- หน้าแรก
- ราชาเทวะจักรกลแห่งวันสิ้นโลก
- 18 - ยาแยกเซลล์
18 - ยาแยกเซลล์
18 - ยาแยกเซลล์
18 - ยาแยกเซลล์
“เสี่ยวเฉียน ข่าวเมื่อกี้บอกว่ามีเมล็ดพันธุ์ที่ผ่านการปรับแต่งพันธุกรรมด้วยเครื่องมือตัดต่อยีนให้ทนต่ออุณหภูมิต่ำได้ ถ้าใช้ได้จริงก็คงดีสิ จะได้ไม่มีใครต้องอดตาย” เซี่ยจวินอี้เอ่ยขึ้นด้วยความหดหู่หลังดูข่าวจบ
“จะเป็นไปได้ยังไงเล่า เทคโนโลยีสีดำไม่ใช่เวทมนตร์นะ การตัดต่อยีนพืชเพื่อเพิ่มความทนทานต่อความหนาวเย็นทำได้ก็จริง แต่นั่นไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ การเจริญเติบโตของพืชไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่อุณหภูมิ ยังมีปัจจัยอื่นอย่างแสงแดด สารอาหารในดิน รวมถึงศัตรูพืชและโรคต่างๆ ผมกล้าพูดเลยว่าเมล็ดพันธุ์พวกนี้ปลูกไปไม่ถึงครึ่งเดือนต้องมีปัญหาแน่” เซี่ยงเฉียนกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ
เขารู้ดีว่าในช่วงแรกของยุควันสิ้นโลก ผู้นำประเทศต่างมองว่าความสามารถของผู้มีวิวัฒนาการเป็นเหมือนยาวิเศษ อย่างข่าวที่เพิ่งจบไป พออากาศหนาวปลูกพืชไม่ได้ ก็แค่ให้ผู้ใช้เทคโนโลยีสีดำสร้างเครื่องมือปรับแต่งยีนพืชขึ้นมา คิดว่าแค่นั้นปัญหาทุกอย่างก็จะจบ
แต่เรื่องตลกคือ ผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากความคิดมักง่ายเหล่านี้ล้วนล้มเหลวไม่เป็นท่า เหมือนเมล็ดพันธุ์ที่ว่านี้ แม้มันจะรอดในอุณหภูมิติดลบร้อยองศาได้ แต่ความต้านทานโรคและแมลงกลับต่ำเตี้ยเรี่ยดิน สุดท้ายก็โดนแมลงกินเกลี้ยงภายในไม่ถึงเดือน
เรื่องตลกร้ายยิ่งกว่านั้นก็ตามมา พอแมลงกินพืช คนก็คิดว่าแค่ใช้ยาฆ่าแมลงสิ ถ้ายาเก่าใช้ไม่ได้ผลกับแมลงกลายพันธุ์ ก็ให้ผู้ใช้เทคโนโลยีสีดำออกแบบยาฆ่าแมลงสูตรใหม่
ผลลัพธ์คือแมลงตายเรียบ แต่พืชผลก็ปนเปื้อนสารพิษจนกินไม่ได้ แค่เมล็ดเดียวก็วางยาช้างตายได้แล้ว ปลูกของแบบนี้ออกมาจะมีประโยชน์อะไร จะให้มนุษยชาติกอดคอกันตายหรือไง
“ไม่จริงน่า ทำไมลูกถึงมั่นใจนักว่ามันจะมีปัญหา” เซี่ยจวินอี้ถามด้วยความฉงน
“เห็นได้ชัดว่าพวกเขาใช้เทคโนโลยีสีดำผิดทาง ถ้าเอาไปสร้างอาวุธหรืออุปกรณ์ยังพอว่า เพราะมีแบบแปลนและเป้าหมายชัดเจน แต่เครื่องมือปรับแต่งยีนไม่ใช่ของที่จะเอามาใช้มั่วซั่วได้ ยีนมนุษย์กับสัตว์ต่างกันแค่ไม่กี่ส่วน แต่ความแตกต่างทางกายภาพนั้นมหาศาลขนาดไหนคงไม่ต้องให้ผมบอกหรอกมั้ง
การไปเร่งยีนต้านทานความเย็นให้สูงปรี๊ดเพียงอย่างเดียวนั้นไร้ประโยชน์ ห่วงโซ่ยีนมันเชื่อมโยงกัน เปลี่ยนจุดหนึ่งก็กระทบไปหมด สมมติถ้าเราปรับยีนกล้ามเนื้อให้มนุษย์ยกของหนักหมื่นตันได้ กล้ามเนื้ออาจจะทำได้จริง แต่กระดูกล่ะ? อวัยวะภายในล่ะ? รับไหวเหรอ? ผลคือพอออกแรงปุ๊บ ร่างกายก็แหลกเหลวตายคาที่ทันที
เครื่องมือปรับแต่งยีนพืชนั่นก็เหมือนกัน ไปเร่งยีนต้านความเย็น ยีนการเติบโต ยีนดูดซึมสารอาหาร ผลลัพธ์สุดท้ายจะเป็นยังไงผมคงไม่ต้องอธิบาย” เซี่ยงเฉียนอธิบายอย่างใจเย็น
เมื่อได้ยินดังนั้น ทุกคนก็เริ่มเข้าใจ แต่จ้าวหมิงกลับโพล่งขึ้นมาว่า “เก่งแต่ปาก ฉันไม่เห็นนายจะสร้างอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย ดูอย่างเครื่องบินรบล้ำยุค ปืนเลเซอร์ หรือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่รัฐบาลเพิ่งเปิดตัว นั่นก็เทคโนโลยีสีดำทั้งนั้น ไม่เห็นนายทำได้สักอย่าง วันๆ หมกตัวทำอะไรก็ไม่รู้ นอกจากเครื่องทำความร้อนนี่แล้ว พวกเราก็ไม่เห็นจะได้ประโยชน์อะไรจากนายเลย”
เซี่ยงเฉียนหน้าตึงขึ้นมาทันที หันไปตอกกลับจ้าวหมิงอย่างเอือมระอา “นั่นมันผลงานที่คนเป็นร้อยช่วยกันสร้าง นายจะให้ฉันสร้างเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์คนเดียวเหรอ พลังงานยีนของฉันไม่พอหรอกเว้ย ส่วนไอ้เครื่องบินรบที่นายว่า ฉันเรียกมันว่าขยะบินได้นอกโลก นายเชื่อไหมว่าฉันยิงมันร่วงได้ด้วยกระสุนนัดเดียว”
“ขี้โม้ ปืนกระจอกของนายแค่ยิงนกยังลำบาก จะไปยิงเครื่องบิน ฝันไปเถอะ” จ้าวหมิงเบะปากดูถูก
ครั้งนี้เซี่ยงเฉียนจนคำพูดจริงๆ นั่นมันปืนใหญ่แม่เหล็กไฟฟ้าโว้ย! แค่ตอนนี้มันอยู่ในรูปแบบย่อส่วนเลยดูเหมือนปืนธรรมดา เขาขี้เกียจเถียงกับจ้าวหมิง จะให้ไปยิงเครื่องบินโชว์ก็ใช่เรื่อง
ถ้าไม่มีหลักฐาน คนอย่างจ้าวหมิงไม่มีทางเชื่อ พูดทฤษฎีไปก็ไม่เข้าหัว ยิ่งเรื่องระดับขั้นของเทคโนโลยีสีดำยิ่งบอกไม่ได้ มันล้ำหน้าเกินกว่าคนยุคนี้จะจินตนาการ เซี่ยงเฉียนจึงเลือกที่จะเงียบ
ปืนใหญ่แม่เหล็กไฟฟ้าของเขาเป็นอุปกรณ์ระดับ 1.5 ดาว ส่วนเครื่องบินรบในข่าวนั้นแค่ 1.3 ดาว ห่างกันถึงสองระดับชั้น ความต่างของเทคโนโลยีเทียบเท่ากับระยะเวลาเป็นร้อยปี มันเทียบกันไม่ได้เลย
หลังจากข่าวจบ ฝ่ายชายก็ตั้งวงเล่นไพ่ ฝ่ายหญิงก็เล่นไพ่นกกระจอก ในเมื่อออกไปไหนไม่ได้และไม่มีอะไรทำ ขืนนั่งเฉยๆ คงได้เป็นบ้ากันพอดี
เซี่ยงเฉียนแยกตัวออกมาที่ห้องแล็บเพื่อออกแบบเรดาร์ต่อ ครั้งนี้เขาไม่ได้ใช้พลังพิเศษสร้างทางลัด แต่ใช้ความรู้และนาโนโรบอตค่อยๆ ประกอบทีละชิ้น เพราะเรดาร์ตัวนี้ใช้เทคโนโลยีที่สูงกว่าระดับอารยธรรมปัจจุบัน พลังระดับหนึ่งของเขาในตอนนี้ยังไม่สามารถเสกพิมพ์เขียวออกมาได้ จึงต้องลงมือทำเองแบบลูกทุ่ง
ทันทีที่ก้าวเข้าไป เขาเห็นเหลิ่งหนิงกำลังขมวดคิ้วจ้องข้อมูลปฏิกิริยาเซลล์บนหน้าจอ ปากก็บ่นพึมพำตลอดเวลา
เซี่ยงเฉียนไม่เข้าใจสิ่งที่เธอวิจัยสักนิด ความรู้ของเขาหนักไปทางวิศวกรรมอาวุธ ไม่ใช่พันธุวิศวกรรม
เขาเดินเข้าไปดูใกล้ๆ แต่เหลิ่งหนิงไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ เขาจึงยักไหล่เตรียมจะเดินหนี
“นายสร้างอุปกรณ์ที่แสดงผลการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่ยีนแบบเรียลไทม์ หรือตอนที่เซลล์กำลังแบ่งตัวได้ไหม” จู่ๆ เหลิ่งหนิงก็ถามขึ้น
เซี่ยงเฉียนชะงัก ปรับอารมณ์ไม่ทัน “การเปลี่ยนแปลงยีนแบบเรียลไทม์เหรอ”
“ดูนี่สิ นี่คือโปรตีนที่ฉันสังเคราะห์ขึ้นด้วยเทคนิคดีเอ็นเอรีคอมบิแนนท์ ประกอบด้วยกรดอะมิโน 191 ชนิด มันช่วยกระตุ้นและซ่อมแซมเซลล์ที่เสื่อมสภาพได้ แต่นายดูตรงนี้สิ ไม่เห็นอะไรผิดปกติเหรอ” เหลิ่งหนิงชี้ไปที่หน้าจอ
เซี่ยงเฉียนมองดูกลุ่มก้อนคล้าย “ฟองสบู่” ยึกยือบนหน้าจอ ดูไม่ออกสักนิดว่ามีปัญหาตรงไหน
“สีของ ‘ฟองสบู่’ พวกนี้ทำไมมันต่างกัน รูปร่างก็ประหลาด น่าเกลียดชะมัด” เซี่ยงเฉียนวิจารณ์ซื่อๆ
ฟองสบู่... นี่มันโครงสร้างสามมิติของโมเลกุลโปรตีนย่ะ!
เหลิ่งหนิงพูดไม่ออก อยากจะย้อนว่าฟองสบู่บ้านนายหน้าตาแบบนี้เหรอ แต่ก็ช่างเถอะ เธอกลอกตาแล้วอธิบายต่อ “ในกระบวนการแบ่งเซลล์ จะมีขั้นตอนจัดสรรดีเอ็นเอที่จำลองขึ้นให้เป็นสองชุดเท่าๆ กัน ควบคุมโดยโปรตีนชื่อ 'ไคเนสที่ขึ้นอยู่กับไซคลิน' (Cyclin-dependent kinase)
ช่วงเวลานี้ ไคเนสจะเติมหมู่ฟอสเฟตลงในโปรตีนไมโทคอนเดรียที่ชื่อ TOM6 ซึ่งหมายความว่าเอนไซม์นี้ไปปรับเปลี่ยนและกระตุ้น TOM6 ที่เป็นประตูทางเข้าของโปรตีนไมโทคอนเดรีย...”
“ขอภาษาคน!” เซี่ยงเฉียนขัดจังหวะ
เหลิ่งหนิงชักสีหน้า แต่พอเห็นแววตางงงวยของเขาก็รู้ว่าเธอลงลึกเกินไป จึงถอนหายใจแล้วเปลี่ยนโหมด
“สรุปคือ โปรตีนพิเศษที่ฉันสร้างขึ้นมีจุดบกพร่อง ตอนแบ่งเซลล์มันไปเร่งให้ไมโทคอนเดรียดูดซึมและปล่อยพลังงานมากเกินไป เซลล์แบ่งตัวเร็วและดูแข็งแรงก็จริง แต่มันจะเสื่อมสภาพเร็วมาก
เซลล์มนุษย์แบ่งตัวได้จำกัด ทุกครั้งที่แบ่งตัว ปลายโครโมโซมจะสั้นลง สิ่งที่ฉันทำมันเหมือนจะทำให้คนดูหนุ่มสาวขึ้น แต่จริงๆ แล้วคือการเผาผลาญพลังชีวิต ฉันเลยอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงระดับเซลล์ตอนแบ่งตัวแบบชัดๆ เพื่อหาสาเหตุแล้วใช้พลังพยากรณ์หาทางแก้”
คราวนี้เซี่ยงเฉียนเข้าใจแจ่มแจ้ง เธอกำลังพยายามสร้าง ‘ยาแยกเซลล์’ ในตำนาน ยาที่ทำให้เซลล์แบ่งตัวได้โดยไม่เสียหายและยืดอายุขัยมนุษย์ได้มหาศาล
แต่เขารู้ดีว่าเหลิ่งหนิงในตอนนี้ไม่มีทางทำสำเร็จ การจะสร้างยานี้ต้องใช้สารพิเศษจากร่างกายของสัตว์อสูรวิวัฒนาการ ยิ่งระดับสูง สารสกัดยิ่งบริสุทธิ์ ยายิ่งมีประสิทธิภาพ นี่คือสาเหตุที่สัตว์อสูรมีค่ามากในยุคหลัง แต่ตอนนี้พวกมันยังไม่ปรากฏตัวออกมามากนัก หากขาดวัตถุดิบนี้ เหลิ่งหนิงก็ไม่มีทางวิจัยสำเร็จ
“สร้างอุปกรณ์นั่นน่ะทำได้ แต่ตอนนี้ยังทำไม่ได้ พลังงานยีนของฉันไม่พอ เทคโนโลยีระดับนั้นสูงเกินไป ยิ่งล้ำหน้ากว่ายุคปัจจุบันมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งกินพลังงานมากเท่านั้น ลำพังฉันตอนนี้เธอคิดว่าจะไหวเหรอ” เซี่ยงเฉียนตอบเลี่ยงๆ รักษาน้ำใจ
“...รู้งี้ฉันไปเข้ากับรัฐบาลดีกว่า ที่นั่นมีผู้มีวิวัฒนาการเพียบ คงสร้างเครื่องมือให้ฉันได้ อยู่กับนายมีแต่ต้องรอ น่าหงุดหงิดชะมัด” เหลิ่งหนิงบ่นอุบอย่างผิดหวัง
เซี่ยงเฉียนถึงกับพูดไม่ออก คืนเดียวโดนผู้หญิงกับเพื่อนด่าว่าเป็นตัวไร้ประโยชน์ถึงสองรอบ ดีที่เขาจิตแข็ง ไม่งั้นคงนอยด์ไปแล้ว
เขาเดินออกจากห้องแล็บ หมดอารมณ์ทำเรดาร์ต่อ กลับไปนอนดีกว่า แต่ในใจหมายมั่นปั้นมือว่า ถ้าสัตว์อสูรโผล่มาเมื่อไหร่ เขาจะล่ามาทำสารละลายยีนเข้มข้นให้หนำใจ ถึงตอนนั้นจะสร้างอุปกรณ์ตบหน้าคนพวกนี้ให้ดู
ขณะที่กำลังจะเข้านอน โทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น
..................................................