- หน้าแรก
- ราชาเทวะจักรกลแห่งวันสิ้นโลก
- 19 - คำขอร้องของเถ้าแก่หลี่
19 - คำขอร้องของเถ้าแก่หลี่
19 - คำขอร้องของเถ้าแก่หลี่
19 - คำขอร้องของเถ้าแก่หลี่
เซี่ยงเฉียนหยิบดู พบว่าเป็นเบอร์ของเถ้าแก่หลี่
“เถ้าแก่เซี่ยง สวัสดีครับ ผมเหล่าหลี่เอง ที่เคยรับเหมาทำกำแพงให้คุณ ไม่ทราบว่ายังจำได้ไหมครับ” เสียงเถ้าแก่หลี่ดังมาตามสายด้วยความนอบน้อม
ฟังจากน้ำเสียงที่เกรงใจขนาดนี้ เซี่ยงเฉียนรู้ทันทีว่าอีกฝ่ายคงมีเรื่องเดือดร้อนแน่ แต่ไหนๆ ก็รับสายแล้ว ลองฟังดูหน่อย ถ้าช่วยได้ไม่เหลือบ่ากว่าแรงก็จะช่วย
“เถ้าแก่หลี่เหรอครับ จำได้สิครับ มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ”
“เรียกผมว่าเหล่าหลี่เถอะครับ ตอนนี้ผมไม่ใช่เถ้าแก่แล้ว วันนี้ต้องบากหน้ามารบกวนเถ้าแก่เซี่ยงจริงๆ คือผมหมดหนทางแล้วครับ เลยอยากจะขอความช่วยเหลือ เรื่องมันเป็นอย่างนี้...”
หลังจากฟังจบ เซี่ยงเฉียนก็เข้าใจสถานการณ์ สำหรับเขาแล้วเรื่องนี้ช่วยได้สบายมาก
เถ้าแก่หลี่ทิ้งงานก่อสร้างกลางคันแล้วเอาเงินไปกว้านซื้อเสบียง หมดไปเป็นล้านกว่าจะได้มา แต่เขาลืมไปว่าในยุคนี้ การมีเสบียงมากเกินไปก็เหมือนมีระเบิดเวลา วันก่อนมีอันธพาลพากลุ่มคนมาบุกปล้นบ้าน โชคดีที่เถ้าแก่หลี่มีพี่น้องและคนงานหนุ่มฉกรรจ์หลายคนช่วยกันต้านไว้ได้ แต่ก็เจ็บตัวกันทั้งสองฝ่าย
แม้จะไล่ไปได้ แต่พวกมันขู่ว่าจะพาคนมาเพิ่ม คราวนี้พวกเถ้าแก่หลี่รับมือไม่ไหวแน่ ครั้นจะหนีไปพึ่งกลุ่มอิทธิพลใหญ่ก็กลัวหนีเสือปะจระเข้ กลุ่มเล็กก็ไม่กล้าช่วย โทรหาใครก็ไม่มีใครรับ
เถ้าแก่หลี่จึงต้องโทรหาเซี่ยงเฉียน ยื่นข้อเสนอว่าถ้าช่วยพาพวกเขาหนีไปได้ จะยกเสบียงทั้งหมดให้ ขอแค่มีข้าวกินและที่คุ้มหัวก็พอ และถ้าคนของเขาหายเจ็บ จะช่วยสร้างกำแพงบ้านเซี่ยงเฉียนให้เสร็จฟรีๆ
“เหล่าหลี่ ไปรับพวกคุณน่ะไม่มีปัญหา เสบียงผมก็รับไว้ แต่ที่นี่ผมไม่มีบ้านพักเหลือแล้วนะครับ มีแต่บ้านพักคนงานชั่วคราวที่พวกคุณเคยสร้างทิ้งไว้ จะอยู่ได้ไหม” เซี่ยงเฉียนพูดตรงๆ อีกปีเดียวเขาก็ต้องหาคนงานเพิ่มอยู่แล้ว แค่ขับรถไปรับแถมได้เสบียง ถือว่าคุ้ม
“ได้ครับ! แค่มีที่ซุกหัวนอนก็บุญแล้วครับ บ้านพักนั่นปรับปรุงนิดหน่อยก็อยู่ได้สบาย” เถ้าแก่หลี่เสียงตื่นเต้นขึ้นมาทันที
“งั้นตกลงตามนี้ พรุ่งนี้เช้าผมจะไปรับ พวกคุณมีรถพอนั่งไหมครับ”
“คนพอนั่งครับ แต่... เสบียงคงต้องรบกวนเถ้าแก่เซี่ยงเอารถบรรทุกมาขนหน่อยนะครับ”
“ได้ครับ เดี๋ยวผมขับรถบรรทุกไป”
หลังจากวางสาย เซี่ยงเฉียนก็นอนหลับไป เช้าวันรุ่งขึ้น หลังอาหารเช้า เขาชวนหยางกวงให้ออกไปด้วยกัน
“เสี่ยวเฉียน จะไปไหนน่ะ พาฉันไปด้วยสิ อยู่บ้านเบื่อจะตายแล้ว” จ้าวหมิงรีบวิ่งแจ้นมาทันทีที่รู้ข่าว
เซี่ยงเฉียนพยักหน้าอนุญาต ก็แค่ไปรับคน จ้าวหมิงอยากไปก็ไป
“พี่หยาง พกอาวุธไปด้วยนะ เราจะไปขนเสบียง”
“ครับ” หยางกวงพยักหน้าเคร่งขรึม เขารู้ดีถึงอันตรายของการขนย้ายอาหารในยุคนี้
“ต้องพกอาวุธด้วยเหรอ งั้นฉันไปเอามาบ้าง” จ้าวหมิงตื่นเต้น วิ่งกลับไปเอาของ
พอเปิดประตูบ้าน เซี่ยงเฉียนก็พบกับหิมะที่สูงเกินเมตร
“ถนนใหญ่ใช้สารละลายหิมะไฮเทคจนเกลี้ยง แต่ซอยเล็กๆ นี่ไม่มีใครเหลียวแลเลยแฮะ” เซี่ยงเฉียนบ่นอุบ บ้านเขาอยู่ค่อนข้างห่างไกลความเจริญ
ในเมื่อรับปากแล้วก็ต้องไป เขาจัดการดัดแปลงรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ทันที ส่วนพ่วงถูกย่อให้สั้นลงเหลือสามเมตร ติดตั้งแขนกลและสายพานลำเลียง ที่สำคัญคือส่วนหัวรถ เขาติดตั้งใบพัดเกลียวแนวตั้งแบบยืดหดได้สำหรับเป่าหิมะ เปลี่ยนล้อเป็นยางตันขนาดใหญ่กันระเบิดพร้อมเพิ่มแรงยึดเกาะ
การปรับแต่งอุปกรณ์ระดับเทคโนโลยีปัจจุบันใช้พลังงานยีนน้อยมาก เซี่ยงเฉียนทำเสร็จในเวลาไม่นาน พอจ้าวหมิงกับหยางกวงออกมาเห็นรถที่มีใบพัดยักษ์อยู่ข้างหน้าก็ถึงกับอ้าปากค้าง
“เสี่ยวเฉียน อนาคตนายสร้างทรานส์ฟอร์เมอร์ให้ฉันสักคันได้ไหม” จ้าวหมิงถามทีเล่นทีจริง
“ฝันไปเถอะ ขึ้นรถได้แล้ว!”
วู่วววว!!!
ใบพัดหมุนส่งเสียงคำราม รถพุ่งฝ่ากองหิมะออกไปราวกับรถถัง พอถึงถนนใหญ่เขาก็เก็บใบพัด ภายนอกรถดูเหมือนแค่เปลี่ยนล้อใหญ่ขึ้นเท่านั้น เขาไม่อยากเป็นจุดสนใจของรัฐบาลในตอนนี้
เมื่อใกล้ถึงบ้านเถ้าแก่หลี่ เซี่ยงเฉียนโทรหาแต่ไม่มีคนรับ เขาเหยียบคันเร่งทันทีด้วยสังหรณ์ใจไม่ดี
“ออกมาให้หมด! ไม่งั้นฉันจะปาระเบิดเข้าไปจริงๆ นะเว้ย!”
ภาพที่เห็นคือกลุ่มชายฉกรรจ์ถืออาวุธครบมือล้อมหน้าบ้านเถ้าแก่หลี่ หนึ่งในนั้นถือระเบิดขู่ตะคอกใส่คนในบ้าน พอเห็นรถเซี่ยงเฉียนพุ่งเข้ามา พวกมันก็รีบมายืนขวางถนน
“เฮ้ย! ขับรถภาษาอะไรวะ เกือบชนคนแล้ว ลงมาจ่ายค่าทำขวัญเดี๋ยวนี้!”
เซี่ยงเฉียนไม่แตะเบรกแม้แต่น้อย กลับเร่งเครื่องพุ่งเข้าหา จนเหลือระยะไม่ถึงครึ่งเมตรค่อยกระแทกเบรกจนรถหยุดกึ๊ก เล่นเอาพวกนักเลงหน้าซีดเผือด
..................................................