เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 143

Divine King Of All Directions - 143

Divine King Of All Directions - 143


Divine King Of All Directions - 143

 

เลือดได้เจิ่งนองไปทั่วพื้นขณะที่ผู้คนโดยรอบต่างนิ่งเงียบไปเหมือนป่าช้า

ึ"ฆ่า..จริงๆด้วย ! "

"นี่ ..... "

"สุดยอด โหดเหี้ยมสุดๆ "

หลายๆคนได้แต่พูดออกมาพลางอดกลืนน้ำลายไม่ได้

พวกเขาได้จ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยสีหน้าที่หวาดหวั่นไปตามๆกันเหมือนว่ากำลังมองไปที่คนบ้าที่โหดเหี้ยม ! สังหารนายน้อยตระกูลเหล็งต่อหน้าทุกคนในไม่กี่วันมานี้ยังไม่พอแต่ตอนนี้กลับยังฆ่าคนในสำนักอีก !

หลินเทียนได้กวาดตามองไปยังศพของเซี่ยหวูอย่างไม่แยแสก่อนที่จะมองออกไปยังศิษย์ด้านนอก

เมื่อต้องเผชิญกับสายตาที่น่าสยดสยองของหลินเทียนแล้วพวกเขาต่างสั่นสะท้านไปตามๆกัน

"พี่เขย ท่าน......"

ซินเชิงหยุนเองก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่เป็นกังวลออกมา

หลินเทียนได้หยุดเท้าลงพร้อมกับพูดออกมาว่า

"มีคนคอยจัดการ ? ข้าอยากจะฝังสัตว์ขี่ของข้า "

ซูชูวนั้นเป็นเพื่อนรักของเขาและเมื่อรู้ว่าเขาต้องไปที่เมืองหลวงนั้นถึงได้ใช้เวลาหลายวันฝึกม้านิลมังกรให้กับเขาและเขาเองก็ดูแลมันอย่างดีแต่ไม่คิดเลยว่าหลังจากที่มาถึงได้ไม่นานแล้วมันจะถูกฆ่าตายแบบโหดเหี้ยมในสำนักนี้

"มีสิ พี่เขยไม่ต้องเป็นห่วง ยกหน้าที่ให้ข้าจัดการเอง "

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมา

หลินเทียนได้พยักหน้าตอบกลับก่อนที่จะเดินออกไปทางคอกม้าพร้อมๆกับซินเชิงหยุน

ด้านนอกที่พักนั้นศิษย์ทั้งหลายที่เห็นร่างของหลินเทียนกำลังเดินมาเองก็ได้แต่มีสีหน้าเปลี่ยนไปพร้อมทั้งเปิดทางให้ทันที

ไม่นานหลินเทียนและซินเชิงหยุนก็ได้เดินหายไป

หลายๆคนได้แต่มองไปยังเศษซากศพของเซี่ หวูที่กำลังนอนจมกองเลือดอยู่ด้วยสีหน้าที่หวาดหวั่นและศิษย์ผู้หญิงหลายคนได้แต่อาเจียนออกมา

"โหดเหี้ยมมากๆ ! "

"เรื่องนี้ต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ "

"ครั้งนี้ไม่รู้ว่าทางสำนักจะจัดการอย่างไรเหมือนกัน ก่อนหน้านี้ผู้อาวุโสฮานเองก็ได้บอกเอาไว้แล้วว่าหากสังหารศิษย์ร่วมสำนักอีกต่อให้มีตรามังกรก็ช่วยไม่ได้ "

หนึ่งในพวกเขาได้พูดออกมา

แน่นอนว่าหลินเทียนไม่ได้ยินคำพูดเหล่านี้ , ตอนนี้เขาได้เดินไปถึงคอกม้าพร้อมๆกับซินเชิงหยุนแล้ว

เมื่อจ้องมองไปยังศพของม้านิลมังกรแล้วหลินเทียนก็ได้แต่เงียบไป

"พี่เขย ข้าจะจัดการให้ทันที "

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมา

ซินเชิงหยุนนั้นรู้จักคนในเมืองหลวงดีดังนั้นหลังจากที่แจ้งออกไปไม่นานก็มีคนรีบตามมาย้ายศพของม้านิลมังกรไปและให้สัญญาว่าจะฝังมันอย่างดี

หลินเทียนได้แต่มองไปทางซินเชิงหยุนพร้อมกับพูดว่า

"ขอบคุณ "

"พี่เขยไม่ต้องสุภาพก็ได้เพราะว่าพี่สาวได้บอกข้ามาว่าพี่จะเป็นปกป้องข้าที่นี่ หากว่าพี่ต้องการอะไรอีกข้าก็จะทำอย่างเต็มที่ "

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมา

หลินเทียนได้ยิ้มตอบและรู้สึกว่าพี่ต้องตระกูลนี้มันน่าสนใจจริงๆ

"หากว่าหลังจากนี้ได้พบกับพี่เจ้าอีกข้าจะขอบคุณนางเอง"

"ไม่เป็นไรหรอก ! ถึงอย่างไรเราก็เป็นครอบครัวเดียวกันอยู่แล้ว"

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมา

หลินเทียน

"......."

เขาได้พูดคุยกับซฺนเชิงหยุนเล็กน้อยและมันทำให้เขารู้สึกดีขึ้นมาก

เมื่อยืนอยู่สักพักเขาก็ได้ส่ายศีรษะไปมาพร้อมทั้งเดินกลับไปทางที่พักซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่ถึงช่วงเย็นแต่เขาก็ไม่มีอารมณ์จะไปบ่มเพาะพลังแล้ว

ซินเชิงหยุนได้ตามหลังเขาไปด้วยสีหน้าที่เป็นกังวลเหมือนจะพูดอะไรแต่ก็ยังลังเล

"อะไร ? "

หลินเทียนได้ถามออกมา

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมาด้วยความลังเลว่า

"ก็พี่เขยฆ่าคนในสำนักและแม้ว่าเจ้านั่นมันจะสมควรตายแต่ทางสำนักก็คง........"

ซินเชิงหยุนไม่ได้พูดอะไรต่อแต่หลินเทียนก็เข้าใจความหมายของมันดี

"หากว่าถึงตอนนั้นแล้วทำอะไรไม่ได้ข้าก็จะไปจากที่นี่ "

หลินเทียนได้พูดออกมา

ความจริงแล้วเขาไม่ได้กังวลอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้มากนักเพราะแม้ว่าจะไม่มีตรามังกรแต่เขาเป็นสมาชิกของสมาคมปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมของเมืองหลวงดังนั้นหากว่าหมดหนทางแล้วจริงๆเขาก็จะยกเอาสถานะนี้ขึ้นมาและเชื่อว่าอย่างน้อยๆทางสำนักก็ต้องไว้หน้าเพราะว่าทางสมาคมนั้นเป็นตัวตนที่น่ากลัวมากๆ

"ข้า....."

ซินเชิงหยุนได้แต่ตกอยู่ในภวังค์

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาพร้อมกับพูดว่า

"ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก ข้าไม่ตายง่ายๆหรอกหน่า "

"นั่นก็จริงนะ "

ซินเชิงหยุนได้นึกถึงบางสิ่งพร้อมกับพูดออกมาว่า

"เวลาที่พี่สาวของข้าพูดถึงพี่เขยก็มักจะดูเหมือนว่าพี่มีอำนาจมากๆ ข้าเชื่อว่าด้วยสายตาของพี่ข้าแล้วนางต้องไม่มองคนผิดอย่างแน่นอน "

หลินเทียน

"......."

เขาได้แต่ยิ้มออกมาพร้อมกับเดินไปทางที่พัก

ซินเชิงหยุนก็ยังคนเดินตามหลังหลินเทียนกลับไปกับเขา

............

ณ ตอนนี้ที่หน้าทางเข้าสำนักเป่ยหยานมีรถเกี้ยวสีม่วงหยุดนิ่งอยู่

ด้านนอกมันดูหรูหราตกแต่งด้วยทองคำแท้ให้ความรู้สึกสง่าเป็นอย่างมาก

ภายในรถเกี้ยวนั้นมีชายหนุ่มและชายชราเดินออกมาก่อนที่จะยืดเส้นยืดสาย

"สำนักเป่ยหยาน ข้ามาแล้ว ! "

ชายหนุ่มคนนั้นได้พูดออกมา

ชายชราที่เป็นคนรับใช้เองก็ได้สั่งให้คนนำรถเกี้ยวไปเก็บที่คอกม้าพร้อมทั้งยืนอยู่ข้างๆชายหนุ่มอย่างสงบเสงี่ยม

"เฒ่าหลี่ เจ้าเพื่อนคนนั้นเขามาเข้าเป็นศิษย์ที่นี่จริงๆ ? "

ชายหนุ่มได้ถามออกมา

"หากว่าข้อมูลที่เราได้มาไม่มีอะไรผิดพลาดน้องชายคนนั้นก็เป็นศิษย์ของที่นี่อย่างแน่นอนขอรับ "

ชายชราได้พูดออกมา

ชายหนุ่มเองก็ได้แสดงแววตาที่เปล่งประกายออกมาพร้อมกับพูดว่า

"ไปกันเถอะ ไม่ได้พบกันนานแล้วข้าล่ะคิดถึงเขาจริงๆ "

..........

ที่พัก , หลินเทียนได้กลับไปถึงที่พักของเขาพร้อมๆกับซินเชิงหยุน

"พี่เขย ตอนนี้ท่านอยู่ในเขตแดนอะไรกัน ? ได้ข่าวมาว่าเซี่ยหวูนั้นอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 3 แต่ไม่สามารถตอบโต้พี่ได้เลยแม้แต่น้อย หรือว่าท่านอยู่ในระดับ 4 แล้ว ? "

ซินเชิงหยุนได้ถามออกมา

"อื้ม "

หลินเทียนได้ตอบกลับ

แม้ว่าซินเชิงหยุนจะเดาเอาไว้ก่อนแล้วแต่หลังจากที่ได้ยินจากปากของหลินเทียนแล้วเขาก็ยังต้องรู้สึกประหลาดใจ

ทันใดนั้นเองที่ท่าทางของเขาก็ได้แสดงสีหน้าที่ตกต่ำออกมา

"เป็นอะไร ? "

หลินเทียนได้ถามออกมา

ซินเชิงหยุนได้ยิ้มออกมาพร้อมกับพูดว่า

"ความต่างชั้นของคนเรานี่มันต่างกันมากจริงๆ ตอนนี้ข้าเองก็อายุไม่ได้ห่างจากท่านมากแต่กลับอยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 7 เท่านั้นทว่าพี่เขยกลับอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 4 แล้ว นี่มันห่างกันถึง 6 ระดับเลยนะ "

หลินเทียนได้แต่ชะงักไปก่อนที่จะยิ้มออกมา

"เรื่องการบ่มเพาะนี่ไม่ต้องรีบร้อนหรอก ให้พูดตามตรงแล้วด้วยอายุ 16 ปีเท่าเจ้าแต่อยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 7นี้ก็แข็งแกร่งมากแล้ว ตอนที่ข้าอายุเท่าเจ้าข้ายังไม่ได้บ่มเพาะด้วยซ้ำ "

เขาได้พูดออกมา

"จริงๆงั้นรึ ? "

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมาด้วยท่าทางที่มีความสุข

"แน่นอนว่าจริงๆ "

หลินเทียนได้พูดออกมา

หลังจากที่ได้รับคำชมจากหลินเทียนแล้วซินเชิงหยุนก็มีความสุขอย่างมากแต่หลังจากที่ครุ่นคิดสักพักท่าทางมีความสุขของเขาก็สลายไปทันที

"ท่านพี่ ท่านนี่มันทำร้ายจิตใจข้าจริงๆ แสดงว่าท่านนี่ตัดผ่านมาถึงระดับนี้ได้ภายในไม่กี่เดือนนี่มันทำร้ายจิตใจข้าชัดๆ ! "

หลินเทียนได้แต่แสดงสีหน้าที่อับอายออกมาและไม่รู้ว่าควรจะตอบกลับอย่างไรดี

"ปึ้ก ! "

เสียงเคาะประตูได้ดังขึ้น

ซินเชิงหยุนได้กระโดดขึ้นมาพร้อมทั้งพูดว่า

"เป็นคนของสำนัก ? ท่านจะทำอย่างไรดี ? "

"ไม่เป็นไรหรอก "

หลินเทียนได้บอกให้เขาไม่ต้องกระวนกระวายก่อนที่จะเดินไปที่ประตู

หลังจากที่เห็นคนที่อยู่ด้านนอกแล้วท่าทางของเขาก็เปลี่ยนไปทันที

"เฮ้เพื่อน เราพบกันอีกแล้วนะ ! "

ชายหนุ่มชุดจีนและชายชราที่อยู่ด้านนอกได้เดินเข้ามาทักทายกับเขา

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยท่าทางประหลาดใจว่า

"เจ้าเอง ! เจ้ามาเข้าเป็นศิษย์สำนักนี่ด้วยงั้นรึ ? "

ชายชราและชายหนุ่มคนนี้ก็ไม่ใช่ใครอื่นซึ่งพวกเขาก็คือคนรู้จักของหลินเทียนสมัยตอนที่เขาฝึกทักษะกระบี่สายฟ้ามรกตและบังเอิญไปช่วยชีวิตพวกเขาเอาไว้และหลังจากนั้นก็ได้รับความช่วยเหลือจากพวกเขาเพื่อถูกตระกูลโม่ไล่ล่า

จูยี่ได้ตอบกลับด้วยรอยยิ้มว่า

"อื้ม ใช่แล้ว "

ก่อนหน้านี้ตอนที่พวกเขาได้เอารถเกี้ยวไปเก็บที่คอกม้านั้นก็ได้สอบถามเกี่ยวกับที่อยู่ของหลินเทียน

"แล้วนี่น้องชายจะไม่ให้เราเข้าไปหน่อยรึ ? "

ชายชราได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

หลินเทียนได้แต่ชะงักไปพร้อมกับเปิดประตูแล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า

"ต้องขออภัยด้วยจริงๆ ข้าตกตะลึงจนลืมตัวไปหน่อย "

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้เชิญทั้ง 2 คนเข้ามาในห้องแล้วปิดประตูลง

"ท่านพี่เขย ไม่ใช่คนของทางสำนัก ? "

ซินเชิงหยุนได้เดินออกมาจากด้านในและหลังจากที่สายตาของเขาตกไปที่ร่างของชายหนุ่มชุดจีนนั้นสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างมากพลางพูดออกมาด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักว่า

"จะ จะ จะ.......... องค์ชายที่ 9 ! "

เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้วท่าทางของหลินเทียนก็เปลี่ยนไปทันที

"องค์ชาย 9 ? "

เขาได้มองไปทางซินเชิงหยุนก่อนที่จะหันกลับไปมองที่ชายหนุ่ม

ซินเชิงหยุนได้แต่พูดออกมาด้วยน้ำเสียงกระซิบว่า

"ท่านไม่รู้ถึงสถานะขององค์ชายคนเล็กสุดงั้นรึ ? "

หลินเทียนได้แต่ผงะไปเพราะเขาไม่รู้จริงๆและตอนนี้เองที่เจาตระหนักได้ถึงเรื่องก่อนหน้านี้ที่พวกเขาเดินออกจากป่าทมิฬไปพร้อมๆกับคนของจูยี่ซึ่งหลังจากที่ได้หยิบเอาตราออกมาแล้วก็ทำให้ผู้เชี่ยวชาญตระกูลโม่ทั้งหลายแสดงสีหน้าที่เคารพออกมาทันที ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่ามันเรื่องอะไรกันแน่

"เป็นองค์ชายจริงๆ ? "

หลินเทียนได้มองไปทางจูยี่

จูยี่ได้พยักหน้าพร้อมกับตอบกลับอย่างอึดอัดว่า

"ก่อนหน้านี้ต้องขอโทษเจ้าด้วยที่ปิดบังตัวตนไป ข้าไม่ได้จงใจทำแบบนั้น "

"ไม่เป็นไรหรอก "

หลินเทียนได้ส่ายศีรษะพร้อมกับพูดว่า

"แล้วข้าจำเป็นต้องทำความเคารพเจ้าด้วยไหม ? "

จูยี่ได้ชะงักไปก่อนที่จะพูดออกมาว่า

"เฮ้เพื่อน พูดเหมือนคนอื่นคนไกลไปได้ ก่อนหน้านี้เราอยู่ด้วยกันอย่างไรก็อยู่อย่า นั้นแหละ ชื่อองค์ชายมันก็เป็นเพียงสถานะเท่านั้น ไม่ได้มีความหมายอะไรเลย "

"งั้นก็เอาตามนั้นแหละ "

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้มเพราะว่าให้พูดตามความจริงแล้วหากจะให้เขาทำความเคารพจูยี่นี่มันก็รู้สึกอึดอัดแปลกๆ

ซินเชิงหยุนได้เดินเข้ามาพร้อมกับพูดว่า

"องค์เหนือหัวที่ 9 นี่คือพี่เขยของข้า "

"พี่เขย ? "จูยี่ได้แสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมาพร้อมกับพูดว่า

"แล้วพี่สาวเจ้าไปแต่งงานตอนไหนกัน ? "

เมื่อพูดจบแล้วเขาก็ได้หันมายกนิ้วให้กับหลินเทียนพลางพูดว่า

"เจ้านี่สุดยอดไปเลยนะที่สามารถกำราบหญิงอารมณ์ร้ายตระกูลซินได้ นี่มันไม่ใช่เรื่องที่คนธรรมดาจะทำได้เลยนะ ! อย่างไรก็ตามเจ้าไปแต่งกันตอนไหน ? ข้าไม่เห็นได้ยินข่าวเลย "

ในเมืองหลวงนี้มีตระกูลผู้บ่มเพาะอยู่ 3 ตระกูลซึ่งแยกออกเป็นตระกูลต๊วน ตระกูลเจียงและตระกูลเหล็งและรองลงมาจากตระกูลเหล่านี้ก็คือตระกูลพ่อค้าอย่างตระกูลซินซึ่งมีข่าวลือว่าตระกูลซินนี้ร่ำรวยอย่างมากซึ่งจูยี่ที่เป็นองค์ชายเองก็รู้เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้เป็นอย่างดีถึงได้รู้จักสองพี่น้องตระกูลซิน

หลินเทียนได้กวาดตามองไปทางซินเชิงหยุนพร้อมกับพูดว่า

"เปล่าๆๆๆ นี่เป็นเรื่องเข้าใจผิด"

จูยี่ได้แสดงสีหน้าที่สงสัยออกมาก่อนที่จะมองไปทางซินเชิงหยุน

"ตอนนี้ยังไม่แต่งแต่หลังจากนี้แต่งแน่นอน ! "

ซินเชิงหยุนได้ตบหน้าอกของเขา

หลินเทียน

"........"

ณ ตอนนี้หลินเทียนก็ได้อธิบายเรื่องราวของเขาและซินเหยาให้จูยี่ฟังแบบคร่าวๆ

"ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง "

จูยี่ได้ทำความเข้าใจก่อนที่จะมองไปทางหลินเทียนแล้วพูดว่า

"อ่อใช่ ก่อนที่จะมาถึงข้าได้ยินมาว่าเจ้าฆ่านายน้อยตระกูลเหล็งไปตอนทดสอบ ? และไม่นานมานี้ตอนที่ข้าถามที่อยู่เจ้าก็ได้ยินมาด้วยว่าเจ้าเพิ่งฆ่าศิษย์สำนักไปอีกคนด้วย ? "

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 143

คัดลอกลิงก์แล้ว