เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 144

Divine King Of All Directions - 144

Divine King Of All Directions - 144


Divine King Of All Directions - 144

 

หลินเทียนไม่ได้ปิดบังอะไรพร้อมกับพยักหน้าตอบ

"ทำไมล่ะ ? "

จูยี่ได้ถามอออกมา

"ไอ้ระยำนั่นมันรนหาที่ตายเอง ! "

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมาพร้อมกับพูดต่อด้วยท่าทางโกรธจัดว่า

"ตอนที่พี่เขยจะมาที่เมืองหลวงนั้นเพื่อนรักของเขาได้ใช้เวลาตั้งหลายวันเพื่อฝึกให้ม้านิลมังกรเชื่องเพื่อให้พี่เขยเป็นของขวัญแถมมันเองก็ยังมีความเป็นมนุษย์แล้วด้วย ก่อนหน้านี้ข้าอยากจะขี่มันก็ไม่ยอมและยอมรับเพียงตัวพี่เขยเพียงคนเดียวเท่านั้นแต่กลับถูกฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม........."

ณ ตอนนี้ซินเชิงหยุนก็ได้อธิบายเรื่องราวทั้งหมดออกมา

จูยี่ที่ฟังอยู่เองก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่ไม่สบอารมณ์ออกมาพร้อมทั้งพูดว่า

"ชั่วร้ายจริงๆนั่นแหละ "

ชายชราที่อยู่ด้านหลังเองก็ได้จ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยท่าทางที่ประหลาดใจมากๆ

"น้องชายสามารถทำเพื่อสัตว์ขี่ได้ขนาดนี้นี่ข้าขอยอมรับนับถือเลยจริงๆ "

ชายชราได้พูดออกมา

หลินเทียนได้แต่ส่ายศีรษะไปเพราะว่าซูชูวนั้นเป็นเพื่อนรักของเขาแถมน้องสาวเขาก็ฝากให้นางช่วยดูแลทว่าเขาไม่สามารถปกป้องของขวัญของนางเอาไว้ได้นี่มันทำให้เขารู้สึกว่าเขาทำผิดต่อนางเป็นอย่างมาก

!

ณ ตอนนี้เองที่ประตูได้ถูกผลักออกอย่างดังก่อนที่ร่างหลายร่างจะพุ่งเข้ามาด้วยท่าทางโกรธจัด

"หลินเทียน ! "

ชายวัยกลางคน 2 คนอย่างฮานเฮอและหลุยหลานได้คำรามออกมา

พวกเขาโกรธจัดเป็นอย่างมากเพราะว่าก่อนหน้านี้หลินเทียนได้ลงมือสังหารเหล็งอี้ทงต่อหน้าทุกคนในการประลองและตอนนั้นมันเป็นเพราะว่าหลินเทียนได้ถือครองตรามังกรถึงได้เห็นแก่เรื่องที่หลินเทียนมีพรสวรรค์จึงได้ละเว้นโทษให้แต่หลังจากที่ผ่านมาได้ไม่กี่วันหลินเทียนกลับลงมือฆ่าคนอีกแล้ว !

ตั้งแต่ที่สำนักได้ก่อตั้งมาไม่เคยมีใครที่อวดดีขนาดนี้มาก่อนเลยด้วยซ้ำ !

หลังจากที่พวกเขาได้เข้ามาด้วยสีหน้าที่โกรธจัดแล้วเมื่อสายตาได้ตกไปยังจูยี่ท่าทางของพวกเขาก็เปลี่ยนไปทันทีพลางพูดออกมาว่า

"องค์ชายที่ 9 ? "

จูยี่ได้พยักหน้าพร้อมกับโค้งตัวแล้วพูดว่า

"ผู้อาวุโสฮาน ผู้อาวุโสหลุย "

แม้ว่าจูยี่จะเป็นองค์ชายแต่ผู้อาวุโสของสำนักเป่ยหยานแต่ละคนนั้นมีความแข็งแกร่งมากๆและเกือบทุกคนล้วนอยู่ในเขตแดนผู้รอบรู้ซึ่งความแข็งแกร่งระดับนี้ต่อให้เป็นจักรพรรดิก็ยังให้ความเคารพดังนั้นถึงได้บอกว่าต่อให้หลินเทียนถือครองตรามังกรแต่ทางผู้อาวุโสก็ไม่จำเป็นต้องละเว้นโทษของหลินเทียนก็ได้

ฮานเฮอและหลุยหลานได้ป้องมือพร้อมกับทักทายเขา

ทันใดนั้นเองที่พวกเขาได้มองไปทางหลินเทียนด้วยท่าทางที่โกรธจัดพลางพูดว่า

"หลินเทียน เจ้ากล้าดีนักนะ ! "

เมื่อจ้องมองไปยังหลินเทียนแล้วพวกเขาก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่เย็นชาออกมา

แน่นอนว่าพรสวรรค์ของหลินเทียนสูงมากๆ อายุ 16 ปี พรสวรรค์ระดับ 9 ดารา ปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมระดับ 3 นี่มันเป็นสัตว์ประหลาดชัดๆแต่ถึงอย่างไรเขาก็ทำเกินไปเหมือนว่ากฎเหล็กของสำนักไม่ถือเป็นอะไรด้วยซ้ำ !

"ผู้อาวุโสทั้ง 2 ข้ามีคำอธิบายสำหรับเรื่องในวันนี้ "

หลินเทียนได้ตอบกลับไป

ฮานเฮอได้คำรามออกมาด้วยความโกรธว่า

"สังหารศิษย์ร่วมสำนักแล้วยังกล้าบอกว่ามีคำอธิบายอีกงั้นรึ ! "

"ข้ามีคำอธิบาย ! "

หลินเทียนได้พยักหน้าตอบ

กิริยาที่หลินเทียนกำลังแสดงอยู่นี้ทำให้ทั้ง 2 โกรธจัดยิ่งกว่าเดิม

ณ ตอนนี้เองที่จูยี่ได้พูดออกมาว่า

"ท่านผู้อาวุโส ระหว่างทางที่ข้ามาที่นี่ก็ได้ยินข่าวลือมาเยอะมากๆแต่หลังจากที่ข้าได้ถามไถ่เรื่องราวต่างๆแล้วก็พบว่าเรื่องนี้เพื่อนของข้าไม่ได้ผิดนะ "

"ไอ้ระยำนั่นมันรนหาที่ตายเองต่างหาก ! "

ซินเชิงหยุนได้คำรามออกมา

ณ ตอนนี้ซินเชิงหยุนก็ได้อธิบายเรื่องราวต่างๆออกไปทั่งหมด

ฮานเฮอและหลุยหลานเองก็ได้แต่ขมวดคิ้วไป

"แม้ว่าจะเป็นแบบนั้นแต่เจ้าก็ไม่สามารถลงมือสังหารได้! แม้ว่าม้านิลมังกรของเจ้าจะสำคัญก็จริงแต่มันก็เป็นเพียงสัตว์อสูรเท่านั้น การลงมือสังหารศิษย์ร่วมสำนักเพื่อสัตว์อสูรนี่มันทำเกินไป ! "

หลุยหลานได้พูดออกมา

"แค่สัตว์อสูร ? "

หลินเทียนได้จ้องมองไปทางเขาพร้อมกับพูดออกมาว่า

"งั้นข้าขอถามอะไรท่านหน่อยแล้วกัน หากว่าเปลี่ยนท่านเป็นข้าแล้วทางสำนักมีกฎห้ามสังหารศิษย์ร่วมสำนักเช่นกันแต่เพื่อนรักของท่านได้ใช้เวลามากมายเพื่อฝึกสัตว์ขี่ให้ท่านแต่มันกลับถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยมท่านจะทำอย่างไร ? "

"ข้าก็จะฆ่ามัน ! "

หลุยหลานได้พูดออกมาพลางพูดต่อว่า

"แต่น่าเสียดายที่ถึงอย่างไรทางสำนักก็ยังมีกฎนี้อยู่ดี "

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาพร้อมกับพูดว่า

"ดังนั้นสรุปแล้วท่านสนแต่ว่าเรื่องห้ามฆ่าศิษย์ร่วมสำนักโดยไม่สนเหตุผล ? สิ่งที่พวกท่านสนอย่างเดียวคือกฎ ? "

"เจ้า....."

หลุยหลานได้มีท่าทางเปลี่ยนไปเป็นน่าเกลียดโดยทันที

"ม้านิลมังกรนั่นเป็นสัตว์อสูรที่เพื่อนรักของข้ามอบให้และนางก็ได้ช่วยเหลือข้ามามากมายแต่ตอนนี้มันกลับถูกสังหารและเพื่อคำว่า กฎ ของพวกท่านข้าจำต้องยอมกลืนการดูถูกนี้ ? หากว่ามันเป็นแบบนั้นแล้วในอนาคตจะให้ข้าเอาหน้าไปไว้ที่ไหนตอนที่ข้าพบกับเพื่อนของข้า หรือว่าทางสำนักนี้สอนให้พวกเราไม่สนใจเรื่องมิตรภาพ ? "

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยท่าทางราบเรียบ

ฮานเฮอและหลุยหลานเองก็ได้มีท่าทางเปลี่ยนไปอย่างมากเพราะไม่คิดเลยว่าหลินเทียนจะสามารถพูดทิ่มแทงได้ขนาดนี้ พวกเขาไม่สามารถปฏิเสธอะไรได้เลยแม้แต่น้อย

"สมแล้วที่เป็นพี่เขย ขนาดผู้อาวุโสยังต้องเงิบไปเลย ! "

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมาด้วยเสียงกระซิบ

ฮานเฮอและหลุยหลานเองก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่ซีดเผือดออกมาและไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อดี

ณ ตอนนี้จูยี่ได้ก้าวออกไปพร้อมกับพูดว่า

"ผู้อาวุโสฮาน ผู้อาวุโสหลุย ข้าว่าเรื่องนี้มันไม่สามารถโทษเพื่อนของข้าได้นะแถมที่เขาพูดเองก็ยังถูกต้องด้วย ทางสำนักของเราไม่ได้สอนให้เห็นกฎดีกว่ามิตรภาพนะและข้าขอให้เห็นแก่หน้าของข้าแล้วปล่อยเพื่อนของข้าไปสักครั้งได้ไหม ? "

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับฮานเฮอและหลุยหลานนั้นจูยี่ได้พูดออกมาด้วยท่าทางสุภาพมากๆ

ฮานเฮอได้แต่จ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยสีหน้าที่น่าเกลียดพร้อมทั้งปรึกษากันเล็กน้อยก่อนที่จะถอนหายใจออกมาแล้วพูดว่า

"ในเมื่อองค์ชายร้องขอแบบนี้แล้วงั้นก็จบเรื่องนี้แล้วกัน "

ฮานเฮอได้มองไปทางหลินเทียนอีกครั้งพร้อมกับพูดว่า

"เจ้าหนู เรายอมรับว่าสิ่งที่เจ้าพูดมันถูกต้องและคนที่ไม่เห็นค่าของมิตรภาพนั้นไม่ใช่หัวกะทิที่ทางสำนักของเราต้องการจะสร้างขึ้นแต่ถึงอย่างไรก็ตามที่นี่ก็ยังมีกฎของมัน เจ้าคิดดูสิว่าหากศิษย์ทั้งหลายสังหารเพื่อแย่งชิงอำนาจกันแล้วทางสำนักจะไม่ตกอยู่ในหายนะ ? ดังนั้นหลังจากนี้ก็จำเอาไว้ด้วยว่าห้ามละเมิดกฎนี้อีกเป็นอันขาดและหากว่าเจ้ากล้าทำอีกครั้งแม้ว่าเจ้าจะมีพรสวรรค์แต่เราก็จะจัดการกับเจ้า ! "

ฮานเฮอได้พูดออกมาด้วยท่าทางที่จริงจังอย่างมาก

"ขอบคุณผู้อาวุโส "

หลินเทียนได้คำความเคารพก่อนที่จะพูดต่อว่า

"ข้าสัญญาได้แค่ว่าหากไม่มีใครมาสร้างปัญหาให้กับข้าด้วยตัวเองเท่านั้นแต่หากว่ามีคนที่กล้ามาก่อปัญหาข้าก็ไม่รับประกันว่าจะละเมิดกฎอีกหรือไม่ อย่างน้อยๆข้าจะฆ่าเหล็งเฟิงซึ่งเขาเองก็มีความคิดจะฆ่าข้าเหมือนกัน "

"เจ้า ! "

ฮานเฮอได้โกรธจัดไปโดยทันทีส่วนหลุยหลานเองก็ได้แต่ยิ้มออกมาอย่างขมขื่น

เขาได้แตะฮานเฮอเอาไว้พร้อมกับพูดกับหลินเทียนว่า

"เรื่องของเจ้ากับตระกูลเหล็งก็จัดการกันเองแล้วกัน "

ฮานเฮอได้มองไปทางหลุยหลานก่อนที่จะถอนหายใจออกมาเช่นกัน

แน่นอนว่าพวกเขาได้สืบสวนเรื่องราวทั้งหมดตอนที่ทดสอบกันแล้วและมันก็เป็นจริงที่ว่าทางเหล็งเฟิงได้แอบนำผู้เชี่ยวชาญของตระกูลตัวเองเข้าไปลอบสังหารหลินเทียนในป่าซึ่งเรื่องแบบนี้มันขัดต่อกฎของสำนักและที่ยิ่งไปกว่านั้นคือที่หลินเทียนพูดก็เป็นความจริงอีกด้วย หลินเทียนได้สังหารเหล็งอี้ทงไปแล้วดังนั้นตระกูลเหล็งจะต้องไม่ยอมหยุดอย่างแน่นอนและมันก็เป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะห้ามปรามอีกฝ่ายดังนั้นพวกเขาจะมีคุณสมบัติอะไรไปห้ามหลินเทียน ?

"ข้าเข้าใจแล้ว "

หลินเทียนได้ทำความเคารพออกมา

หลุยหลานได้พยักหน้าพร้อมกับมองไปทางจูยี่แล้วพูดว่า

"องค์ชาย 9 ที่มาบ่มเพาะในสำนักครั้งนี้ต้องการให้พวกข้าเตรียมการอะไรให้ ? "

แม้ว่าหลุยหลานและฮานเฮอจะแข็งแกร่งก็จริงแต่พวกเขาก็ต้องให้ความเคารพกับทางราชวงดังนั้นถึงได้ให้ความเคารพกับจูยี่

"ไม่จำเป็น ข้าก็บ่มเพาะไปแบบสบายๆนี่แหละ "

จูยี่ได้พูดออกมา

"ได้ หากว่ามีอะไรก็แจ้งพวกข้าได้ทุกเมื่อ "

หลุยหลานได้พูดออกมา

หลังจากที่พูดจบแล้วพวกเขาก็ได้มองไปทางหลินเทียนก่อนที่จะเดินออกไป

หลินเทียนก็ไม่กล้าที่จะปีนเกลียวดังนั้นถึงได้เดินไปส่งพวกเขาด้วยตัวเอง

ครั้งนี้มีผู้คนมากมายรายล้อมอยู่รอบๆที่พักของเขาซึ่งการมาของผู้อาวุโสทั้ง 2 ในครั้งนี้ยังมาพร้อมกับเจ้าหน้าที่ลงทัณฑ์กว่า 10 คนด้วยดังนั้นพวกเขาทั้งหมดถึงได้รู้ถึงเป้าหมายของผู้อาวุโสทั้ง 2 เป็นอย่างดีว่าต้องการมาจัดการเรื่องที่หลินเทียนลงมือสังหารเซี่ยหวูและเป็นเหตุให้พวกเขามามุงดูกัน

"ออกมาแล้ว !"

"อื่ม ? ทำไมไม่เห็นเอาหลินเทียนมาด้วย ? "

"ทำไมผู้อาวุโสทั้ง 2 ถึงได้จากไปแบบนั้น ? "

"เจ้าหน้าที่ตำหนักลงทัณฑ์เองก็กลับไปด้วยกันแบบนี้โดยที่ไม่จัดการเรื่องบทลงโทษของหลินเทียน ? "

"นี่........."

เมื่อเห็นว่าฮานเฮอและหลุยหลานได้เดินออกไปจากที่พักของหลินเทียนแล้วผู้คนรอบข้างต่างแสดงสีหน้าที่ตกตะลึงออกมา

ศพของเซี่ยหวูได้ถูกเก็บกวาดไปแล้วและเมื่อจ้องมองไปยังร่างของผู้อาวุโสทั้ง 2 ที่กำลังเดินจากไปแล้วพวกเขาก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมา

พวกเขาเห็นด้วยตาตัวเองอย่างชัดเจนว่าผู้อาวุโสทั้ง 2 ได้เดินออกมาโดยที่หลินเทียนเป็นคนเดินออกมาส่ง

"ในที่สุดก็ผ่านไปได้สักที "

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมาหลังจากที่ได้ระบายความโกรธ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้อาวุโสทั้ง 2 นั้นมันทำให้เขากระวนกระวายเป็นอย่างมาก

หลินเทียนได้มองไปทางจูยี่พร้อมกับพูดว่า

"ก่อนหน้านี้ขอบคุณมากๆที่ออกหน้าแทนข้า "

จูยี่เองก็ได้ส่ายศีรษะพร้อมกับตอบว่า

"ไม่ต้องสุภาพไปหรอก ยิ่งไปกว่านั้นข้าเองก็ไม่ได้ทำอะไรเลยด้วยเพราะที่จริงๆแล้วสิ่งที่เจ้าทำมันถูกต้อง หากว่าไม่ใช่แบบนั้นแล้วจริงๆผู้อาวุโสทั้ง 2 ก็ไม่จำเป็นต้องไว้หน้าข้าหรอก "

ซินเชิงหยุนได้กรอกตาพร้อมกับพูดว่า

"พี่เขย ข้าก็ช่วยพูดให้ท่านนะ ! "

"เจ้าไม่ได้บอกว่าครอบครัวเดียวกันไม่ต้องเกรงใจงั้นรึ ? "

หลินเทียนได้หยอกล้อออกไป

"ก็ใช่แหะ ข้าลืมเอง "

ซินเชิงหยุนได้แสดงดวงตาที่เปล่งประกายออกมาพร้อมกับพูดต่อด้วยรอยยิ้มว่า

"ข้ารู้แล้วว่าท่านกับพี่สาวข้าต้องมีอะไรลับลมคมในแน่นอนแต่ก่อนหน้านี้ท่านอายถึงได้เปิดเผยมาตอนนี้ ! "

หลินเทียน

"........."

เจ้านี่มันเป็นน้องชายของซินเหยาจริงๆ ? ทำไมถึงได้กล้าพูดว่าพี่สาวตัวเองมีอะไรกับเขา

หลินเทียนได้แต่มองไปทางจูยี่ด้วยท่าทางหมดคำพูดพร้อมกับพูดถามว่า

"อ่อใช่ เจ้ามาที่นี่เพื่อบ่มเพาะเท่านั้น ? "

"อื้ม มาบ่มเพาะเป็นครั้งคราวเท่านั้นแหละ ไม่ได้อาศัยอยู่ที่สำนักนี้ "

จูยี่ได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

หลินเทียนเองก็พอเดาได้เพราะว่าตัวของซินเชิงหยุนเองก็ไม่ได้พักภายในสำนักเช่นกัน

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 144

คัดลอกลิงก์แล้ว