- หน้าแรก
- ราชาเทวะจักรกลแห่งวันสิ้นโลก
- 14 - สัตว์กลายพันธุ์
14 - สัตว์กลายพันธุ์
14 - สัตว์กลายพันธุ์
14 - สัตว์กลายพันธุ์
เซี่ยงเฉียนเก็บอาการไม่อยู่แล้ว เขาไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้เจอสัตว์กลายพันธุ์ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของวันสิ้นโลกแบบนี้ ในความทรงจำของเขา สัตว์กลายพันธุ์จะเริ่มโผล่มาให้เห็นก็ปาเข้าไปเดือนที่แปดโน่น ส่วนใหญ่ตอนนี้พวกมันยังอยู่ในช่วงวิวัฒนาการ บางตัวก็ซ่อนอยู่ในป่าลึก บางตัวก็ทนสภาพอากาศไม่ไหวหนาวตายไปก่อน
เรียกได้ว่าการเจอสัตว์กลายพันธุ์ตอนนี้ โอกาสพอๆ กับถูกรางวัลที่หนึ่ง โดยเฉพาะสัตว์กลายพันธุ์รุ่นแรก (First Generation)แบบนี้ เขาไม่เคยเห็นมาก่อนเลยในชีวิตที่แล้ว ตอนนี้สารลึกลับเพิ่งเริ่มทำงาน มนุษย์เริ่มวิวัฒนาการ แต่พวกสัตว์ยังไม่สมบูรณ์
ไม่ใช่ว่ามนุษย์เก่งกว่าสัตว์ แต่เพราะมนุษย์รู้จักเร่งกระบวนการด้วยสารอาหาร ในขณะที่สัตว์ต้องพึ่งพาธรรมชาติ ช่วงที่เริ่มวิวัฒนาการเป็นช่วงที่โลกเย็นลง สัตว์จำนวนมากตายไปเพราะขาดอาหารและความหนาวเย็น ตัวที่รอดมาได้จนวิวัฒนาการสำเร็จจึงมีน้อยมาก พวกสัตว์กลายพันธุ์รุ่นหลังๆ ล้วนเป็นลูกหลานของพวกรุ่นแรกนี้ ซึ่งพวกมันจะไม่กลัวความหนาว ปรับตัวเก่ง และดุร้ายมาก
แต่ความหายากไม่ใช่ประเด็นที่ทำให้เซี่ยงเฉียนตื่นเต้น ประเด็นคือ เลือดเนื้อของสัตว์กลายพันธุ์สามารถนำมาสกัดเป็นน้ำยาแกนพลังชีวภาพได้! ตอนนี้เขาขาดแคลนพลังงานแกนยีนอย่างหนัก ไม่อย่างนั้นคงไม่ต้องคอยผลัดวันประกันพรุ่งกับเหลิ่งหนิงอยู่เรื่อย พอเห็นแหล่งพลังงานเดินมาหาถึงที่แบบนี้ จะไม่ให้คลั่งได้ไง
“ทุกคนถอยไป! อย่าเพิ่งแตกตื่น มันยังเข้ามาไม่ได้หรอก” จางเหล่ยตะโกนสั่งการพร้อมเอาตัวบังทุกคนไว้
ทุกคนพยักหน้า หน้าซีดเผือด ขนลุกซู่เมื่อสบตากับดวงตาอำมหิตของงูยักษ์ เกิดมาไม่เคยเห็นงูตัวใหญ่ขนาดนี้มาก่อน
เซี่ยงเฉียนตั้งสติ วิ่งเข้าห้องเก็บของ กวาดวัตถุดิบออกมาเป็นกอง พิมพ์เขียวโฮโลแกรมปรากฏขึ้นในมือ วินาทีต่อมามันก็สลายไปพร้อมกับกองวัสดุที่เริ่มเปลี่ยนรูปทรง เมื่อพลังงานแกนยีนถูกใช้ไป อาวุธรูปทรงล้ำยุคก็ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น
สามนาทีต่อมา เซี่ยงเฉียนเดินออกมาพร้อมปืนรางแม่เหล็กไฟฟ้า (Railgun) ยาวกว่าหนึ่งเมตร
หัวงูยักษ์กำลังจะดันผ่านช่องประตูเข้ามาได้แล้ว เซี่ยงเฉียนไม่พูดพร่ำทำเพลง เปิดเลเซอร์ชี้เป้า เล็งแสกหน้า แล้วเหนี่ยวไกทันที
ซู่!!!
กระสุนเหล็กพุ่งเจาะทะลุกะโหลกงูยักษ์อย่างง่ายดาย ทะลุไปถึงประตูเหล็กด้านหลังจนเป็นรูโบ๋
“เชี่ย...” จ้าวหมิงอุทานลั่น อ้าปากค้างมองเซี่ยงเฉียนตาถลน สายตาที่มองปืนเรลกันแทบจะเปล่งประกายเป็นรูปหัวใจ
เซี่ยงเฉียนโยนปืนให้จ้าวหมิงรับช่วงต่อ แล้วรีบวิ่งไปที่ประตูรั้ว เขาต้องรีบสกัดน้ำยาแกนพลังชีวภาพก่อนที่เซลล์ของงูยักษ์จะตายสนิท สัตว์กลายพันธุ์ระดับหนึ่งเมื่อตายแล้ว พลังงานแกนยีนจะสลายไปอย่างรวดเร็ว เขาช้าไม่ได้
พอไปถึงก็พบว่าหัวงูติดคาอยู่ที่ช่องประตู ดึงคนเดียวไม่ไหว ต้องเรียกจางเหล่ยกับจ้าวหมิงมาช่วยกันดึง ยื้อยุดอยู่นานก็ไม่ออก สุดท้ายเซี่ยงเฉียนต้องยิงหัวงูซ้ำอีกหลายนัดจนเละ ถึงจะลากซากงูกลับเข้ามาในโรงงานได้
งูยักษ์ตัวนี้ยาวถึงสิบสองเมตร ขนาดสามคนช่วยกันลากยังหอบแฮก
“พี่เหล่ย เสี่ยวหมิง พวกนายจับหนังงูไว้ให้แน่น ฉันจะผ่ามัน” เซี่ยงเฉียนสั่งการ หยิบเลื่อยไฟฟ้าขึ้นมาเตรียมชำแหละ
พอผ่าเสร็จ เขาก็วิ่งไปขนวัตถุดิบออกมาอีกชุด เปิดใช้งานสกิลผู้ควบคุมเทคโนโลยีมืดออกแบบพิมพ์เขียว แล้วเริ่มสร้างอุปกรณ์ทันที
เซี่ยงเฉียนไม่คิดจะปิดบังความสามารถผู้สร้างอุปกรณ์ต่อหน้าจ้าวหมิงและคนอื่นๆ ทุกคนจึงได้เห็นกองเศษเหล็กค่อยๆ ประกอบร่างกลายเป็นเครื่องจักรทรงกระบอกขนาดยักษ์ต่อหน้าต่อตา จนขากรรไกรแทบจะตกลงไปกองที่พื้น
ไม่ถึงนาที เครื่องจักรก็เสร็จสมบูรณ์ เซี่ยงเฉียนเริ่มหั่นเนื้องูเป็นท่อนๆ โยนลงไปในเครื่อง ปิดฝา แล้วกดปุ่มเดินเครื่อง ในที่สุดเขาก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
“พวกนายมองฉันด้วยสายตาแบบนั้นทำไม?” เซี่ยงเฉียนเพิ่งสังเกตเห็นว่าทุกคนในห้องกำลังจ้องเขาอย่างกับเห็นพระเจ้า
“เฉียนปี้! นายไปเอาพลังนี้มาจากไหน? เมื่อกี้นายใช้เวทมนตร์เหรอ? 'เสกของจากอากาศ' หรือ 'สร้างสรรค์จากความว่างเปล่า'? โคตรเท่! แล้วไอ้งูนี่มันปีศาจหรือเปล่า หรือกินของวิเศษเข้าไป? นายกำลังจะปรุงยาอายุวัฒนะเหรอ...” จ้าวหมิงรัวคำถามด้วยความตื่นเต้น ถ้าไม่รู้จักกันมาก่อนคงนึกว่าเซี่ยงเฉียนเป็นผู้วิเศษไปแล้ว
“...เพ้อเจ้อ ความสามารถนี้ของจริง มันเพิ่งมีหลังฝนดาวตก ในอุกกาบาตมีสารลึกลับที่ทำให้ร่างกายมนุษย์วิวัฒนาการ สิ่งที่ฉันทำเมื่อกี้คือ...” เซี่ยงเฉียนเริ่มปวดหัว ต้องจำใจอธิบายยาวเหยียดให้ทุกคนฟังว่าผู้ควบคุมเทคโนโลยีมืด ผู้สร้างอุปกรณ์ และนักพยากรณ์ทางวิทยาศาสตร์คืออะไร
“โหว... งั้นฉันจะมีพลังแบบนี้บ้างได้ไหม? ไม่ต้องถึงสองอย่างหรอก ขอแค่อย่างเดียวก็พอ” จ้าวหมิงถามตาเป็นประกายหลังจากฟังจบ
“นายอย่าเพิ่งฝันหวาน การวิวัฒนาการไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่เห็นข่าวในทีวีเหรอที่มีคนป่วยประหลาดสามร้อยล้านคนทั่วประเทศ? พวกที่นอนเป็นผักอยู่ในโรงพยาบาลนั่นคือพวกที่วิวัฒนาการล้มเหลว สมองตาย ส่วนอีกสามสิบล้านคนที่รอดมาได้ คือพวกที่มีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์”
“อย่างเช่นผู้ควบคุมเทคโนโลยีมืดต้องมีความรู้วิทยาศาสตร์แน่นปึ้ก จินตนาการต้องบรรเจิด และต้องลงมือทำเป็น ส่วนผู้สร้างอุปกรณ์จะง่ายหน่อย เงื่อนไขเดียวคือต้องมีทักษะช่างระดับเทพ อย่างน้อยต้องเทียบเท่าช่างโลหะระดับสี่”
“ส่วนนักพยากรณ์ทางวิทยาศาสตร์นี่โหดสุด ต้องมีความรู้ระดับศาสตราจารย์และไอคิวเกินร้อยห้าสิบ นายลองคิดดูสิว่านายผ่านข้อไหนบ้าง? การที่นายไม่ติดเชื้อสารลึกลับถือว่าโชคดีแล้ว ถ้าโดนสุ่มเลือกขึ้นมาจริงๆ ป่านนี้นายนอนเป็นผักไปแล้ว” เซี่ยงเฉียนค่อยๆ อธิบาย นี่คือความรู้พื้นฐานที่คนในยุคหลังสรุปกันได้ แต่ตอนนี้ถือเป็นข้อมูลใหม่
“เดี๋ยวๆ งั้นแปลว่าฝีมือช่างของนายถึงระดับสี่แล้วเหรอ? ฉันไม่เห็นรู้เลย หรือว่าไอ้การประกอบปืนของเล่นพวกนั้นมันนับเป็นมาตรฐานระดับสี่?” จ้าวหมิงถามอย่างข้องใจ
“ใครจะไปรู้ บางทีสวรรค์อาจจะลำเอียงรักฉันเป็นพิเศษก็ได้” เซี่ยงเฉียนแถไปเรื่อย จริงๆ เขาเดาว่าความสามารถผู้ควบคุมเทคโนโลยีมืดมาจากความทรงจำชาติก่อน ส่วนผู้สร้างอุปกรณ์ได้มาจากการที่เขาชอบประดิษฐ์ของในชาติที่แล้ว แต่เรื่องนี้พูดไปใครจะเชื่อ
พวกเขคุยกันต่ออีกพักใหญ่ แม้จะเสียดายที่ไม่ได้เป็นผู้มีวิวัฒนาการ แต่การที่เซี่ยงเฉียนมีพลังพิเศษ พวกเขาก็ดีใจด้วย
พอทุกคนแยกย้ายกันไป เซี่ยงเฉียนก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่
“คุณโกหก ฉันสงสัยจริงๆ ว่าคุณรู้ได้ยังไงว่ามีคนสามร้อยล้านคนทั่วประเทศที่กำลังวิวัฒนาการ? ทีวีไม่เคยระบุตัวเลขชัดเจนขนาดนั้น แถมคุณยังรู้จำนวนคนที่วิวัฒนาการสำเร็จอีก ข้อมูลลึกขนาดนี้รัฐบาลยังไม่น่าจะรู้ด้วยซ้ำ” เหลิ่งหนิงจ้องหน้าเขาเขม็งแล้วถามขึ้น
“อืม... บางทีการฉลาดเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องดีนะ” เซี่ยงเฉียนรู้ตัวว่าเผลอพูดมากไป ข้อมูลพวกนี้เป็นเรื่องสามัญสำนึกในอนาคต แต่สำหรับตอนนี้มันคือความลับระดับสุดยอด
“แล้วทำไมคุณถึงดูตื่นเต้นนักที่เจองูตัวนี้ แล้วเครื่องนี้มันเอาไว้ทำอะไร” เธอไม่เซ้าซี้ต่อ แต่ชี้ไปที่เครื่องสกัดยักษ์
“จะไม่ให้ตื่นเต้นได้ไง ก็เธอเล่นตามทวงงานฉันเช้าเย็น เดี๋ยวจะเอาไอ้นั่น เดี๋ยวจะเอาไอ้นี่พลังงานแกนยีนฉันเกลี้ยงถังแล้ว งูตัวนี้เป็นสัตว์กลายพันธุ์ เลือดเนื้อของมันอุดมไปด้วยพลังงาน”
“เครื่องนี้คือเครื่องคั้นน้ำผลไม้เวอร์ชันฮาร์ดคอร์ มันจะสกัดพลังงานจากเนื้องู แล้วกลั่นออกมาเป็นน้ำยาแกนพลังชีวภาพพอมีน้ำยานี้ เราก็เติมพลังงานได้ไม่อั้น ทีนี้การสร้างอุปกรณ์ให้เธอก็ไม่ใช่ปัญหาแล้ว” เซี่ยงเฉียนอธิบายอย่างอารมณ์ดี
“จริงเหรอ! เยี่ยมไปเลย เถ้าแก่คะ งั้นเงินเดือนของฉันถึงกำหนดจ่ายแล้วใช่ไหมคะ ไหนบอกจะให้เดือนละสิบขวด” เหลิ่งหนิงตาโต ยิ้มกว้าง
เซี่ยงเฉียนหน้ามืดทันที สิบขวดบ้าอะไร! งูตัวนี้เต็มที่สกัดได้แค่ห้าขวด จะไปหาอีกสิบขวดมาจากไหน
“เงินเดือนขอแปะโป้งไว้ก่อน รอบนี้ให้เบิกก่อนหนึ่งขวด ที่เหลือค่อยว่ากัน” เขาตอบหน้าตาย
“ขี้งก...” เหลิ่งหนิงบ่นอุบอิบ ก่อนจะเดินจากไปอย่างมีความสุข ในหัวเริ่มวางแผนว่าจะวิจัยอะไรดีเมื่อได้น้ำยามา ถ้าได้สักสิบขวดคงฟินน่าดู เซี่ยงเฉียนนี่ขี้งกจริงๆ
ไม่รู้ว่าถ้าเซี่ยงเฉียนได้ยินความคิดเธอ เขาจะกระอักเลือดตายไหม
………………..