เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 140

Divine King Of All Directions - 140

Divine King Of All Directions - 140


Divine King Of All Directions - 140

 

หลินเทียนได้มองตามเสียงไปก่อนที่จะพบกับชายหนุ่มชุดม่วง , เซี่ยหวู

"มีอะไร ? "

เขาได้ถามออกไปด้วยท่าทางไม่แยแส

เซี่ยหวูได้แสยะออกมาพร้อมกับพูดว่า

"ไม่คิดเลยนะว่าเจ้าจะเป็นศิษย์ใหม่ของสำนักนี้ด้วย "

หลินเทียนได้หรี่ตาลงพร้อมกับตอบว่า

"นี่เรียกข้าเพราะเรื่องแค่นี้ ? "

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้ส่ายศีรษะพร้อมกับเดินจากไปกับซินเชิงหยุน

"หยุด ! "

เซี่ยหวูได้ตะโกนออกมา

ที่นี่นั้นเป็นลายฝึกดังนั้นศิษย์หลายๆคนถึงได้จับจ้องไปทางพวกเขา

หลินเทียนและเซี่ยหวูนั้นเป็นศิษย์ใหม่ไฟแรงผู้โด่งดัง

หลินเทียนเองก็ไม่อยากจะตอบสนองอะไรแต่ซินเชิงหยุนได้ตอบโต้กลับไปว่า

"ไอ้หัวหอมกล้าดียังไง ! "

หลังจากนั้นเขาก็ได้มองไปยังหลินเทียนพร้อมกับพูดว่า

"นี่พี่เขย เขาเป็นคนรู้จักของพี่ ? "

"อื้ม ก่อนหน้านี้มีปากเสียงกันนิดหน่อย "

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาแห้งๆ

"อื้ม ? มีปากเสียงกันนิดหน่อย ? ทำไมดูท่าทางเขาเกลียดท่านจัง ? "

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมา

"หากว่าข้าไม่รู้จักพี่สาวเจ้าแล้วข้าเตะเจ้าออกนอกร้านอาหารเจ้าจะเกลียดข้าไหม ? "

หลินเทียนได้พูดออกมา

ซินเชิงหยุนได้แต่ชะงักไปก่อนที่จะยกนิ้วแล้วพูดว่า

"พี่เขย ท่านนี่สุดยอดไปเลย ! "

พวกเขาสนทนากันโดยไม่สนใจคนรอบข้างแม้แต่น้อยดังนั้นทำให้ใบหน้าของเซี่ยหวูเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความโกรธโดยทันทีเพราะว่าเรื่องในวันนั้นมันทำลายชื่อเสียงของเขาเป็นอย่างมากแถมในตอนนี้ศิษย์ทั้งหลายเองก็ยังจับจ้องมาที่เขา

"เป็นอย่างงี้นี่เอง ! "

"สมแล้วที่เป็นคนกล้าสังหารเหล็งอี้ทง ไม่คิดเลยว่าตอนที่เพิ่งเข้ามาเมืองหลวงก็เตะนายน้อยตระกูลเซี่ยไปแล้ว "

"สุดยอดไปเลย ! "

หลายๆคนที่อยู่รอบข้างได้พูดออกมา

เซี่ยหวูรู้สึกได้เพียงแค่ว่าใบหน้าของตัวเองกำลังร้อนผ่าวด้วยความโกรธ เขาได้หยิบเอากระบี่ชี้ไปทางหลินเทียนพร้อมกับพูดว่า

"หากว่าในวันนั้นเจ้าไม่ได้โจมตีทีเผลอก็อย่าหวังเลยว่าข้าจะแพ้เจ้า ! เรื่องพละกำลังนั้นเจ้าด้อยกว่าข้า ! "

"แล้วไง ? "

หลินเทียนได้พูดออกมาอย่างไม่แยแส

เซี่ยหวูได้พูดต่อด้วยท่าทางเย็นชาว่า

"กล้าประลองเป็นตายกันไหม ! "

วันที่หลินเทียนเตะเขาออกนอกร้านอาหารนั้นทำให้เขาเกลียดชังเป็นอย่างมาก เขาเชื่อว่าตัวเองแข็งแกร่งกว่าหลินเทียน !

วิ้ส !

เมื่อได้ยินคำว่าประลองเป็นตายนั้นศิษย์ทั้งหลายโดยรอบต่างรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ยิ่งไปกว่านั้นนี่เป็นการฆ่ากันระหว่างดาวรุ่งศิษย์ใหม่

"น่าเบื่อ "

หลินเทียนได้ส่ายศีรษะพร้อมทั้งพูดกับซินเชิงหยุนแล้วเดินออกไปทางนอกสำนัก

"เจ้าไม่กล้า ? ! "

เซี่ยหวูได้แสยะออกมาพร้อมกับชี้กระบี่ไปทางหลินเทียน

"มันเป็นเพราะเจ้าไม่คู่ควรต่างหาก "

หลินเทียนได้ตอบกลับด้วยท่าทางไม่แยแสเช่นเคย

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ไม่สนใจใครพร้อมทั้งเดินออกไปด้านนอกสำนักโดยทันทีโดยที่ทิ้งเซี่ยหวูให้ยืนหน้าซีดอยู่กับที่ด้วยสีหน้าที่ดุร้าย

.......

หลินเทียนและซินเชิงหยุนได้เดินออกไปด้านนอกสำนักด้วยกัน

"นี่พี่เขย ทำไมตอนเข้าเมืองมาพี่ถึงได้เตะเจ้านั่นล่ะ ? "

ซฺนเชิงหยุนได้ถามออกมา

"มันเป็นเพราะว่าเขาอยากจะแย่งห้องนอนของข้า "

หลินเทียนได้พูดออกมา

ซินเชิงหยุนถึงกับผงะไปพร้อมกับพูดว่า

"ห้องนอนก็เหมือนกับสตรี ไอ้ระยำนั่นกล้าที่จะแย่งห้องนอนพี่ ? รนหาที่ตายชัดๆ ! "

หลินเทียน

"......."

หลักการแบบนี้มันมาจากไหนกัน ?!

เมืองหลวงนั้นหรูหราเป็นอย่างมากขณะที่ซินเชิงหยุนได้บอกเขาว่าต้องการจะชวนเขาไปทานอาหารเย็นด้วยแต่น่าเสียดายที่หลินเทียนได้ปฏิเสธไป

"พี่เขย ทำไมยังไม่ถึงห้องพี่อีก ? อีกไกลแค่ไหนเนี่ย ? "

หลังจากที่เดินมาได้ 2 ชั่วโมงซินเชิงหยุนก็ได้บ่นออกมาขณะที่รู้สึกปวดเท้า

"ไม่น่าพามาด้วยเลย "

หลินเทียนถึงกับหมดคำพูดไปทันทีก่อนที่จะพูดต่อว่า

"เอาล่ะ อย่าเรียกข้าว่าพี่เขยด้วย !"

"ได้ พี่เขย !"

ซินเชิงหยุนได้พยักหน้าตอบ

หลินเทียนถึงกับหน้างิ้วและอยากจะตบเจ้านี่สักที

หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็ได้ไปถึงร้านอาหารกันและหลังจากที่เดินไปถึงหลังร้านแล้วก็พบกับม้านิลมังกรที่รีบเดินเข้ามาหาเขาด้วยท่าทางที่ตื่นเต้น

หลินเทียนได้เดินเข้าไปลูบหัวมัน

หลังจากที่เห็นว่ามันดูแข็งแรงขึ้นมากนั้นเขาก็รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก

"สัตว์อสูรระดับ 3 ตอนปลาย ? พี่เขยนี่สุดยอดไปเลยที่เอามันมาเป็นสัตว์ขี่ได้ "

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมาด้วยดวงตาที่เปล่งประกาย

"เพื่อนให้มาน่ะ "

หลินเทียนได้ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

หลังจากที่จ่ายเงินแล้วเขาก็ได้นำม้านิลมังกรเดินกลับไปทางเก่า

ระหว่างทางนั้นมีหลายคนที่จ้องหยุดมองม้านิลมังกรของเขาเพราะต้องรู้ก่อนนะว่ามันเป็นถึงสัตว์อสูรระดับ 3 ตอนปลายซึ่งมีระดับพลังเทียบเท่าผู้เชี่ยวชาญเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 9 ที่คนธรรมดาๆไม่สามารถกำราบมันได้ การที่จะขี่มันได้นั้นก็แสดงให้เห็นว่าเจ้าของต้องแข็งแกร่งมากๆ

"พี่เขย ใหห้ข้าขี่หน่อยได้ไหม ? "

ซฺนเชิงหยุนได้พูดออกมาด้วยดวงตาที่เปล่งประกาย

"ได้"

หลินเทียนได้พูดออกมา

ในเมื่อเป็นน้องชายของซินเหยาดังนั้นเขาจะขี้เหนียวไม่ได้

ซินเชิงหยุนได้แสดงสีหน้าที่มีความสุขออกมาก่อนที่จะรีบวิ่งไปหาม้านิลมังกรแล้วกระโดดขึ้นไปขี่ ในขณะที่กำลังจะถึงนั้นม้านิลมังกรได้โกรธจัดพร้อมทั้งส่งเสียงคำรามออกมาแล้วเหวี่ยงร่างเขาออกไป

โครม ! ซินเชิงหยุนได้ตกลงมากระแทกกับพื้นพร้อมโอดครวญออกมา

"พี่เขย........... มัน"

ซินเชิงหยุนได้ชี้ไปทางม้านิลมังกรด้วยน้ำเสียงที่สั่นสะท้าน

หลินเทียนได้มองไปหามันพร้อมกับหัวเราะออกมาเพราะว่ามีเพียงเขาเท่านั้นที่สามารถขี่มันได้

"เจ้าหนูของข้า "

หลินเทียนได้ลูบมันเพราะเขาโปรดปรานมันมากๆ

ซินเชิงหยุนได้แต่จ้องมองไปที่มันและส่ายศีรษะด้วยท่าทางที่หมดหนทาง

พวกเขาได้เดินด้วยกันจนไปถึงที่สำนักซึ่งตลอดทางซินเชิงหยุนนั้นพูดไม่หยุดแม้แต่น้อย

"อ่อใช่ พี่เขยช่วงนี้ทางสำนักจะครึกครื้นกว่าปกติเพราะว่าการประลองจะมีมากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นได้ยินว่ามีเจ้าชายมาเข้าเป็นศิษย์สำนักด้วย"

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมา

หลินเทียนได้ชะงักไปพร้อมกับถามว่า

"นี่เจ้าชายก็มาฝึกฝนด้วย ? "

จากความรู้ของเขาคือทางราชวงเองก็มีผู้เชี่ยวชาญอยู่มากมายที่คอยฝึกสอนบรรดาเจ้าชายได้

"แน่นอนว่าปกติมันไม่ต้องแต่ใครจะไปรู้ใจของเจ้าชายกันล่ะ ? บางทีอาจจะคิดว่าบ่มเพาะอยู่ในราชวังมันน่าเบื่อถึงได้ออกมาเล่นที่โลกภายนอก "

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมา

หลินเทียนเองก็ได้พยักหน้าด้วยท่าทางที่ไม่มีความสนใจเลย

ไม่นานพวกเขาก็ได้กลับไปสู่สำนักอีกครั้ง

ที่นี่เต็มไปด้วยผู้มีพรสวรรค์มากมายดังนั้นไม่ใช่เพียงเขาคนเดียวที่มีสัตว์ขี่จึงมีคอกสำหรับพวกมันไว้อยู่แล้ว หลังจากที่นำม้านิลมังกรไปเก็บและลูบมันแล้วเขาก็ได้จากไป , ตอนที่อยู่ในป่านั้นเขาได้บรรลุทั้ง 60% ของทักษะเพลงกระบี่สายฟ้ามรกตแล้วและตอนนี้ถึงได้เตรียมตัวไปที่ตำหนักตำราเพื่อที่จะเลือกทักษะใหม่ เพราะถึงอย่างไรก็ตามการมีทักษะมากก็ไม่ใช่เรื่องที่เสียหายอะไร

"เจ้าจะไปไหนต่อ ? "

หลินเทียนได้ถามออกมา

"พี่เขยไปไหนข้าก็ไปที่นั่นแหละ ! "

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมา

หลินเทียนถึงกับหมดคำพูดไปทันทีเพราะว่าเจ้านี่มันพยายามจะเกาะติดเขาตลอดเวลา !

สำหนักแห่งนี้กว้างมากๆแต่ตอนนี้เขาก็คุ้นเคยกับมันมากขึ้นแล้ว หลังจากนั้นไม่นานก็ไปถึงที่หน้าตำหนักตำราและหากกวาดตามองไปรอบๆแล้วจะพบว่ามันมีอยู่ทั้งหมด 4 ชั้นที่มองดูแล้วให้ความรู้สึกน่าเกรงขามมากๆ

เมื่อเดินเข้าไปแล้วหลินเทียนและซินเชิงหยุนก็ได้ส่งตราประจำตัวให้กับผู้ดูแลก่อนที่จะได้รับคำตอบกลับมาว่า

"ไปที่ชั้น 2 แล้วอยากจะเลือกทักษะและเคล็ดวิชาบ่มเพาะอะไรก็ได้ ระยะเวลาจำกัด 2 ชั่วโมง"

ตอนนี้ตราประจำตัวของทางสำนักได้ทำการปรับเปลี่ยนแล้ว ตอนนี้หากผู้ดูแลถ่ายเทพลังฉีลงไปก็จะสามารถรู้ข้อมูลทั้งหมดได้ทันที

หลินเทียนได้รับตรากลับมาพร้อมทั้งเดินขึ้นไปที่ชั้น 2

"พี่เขยรอข้าด้วย ! "

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมา

เมื่อพวกเขาได้ไปถึงชั้น 2 แล้วพบกับตำราเคล็ดวิชาบ่มเพาะและทักษะมากมายนั้นก็เริ่มที่จะหยิบขึ้นมาศึกษา

"เคล็ดวิชาหยางบริสุทธิ์ "

"เคล็ดวิชาเทียนฉุย "

"เคล็ดวิชาเยือกแข็ง "

หลินเทียนได้กวาดตามองเคล็ดวิชาบ่มเบาะก่อนที่จะพบว่าสำนักจิ่วหยางไม่สามารถเทียบกับที่นี่ได้แม้แต่น้อย แน่นอนว่าเคล็ดวิชาบ่มเพาะของที่นี่ก็ยังไม่สามารถเทียบกับเคล็ดวิชาซือจี่ของเขาได้อยู่ดี

หลังจากที่เดินผ่านส่วนของเคล็ดวิชาบ่มเพาะมาแล้วเขาก็ได้เดินไปถึงตำราทักษะ

"9 นิ้วหยิน !"

"กระบี่เพลิงสีคราม !"

"หมัดหลัวลี่ !"

หลินเทียนได้เดินผ่านตำราทักษะหลายเล่มก่อนที่จะส่ายศีรษะไปมา

เขามีทักษะเพลงกระบี่สายฟ้ามรกตอยู่ซึ่งมันแข็งแกร่งมากๆ เพียงแค่ 60% ในตอนนี้ก็เทียบเท่ากับทักษะระดับสูงเขตแดนชีพจรเทวะแล้วดังนั้นเขาไม่จำเป็นต้องฝึกทักษะเพลงกระบี่อีกสักระยะ ครั้งนี้ที่เขามาก็อยากจะหาทักษะการโจมตีที่รุนแรงอย่างฉับพลังเหมือนกระบี่สายฟ้าแต่ระดับความแข็งแกร่งของมันเทียบเท่าทักษะระดับกลางเขตแดนหล่อหลอมร่างกายเท่านั้นดังนั้นเขาถึงอยากจะได้ทักษะรุนแรงอย่างเฉียบพลันทักษะใหม่

"ทลายฟากฟ้า ! "

"ธนูเปลวเพลิง ! "

เขาได้กวาดตามองไปรอบๆก่อนที่จะส่ายศีรษะซ้ำแล้วซ้ำเล่า

หลังจากนั้นสายตาของเขาก็จดจ่ออยู่ที่ทักษะหมัดที่ชื่อว่า หมัดสังหาร !

"หมัดสังหาร , ทักษะระดับสูงเขตแดนชีพจรเทวะ มีเพียงกระบวนท่าด้วยคือการรวมพลังไปที่กำปั้นซึ่งทักษะนี้จะเผาผลาญพลังฉีเป็นอย่างมากแถมยังเป็นเรื่องยากที่จะสำเร็จ ผู้ฝึกจำเป็นต้องมีร่างกายที่แข็งแกร่งไม่งั้นก็จะไม่สามารถต้านทานพลังของมันได้ "

หลินเทียนได้กวาดสายตาอ่านบทแนะนำพร้อมกับดวงตาที่เปล่งประกายอย่างฉับพลัน ดูเหมือนว่าทักษะนี้จะดีมากๆ

หลังจากที่คิดแล้วเขาก็เลือกทักษะนี้โดยทันที !

"เลือกแล้ว ? "

หลังจากที่ได้ทักษะแล้วเขาก็ถามออกไป

"ใช่ "

ซินเชิงหยุนได้ตอบกลับ

หลินเทียนได้หันไปมองพร้อมกับพบว่าอีกฝ่ายได้เลือกเคล็ดวิชาบ่มเพาะหยางบริสุทธิ์และทักษะการเคลื่อนไหวที่ชื่อว่าทักษะร้อยมายา

"ดีมาก เคล็ดวิชาหยางบริสุทธิ์จะช่วยทำให้พลังฉีของเจ้าบริสุทธิ์ขึ้นส่วนทักษะร้อยมายาก็จะช่วยเพิ่มความเร็วให้กับเจ้าและหลังจากที่ตัดผ่านเขตแดนชีพจรเทวะก็ค่อยเลือกทักษะเพลงกระบี่ต่อ "

หลินเทียนได้พูดออกมา

ซินเชิงหยุนได้แสดงสีหน้าที่พึงพอใจออกมาพร้อมกับพูดว่า

"นี่พี่เขย ท่านคิดว่าข้าฉลาดมากใช่ไหมล่ะ ? "

หลินเทียนได้แต่กรอกตา

หลังจากที่เดินกลับลงมาแล้วเขาก็ได้ส่งตราประจำตัวให้ทางผู้ดูแลบันทึกข้อมูลลงไปแล้วเดินออกไปทันที

"พี่เขยจะไปที่ไหนต่อ ? "

ซินเชิงหยุนได้ถามออกมา

"จะที่ไหนได้อีกล่ะ บ่มเพาะสิ "

หลินเทียนถึงกับหมดคำพูดไปทันที

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 140

คัดลอกลิงก์แล้ว