เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 136

Divine King Of All Directions - 136

Divine King Of All Directions - 136


Divine King Of All Directions - 136

 

สำหรับเรื่องของป่าพิษนั้นบรรดาศิษย์เก่าและผู้อาวุโสรู้จักกันเป็นอย่างดีซึ่งในสถานที่แห่งนั้นผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้ยังไม่กล้าเข้าไปด้วยซ้ำแต่ไม่คิดเลยว่าชายหนุ่มคนนี้กลับรอดออกมาได้ นี่มันทำให้พวกเขาตกตะลึงเป็นอย่างมาก

หลินเทียนได้ต้องมองไปทางเหล็งเฟิงด้วยสายตาที่เย็นชา

"ปล่อยเขาซะ "

เหล็งเฟิงได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา

"ไม่คิดจะแย้งหน่อย ? "

หลินเทียนได้ยั่วยุออกมา

เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้วผู้คนทั้งหลายก็ล้วนมองไปทางเหล็งเฟิงแต่น่าเสียดายที่เขาไม่ได้พูดอะไออกมาแม้แต่น้อย

"ปล่อยเขาซะ ! "

เขายังคงพูดประโยคเดิมอีกครั้ง

เหล็งเฟิงเริ่มเดินเข้าใกล้หลินเทียน

"อย่าขยับ "

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดุร้าย

แกร๊ง ! กระบี่ได้ปรากฏขึ้นในมือของเขาก่อนที่จะกดไปที่ลำคอของเหล็งอี้ทง

เหล็งเฟิงได้หยุดเท้าลงพร้อมกับกำหมัดแน่นพลางจ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยสีหน้าที่เย็นชา

"เจ้าจะทำอะไร ! "

เหล็งเฟิงได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ตอนนี้เหล็งอี้ทงนั้นอยู่ใต้เท้าของหลินเทียนและแม้ว่าเขาจะแข็งแกร่งกว่าหลินเทียนมากแต่ก็ไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่ามเพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดคือช่วยน้องชายก่อนแล้วค่อยจัดการกับหลินเทียนทีหลัง

"พวกเจ้าไล่ฆ่าข้าแถมยังต้อนข้าจนต้องเข้าไปในป่าพิษดังนั้นคิดว่าข้าจะทำอะไร ? "

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้วผู้ชมทั้งหลายล้วนแต่สูดหายใจเข้าลึกไปตามๆกัน

ณ ตอนนี้พวกเขาสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่พวยพุ่งออกมาจากร่างของหลินเทียนได้อย่างชัดเจน

"เจ้ากล้างั้นรึ ! "

นัยน์ตาของเหล็งเฟิงได้เปลี่ยนเป็นเย็นชาก่อนที่จะแผดจิตสังหารออกมา

"แล้วทำไมข้าถึงไม่กล้า ? "

หลินเทียนได้แสยะกลับไป

กระบี่ในมือของเขาได้กดลงมากกว่าเก่าก่อนที่จะมีเลือดไหลออกมาเล็กน้อย

เหล็งอี้ทงที่อยู่ภายใต้เท้าลองหลินเทียนแถมคอยังถูกจ่อไว้ด้วยกระบี่จนเลือดซิบออกมาก็ได้คำรามออกมาว่า

"หยุด ! แม้ว่าในสำนักจะไม่ห้ามการทำร้ายกันแต่ก็ห้ามสังหารศิษย์ร่วมสำนัก หากว่าเจ้าสังหารข้าเจ้าก็จะได้ตายเหมือนกัน สำนักเป่ยหยานไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่ !"

หลินเทียนได้แต่จ้องมองไปทางเหล็งอี้ทงพร้อมกับยกเท้ากระทืบซ้ำลงไปอย่างจัง

เสียงกระดูกแตกหักได้ถูกส่งออกมาอีกครั้งก่อนที่เหล็งอี้ทงจะส่งเสียงร้องออกมา

"ใครอนุญาตให้เจ้าพูดกัน ? "

เขาได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา

การกระทืบของเขาไม่ได้ยั้งมือแม้แต่น้อย เขาได้กระทืบไปที่ซี่โครงของเหล็งอี้ทงจนทำให้อีกฝ่ายได้แต่โอดครวญออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

"นี่......"

"กระทืบนายน้อยตระกูลเหล็ง นี่มันบ้าไปแล้ว ! "

"โหดจริงๆ ! บ้าสุดๆ ! "

ผู้ชมทั้งหลายได้แต่สูดหายใจเข้าลึก

แต่ตระกูลเหล็งนั้นเป็น 1 ใน 3 ตระกูลผู้บ่มเพาะของเมืองนี้ซึ่งมีอำนาจอย่างมากและเหล็งเฟิงเองก็เป็นถึงอันดับที่ 7 ในตารางสายลมและหมู่เมฆแต่ตอนนี้กลับมีชายหนุ่มกล้ากระทืบน้องชายเขาต่อหน้าโดยที่ไม่สนใจสิ่งเหล่านี้แม้แต่น้อย

"แกร๊ง ! "

กระบี่ได้ปรากฏขึ้นในมือของเหล็งเฟิงพร้อมกับจิตสังหารที่พวยพุ่งออกมา

"ปล่อยเขาซะ ! "

เมื่อจ้องมองไปทางหลินเทียนแล้วน้ำเสียงที่เขาส่งออกมายิ่งเย็นยะเยือกกว่าเก่า

"อาวุธสมบัติระดับต่ำ กระบี่สังเวย "

"เป็นอาวุธประจำกายของเหล็งเฟิงซึ่งได้ข่าวว่ามันสังหารสัตว์อสูรระดับ 6 มาแล้ว "

"แข็งแกร่งมากๆ "

ผู้คนต่างพากันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นออกมา

อาวุธสมบัติในมือของเหล็งเฟิงนั้นแข็งแกร่งมากๆซึ่งมันจะเสริมพลังทำลายของผู้ใช้กว่า 40%และนี่เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้คนได้แต่อิจฉา

หลินเทียนได้จ้องมองไปทางเขาพร้อมกับยิ้มออกมาด้วยท่าทางไม่สนใจ

"ไสหัวออกไปไกลๆ "

กระบี่ในมือของเขาได้กดลงมากกว่าเก่า

"นี่จะฆ่าจริงๆงั้นนึ ? "

"ผู้อาวุโสก็อยู่ที่นี่ ทำไมถึงได้อวดดีขนาดนี้ ? "

"แม่เจ้า เจ้านี่มันบ้าไปแล้ว ! "

หลายๆคนได้แต่แสดงสีหน้าที่หวาดหวั่นออกมา

แน่นอนว่ามีหลายคนที่แสดงสีหน้าที่ตื่นเต้นออกมาเช่นกัน

สีหน้าของเหล็งเฟิงนั้นเย็นชายิ่งกว่าเก่าขณะที่ยังคงปลดปล่อยจิตสังหารที่เข้มข้นกว่าเดิมออกมา

"พอได้แล้ว ปล่อยเขาซะ "

"เจ้าเองก็ให้บทเรียนเขาไปแล้ว นี่ก็น่าจะพอแล้ว "

ฮานเฮอและหลุยหลานได้พูดออกมา

พวกเขาเดาได้ทันทีว่าสิ่งที่หลินเทียนพูดนั้นล้วนเป็นความจริงซึ่งแม้จะเป็นแบบนั้นเขาก็ไม่สามารถปล่อยให้หลินเทียนสังหารเหล็งอี้ทงได้เพราะถึงอย่างไรก็ตามสถานะของเหล็งเฟิงนั้นไม่ธรรมดาๆแถมวันนี้ยังเป็นการประลองศิษย์ใหม่ด้วย

"ได้ยินแล้วหนิ ! ปล่อยข้าซะ ! "

เหล็งอี้ทงได้คำรามออกมา

หลินเทียนได้กวาดตามองไปทางเขาพร้อมกับยกเท้ากระทืบซ้ำลงไปอย่างทารุณ

เหล็งอี้ทงได้โห่ร้องออกมาอย่างน่าสังเวช

"อวดดีนักนะ "

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบเช่นเคย

เหล็งเฟิงเองก็ได้แต่กำกระบี่ในมืออย่างแน่นพร้อมทั้งจ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยสายตาที่โหดเหี้ยม

ฮานเฮอและหลุยหลานที่อยู่อีกฝั่งนึงเองก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปทันที

"ไอ้หนู ! ปล่อยเขาซะ ตอนนี้เจ้าเองก็ไม่เป็นอะไรดังนั้นให้บทเรียนเขาก็พอแล้ว ! "

ฮานเฮอได้พูดออกมา

หลินเทียนได้หันหน้ากลับไปมองเขาก่อนที่จะส่ายศีรษะ

"พอแล้ว ? "

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาพร้อมกับพูดว่า

"มันเป็นเพราะว่ามันสังหารข้าไม่ได้ข้าถึงต้องปล่อยมันไป ? หากว่าเป็นแบบนั้นข้าอยากจะฆ่าใครก็ได้สินะเพราะว่าหากฆ่าไม่ตายอีกฝ่ายก็ต้องปล่อยข้าไปอยู่ดี ท่านผู้อาวุโสหมายความว่าแบบนั้น ? "

"เจ้า.."

ฮานเฮอได้แต่มีท่าทางตกต่ำลงแต่ก็ไม่รู้ว่าจะเถียงอะไรกลับไป

หลุยหลานที่อยู่ข้างๆเองก็ได้พูดออกมาว่า

"หากว่าเจ้าสังหารเขาก็ไม่พ้นโทษของสำนักอยู่ดี หลังจากนั้นเจ้าก็ต้องตายดังนั้นข้าแนะนำว่าอย่าทำอะไรเกินเลย คิดสักนิด "

"คิด ? ไม่จำเป็น เรื่องนี้ไม่ต้องคิดเลยด้วยซ้ำ "

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงไม่แยแส

หลังจากนั้นกระบี่ในมือของเขาก็ได้สะท้อนแสงออกมา

หากว่าเขาเพิ่มแรงอีกนิดก็จะทะลุลำคอของเหล็งอี้ทงโดยทันที

"เจ้า....หยุดนะ ! หยุด ! ไม่ได้ยินที่ผู้อาวุโสพูดหรือไง ! หากว่าสังหารข้า..... เจ้าก็ต้องตายเหมือนกัน ! "

เหล็งอี้ทงได้โห่ร้องออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสายตาของหลินเทียนนั้นตอนนี้เขารู้สึกเพียงแค่ความหวาดกลัว

เหล็งเฟิงที่อยู่ห่างออกไปเองก็ได้พูดออกมาว่า

"หากเจ้ากล้าสังหารเขาข้าบอกได้เลยว่าวันนี้เจ้าไม่ได้มีชีวิตต่อไปแน่ "

"หยุด !"

ฮานเฮอได้คำรามออกมา

หลินเทียนได้กวาดตามองไปยังคนอื่นๆด้วยรอยยิ้มจางๆก่อนที่ดวงตาจะเป็นประกายเย็นชาแล้วเพิ่มแรงลงไป

"พุฟฟฟ ! "

เลือดได้ทะลักออกมาจากลำคอของเหล็งอี้ทงก่อนที่จะตกตายลงในทันที

บรรยากาศโดยรอบได้เงียบสงัดในพริบตา

และตอนนี้เองที่ผู้คนสามารถได้ยินเสียงเข็มหล่นลงพื้นได้อย่างชัดเจน

"นี่......ฆ่าจริงๆด้วย !"

"บ้าไปแล้ว !"

"โหดจริงๆ !"

หลายๆคนได้แต่พึมพำออกมา

"ระยำ !"

"โอหัง !"

ฮานเฮอและหลุยหลานได้แสดงสีหน้าที่หม่นหมองออกมาทันที

นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนกล้าลงมือสังหารศิษย์ร่วมสำนักในการประลองต่อหน้าทุกคน !

จิตสังหารของเหล็งเฟิงได้พวยพุ่งออกมาพร้อมทั้งก้าวเท้าเข้าไปหาหลินเทียนก่อนที่จะฟาดฟันออกไป

"เหล็งเฟิง ถอยกลับมานี่ ! "

ฮานเฮอได้กระโดดขึ้นไปบนเวทีก่อนที่จะเดินไปทางหลินเทียนแล้วพูดว่า

"ไม่ว่าจะถูกหรือผิดแต่เจ้าก็ไม่สามารถสังหารศิษย์ร่วมสำนักในสำนักได้ เราได้เตือนเจ้าแล้วแต่น่าเสียดายที่เจ้าไม่ฟัง "

"จบแล้ว"

"เจ้านี่มีความกล้าบ้าบิ่นดีจริงๆแต่น่าเสียดายที่มันเกินไป "

"เห้อ "

หลายๆคนได้แต่ส่ายศีรษะไปตามๆกัน

ฮานเฮอได้เดินเข้าไปทางหลินเทียนอย่างช้าๆ

"หยุด ! "

หลินเทียนได้พูดออกมาอย่างไม่แยแส

หลังจากนั้นตราสลักลวดลายมังกรก็ปรากฏออกมาในมือของเขา

ตรานี้สลักลายมังกร 9 ตัวที่ให้ความรู้สึกน่าเกรงขามอย่างมาก

ฮานเฮอได้หยุดเท้าลงพร้อมกับพูดด้วยท่าทางที่เปลี่ยนไปว่า

"ตรามังกร ? "

ไม่เพียงแค่ฮานเฮอเท่านั้นแต่หลุยหลานเองก็มีท่าทางเปลี่ยนไปเช่นกัน พวกเขาไม่คิดเลยว่าชายหนุ่มคนนี้จะมีของแบบนี้

ผู้ชมโดยรอบเองก็ต่างผงะไป

"เจ้าหนุ่มนี่มีใครหนุนหลังอยู่กันนะ "

"ดูเหมือนว่าจะไม่ได้เป็นพวกตัวเปล่านะ "

มีศิษย์เก่าหลายคนในสำนักที่ตระหนักถึงอำนาจของตราในมือของหลินเทียนดี

ณ ตอนนี้บรรยากาศได้เปลี่ยนไปอีกครั้ง

หลินเทียนได้มองไปทางฮานเฮอและหลุยหลานด้วยสีหน้าที่ราบเรียบพลางพูดออกมาว่า

"รู้ใช่ไหมว่านี่คืออะไร ? "

มันเป็นตราที่ที่รองเจ้าสมาคมปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมได้ให้เขาไว้ซึ่งสามารถพ้นโทษทุกอย่างภายในสำนักได้หนึ่งครั้งดังนั้นสรุปแล้วมันเป็นของที่มีประโยชน์มากๆ

ท่าทางของฮานเฮอและหลุยหลานได้ตกต่ำลงอย่างมาก

แกร๊ง ! เสียงกระบี่คำรามได้ดังขึ้น

เหล็งเฟิงที่กำลังถือกระบี่อยู่เองก็ได้เดินเข้าไปทางหลินเทียนด้วยสายตาที่น่ากลัว น้องชายถูกสังหารต่อหน้าต่อตาแล้วจะให้เขาทนได้อย่างไรกัน ?

"นี่....."

เมื่อจ้องมองไปทางเหล็งเฟิงแล้วผู้ชมทั้งหลายล้วนแสดงสีหน้าที่ตกตะลึงออกมา

หลินเทียนได้มองไปทางเขาพร้อมกับพูดออกมาว่า

"สมแล้วที่เป็นถึงนายน้อยตระกูลเหล็งที่อยู่ในอันดับ 7 ของตารางสายลมและหมู่เมฆถึงได้สามารถเอาผู้เชี่ยวชาญตระกูลตัวเองไปลอบสังหารข้าในการทดสอบแล้วตอนนี้ยังไม่เห็นตรามังกรอยู่ในสายตาด้วยซ้ำ สุดยอดไปเลย ! สุดยอดมากๆ ! อีกไม่กี่ปีเจ้าคงได้เป็นผู้ครองจักรวรรดินี้แล้วสินะ "

คำพูดเหล่านี้มันทำให้ท่าทางของผู้คนเปลี่ยนไปทันที

มันเป็นคำพูดทิ่มแทงจิตใจอย่างมาก

ณ ตอนนี้ชายวัยกลางคนๆหนึ่งได้รีบวิ่งมาที่นี่

ชายคนนั้นคืออาจารย์ของสำนักนี้ที่ชื่อว่าซูโจวซึ่งเป็นคนที่ไปเลือกหลินเทียนมาจากสำนักจิ่วหยางเมื่อหนึ่งเดือนก่อน หลังจากที่เขาวิ่งขึ้นมาบนเวทีแล้วก็ได้กระซิบอะไรบางอย่างกับหลุยหลานก่อนที่สายตาที่พวกเขามองไปยังหลินเทียนจะเปลี่ยนไปอย่างใหญ่หลวง

หลุยหลานได้กระโดดลงมาจากเวทีพร้อมเดินไปกระซิบกับฮานเฮอต่อ

"อะไรนะ นี่คือไอ้หลินเทียน ? "

ท่าทางของฮานเฮอได้เปลี่ยนไปอย่างมาก

เมื่อตอนที่ซูโจวได้กลับมารายงานเรื่องที่สำนักจิ่วหยางมีเด็กหนุ่มอายุ 16 ปี ผู้มีพรสวรรค์ระดับ 9 ดารา ปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมระดับ 3 ก็ทำให้พวกเขาตกตะลึงอย่างมากถึงได้จำชื่อหลินเทียนไว้อย่างดี ต้องรู้ก่อนนะว่าแม้สำนักนี้จะไม่เคยขาดแคลนผู้มีพรสวรรค์แต่การมีผู้มีพรสวรรค์ 9 ดาราและปรมาจารย์ระดับ 3 คนเดียวกันนี่มันเป็นเรื่องที่น่ากลัวมากๆ

ณ ตอนนี้พวกเขาได้แต่จ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยสายตาที่เปลี่ยนซ้ำไปซ้ำมา

"ข้าเองก็คิดอยู่เลยว่าทำไมก่อนหน้านี้ไม่เห็นใครที่ชื่อว่าหลินเทียนเฉิดฉายออกมาเลยแต่ไม่คิดเลยว่าจะเป็นไอ้หนูนี่ "

หลี่หลานได้พูดออกมา

พวกเขาได้แต่มองไปที่กันและกันก่อนที่จะส่ายศีรษะออกมา

อายุ 16 ปี พรสวรรค์ระดับ 9 ดารา ปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมระดับ 3 นี่มันเป็นสัตว์ประหลาดชัดๆ

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 136

คัดลอกลิงก์แล้ว