เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

7 - สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า

7 - สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า

7 - สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า


7 - สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า

เช้าวันรุ่งขึ้น เซี่ยงเฉียนตื่นมาล้างหน้าแปรงฟัน เดินมาที่ห้องนั่งเล่นก็เห็นพ่อนั่งดูข่าวเช้าอยู่บนโซฟา

ในทีวีกำลังรายงานข่าวแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นเมื่อตอนตีสาม เซี่ยงเฉียนยิ้มแล้วทักว่า “ไงครับพ่อ เชื่อที่ผมพูดหรือยัง”

“เหลือเชื่อจริงๆ... พ่อก็ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ แต่แบบนี้มัน... เฮ้อ มิน่าล่ะทำไมถึงต้องปิดข่าว ถ้าประชาชนรู้คงจลาจลแน่” เซี่ยงจวินอี้นั่งพิงโซฟาอย่างหมดแรง

เซี่ยงเฉียนนั่งลงข้างๆ “พ่อครับ อย่าเครียดไปเลย แค่อุกกาบาตชนโลก ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย วิกฤตแค่นี้ไม่ทำให้มนุษย์สูญพันธุ์หรอก อีกอย่างลูกชายพ่อเตรียมการไว้หมดแล้ว ต่อให้วันสิ้นโลกมาถึง ผมก็จะทำให้พ่อกับแม่สุขสบายเหมือนเดิม”

“เตรียมอะไรไว้บ้าง เล่าให้พ่อฟังซิ มีอะไรให้พ่อช่วยไหม” เซี่ยงจวินอี้มองลูกชายด้วยความภูมิใจแล้วตบไหล่เบาๆ

เซี่ยงเฉียนเล่าแผนการทั้งหมดให้ฟัง รวมถึงเรื่องกำแพงที่จ้าวหมิงกำลังจะสร้าง พอพูดไปเขาก็นึกขึ้นได้ว่ามีเรื่องต้องให้พ่อช่วยจริงๆ

“พ่อครับ ตอนนี้บ้านเรามีเงินสดหมุนเวียนเท่าไหร่”

“ประมาณ 7 ล้านหยวน ถ้ายืมเพิ่มก็ได้สัก 10 ล้าน”

“พอครับ ไม่ต้องยืม พ่อไปหาซื้อรถมือสองมาสักสองสามคัน รถหัวลากตู้คอนเทนเนอร์หนึ่งคัน รถบัสสองคัน แล้วก็รถออฟโรดพวกฮัมวี่ที่ขับเคลื่อนสี่ล้อถึกๆ อีกสักสองสามคัน อย่าซื้อ SUV ในเมืองนะ พวกนั้นใช้ไม่ได้เรื่อง แล้วก็ขอเงินสดผมสัก 3 ล้าน ผมต้องไปซื้ออุปกรณ์บางอย่าง” เซี่ยงเฉียนคำนวณแล้วบอก

จริงๆ เขาอยากได้รถหุ้มเกราะแบบ Marauder แต่หาซื้อยาก เลยต้องเอารถตลาดมาดัดแปลงเอง

“ทำไมต้องรถมือสอง ซื้อใหม่แกะกล่องไม่ดีกว่าเหรอ” เซี่ยงจวินอี้สงสัย

“มือสองก็พอครับ เชื่อผมเถอะ” เซี่ยงเฉียนบอกความจริงไม่ได้ว่าจะเอามาโมดิฟายจนไม่เหลือเค้าเดิม ซื้อรถใหม่มาก็เสียดายเปล่าๆ

โชคดีที่พ่อไม่ได้ซักไซ้ต่อ พอดีกับที่หลินหลิงทำมื้อเช้าเสร็จ บทสนทนาจึงจบลง

หลังทานมื้อเช้าแสนอบอุ่น เซี่ยงเฉียนก็ขอยืมรถพ่อขับออกมา เขายังมีภารกิจอีกเพียบ

ระหว่างทางไปเจียงผู่ จ้าวหมิงโทรมาบอกว่าทีมก่อสร้างมาถึงแล้ว เซี่ยงเฉียนเลยต้องรีบบึ่งรถกลับบ้าน

“ตรงนั้นสร้างหอเก็บน้ำพร้อมหอสังเกตการณ์ ไม่ต้องสูงมาก สัก 8 เมตรก็พอ... อ้าว นายกลับมาแล้ว มาดูหน่อยสิ จะเพิ่มอะไรอีกไหม”

พอถึงบ้าน ก็เห็นจ้าวหมิงกางแปลนคุยกับคนงานอยู่หลังบ้าน

“เยี่ยม เอาตามนี้แหละ พวกคุณจะสร้างเสร็จภายในกี่วัน” เซี่ยงเฉียนรับแปลนมาดู ขอบเขตกำแพงกินพื้นที่เพื่อนบ้านไปด้วย แต่ใครจะสนล่ะ ยุคนี้ใครเร็วใครได้

“เสี่ยครับ ถ้าจะเอาสเปคตามที่เสี่ยจ้าวบอก ต้องใช้เวลาอย่างน้อยสองเดือนครับ” หัวหน้าผู้รับเหมายื่นบุหรี่ให้เซี่ยงเฉียนพลางยิ้มประจบ งานนี้งานช้าง กำไรเนื้อๆ

เซี่ยงเฉียนรับบุหรี่มาทัดหู “เถ้าแก่แซ่อะไรครับ”

“ไม่ต้องเรียกเถ้าแก่หรอกครับ เรียกผมเหล่าหลี่ก็ได้”

“เถ้าแก่หลี่ คุณคงดูออกว่าพวกผมเงินถึง เวลาสองเดือนมันปกติสำหรับงานนี้ แต่พวกผมไม่มีเวลาขนาดนั้น ถ้าเถ้าแก่หลี่รับงานนี้ กำแพงต้องเสร็จภายในสิบวัน... ฟังผมก่อน ผมรู้ว่ามันยาก แต่ผมเชื่อว่าเงินจ้างผีโม่แป้งได้ ถ้าเถ้าแก่หลี่ทำเสร็จในสิบวัน เงิน 5 ล้านในบัตรนี้เป็นของคุณ” เซี่ยงเฉียนยื่นบัตรธนาคารให้ดู

เถ้าแก่หลี่ตาลุกวาว สิบวัน... ถ้าอัดงานสามกะ 24 ชั่วโมง ใช้ปูนแห้งเร็ว ต้นทุนสูงขึ้น แต่เทียบกับ 5 ล้านหยวนแล้ว คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม

“ได้! งานนี้ผมรับเอง แต่ค่าวัสดุ...”

“ไม่ต้องห่วง ผมจะโอนมัดจำค่าวัสดุให้ก่อน 1 ล้าน อีกห้าวันจ่ายค่าจ้างงวดแรก 1 ล้าน แต่ถ้าไม่เสร็จภายในวันที่สิบเอ็ด ผมหัก 1 ล้าน วันที่สิบสองหักอีก 1 ล้าน ถ้าวันที่สิบสามยังไม่เสร็จ เงิน 3 ล้านที่เหลือถือว่าโมฆะ” เซี่ยงเฉียนยื่นคำขาดพร้อมรอยยิ้ม

“เสี่ยวางใจได้เลย ต่อให้ผมไม่ได้นอน ผมก็จะเนรมิตกำแพงให้เสร็จภายในสิบวัน!” เถ้าแก่หลี่รับคำหนักแน่น แทบจะอยากวิ่งไปเกณฑ์คนงานเดี๋ยวนี้

“ดี งั้นไปทำสัญญากัน จ้าวหมิง เดี๋ยวโอนให้เถ้าแก่หลี่ 1 ล้าน เถ้าแก่หลี่เริ่มงานได้เลย”

ตกบ่าย เถ้าแก่หลี่ขนคนงานนับร้อยและเครื่องจักรชุดใหญ่มาลงพื้นที่เริ่มงานทันที

“เฮ้ย 5 ล้านนี่มันไม่แพงไปหน่อยเหรอ” จ้าวหมิงกระซิบถามหลังจากผู้รับเหมาไปแล้ว

“เสี่ยวหมิง จำไว้นะ เงินก็แค่กระดาษ หลังวันสิ้นโลกมันไม่มีค่าอะไรเลย เอามาเช็ดตูดยังแข็งไป ถ้าเขาสร้างเสร็จในสิบวันได้ 5 ล้านนี่ถือว่าถูกไปด้วยซ้ำ” เซี่ยงเฉียนรู้ดีว่าช่วงแรกเงินยังมีค่า แต่พอเข้ายุคน้ำแข็ง มันก็คือขยะดีๆ นี่เอง

“เออๆ ไม่ใช่เงินฉันนี่หว่า” จ้าวหมิงบ่นอุบ

“เอาน่า นายรีบไปขนเสบียงมาได้แล้ว อ้อ หาคนมาสร้างบ้านน็อคดาวน์โครงเหล็กด้วยนะ”

“สั่งเก่งจังนะไอ้แม่ย้อย”

พอลับหลังจ้าวหมิง เซี่ยงเฉียนก็เปิดเว็บอาลีบาบา กดสั่งวัตถุดิบเคมีเป็นตันๆ แบบจัดส่งด่วนภายในสิบวัน แป๊บเดียวเงินหายไปอีก 1 ล้าน

พอเช็กยอดเงินในบัญชี เซี่ยงเฉียนก็ถอนหายใจ เขาขอเงินพ่อมาน้อยไปจริงๆ จ่ายแบบนี้ไม่พอแน่

เซี่ยงเฉียนเลิกช้อปปิ้งออนไลน์ แล้วลงไปหมกตัวในสตูดิโอเพื่อเตรียมอุปกรณ์สำหรับยุควิวัฒนาการ เขาไม่อยากเป็นเหมือนคนอื่นที่ต้องนอนซมเพราะพลังงานไม่พอตอนร่างกายวิวัฒนาการ

แต่พอเริ่มลงมือ เขาก็พบว่าตัวเองสปอยล์ตัวเองเกินไป การใช้นาโนแมชชีนมาสร้างอุปกรณ์พื้นฐานอย่างบีกเกอร์หรือหลอดทดลองเพื่อทำน้ำยายังชีพเนี่ย มันเหมือนเอาทองคำมาหล่อกระสุน สิ้นเปลืองทรัพยากรสุดๆ

เขาเลยหยุดมือ แล้วหาพิกัดโรงงานผลิตอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ ขับรถบึ่งไปซื้อถึงที่

ไปถึงโรงงาน เซี่ยงเฉียนสั่งซื้อเครื่องสกัด Soxhlet, เครื่องกำเนิดก๊าซ Kipp, ถังปฏิกรณ์แก้วสองชั้นขนาด 5 ลิตร และอุปกรณ์วิเคราะห์ต่างๆ แบบครบชุด เล่นเอาผู้จัดการแทบจะปูพรมแดงต้อนรับ

เซี่ยงเฉียนรูดบัตรจ่ายเงินแบบไม่ต่อราคา ให้ไปส่งที่บ้าน แล้วก็ขับรถออกมา

ขากลับบ้าน เขาขับผ่านสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งหนึ่ง ทันใดนั้นภาพของใครบางคนก็แวบเข้ามาในหัว

เอี๊ยด!

เซี่ยงเฉียนเบรกตัวโก่ง กลับรถกลางถนนแบบไม่สนกฎจราจร เลี้ยวเข้าไปในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าทันที

……………….

จบบทที่ 7 - สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า

คัดลอกลิงก์แล้ว