องการจะมาหาประสบการณ์ล้วนๆแต่บางคนก็มาเพื่อจะหาสมบัติเพราะถึงอย่างไรก็ตามภายในพื้นที่แห่งนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นสรวงสวรรค์ของสัตว์อสูรแต่มันยังเป็นแหล่งรวมสมบัติล้ำค่าด้วย

หลังจากที่ผ่านไปอีก 2 ชั่วโมงแล้วซินเชิงหยุนก็ได้สังหารสัตว์อสูรไปมากมาย

ณ ตอนนี้สัตว์อสูรอีกตัวได้กระโจนเข้ามาด้วยดวงตาสีเขียวมรกตพลางปลดปล่อยกลิ่นอายที่น่ากลัวออกมา

สัตว์อสูรระดับ 5 ช้างทมิฬ !

"ถอยกลับไป "

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าของซินเชิงหยุนก่อนที่จะเหวี่ยงหมัดออกไปด้านหน้า

โครม ! หมัดนี้ได้ปะทะเข้ากับร่างของช้างทมิฬอย่างจัง !

มันได้กระเด็นออกไปเล็กน้อยแต่ดูเหมือนจะไม่ได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย

"ช้างทมิฬมีระดับพลังเทียบเท่าผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 5 หนังของมันหนาและเหนียวเหมือนกำลังสวมเกราะของเทพเอาไว้ ขนาดผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 9 ตอนปลายยังยากต่อการสร้างบาดแผลให้มันเลยด้วย แล้วที่นี่มันมีสัตว์อสูรแบบนี้หลุดเข้ามาได้ไงกัน ! "

ซินเชิงหยุนได้โห่ร้องออกมาด้วยความรู้สึกประหลาดใจ

สัตว์อสูรระดับ 5 อย่างช้างทมิฬนั้นต่อให้เป็นผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 9 ตอนปลายยังต้องปวดหัวเพราะว่ามันสามารถเป็นภัยคุกคามอีกฝ่ายได้แต่อีกฝ่ายต้องใช้ความสามารถไม่น้อยเพื่อที่จะฆ่ามัน

"เราหนีกันก่อนไหมพี่เขย ? "

ซินเชิงหยุนได้ส่งเสียงออกมา

"ไม่เป็นไรหรอก "

หลินเทียนได้ส่ายศีรษะของเขา

เขาให้ซินเชิงหยุนถอยกลับไปก่อนที่จะก้าวเท้าไปข้างหน้า ก่อนหน้านี้เขาสัมผัสได้จากการโจมตีว่าสัตว์อสูรตนนี้แข็งแกร่งมากๆเพราะถึงอย่างไรก็ตามร่างกายในตอนนี้ของเขาเทียบเท่าผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 9 แต่ทำได้แค่ให้มันกระเด็นกลับไปไม่กี่ก้าวซึ่งมันเหมาะต่อการฝึกทักษะของเขาอย่างมาก

เขาจะต้องใช้ทักษะหมัดสังหารกับมัน !

"โฮ๊กกกก ! "

มันได้ส่งเสียงคำรามออกมาอย่างดังก่อนที่จะจ้องมองไปทางหลินเทียนแล้วพุ่งเข้าใส่อย่างไว

หลินเทียนไม่ได้หลบแม้แต่น้อยแต่กลับพุ่งเข้าหาอีกฝ่ายแทน

กระบี่ในมือขวาของเขาได้กวัดแกว่งออกไปพร้อมทั้งส่งทักษะกระบี่วายุสะท้านเข้าปะทะกับอีกฝ่ายจนก่อให้เกิดเสียง แกร๊ง แกร๊ง แกร๊ง ขึ้นทว่าก็ไม่สามารถทิ้งบาดแผลให้อีกฝ่ายได้ซึ่งสำหรับเขาแล้วก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจอะไร, ตอนที่เขาได้ส่งคลื่นกระบี่ออกไปนั้นตัวเขาก็ได้ถ่ายเทพลังไปยังหมัดขวาไว้อย่างรวดเร็วก่อนแล้ว

หลังจากที่ผ่านไปได้ประมาณ 100 ลมหายใจเขาก็ได้ถอยกลับไปแล้วเหวี่ยงหมัดขวาอย่างรวดเร็ว

"โครม ! "

ลำแสงได้พุ่งออกมาจากกำปั้นของเขาเหมือนสายฟ้าขนาดใหญ่ที่รวดเร็วและรุนแรง

การโจมตีนี้ได้ปะทะเข้ากับร่างของช้างทมิฬพร้อมทั้งส่งผลให้เกล็ดสีดำของมันหลุดออกโดยทันที

"พระเจ้า ! "

ซินเชิงหยุนที่อยู่ห่างออกไปเองก็ได้แต่มองด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง

นี่มันเป็นครั้งที่ 2 ที่หลินเทียนได้ใช้หมัดลำแสงนี้ซึ่งแม้ว่าตัวเขาจะได้เห็นอีกครั้งแต่ก็ยังรู้สึกประหลาดใจเช่นเคยเพราะว่าหมัดลำแสงนี้มันสร้างความเสียหายระยะไกลที่ดูแล้วน่าทึ่งยังไม่พอแต่ยังป้องกันได้ยากอีกด้วย ซินเชิงหยุนได้พบว่าการโจมตีครั้งนี้ของหลินเทียนมันดูรุนแรงกว่าครั้งก่อนมากๆแถมยังทำลายเกล็ดบนผิวของช้างทมิฬไปมากมาย

หลินเทียนได้จ้องมองไปทางช้างทมิฬพร้อมทั้งกำหมัดอีกครั้ง

"มาต่อกัน "

เขาได้พูดออกมาอย่างราบเรียบ

ความโกรธของช้างทมิฬได้ปะทุออกมาก่อนที่ดวงตาสีเขียวจะเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำพร้อมทั้งกระโจนเข้าใส่หลินเทียนอย่างบ้าคลั่ง

ซินเชิงหยุนรีบกระโดดขึ้นไปอยู่บนต้นไม้อย่างไวพร้อมทั้งจดจ่อไปที่ร่างของหลินเทียน

"แกร๊ง ! แกร๊ง ! แกร๊ง ! "

กระบี่ของหลินเทียนได้ฟาดฟันไปบนร่างของสัตว์อสูรช้างทมิฬ

อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้ต้องการจะสังหารมันในตอนนี้แต่ที่ฟาดฟันออกไปก็เพื่อเบนความสนใจของมันเท่านั้น

หลังจากนั้นไม่กี่ลมหายใจ , เขาก็ได้ส่งหมัดลำแสงออกไปอีกครั้ง

ช้างทมิฬได้ส่งเสียงโอดครวญออกมาอย่างน่าสังเวชเพราะว่าการโจมตีครั้งนี้มันรุนแรงกว่ามาก เกล็ดของมันถูกขอดออกไปแถมยังมีเลือดไหลทะลักออกมาไม่หยุดซึ่งเป็นเหตุให้มันยิ่งคลั่งกว่าเดิม

หลินเทียนได้แต่แสดงสีหน้าที่ราบเรียบพร้อมทั้งจัดการกับมัน

เมื่อผ่านไปได้ประมาณ 15 นาทีแล้วหลินเทียนก็ได้ส่งหมัดออกมาอีกหลายครั้งจนทำให้ช้างทมิฬรู้สึกได้ถึงความกลัวเพราะว่าเกล็ดของมันหลุดออกจนเกือบจะหมดแล้วแถมทั้งตัวยังชโลมไปด้วยเลือด

"พระเจ้า ! "

ซินเชิงหยุนได้แต่กลืนน้ำลายของตัวเองกลับลงไป

สัตว์อสูรที่ได้ชื่อเรื่องการป้องกันกลับได้รับบาดเจ็บมากมายขนาดนี้

หลินเทียนที่อยู่ตรงกลางยังคงแสดงสีหน้าที่ราบเรียบออกมาพร้อมทั้งฟาดฟันกระบี่ในมืออกไปตรงหน้า ความกลัวภายในดวงตาของช้างทมิฬได้ปะทุออกมามากกว่าเก่าก่อนที่จะส่งเสียงคำรามพร้อมทั้งกระโดดถอยหลังแล้ววิ่งหนีไปจนฝุ่นตลบ

หลินเทียนไม่คิดจะไล่ตามไปแม้แต่น้อยก่อนที่ดวงตาของเขาจะเป็นประกาย

เขาได้ยกมือซ้ายขึ้นมาพร้อมทั้งเหวี่ยงหมัดออกไปทางทิศที่ช้างทมิฬวิ่งหนีไป

"โครม ! "

ลำแสงเจิดจ้าได้พุ่งเป็นเส้นตรงความหนาหนึ่งนิ้วถูกส่งออกไป

มันแผงไปด้วยพลังทำลายที่รุนแรงและรวดเร็ว

พุฟฟฟ ! ช้างทมิฬที่อยู่ห่างออกไปนั้นได้ถูกลำแสงนี้พุ่งทะลุร่างกายก่อนที่จะนอนจมกองเลือดของตัวเอง

ซินเชิงหยุนได้แต่จ้องมองไปยังจุดที่อยู่ห่างออกไปพร้อมทั้งพูดว่า

"นี่........"

เขาได้แต่มองไปยังซากของช้างทมิฬที่เกล็ดถูกทำลายจนหมด นี่มันการโจมตีอะไรกัน ? ทำไมถึงได้น่ากลัวแบบนี้

หลินเทียนได้กำหมัดของเขาด้วยสีหน้าที่พึงพอใจอย่างมาก

"บรรลุขั้นต้นแล้วสิ "

ตอนนี้หมัดสังหารที่เขาส่งออกมานั้นรุนแรงอย่างมากแต่ก็ยังไม่สามารถควบคุมพลังที่ปั่นป่วนได้และนี่ต้องอาศัยการฝึกฝนจากประสบการณ์สู้จริงเท่านั้นจนทำให้ในตอนนี้เขาสามารถควบคุมได้เล็กน้อย

เขาได้เดินไปตรงหน้าของซากช้างทมิฬพร้อมทั้งชำแหละเอาแก่นอสูรออกมาเพราะว่ามูลค่าของมันไม่ใช่น้อยๆเลย

"พี่เขย ท่านนี่มันเกินมนุษย์จริ ๆ "

ซินเชิงหยุนได้เดินเข้ามาหาเขา

"แน่นอนอยู่แล้ว "

หลินเทียนได้ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

ซินเชิงหยุนได้กวาดตามองไปรอบๆพร้อมกับพูดว่า

"นี่พี่เขย เราอยู่ในเขตสัตว์อสูรระดับ 3 เท่านั้นแต่ช้างนี่น่าจะเป็นเพียงเหตุบังเอิญเท่านั้น เราน่าจะเดินลึกเข้าไปอีกเพื่อที่จะหาประสบการณ์เพิ่มกันนะ "

"อื้ม "

หลินเทียนได้พยักหน้าตอบ

ณ ตอนนี้หลินเทียนได้นำซินเชิงหยุนเดินลึกเข้าไปในป่ากว่า 6 กิโลเมตรและหลังจากที่เข้าไปถึงแล้วก็พบว่ากลิ่นอายอสูรที่นี่เข้มข้นกว่าเดิมมาก

"อย่าอยู่ห่างตัวข้าเข้าใจไหม ? "

หลินเทียนได้พูดออกมา

ที่นี่เต็มไปด้วยสัตว์อสูรระดับ 4 ซึ่งเป็นอันตรายกับซินเชิงหยุนที่ยังอยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 9 มากๆ

"อื้ม เข้าใจแล้ว "

ซินเชิงหยุนได้ตอบกลับไป

หลินเทียนพยักหน้าตอบก่อนที่จะเดินต่อไปด้านหน้า

ณ ตอนนี้ด้านหน้าของเขาได้มีพลังฉีปั่นป่วนเป็นอย่างมากเหมือนว่ากำลังมีคนต่อสู้กันอยู่

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 158

คัดลอกลิงก์แล้ว