- หน้าแรก
- ราชาเทวะจักรกลแห่งวันสิ้นโลก
- 113 - การล่มสลายของกองยานญี่ปุ่น
113 - การล่มสลายของกองยานญี่ปุ่น
113 - การล่มสลายของกองยานญี่ปุ่น
113 - การล่มสลายของกองยานญี่ปุ่น
"ฝ่าบาท กองยานของพวกเราถูกล็อกเป้าแล้วครับ รีบขึ้นยานกู้ชีพหนีไปเถอะครับ อีกฟากของรูหนอนมีกองยานของพวกเราอยู่ ขอแค่เข้าสู่รูหนอนได้ก็ปลอดภัยแล้ว" ผู้บัญชาการกองยานญี่ปุ่นพูดกับจักรพรรดิญี่ปุ่นด้วยเหงื่อที่โชกหน้า เขาแทบจะสติแตกอยู่แล้ว
"อะไรนะ... กองยานของจักรวรรดิญี่ปุ่นผู้ยิ่งใหญ่จะถูกล็อกเป้าได้ยังไง ใครเป็นคนทำ สั่งยิงโต้กลับเดี๋ยวนี้" จักรพรรดิก็เริ่มคุมสติไม่อยู่ แต่เขาไม่ได้คิดจะหนี กลับคิดจะสู้คืน
"ฝ่าบาท กองยานของพวกเราไม่ทันแล้ว..."
ตูม...
ผู้บัญชาการญี่ปุ่นยังพูดไม่จบ เสียงระเบิดกัมปนาทพร้อมกับการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงก็ขัดจังหวะขึ้น จักรพรรดิญี่ปุ่นกระเด็นออกจากที่นั่งไปกระแทกผนังทันทีจนไม่รู้ว่ายังรอดหรือไม่
เซี่ยงเฉียนที่เห็นปืนใหญ่หลักของยานรบแต่ละประเทศเริ่มชาร์จพลังก็รู้สึกถึงความผิดปกติ แม้ยานรบชีวภาพจะไม่ถูกล็อกเป้า แต่เขาก็สั่งเปิดม่านพลังป้องกันแม่เหล็กไฟฟ้าทันที พร้อมกับสั่งคุ้มกันยานขนส่งเพื่อไม่ให้โดนลูกหลง
สิ้นคำสั่ง ปืนใหญ่หลักของยานรบเกือบร้อยลำก็ยิงลำแสงเลเซอร์ขนาดมหึมาเข้าใส่กองยานญี่ปุ่นที่อยู่ห่างจากรูหนอนหนึ่งหมื่นกิโลเมตรทันที
ยานรบสิบกว่าลำของญี่ปุ่นถูกรุมกินโต๊ะโดยไม่ทันตั้งตัว เฉลี่ยแล้วยานหนึ่งลำโดนปืนใหญ่หลักยิงใส่ถึง 3 กระบอก เพียงพริบตากองยานญี่ปุ่นก็หมดสภาพการต่อสู้
ซากยานจำนวนมหาศาลกระจายตัวออกจากการระเบิด ยานญี่ปุ่นหลายลำขาดเป็นสองท่อนหรือสามท่อน ตรงรอยแยกมีทั้งไฟลุกและอุปกรณ์ต่างๆ พ่นออกมาสู่อวกาศ ยานลำไหนที่โชคดีไม่ขาดกระเด็นก็สูญเสียกำลังขับเคลื่อนไปหมดแล้ว
แกนหลักกลางยานบิดเบี้ยวผิดรูป เมื่อสูญเสียแรงหนีศูนย์กลาง ภายในยานก็ไร้แรงโน้มถ่วง ทุกอย่างลอยเคว้ง ในสภาพเช่นนี้ต่อให้คนที่ยังไม่ตายก็ทำได้เพียงรอความตายเท่านั้น
ต่อให้พวกเขาอยากจะไปที่แคปซูลกู้ชีพเพื่อหนีก็เป็นไปไม่ได้ ทำได้เพียงลอยไปมาในห้องพัก และถูกเหวี่ยงไปตามการหมุนของยานที่ไร้ทิศทาง
หลังจากยิงปืนใหญ่หลักเสร็จ แต่ละประเทศก็ไม่ได้หยุดแค่นั้น แต่เริ่มใช้ปืนรองและอาวุธแม่เหล็กไฟฟ้าซ้ำระลอกที่สองใส่กองยานญี่ปุ่น
การโจมตีครั้งนี้ทำลายยานที่พอจะมีโอกาสรอดให้ระเบิดเป็นจุล กลายเป็นพลุอวกาศที่มาไวไปไว เพราะเมื่อระเบิดจบลง เปลวไฟก็ดับวูบไปทันที
จู่ๆ เซี่ยงเฉียนก็นึกอะไรออก เขาจึงรีบบอกซิงคงว่า "ซิงคง รีบเปิดเรดาร์เนตรเทพ สแกนซากกองยานญี่ปุ่นเดี๋ยวนี้"
"รับทราบครับเจ้านาย"
เซี่ยงเฉียนไม่ได้จะช่วยชีวิตใคร แต่เขาต้องการหาดูว่ากองยานญี่ปุ่นได้พกพาอุปกรณ์เสริมของเครื่องจักรชีวภาพแม่รุ่น M3-A มาด้วยหรือไม่ ถ้ามีเขาจะได้เก็บมันมา จะปล่อยให้ของล้ำค่าแบบนั้นพินาศไปพร้อมกับคนพวกนั้นไม่ได้เด็ดขาด
เขาจ้องหน้าจอตาไม่กะพริบ ภาพภายในยานรบญี่ปุ่นที่ถูกสแกนปรากฏขึ้นตรงหน้า
แม้เขาจะไม่ค่อยชอบญี่ปุ่นนัก แต่พอเห็นภาพบนจอ เขาก็รู้สึกสะเทือนใจอยู่บ้าง สงครามอวกาศช่างโหดร้ายเหลือเกิน โดยเฉพาะยานรบของอารยธรรมขั้นสองที่บอบบางเหมือนแก้ว แค่กระทบก็แตกสลาย
ไม่มีเกราะนอกที่แข็งแกร่ง ไม่มีโล่ป้องกัน ไม่มีแม้แต่ระบบจำลองแรงโน้มถ่วง ยานแบบนี้สู้ยานขนส่งของอารยธรรมขั้นสามยังไม่ได้เลย ถ้าโดนปืนใหญ่หลักยิงเข้าไปก็มีแต่ตายกับตายเท่านั้น
แถมพอพังแล้วจะหนีก็ไม่ได้ คนลอยเคว้งอยู่ข้างในจะหนียังไงไหว
ดังนั้นสิ่งที่เซี่ยงเฉียนเห็นคือผู้คนที่พยายามดิ้นรนอยู่ในซากยาน ก่อนจะตายอย่างทรมานเมื่ออากาศถูกสูบออกจนกลายเป็นสุญญากาศ หรือไม่ก็ถูกดูดออกจากรอยแยกของห้องลอยออกไปในอวกาศ
ผ่านไปไม่กี่นาที ซากยานทั้งหมดก็ถูกสแกนจนครบ เซี่ยงเฉียนไม่พบร่องรอยของอุปกรณ์ที่ตามหาจึงรู้สึกเบาใจขึ้น
ในตอนนี้ กองยานญี่ปุ่นได้กลายเป็นเพียงขยะอวกาศที่ไม่มีผู้รอดชีวิตแม้แต่คนเดียว
ติ๊ด ติ๊ด!!!
"เจ้านายครับ ยานธงของจีนส่งคำขอสื่อสารมา จะให้เชื่อมต่อไหมครับ" ซิงคงแจ้งเตือน
"เชื่อมต่อเลย" เซี่ยงเฉียนรีบบอก เขายังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะในความทรงจำของเขาไม่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเลย
"เสี่ยวเฉียน นี่เป็นการคุยกันครั้งแรกและครั้งสุดท้ายของพวกเรา สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อกี้เธอคงเห็นแล้ว นี่คือสิ่งสุดท้ายที่ฉันจะทำให้กับประชาชน 190 ล้านคนที่ยังอยู่บนโลกได้ แต่เมื่อถึงโลกใหม่ ญี่ปุ่นไม่ยอมจบเรื่องนี้แน่ แม้แต่ละประเทศจะมีข้อตกลงกับเรา แต่ถึงเวลานั้นจะเป็นยังไงก็ยังบอกไม่ได้
ดังนั้น ในฐานะคนแก่คนหนึ่ง ฉันขอร้องให้เธอช่วยยื่นมือเข้าช่วยเมื่อจีนต้องการเธอ และถ้าเธอมีปัญหาอะไร ก็บอกเสี่ยวหงได้ เราพร้อมจะช่วยเธอเต็มที่ เพราะเราคือครอบครัวเดียวกัน
เอาละ ความปรารถนาของฉันสำเร็จแล้ว เดี๋ยวฉันจะกลับไปที่โลก หวังว่าวันหนึ่งลูกหลานชาวมังกรของเราจะแผ่ขยายไปทั่วจักรวาล" ภาพของท่านผู้นำปรากฏบนจอ ท่านพูดกับเซี่ยงเฉียนด้วยรอยยิ้ม
"เอ่อ... คือ... สวัสดีครับท่าน... ขอโทษครับท่าน พอเห็นท่านแล้วผมตื่นเต้นไปหน่อย" เซี่ยงเฉียนอึ้งไปพักใหญ่จนทำตัวไม่ถูก
จะให้บอกได้ยังไงว่าที่คน 190 ล้านคนต้องอยู่บนโลกก็เพราะเขาสั่งให้จ้าวหมิงไปป่วน ถ้าพูดออกไปปืนใหญ่ของยานเหยียนหวงคงหันมาทางเขาแน่ๆ แต่เขาก็ไม่อยากหลอกคนแก่ที่หวังดีต่อประชาชนคนนี้ จึงได้แต่หัวเราะแก้เก้อไป
"หึหึ พ่อหนุ่ม ตั้งใจทำงานนะ อนาคตเป็นของพวกเธอ ฉันไม่กวนแล้ว ต้องไปแล้วละ ลาก่อนนะเสี่ยวเฉียน"
"…ลาก่อนครับท่าน ไว้มีเวลาผมจะไปหาท่านเพื่อนั่งจิบน้ำชาด้วยกันนะครับ" เซี่ยงเฉียนคิดอยู่นานก่อนจะโพล่งประโยคแปลกๆ ออกมา
"…ได้ ฉันจะรอนะ" ท่านผู้นำตาเป็นประกายขึ้นมาทันที สีหน้าดูอ่อนโยนลงมากก่อนจะยิ้มให้และตัดสายไป
เซี่ยงเฉียนไม่ได้พูดอะไรหลังจากวางสาย เขาเยืนนิ่งครุ่นคิดบางอย่าง เหลิ่งหนิงและคนอื่นๆ เห็นท่าทางของเขาจึงไม่มีใครกล้าขัดจังหวะ
ผ่านไปครู่หนึ่ง เซี่ยงเฉียนก็เงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้ม "ดูเหมือนแผนการรวมโลกของเราจะง่ายกว่าที่คิดไว้นะ"
"เจ้านายหมายความว่า..." จางเล่ยดูเหมือนจะนึกอะไรออกจึงถามขึ้น
"ใช่ แต่ตอนนี้ยังยืนยันไม่ได้ ไว้ค่อยว่ากันวันหลัง แต่ดูท่าผมคงต้องไปหานั่งจิบน้ำชากับท่านผู้นำจริงๆ บางทีเรื่องอาจจะสำเร็จง่ายๆ ก็ได้" เซี่ยงเฉียนไม่ได้พูดชัดเจน แต่ทุกคนก็พอจะเดาออกว่าเขาหมายถึงอะไร
ยี่สิบนาทีต่อมา เซี่ยงเฉียนเห็นยานบินขนาดเล็กลำหนึ่งแยกตัวออกจากยานเหยียนหวงแล้วบินมุ่งหน้ากลับสู่โลก
ในขณะนั้น กองยานข้างหน้าเริ่มผ่านรูหนอนไปแล้ว อีกสามชั่วโมงก็จะถึงคิวของพวกเขา ทุกคนจึงไม่ได้พูดอะไรต่อและพากันไปชมวิวนอกหน้าต่าง
เมื่อถึงเวลาสามชั่วโมง ยานรบชีวภาพและยานขนส่งก็เข้าสู่รูหนอนตามลำดับ หลังจากผ่านความรู้สึกพะอืดพะอมนั้นมาได้ เซี่ยงเฉียนก็ได้กลับมายังสถานที่ที่เขาลืมไม่ลงแห่งนี้อีกครั้ง
ช่วงเวลาที่ใช้ชีวิตบนโลกใหม่ คือช่วงเวลาที่งดงามที่สุดและโหดร้ายที่สุดในความทรงจำของเขา
ตอนที่มนุษย์เพิ่งมาถึงโลกใหม่ ทุกคนเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและพยายามสร้างบ้านใหม่ขึ้นมา แต่ในช่วงท้ายที่ได้สัมผัสกับอารยธรรมต่างดาว และถูกชาวลี่หลานปั่นหัวจนทุกอารยธรรมเข้าสู่สงคราม นั่นคือช่วงเวลาที่โหดร้ายที่สุด
สุดท้ายยานรบที่เหลือเพียงไม่กี่ร้อยลำของมนุษย์ต้องหนีออกจากระบบดาวนี้ โลกใหม่ถูกทำลายด้วยระเบิดนิวเคลียร์นับไม่ถ้วน ภาพอันน่าสยดสยองนั้นยังคงติดตาเขาอยู่เสมอ
หลังจากออกจากรูหนอนมาสู่ระบบดาวใหม่ เซี่ยงเฉียนมองไปยังดาวเคราะห์ดวงหนึ่งด้วยสายตาที่เย็นชาและอำมหิต
"รอไปก่อนเถอะ ชาวลี่หลาน ความพยายามตลอดหนึ่งยุคสมัยของพวกแก จะต้องกลายเป็นสิ่งที่สร้างความสำเร็จให้มนุษย์ พวกเราจะเหยียบย่ำบนกองซากศพของพวกแก เพื่อก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของจักรวาล..." เซี่ยงเฉียนรำพึงในใจ
…………