เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 141

Divine King Of All Directions - 141

Divine King Of All Directions - 141


Divine King Of All Directions - 141

 

ยังเหลือเวลาอีกเยอะกว่าจะค่ำดังนั้นหลินเทียนถึงได้คิดที่จะกลับไปที่ลานฝึกเพื่อจะเข้าไปในวังน้ำวน

"ข้าไปด้วย ! "

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมา

หลินเทียนเองก็ไม่ได้พูดอะไรพร้อมทั้งเดินกลับไปที่ลานฝึกเพื่อจะเขาไปยังวังน้ำวน

โครม !

หลังจากที่ก้าวเท้าเข้าไปนั้นมันก็มีเสียงดังส่งกลับมาก่อนที่น้ำสีแดงปนเขียวจะพุ่งเข้ามาจากทุกทิศทาง

"ดูเหมือนว่าข้าจะช่วยเจ้าไม่ได้นะ เจ้าจะออกไปก่อน ? "

หลินเทียนได้ถามออกมา

ซินเชิงหยุนได้แต่กลืนน้ำลายไปเพราะว่าไม่เพียงแค่สายน้ำที่รุนแรงเท่านั้นแต่มันยังแฝงไปด้วยความเย็นยะเยือกซึ่งอดไม่ได้ที่จะทำให้เขาสั่นไปทั้งตัว

"นี่ ข้าเพิ่งนึกได้ว่าข้ามีเรื่องต้องกลับไปจัดการดังนั้นข้ากลับบ้านก่อนแล้วกัน ! "

หลินเทียน

"......"

"พี่เขย ข้าไปล่ะ ! "

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมาก่อนที่จะโบกมือให้กับเขาแล้ววิ่งหนีหายไปทันที

หลินเทียนได้แต่ส่ายศีรษะด้วยรอยยิ้มเพราะว่าพูดตามตรงแล้วเขตแดนหล่อหลอมร่างกายไม่สามารถทนอยู่ในที่แบบนี้ได้แน่นอน

เมื่อมองออกไปด้านหน้าแล้วเขาก็พบว่าคลื่นน้ำกำลังสาดไปทั่วก่อนที่จะพบกับศิษย์มากมายที่กำลังบ่มเพาะอยู่ภายใน

"สุดยอดไปเลยแหะ "

เขาได้พูดอยู่กับตัวเอง

หลังจากนั้นเขาก็ไม่ลังเลเลยที่จะแหวกว่ายออกไป

คลื่นเหล่านี้ดูน่ากลัวอย่างมากแต่มันกลับไม่ได้ลึกอะไรเพราะมันมีความสูงเพียงแค่หน้าท้องของเขาเท่านั้นแต่มันเป็นน้ำที่เย็นอย่างมาก ขนาดเขาในตอนนี้ยังรู้สึกว่าอวัยวะภายในกำลังถูกแช่แข็งและไอเย็นกำลังลุกล้ำเข้าไปในกระดูกของเขา

"ดูเหมือนว่าน้ำพวกนี้จะช่วยในการเสริมความแข็งแกร่งของร่างกายได้อย่างดีเลยนะ "

หลินเทียนได้คิดอยู่ภายในใจของเขา

มันเหมือนกำลังถูกแส้ฟาดไปตามร่างกายและแม้แต่เขาเองยังรู้สึกเจ็บปวดที่คนธรรมดาไม่สามารถทนได้ด้วยซ้ำจนอดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้านไปแต่จากที่เขาเข้าใจคือมันมีใจกลางอยู่สามจุดซึ่งหากจากที่เขาอยู่ไป 900 เมตรและแน่นอนว่ากระแสน้ำของมันจะเชี่ยวและเย็นมากกว่าเก่า

"ด้วยสถานการณ์แบบนี้แล้วอย่าน้อยๆต้องอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะถึงจะบ่มเพาะที่นี่ได้แต่หากว่าจะไปยังใจกลางต้องอยู่ในเขตแดนผู้รอบรู้ "

หลังจากที่คิดได้แล้วเขาก็ได้แต่ส่ายศีรษะไป

เมื่อตั้งสติแล้วเขาเริ่มที่จะหม่นวนเคล็ดวิชาซือตี่ก่อนที่จะพยายามส่งพลังออกมาเพื่อต้านทานกระแสน้ำที่เย็นยะเยือกหลังจากนั้นเขาก็รวมที่จะถ่ายเทพลังไปตามหลักการฝึกทักษะหมัดสังหารที่เพิ่งได้มา

"หมัดสังหาร รวมพลังไปที่กำปั้นพร้อมกับส่งลำแสงออกไปทำลายทุกอย่างที่อยู่ในเส้นทางของมัน "

หลินเทียนได้พึมพำออกมา

เขาได้ถ่ายเทพลังไปตามที่ตำราได้แนะนำเอาไว้ก่อนที่ความเจ็บปวดมากมายจะแผดออกมาโดยรอบพร้อมกับพบว่าตอนนี้กำปั้นของเขาไม่ต่างอะไรไปจากลูกโป่งที่กำลังจะระเบิดออก

นี่มันทำให้ท่าทางของเขาเปลี่ยนไปก่อนที่จะหยุดโดยทันที

"สภาพร่างกายของเราตอนนี้เทียบเท่ากับเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 7 แต่ยังฝึกทักษะนี้ลำบากมาก แค่จะรวมพลังยังไม่ได้เลย "

เขาได้ส่ายศีรษะพร้อมกับพูดต่อว่า

"ดูเหมือนว่าเราต้องทำให้ร่างกายของเราแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้อีก "

หลังจากที่คิดได้แล้วหลินเทียนก็ละทิ้งการฝึกทักษะไปก่อนที่จะเริ่มขัดเกลาร่างกายอย่างเต็มที่ เขาได้แผดพลังฉีออกไปพร้อมกับตั้งรับกระแสน้ำที่รุนแรงและเดินหน้าออกไปเรื่อยๆ

โครม !

หลังจากที่มาถึงจุดนี้แล้วกระแสน้ำยิ่งรุนแรงและเย็นขึ้นกว่าเก่ามาก

หลินเทียนได้ตั้งสติก่อนที่จะหมุนวนเคล็ดวิชาซือจี่เร็วขึ้นกว่าเก่าพร้อมทั้งมุ่งหน้าต่อไป

ภายในสถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยผู้คนดังนั้นศิษย์เก่าหลายๆคนได้แต่แสดงสีหน้าที่ตกตะลึงออกมาทันที

"เจ้านั่นมันใครกัน ? ขนาดเดินไปได้ขนาดนั้นแล้วยังยืนนิ่งอยู่เลย ! "

"ดูหน้าตาคุ้นๆนะ "

"เป็นศิษย์ใหม่ ? "

"ศิษย์ใหม่ ? มีหมู่ศิษย์ใหม่มีคนที่แข็งแกร่งขนาดนี้ด้วย ? "

"ร่างกายผิดมนุษย์เกินไปแล้ว ! "

หลายๆคนได้แต่ผงะไป

ต้องรู้ก่อนนะว่าตรงจุดนั้นอย่างน้อยๆก็ต้องมีระดับพลังอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 5

หลินเทียนไม่ได้สนใจกับเสียงรอบข้างแม้แต่น้อยก่อนที่จะกัดฟันพร้อมทั้งก้าวต่อไปจนห่างจากใจกลางแรกเพียงแค่ 300 เมตรและตอนนี้เองที่เขารู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลจนทำให้เขาไม่สามารถก้าวไปต่อได้

"ที่นี่แหละ "

เขาได้พูดกับตัวเอง

เคล็ดวิชาซือจี่ได้หมุนวนพร้อมทั้งทำเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิดอย่างการฝังตัวเองลงไปในน้ำทั้งตัว

"นี่มันทำอะไรกัน ? "

"ไม่สลบ ? "

"บ้าไปแล้ว คิดว่าเป็นเรือดำน้ำหรือไงกัน ! "

ศิษย์เก่าหลายๆคนถึงกับผวาไปทันที

เวลาได้ผ่านไปหนึ่งนาทีอย่างรวดเร็ว

ไม่นานก็ผ่านไปกว่า 30 นาที

"ยังไม่สลบ ? "

"ผ่านไป 30 นาทีเองจะกระวนกระวายไปทำไมกัน เขตแดนชีพจรเทวสามารถกลั้นหายใจได้ 1 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย "

"แต่ที่นี่มันในวังน้ำวนนะ มันไม่สามารถเทียบกับด้านนอกได้ ! ยิ่งไปกว่านั้นเจ้านั่นยังอยู่เกือบจะถึงจุดใจกลางแรกแล้วด้วย "

หลายๆคนได้ส่งเสียงออกมา

และตอนนี้มีหลายคนที่คิดว่าหลินเทียนได้สลบไปแล้วด้วยซ้ำหลังจากที่ผ่านไปอีก 30 นาทีแต่ตอนนี้เองที่ร่างของหลินเทียนก็ได้ยืนกลับขึ้นมาและภาพเหล่านั้นทำให้ศิษย์เก่าหลายคนถึงกับผงะไป

"1 ชั่วโมง ! เจ้านั่นดำลงไปทั้งตัวและยังสามารถทนได้ตั้ง 1 ชั่วโมงเต็ม ! "

"ใช่ศิษย์ใหม่แน่งั้นรึ ? ผิดมนุษย์เกินไปแล้ว ! "

"สภาพร่างกายนั้นมันพอๆกับเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 7 เลยนะ ! "

หลายๆคนได้แต่แสดงสีหน้าที่ตกตะลึงออกมา

หลินเทียนไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้แม้แต่น้อยก่อนที่จะสัมผัสได้ว่าความปวดได้กระจายไปทั่วร่างของเขา

"ดูเหมือนว่าจะถึงขีดจำกัดแล้วสินะ"

เขาได้พูดอยู่กับตัวเอง

เขาได้เงียบไป เมื่อดำลงไปแล้วกระแสน้ำได้ชำระล้างร่างกายของเขาและความเจ็บปวดมันโลดแล่นไปทั่วร่างเหมือนว่ากำลังถูกกรีดตามจุดต่างๆด้วยของมีคม ภายใต้สภาพแบบนี้เขาสามารถทนอยู่ได้เพียงแค่ 1 ชั่วโมงแต่หากว่าเทียบกับยืนเฉยๆแล้วเขาจะสามารถทนได้อยู่ 6 ชั่วโมงเต็ม

เมื่อได้สติกลับมาแล้วเขาก็ย่อตัวลงพร้อมทั้งกระโดดออกไปอย่างไกล

วิ้ส ! ร่างของเขาได้ไปโผล่ที่ชายฝั่งในพริบตา

"กระโดดไกลขนาดนั้นเลย ! นี่มัน ........"

"สุดยอดเกินไปแล้ว ! "

การกระทำของเขาได้เรียกความสนใจจากผู้คนมากมาย

หลังจากที่ออกมาแล้วเขารู้สึกได้เลยว่าร่างกายของเขาดีขึ้นมาก ตอนนี้เขาไม่รู้สึกเย็นอีกแล้วแถมการหายใจยังราบรื่นกว่าเดิม

ไม่นานเขาก็ได้กลับไปถึงที่พักและตอนนี่มันเป็นช่วงเย็นแล้วดังนั้นถึงได้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ก่อนที่จะนั่งขัดสมาธิแล้วเปิดการทำงานของข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณ 2 ม้วนเพื่อเริ่มการบ่มเพาะ

"บึ้ส !"

แสงสีเงินได้เปล่งประกายออกมาโดยรอบร่างกายของเขาเหมือนดั่งทวยเทพ

ไม่นานช่วงกลางคนก็ได้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วซึ่งทุกวันนี้หลินเทียนก็มักจะใช้เวลาไปกับการบ่มเพาะภายในวังน้ำวนอยู่ทุกวัน และพบว่ามันไม่เพียงแต่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของร่างกายเท่านั้นแต่ความเย็นจะช่วยชำระล้างจุดพลังต่างๆทำให้ก่อจุดชีพจรเทวะได้ง่ายขึ้น

พริบตาเดียวก็ผ่านไปกว่า 5 วัน

ในวันนี้หลินเทียนได้เดินออกมาจากที่พักและเตรียมตัวมุ่งหน้าไปยังวังน้ำวนเช่นเคย ขารู้สึกได้เลนว่าอีกไม่นานร่างกายของเขาจะแกร่งพอที่จะฝึกฝนทักษะหมัดสังหาร, เขาคาดหวังการโจมตีที่รวมพลังเอาไว้ที่กำปั้นแล้วส่งออกไปอย่างมาก !

"แย่แล้วพี่เขย ! แย่แล้วพี่เขย ! "

ณ ตอนนี้ซินเชิงหยุนที่ไม่ได้เจอกันหลายวันได้รีบวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว

"มีอะไร ? "

หลินเทียนได้ถามออกมาด้วยท่าทางแปลกๆ

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมาด้วยท่าทางที่ดูไม่ได้ว่า

"พี่เขย ม้านิลมังกรมัน........."

หลินเทียนได้ขมวดคิ้วพร้อมกับรู้สึกถึงลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมาทันที เขาไม่ถามซินเชิงหยุนแม้แต่น้อยก่อนที่จะเดินออกไปทางคอกม้าอย่างรวดเร็ว เมื่อเขามาถึงแล้วก็พบว่าตรงหน้าเต็มไปด้วยผู้คนมากมายกำลังแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันตรงจุดที่เขาฝากม้านิลมังกรเอาไว้ หลังจากที่เขาแหวกผู้คนแล้วแล้วท่าทางของเขาก็เปลี่ยนไปโดยทันที

ตรงหน้าเขาเห็นเพียงแต่ว่าม้านิลม งกรกำลังนอนอยู่ที่พื้นขณะที่ร่างกายของมันกระตุกไม่หยุดและชโลมไปด้วยเลือด ตามร่างของมันเต็มไปด้วยรอยกระบี่ ขาทั้งหมดของมันถูกตัด, เขาได้เดินเข้าไปหามันก่อนที่จะหยุดอยู่ข้างๆและเมื่อมันรับรู้ว่าเจ้านายของมันมาแล้วก็พยายามที่จะลุกขึ้นมาแต่ก็ทำไม่ได้

หลินเทียนได้ย่อตัวลงลูบหัวมัน , ตอนนี้เขาสัมผัสได้ว่าพลังชีวิตของมันกำลังเผาผลาญอย่างรวดเร็วและเป็นไปไม่ได้เลยที่จะรอดชีวิตได้ เขาได้กวาดสายตาไปโดยรอบและพบว่ามันไม่เพียงแต่จะถูกตัดขาเท่านั้นทว่าอวัยวะภายในยังถูกควักออกมาจนทำให้พื้นเจิ่งนอกไปด้วยเลือด

มันพยายามจะอ้าปากเหมือนต้องการส่งเสียงออกมาทว่าเลือดก็ยังคงทะลักออกมาไม่หยุด

หลินเทียนได้แต่กำหมัดด้วยสายตาที่น่ากลัว

"พักซะเถอะนะ ! "

เขาได้พูดออกมาก่อนที่จะจะเรียกเอามีดสั้นพร้อมทั้งปาดไปที่ลำคอของมันเพื่อปลิดชีวิตเฮือกสุดท้ายด้วยตัวเอง ขาถูกตัดแถมอวัยวะยังถูกควักออกดังนั้นถึงเป็นไปไม่ได้เลยที่มันจะมีชีวิตต่อและเขาคิดว่ามันไม่มีค่าอะไรที่จะปล่อยให้มันต้องทนทรมานอยู่อย่างนี้

เขาได้ยืนขึ้นก่อนที่จะกวาดสายตาไปโดยรอบพร้อมกับแผดจิตสังหารออกมาอย่างบ้าคลั่ง

"ใครเป็นคนทำ ! "

เขาจ้องมองไปทางผู้คนพร้อมกับพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่น่าสยดสยอง

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสายตาของเขาแล้วผู้คนทั้งหลายถึงกับแสดงสีหน้าที่หวาดกลัวก่อนที่จะถอยหลังออกไป

หลินเทียนได้เดินไปยังคนที่อยู่หน้าสุดพร้อมทั้งกระชากคอเสื้อมาแล้วถามว่า

"ข้าถามว่าใคร ! "

เมื่อต้องเผชิญกับสายตาที่น่ากลัวของหลินเทียนในระยะประชิดแบบนี้จึงทำให้ใบหน้าของศิษย์คนนั้นซีดเผือดลงจนเกือบจะหมดสติไป

"ซะ........เซี่ยหวู....."

ศิษย์ใหม่คนนี้จำได้ว่าเป็นเซี่ยหวู

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 141

คัดลอกลิงก์แล้ว