เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 137

Divine King Of All Directions - 137

Divine King Of All Directions - 137


Divine King Of All Directions - 137

 

ก่อนหน้านี้ตอนที่หลินเทียนได้หยิบเอาตราสัญลักษณ์ประจำตัวออกมานั้นมันแสดงเพียงแค่ว่าเขาเป็นศิษย์ใหม่ของสำนักเท่านั้นดังนั้นฮานเฮอและหลุยหลานถึงได้ไม่รู้ถึงสถานะที่แท้จริงของหลินเทียน หลังจากที่พวกเขาได้ยินคำพูดของซูโจวแล้วถึงได้ตอบสนองโดยทันที

"นี่......."

พวกเขาได้แต่ยิ้มออกมาอย่างขมขื่น ไอ้เจ้านี่คือผู้มีพรสวรรค์ระดับสัตว์ประหลาดจากเมืองเฟิงเจียน ?

จัดการยากจริงๆ !

แกร๊ง ! จิตสังหารยังคงพวยพุ่งออกมาขณะที่เหล็งเฟิงค่อยๆเข้าไปใกล้หลินเทียน

"หยุดนะเหล็งเฟิง ! "

ฮานเฮอได้พูดออกมา

ใบหน้าของเหล็งเฟิงได้เปลี่ยนเป็นหม่นหมองก่อนที่จะพูดออกมาว่า

"มันสังหารน้องชายข้า ! "

แม้ว่าเหล็งอี้ทงจะไม่มีพรสวรรค์อะไรมากนักแต่ก็ยังเป็นน้องชายของเขาอยู่ดี เขาจะทนดูน้องชายถูกฆ่าต่อหน้าต่อตาได้อย่างไรกัน

"แต่เขามีตรามังกร ! "

หลุยหลานได้พูดออกมา

คำพูดนี้ทำให้ท่าทางของผู้คนรอบข้างเปลี่ยนไปอย่างมาก

งั้นแสดงว่าหลินเทียนจะไม่มีความผิด ?

อย่างไรก็ตามหลังจากที่คิดดูแล้วพวกเขาก็ได้แต่โล่งอกเพราะว่าตรานั้นเป็นตัวแทนของราชวงซึ่งสามารถลบล้างความผิดทั้งหมดได้ 1 ครั้งและแต่ให้เป็นสำนักเป่ยหยานก็ต้องไว้หน้าพวกเขา แน่นอนว่าทุกคนไม่รู้เลยว่าฮานเฮอกำลังรู้สึกสองจิตสองใจ

อายุ 16 ปี พรสวรรค์ระดับ 9 ดารา ปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมระดับ 3 พรสวรรค์สัตว์ประหลาดแบบนี้จะฆ่าทิ้งได้อย่างไรกัน

หากว่าลงโทษเขาก็จะเป็นการสูญเสียอย่างใหญ่หลวง !

เหล็งเฟิงได้แต่กำกระบี่ของเขาเอาไว้กับที่พร้อมทั้งจ้องมองไปยังหลินเทียนด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยจิตสังหาร เขารู้อยู่เต็มอกแล้วว่าตรามังกรคือสัญลักษณ์ตัวแทนของราชวงซึ่งแม้ว่าเขาไม่รู้ว่าหลินเทียนไปได้มันมาได้อย่างไรแต่หากว่าเขาลงมือสังหารหลินเทียนตรงนี้ก็จะทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายและทำให้ทางราชวงเสียหน้าได้ซึ่งมันถือเป็นหายนะสำหรับตระกูลของเขาที่กล้าขัดขืนอำนาจของราชวง

หลังจากที่เห็นว่าเหล็งเฟิงได้หยุดเท้าลงแล้วฮานเฮอก็ได้พยักหน้าออกมา

ฮานเฮอได้เดินไปหาหลินเทียนพร้อมกับพูดว่า

"ในเมื่อเจ้าถือครองตรามังกรงั้นก็จบเรื่องตรงนี้แต่ว่าครั้งหน้ามันจะใช้ไม่ได้อีกต่อไป "

"เขา "

หลินเทียนได้พูดออกมาขณะที่มองไปมาทางเหล็งเฟิง

"อะไร ? "

ฮานเฮอได้ถามออกมา

หลินเทียนได้พูดต่อว่า

"เรื่องที่เขานำกองกำลังผู้เชี่ยวชาญของตระกูลตัวเองบุกเข้าไปลอบสังหารข้าในป่าระหว่างการทดสอบนี่ทางสำนักจะลงโทษอย่างไร ? "

"ไม่ใช่ว่าเจ้าสังหารเหล็งอี้ทงไปแล้ว ? "

หลุยหลานได้พูดออกมาพลางขมวดคิ้ว

"ใช่ ข้าสังหารเหล็งอี้ทงไปก็จริงดังนั้นข้าถึงได้ใช้ตรามังกรนี่ลบล้างความผิดไปแต่เหล็งเฟิงเองก็ยังมีโทษที่คิดสังหารศิษย์ร่วมสำนักอยู่ เขาจะได้รับโทษอะไร ? "

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก

เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้วคนรอบข้างถึงกับสูดหายใจเข้าลึกไปตามๆกัน

"เจ้านี่มันบ้าไปแล้ว !"

"ฆ่าเหล็งอี้ทงโดยอาศัยตราแม่ทัพแถมยังจะให้.........ทางสำนักลงโทษเหล็งเฟิง ? "

"ก้าวร้าวจริงๆ "

ศิษย์เก่าหลายคนได้แต่แสดงสีหน้าที่โง่งมออกมา

ศิษย์ใหม่ทั้งหลายเองก็ได้แต่จ้องมองด้วยดวงตาที่เบิกกว้างเพราะว่านี่มันบ้าชัดๆ !

"ไอ้คนโอหัง ! "

เซี่ยหวูได้พูดออกมาด้วยสีหน้าที่หมองคล้ำ

ตูฮงซิงที่อยู่ห่างออกไปเองก็ได้แสยะออกมาอย่างเย็นชาขณะที่มองไปทางหลินเทียนด้วยสีหน้าที่ไม่สบอารมณ์เพราะว่าเขาเป็นคนที่แย่งชิงเกียรติยศของตัวเองไป

ฮานเฮอเองก็ได้แต่ขมวดคิ้วพร้อมกับไม่รู้ว่าควรจะพูดอย่างไรดี

"นี่......"

หากพูดตามความจริงแล้วทางสำนักต้องจัดการกับเหล็งเฟิงแต่มันเป็นเพราะว่าอีกฝ่ายเป็นนายน้อยคนโตของตระกูลเหล็งแถมยังอยู่ในอันดับที่ 7 ของตารางสายลมและหมู่เมฆดังนั้นในเมื่อเหล็งอี้ทงเพิ่งจะตายไปแล้วจะให้จัดการกับเหล็งเฟิงอีกมันก็ดูแปลกๆ

เหล็งเฟิงที่อยู่บนเวทีเองก็ได้แต่จ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยจิตสังหารที่เข้มข้น

"มาสิ ประลองเป็นตายกันเจ้าน่าจะพอใจ ? "

เหล็งเฟิงได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา

หลินเทียนได้แสดงสีหน้าที่ดูถูกออกมาพร้อมกับตอบกลับไปว่า

"ประลองเป็นตาย ? ทำไม ? เจ้ากล้าที่จะคิดลอบสังหารศิษย์ร่วมสำนักแล้วยังมีหน้ามาท้าประลองเป็นตายกับข้าอีก ? ดูเหมือนว่าหนังหน้าตระกูลเจ้าจะหนาไม่ใช่น้อยเลยนะ "

ท่าทางของเหล็งเฟิงได้เปลี่ยนเป็นเย็นชากว่าเก่าพร้อมกับจิตสังหารที่พวยพุ่งออกมาอย่างบ้าคลั่ง

"พอได้แล้ว ! "

ฮานเฮอได้คำรามออกมาพร้อมกับมองไปทางหลินเทียนแล้วพูดว่า

"เรื่องนี้จะฟังจากเจ้าฝ่ายเดียวไม่ได้ดังนั้นทางเราต้องสืบสวนให้ดีเสียก่อนแล้วค่อยสรุปกันอีกที "

"จะหาข้ออ้างยื้อเวลา ? "

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้มแห้งๆ

"เจ้า...."

ใบหน้าของฮานเฮอในตอนนี้ซีดลงอย่างมากด้วยความโกรธ เจ้าหนูนี่มันบ้าจริงๆที่ไม่ไว้หน้าเขาแม้แต่น้อย

เขาไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรต่อแล้วดังนั้นก็ได้แต่ส่ายศีรษะไป

"ได้ ไม่ว่าทางสำนักจะจัดการกับเขาอย่างไรก็ช่างแต่ข้าเป็นคนที่ชอบจัดการแก้ปัญหาของตัวเองอยู่แล้ว "

เขาได้มองไปทางเหล็งเฟิงอย่างเย็นชาพร้อมกับพูดว่า

"ข้าจะทำให้เจ้าได้รู้ว่าจุดจบเจ้าจะเป็นอย่างไรเมื่อมาล่วงเกินข้า วันนี้เหล็งอี้ทงนอนกองอยู่กับพื้นไปแล้วและอีกไม่นานก็จะถึงคราวของเจ้า "

ผู้คนโดยรอบได้แต่แสดงสีหน้าที่โง่งมออกมา

"เขา.....ชื่อว่าหลินเทียนใช่ไหม ? "

"ไม่ใช่ว่าเจ้าหนูนี่มันเป็นเจ้าชายองค์ไหนของราชวงที่แอบมาเล่นที่สำนักนี้หรอกใช่ไหม ? "

"บ้าเกินไปแล้ว ! "

ฆ่าเหล็งอี้ทงไปยังไม่พอแต่ยังข่มขู่ฆ่าเหล็งเฟิงอีกซึ่งๆหน้านี่มันบ้าเกินไปแล้ว ความบ้านี้มันทำให้ผู้ชมรอบข้างต่างอ้าปากค้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อไปตามๆกัน

ท่าทางของเหล็งเฟิงได้ตกต่ำลงอย่างมาก ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นน่าเกลียดจากความอับอายที่ได้รับนี้เพราะตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครสร้างความอับอายให้เขาได้เท่าหลินเทียน ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนกำลังถูกหลินเทียนตบหน้าซ้ำๆอยู่เรื่อยๆและหากว่าไม่ได้เป็นเพราะในมือของหลินเทียนมีตรามังกรแล้วเขาก็คงจะกระโจนออกไปฉีกร่างของมันออกเป็นชิ้นๆ

ฮานเฮอได้แต่มองไปที่กันและกันพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างขมขื่น

"ผู้อาวุโส งั้นก็ถือว่าข้าเข้าเป็นศิษย์สำนักเต็มตัวแล้วสินะ ? "

หลินเทียนได้ถามออกมา

ณ ตอนนี้หลินเทียนไม่ได้ตอบสนองเหล็งเฟิงเลยแม้แต่น้อย หากว่าเขาแข็งแกร่งในตอนนี้เขาก็คงจะลงมือสังหารเหล็งเฟิงไปด้วยแล้วแต่น่าเสียดายที่เขายังรู้สึกว่ายังห่างชั้นกับฝ่ายตรงข้ามอยู่

"แน่นอน จะไม่ใช่ได้อย่างไรกัน ? "

ฮานเฮอได้พูดออกมาด้วยใบหน้าที่จริงจัง

สัตว์ประหลาดแบบนี้ใครจะไม่เอา ?

"แล้วอันดับ ? "

"ไม่ต้องสู้กันแล้ว การประลองได้จบลงแล้วและเจ้าได้รับอันดับที่ 3 ! "

หลุยหลานได้พูดออกมาด้วยใบหน้าที่จริงจังก่อนที่จะมองไปทางซูโจวที่อยู่ด้านล่างว่า

"เจ้าดูแลคนที่เจ้าไปเอามาก่อนแล้วกัน นำเขาไปข้างในแล้วอธิบายเรื่องราวต่างๆให้เขาฟังซะ "

เรื่องเหล็งอี้ทงถูกสังหารนั้นไม่ใช่เรื่องเล็กๆดังนั้นเขาถึงต้องไปจัดการอย่างรอบคอบ

"ขอรับ ! "

ซูโจวได้พยักหน้าซ้ำๆ

ฮานเฮอได้มองไปทางหลินเทียนพร้อมกับพูดว่า

"เอาล่ะ ไปกับซูโจวซะ "

หลินเทียนได้พยักหน้าออกมาพร้อมกับกวาดตามองไปยังเหล็งเฟิงด้วยสีหน้าที่เย็นชาแล้วกระโดดลงเวทีไป

"ต้องขอรบกวนท่านผู้อาวุโสด้วย "

เขาได้พูดออกมา

ซูโจวได้แต่ส่ายศีรษะพร้อมทั้งเดินนำหลินเทียนออกไป

ทั่วทั้งลานประลองได้ตกลงสู่ความเงียบสงบขณะที่จ้องมองไปยังร่างของหลินเทียนที่กำลังเดินจากไป ในดวงตาของเหล็งเฟิงนั้นต่างเต็มไปด้วยจิตสังหารที่เข้มข้นขณะที่กำหมัดแน่น ตัวเขาอยากจะกลืนหลินเทียนเข้าไปทั้งตัวด้วยซ้ำ , ฮานเฮอและหลุยหลานที่อยู่ข้างๆเองก็ได้แต่มองไปยังสีหน้าของเหล็งเฟิงก่อนที่จะกวาดตามองไปยังศพของเหล็งอี้ทงพลางยิ้มออกมาอย่างขมขื่น ดูเหมือนว่าเรื่องนี้มันยังไม่จบอย่างแน่นอน

"เขาคือ เขาคือหลินเทียนใช่ไหม ? หล่อมาก ! สุดยอดไปเลย ! "

ศิษย์ที่เป็นผู้หญิงทั้งหลายต่างจ้องมองด้วยดวงตาที่เปล่งประกาย

หลายๆคนได้แต่จ้องมองไปทางที่ร่างของหลินเทียนได้เดินจากไปขณะที่ภาพเหตุการณ์สังหารเหล็งอี้ทงและเอาตรามังกรออกมายังคงวนเวียนอยู่ในสมองของพวกเขา

.........

ณ ตอนนี้หลินเทียนได้เดินจากไปไกลแล้ว

"เจ้าบรรพบุรุษตัวน้อยนี่มันสุดๆไปเลยนะ เพิ่งเข้ามาแท้ๆแต่กลับสร้างเรื่องใหญ่ขนาดนี้ "

ซูโจวได้พูดออกมาด้วยใบหน้าที่ตะแหง่วๆ

นายน้อยคนรองของตระกูลเหล็งได้ถูกสังหารโดยหลินเทียนต่อหน้าทุกคนนั้นเป็นเรื่องใหญ่อย่างแน่นอน

"ช่วยไม่ได้หนิ ก็มันอยากจะสังหารข้าดังนั้นข้าก็ทำได้เพียงตอบโต้กลับไปเท่านั้น "

หลินเทียนได้ส่ายศีรษะของเขา

ซูโจวเองก็ได้พูดออกมาว่า

"แต่ที่นี่เป็นเมืองหลวงนะ มังกรก็ไม่สามารถต่อกรกับงูเจ้าถิ่นได้ดังนั้นอย่าพูดถึงขุมพลังที่แข็งแกร่งอย่างตระกูลเหล็งเลย น่าจะปรองดองกันไว้นะ"

"พวกมันต้องการฆ่าข้าแล้วจะให้ปรองดอง ? หากว่าครั้งนี้ปล่อยไปแล้วก็ต้องมีครั้งต่อไป "

หลินเทียนได้พูดออกมา

ซูโจวเองก็ได้ผงะไปพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างขมขื่นพลางตอบว่า

"ที่เจ้าพูดก็ถูก "

หลังจากที่เขาส่ายศีรษะแล้วก็ได้พูดต่อว่า

"เอาล่ะ มู่ชิงและฉีดงก็ยังไม่กังวลเรื่องของเจ้าดังนั้นข้าก็ไม่กังวลเหมือนกัน มา ข้าจะนำเจ้าไปเลือกที่พักก่อนแล้วจะนำเที่ยวชมสำนักเรา"

"ได้ ต้องรบกวนท่านด้วย "

"รบกวนอะไรกันล่ะ การที่ข้าสามารถดึงเอาสัตว์ประหลาดแบบเจ้ามาได้นี่ทำให้ข้าได้รางวัลไม่น้อยเลยนะ "

ซูโจวได้หัวเราะออกมา

สำนักเป่ยหยานนั้นเป็นสำนักสูงสุดในจักรวรรดินี้ซึ่งกินพื้นที่กว้างขวางเป็นอย่างมาก หลินเทียนและซูโจวได้เดินไปถึงเขตที่พักของศิษย์สำนักอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งพบกับบ้านพักที่ดูใหญ่โตและรายล้อมไปด้วยบรรยากาศที่เงียบสงบ

"สมแล้วที่เป็นสำนักเป่ยหยาน "

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

ที่นี่ดีกว่าที่พักของศิษย์ภายในสำนักจิ่วหยางเสียอีกด้วยซ้ำแถมระยะห่างระหว่างบ้านพักแต่ละหลังเองก็ไม่ใช่น้อยๆดังนั้นถึงไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครมาแอบมองอะไร

"ศิษย์ส่วนใหญ่อาศัยกันอยู่ที่นี่ เจ้าเลือกได้ตามสบาย "

ซูโจวได้พูดออกมา

"ได้"

หลินเทียนได้พยักหน้าตอบ

หลังจากที่กวาดตามองไปรอบๆแล้วเขาก็ได้เลือกที่พักตามใจชอบ

หลังจากที่เลือกเสร็จแล้วเขาก็ได้เชิญซูโจวเข้ามาภายในห้องพร้อมทั้งถามออกมาว่า

"ผู้อาวุโส ท่านบอกว่าศิษย์ส่วนใหญ่พักที่นี่แล้วยังมีที่อื่นอีก ? "

สำหรับคำถามนี้ซูโจวก็ได้ตอบกลับไปว่า

"ใช่แล้ว สำนักนี้มีความเป็นมายาวนานมากๆดังนั้นถึงได้แบ่งออกเป็นศิษย์ตำหนักนอก ตำหนักใน และตำหนักราชา ซึ่งแต่ละระดับนี้ก็จะแยกส่วนของที่พักออกจากกัน ที่นี่เป็นส่วนของตำหนักนอก "

"ตำหนักนอก ตำหนักใน ตำหนักราชา เป็นเช่นนี้นี่เอง "

หลินเทียนได้พยักหน้าก่อนที่จะถามต่อว่า

"สำนักสามารถเลื่อนระดับจาศิษย์ตำหนักนอกเป็นตำหนักในได้แล้วเราจะเลื่อนเป็นตำหนักราชาได้อย่างไรกัน ? "

หลินเทียนนั้นผ่านสำนักจิ่วหยางมาแล้วถึงได้รู้ว่ายิ่งอยู่ในระดับที่สูงขึ้นก็จะยิ่งได้รับผลประโยชน์มากขึ้นดังนั้นเขาถึงจำเป็นต้องถามเรื่องนี้

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 137

คัดลอกลิงก์แล้ว