เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 139

Divine King Of All Directions - 139

Divine King Of All Directions - 139


Divine King Of All Directions - 139

 

หลินเทียนที่กำลังจะก้าวเท้าออกไปเองก็ถึงกับผงะไปหลังจากที่ได้ยินเสียงเรียกนี้

พี่เขย !?

อะไรวะ !?

ชายหนุ่มคนนี้มีผิวขาวอายุน่าจะราวๆ 16 ปีซึ่งได้เดินเข้ามากอดเขาโดยทันทีพร้อมกับพูดออกมาด้วยสีหน้าที่มีความสุขว่า

"พี่เขย ! กำลังหาท่านอยู่เลย "

หลินเทียนถึงกับขนลุกไปทั้งตัวก่อนที่จะปลีกตัวออกอย่างรวดเร็ว

"เจ้าเป็นใครกัน ? "

หลินเทียนได้ถามออกมา

อยู่ดีๆก็มีคนมาเรียกเขาว่าพี่เขยนี่มันไม่ใช่เรื่องตลกเลยนะ

ที่สำคัญที่สุดคือเขาไม่รู้จักชายหนุ่มคนนี้ด้วย !

ชายหนุ่มได้ตอบกลับไปว่า

"ข้ามีชื่อว่าซินเชิงหยุนเพิ่งอายุครบ 16 ปีเมื่อเดือนที่แล้วและเป็นหนึ่งในศิษย์ของสำนัก "

หลังจากนั้นเขาก็ได้เดินเข้ามาใกล้หลินเทียนพร้อมกับพูดว่า

"อ่อใช่ พี่เขย ข้าได้ยินมาว่าพี่สังหารเหล็งอี้ทงไปต่อหน้าผู้คนนี่มันสุดยอดไปเลย ! พี่สาวข้าบอกมาว่าหลังจากนี้ให้พี่เขยเป็นคนปกป้องข้า ! "

เมื่อจ้องมองไปยังชายหนุ่มคนนี้แล้วหลินเทียนก็ได้แต่ผงะไป

"พี่สาวเจ้า ? ซินเหยา ? "

หลังจากที่คิดถึงสกุลที่คุ้นเคยแล้วเขาก็พบว่าชายคนนี้ใช้สกุลเดียวกับซินเหยา

ซินเชิงหยุนได้พยักหน้าพร้อมกับตอบว่า

"อื้ม ใช่แล้ว "

หลินเทียนได้แต่หมดคำพูดไปก่อนที่จะพูดว่า

"ข้ากับพี่เจ้าสนิทกันก็จริงแต่อยู่ดีๆไปเป็นพี่เขยเจ้าได้ไง ? "

"ก็ทุกๆครั้งที่พี่ข้าพูดถึงท่านก็มักจะมีท่าทางแปลกๆซึ่งเราเองก็โตด้วยกันมาตั้งแต่เด็กดังนั้นถึงได้เข้าใจพี่ข้ามากว่าท่านต้องเป็นพี่เขยของข้าอย่างแน่นอน ! ต่อให้ตอนนี้ยังไม่ใช่แต่หลังจากนี้มันต้องเป็นแน่ๆ ! "

ซินเชิงหยุนได้พูดต่อว่า

"อื้ม มันต้องเป็นแบบนี้แหละ "

หลินเทียน

"......."

เจ้าหนูนี่มันเกินกว่าที่เขาคาดเอาไว้เยอะมากๆ

หลังจากที่เงียบไปสักพักเขาก็ได้คิดถึงเรื่องก่อนหน้านี้แล้วถามออกมาด้วยความประหลาดใจว่า

"เจ้าเป็นศิษย์สำนักนี้ ? "

หลินเทียนได้กวาดตามองเขาพร้อมกับพบว่าซินเชิงหยุนอยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 7 เท่านั้น แม้ว่ามันจะถือว่าใช้ได้แต่เป็นไปได้ไงที่จะสามารถเข้าเป็นศิษย์สำนักที่นี่ ?

"ใช่ ! "

ซินเชิงหยุนได้ตอบกลับอย่างภูมิใจ

"ทางสำนักนี่รับศิษย์ระดับพลังต่ำกว่าเขตแดนชีพจรเทวะด้วยงั้นรึ ? "

"ไม่รับ "

"แล้วเจ้า ? "

"ตระกูลข้ารวย "

หลินเทียน

"............"

คำพูดก่อนหน้านี้ที่ได้คุยกับซูโจวได้วาบผ่านเข้ามาในหัวของเขาทันที ตอนนี้ดูเหมือนว่าตราบใดที่มีเงินมากพอจะทุ่มใส่ประตูสำนักมันก็พร้อมที่จะเปิดต้อนรับทุกคน

เขาได้แต่กุมขมับเอาไว้พร้อมกับเดินออกไปด้านนอก

"พี่เขน ท่านรอข้าด้วย ! "

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมา

หลินเทียนได้แต่หมดคำพูดไปพร้อมกับตอบว่า

"หลังจากนี้อย่าเรียกข้าว่าพี่เขยอีก "

"ได้ พี่เขย "

".........."

หลินเทียนเองก็ไม่อยากจะสนใจอะไรต่อพร้อมทั้งเดินออกไปยังลานฝึกของสำนัก เขาได้เข้าเป็นศิษย์มาหนึ่งอาทิตย์และตัดผ่านไปยังเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 4 แล้วถึงได้คิดจะเข้าไปยังข่ายอาคมทะเลทรายบ้าคลั่งและวังน้ำวน

"นี่พี่เขย ท่านกับพี่สาวข้ารู้จักกันได้ไง ? "

"พี่เขย ตอนนี้ท่านอยู่ในเขตแดนอะไร ? "

"พี่เขต ท่านจะไปทานอาหารเย็นกับข้า ? "

"โอ้ พี่เขยเป็นคนไม่ค่อยพูดนะเนี่ย "

ตลอดทางซินเชิงหยุนก็เอาแต่พูดไม่หยุดปาก

หลินเทียนได้แต่รู้สึกว่าข้างหูเขามีเสียงดังอยู่ตลอดเวลาพลางคิดว่าน้องชายของซินเหยานี่มันพูดมากจริงๆ

สำนักนี้ใหญ่มากๆและระยะทางระหว่างที่พักและลานฝึกนั้นก็อยู่ห่างกันไกล ระหว่างทางก็มีศิษย์หลายคนจ้องมองไปทางหลินเทียนพร้อมกับสนทนาอะไรกันบางอย่างเพราะว่าพวกเขารู้ถึงเรื่องที่ไม่กี่วันก่อนหลินเทียนได้ลงมือสังหารนายน้อยคนรองตระกูลเหล็งไปและมันสร้างความตกตะลึงให้กับผู้คนไม่น้อยเลยทีเดียว

ซินเชิงหยุนตระหนักถึงสายตาโดยรอบพร้อมกับพูดออกมาอย่างตื่นเต้นว่า

"พี่เขย พี่เขย ดูเหมือนว่าพวกเขาเกรงกลัวท่านมากๆ ท่านนี่สุดยอดไปเลย ! ตกลงกันก่อนนะว่าหลังจากนี้พี่จะหนุนหลังข้า ! "

หลินเทียน

"........."

หลังจากนั้นไม่นานหลินเทียนก็ได้ไปถึงเขตลานฝึก

เมื่อหลินเทียนได้มาถึงแล้วเขาก็ได้เดินเข้าไปทางดินแดนทะเลทรายบ้าคลั่งโดยทันที ที่นี่ไม่จำกัดเวลาเข้าใช้ดังนั้นหลังจากที่เขามาถึงแล้วก็ไม่ลังเลเลยที่จะเดินไป

อย่างไรก็ตามหลังจากที่เดินออกไปได้ไม่กี่ก้าวแล้วเขาก็ได้หยุดเท้าลง

"เป็นอะไรไหม ? "

เขาได้ถามซินเชิงหยุนออกมา

ที่นี่มันมีไว้เพื่อสำหรับเขตแดนชีพจรเทวะเท่านั้นแต่ซินเชิงหยุนนั้นอยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายเท่านั้นแถมยังอยู่ในระดับ 7 ด้วยนี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาคิดว่าอีกฝ่ายน่าจะไม่สามารถต้านทานแรงกดดันภายในได้

"ไม่เป็นไรพี่เขย ยังไงข้าก็มีท่าน! "

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมา

หลินเทียนได้แต่หมดคำพูดไปพร้อมกับตอบว่า

"หลังจากที่เดินเข้าไปแล้วก็เดินตามหลังข้าให้ดี "

ซินเหยานั้นดีกับเขามากๆดและในเมื่อเจ้านี่มันเป็นน้องชายของนางเขาก็ต้องดูแลอย่างดี

"ได้ พี่เขย ! "

ซินเขิงหยุนได้พยักหน้าอย่างรวดเร็ว

หลินเทียนไม่ได้พูดอะไรต่อพร้อมทั้งเดินนำเขาเข้าไปยังดินแดนทะเลทรายบ้าคลั่ง เริ่มแรกนั้นมันให้ความรู้สึกเหมือนกำลังถูกพัดผ่านด้วยสายลมที่ผสานไปด้วยเม็ดทรายอันรุนแรงซึ่งส่งผลให้รู้สึกแสบไปทั่วใบหน้า

แม้หลินเทียนจะอยู่แข็งแกร่งแต่หลังจากที่เข้ามาแล้วเขาก็ต้องประหลาดใจไปทันทีเพราะว่าระยะสายตาของเขามองออกไปได้เดียวแค่ 6 เมตรเท่านั้น ไกลกว่านั้นเขาไม่สามารถมองเห็นอะไรได้ด้วยซ้ำ

"โอ้ยเจ็บดีจริงๆ "

ซินเขิงหยุนได้โอดคราญออกมาเบาๆ

หลินเทียนได้หันหน้ากลับไปและพบว่าซินเชิงหยุนกำลังบังใบหน้าของตัวเองพร้อมกับจับชายเสื้อเขาเอาไว้เพื่อไม่ให้ปลิวไปดังนั้นหลินเทียนได้ส่งพลังฉีออกไปสร้างเป็นกำแพงขึ้นรอบๆร่างของอีกฝ่ายโดยทันที

"น่ากลัวจริงๆ "

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมาพลางกลืนน้ำลาย

ณ ตอนนี้มีเสียงคำรามดังขึ้นมาก่อนที่สัตว์อสูรจะปรากฏตัวออกมา

สีหน้าของซฺนเชิงหยุนได้เปลี่ยนไปโดยทันที

"แกร๊ง ! "

เสียงคำรามของกระบี่ได้ดังขึ้นก่อนที่หลินเทียนจะกวัดแกว่งกระบี่ในมือออกไป

ร่างของสัตว์อสูรได้ถูกตัดเป็นสองท่อนก่อนที่จะสลายหายไปในพริบตา หลินเทียนไม่ได้แปลกใจกับเรื่องนี้เพราะเขาได้ยินมาจากซูโจวแล้วว่าสัตว์อสูรที่นี่ถูกสร้างขึ้นจากข่ายอาคมสังหารดังนั้นถึงได้ไม่มีความแข็งแกร่งที่แท้จริง หากว่าถูกสังหารอยู่ภายในนี้ก็จะถูกส่งออกไปทันที

"สุดยอดไปเลย !"

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมาด้วยสีหน้าที่สรรเสริญ

"เอาล่ะอย่ายืนเฉยอยู่สิ ตอนนี้เจ้าไม่สามารถต่อสู้กับสัตว์อสูรได้ก็จริงแต่ก็อาศัยมันเพื่อฝึกฝนทักษะของตัวเองซะเพราะถึงอย่างไรสัตว์อสูรพวกนี้ก็ทำอะไรเจ้าไม่ได้อยู่แล้วดังนั้นก็คิดซะว่าพวกมันเป็นเพียงภาพลวงตาที่ช่วยขัดเกลาเจ้าแล้วกัน "

หลินเทียนได้พูดออกมา

ในเมื่อมาถึงที่นี่แล้วก็จะกลับไปเปล่าๆไม่ได้ เขาคิดว่าอย่างน้อยๆก็ช่วยมันหน่อยแล้วกันเพราะถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็เป็นถึงน้องชายของซินเหยา

"ได้พี่เขย "

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมา

หลังจากที่ตั้งสติแล้วเขาก็แสดงสีหน้าที่ตั้งใจพร้อมทั้งเริ่มตั้งท่า

หลังจากนั้นไม่นานกลุ่มสัตว์อสูรก็ได้ปรากฏตัวออกมา

"แกร๊ง ! "

เสียงกระบี่คำรามได้ดังขึ้นก่อนที่หลินเทียนจะสับพวกมันออกเป็นสองท่อน

"เริ่มได้ "

เขาได้หันไปตะโกนใส่ซินเชิงหยุน

สัตว์อสูรที่เหลืออยู่นั้นไม่ได้แข็งแกร่งเกินไปเพราะว่าเป็นสัตว์อสูรระดับ 2 และ 3 เท่านั้น หากว่าเป็นสัตว์อสูรที่ระดับสูงกว่านั้นเขาก็จะเป็นคนจัดการให้เพราะเขาเชื่อว่าด้วยระดับพลังของอีกฝ่ายแล้วน่าจะจัดการพวกนี้ได้

ซินเชิงหยุนได้แสดงท่าทางสั่นระริกออกมาก่อนที่จะกัดฟันสู้หลังจากที่ได้ยินเสียงตะโกนของหลินเทียน

"โครม ! "

เขาได้หยิบเอากระบี่ออกมาพร้อมทั้งเหวี่ยงเข้าใส่สัตว์อสูรตรงหน้า

หลินเทียนได้ผงะไปเล็กน้อยเพราะแม้ว่าซินเชิงหยุนจะอยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายแต่ทักษะที่เขาใช้กลับเป็นทักษะเขตแดนชีพจรเทวะที่ไม่ธรรมดา อย่างไรก็ตามความรู้สึกนี้ก็คงอยู่ไม่นานเพราะว่าด้วยความที่เป็นถึงตระกูลซินก็น่าจะสามารถจ่ายเงินเพื่อแลกกับทักษะของสำนักได้ไม่ยาก

"เอาล่ะ ดีมาก ต่อได้ "

เขาได้พูดให้กำลังใจออกมา

"ได้ พี่เขย !"

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมาด้วยท่าทางตื่นเต้น

สถานที่แห่งนี้ไม่ธรรมดาเลยเพราะมีพายุทรายไม่พอยังมีสัตว์อสูรอีกทำให้มันเป็นเรื่องยากที่จะตอบสนองการโจมตี หลินเทียนได้แต่อาศัยการสร้างม่านพลังฉีเพื่อที่จะตั้งรับการโจมตีให้กับซินเชิงหยุนซึ่งมันเผาเผลาญพลังงานของเขาอย่างบ้าคลั่ง หลังจากนั้นเพียงแค่ 2 ชั่วโมงเขาก็ต้องออกมา

เมื่อเดินออกมาแล้วซินเชิงหยุนก็พูดออกมาทันทีว่า

"ด้านนอกนี่มันสบายจริงๆ ! "

"การบ่มเพาะมันไม่ใช่เรื่องที่สบายอยู่แล้ว "

หลินเทียนได้พูดออกมา

"ข้ารู้ "

ซินเชิงหยุนได้พยักหน้ากลับพร้อมกับพูดด้วยท่าทางที่สรรเสริญว่า

"พี่เขย ท่านนี่แข็งแกร่งจริงๆที่สามารถป้องกันทรายและสู้ในเวลาเดียวกันได้ ข้ารู้สึกได้เลยว่าข้าแข็งแกร่งขึ้นมากแถมทักษะกระบี่ยังพัฒนาไปอีกขั้นด้วย ! "

แม้ว่าจะอยู่ด้านในเพียงแค่ 2 ชั่วโมงแต่ก็ทำให้ซินเชิงหยุนรู้สึกว่าเขาแข็งแกร่งขึ้นมาก

"หลังจากนี้หากว่ามีโอกาสก็จะพาเจ้ามาอีกครั้ง "

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

เขาที่อยู่ภายใน 2 ชั่วโมงนั้นไม่ได้พัฒนาอะไรมากนักเพราะว่าส่วนใหญ่แล้วมันมีเป้าหมายช่วยเสริมความสามารถของจิตสัมผัสเท่านั้นแต่เขามีเคล็ดวิชาหนึ่งวิญญาณสวรรค์อยู่ซึ่งช่วยให้เขาตรวจพบสัตว์อสูรที่อยู่ในระยะได้ส่วนเรื่องพายุทรายนั้นก็ไม่เท่าไหร่ เขาสามารถต้านทานมันได้อย่างสบายๆ

"ดี ดี "

หลังจากที่ได้ยินหลินเทียนบอกว่าจะมาอีกครั้งนั้นซินเชิงหยุนก็ได้พยักหน้าอย่างตื่นเต้นพร้อมทั้งพูดต่อว่า

"อ่อใช่พี่เขยจะไปไหนต่อ ?หรือว่าจะไปเดินเล่น ? "

"ข้าต้องไปเอาพาหนะก่อน "

หลินเทียนได้พูดออกมา

ตอนนี้เขาเป็นศิษย์ของที่นี่เต็มตัวแล้วดังนั้นถึงได้คิดจะกลับไปเอาม้านิลมังกร แม้ว่าตอนนี้เขาจะไม่จำเป็นต้องใช้แต่มันก็เป็นของที่ซูชูวมอบให้กับเขาและตัวมันเองก็ชาญฉลาดมากๆดังนั้นถึงไม่สามารถทิ้งมันไปได้

"พาหนะ ? ได้ เราไปด้วยกันเลย ! "

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมา

หลินเทียนได้แต่หมดคำพูดไปเพราะว่าเจ้านี่มันคิดว่าเขาเป็นพี่เขยจริงๆ ?

เขาได้แต่ส่ายศีรษะและเดินออกไปด้านนอกโดยที่ไม่สนใจอะไร

"หลินเทียน "

ตอนนี้เองที่มีน้ำเสียงที่เย็นชาดังขึ้น

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 139

คัดลอกลิงก์แล้ว