เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 130

Divine King Of All Directions - 130

Divine King Of All Directions - 130


Divine King Of All Directions - 130

 

เหล็งเฟิง ? หลินเทียนได้มองไปยังชายชุดสีฟ้าที่กำลังทำสีหน้าราบเรียบ

"คนตระกูลเหล็ง ! "

หลินเทียนได้คิดอยู่ภายในใจ

ณ ตอนนี้สายตาของผู้คนทั้งหมดได้ตกอยู่ที่ร่างของเหล็งเฟิงเป็นสายตาเดียวกันซึ่งหากเทียบกันแล้วต่างกับศิษย์เก่าทั้ง 4 คนที่อยู่ข้างๆมากๆ

"หล่อจริงๆ !"

"หากว่าแต่งกันกับเขาได้ก็คงจะดี ! "

ตรงหน้าประตูทางเข้านั้นมีผู้คนอยู่มากมายไม่ว่าจะเป็นหญิงสาวคนไหนๆก็ต่างจ้องมองไปทางเหล็งเฟิงเป็นสายตาเดียวกัน

หลายๆคนได้แต่พูดออกมาว่า

"อย่าโง่ไปหน่อยเลย เขาเป็นถึงผู้สืบทอดตระกูลเหล็งซึ่งอยู่อันดับที่ 7 ในตารางสายลมและหมู่เมฆ จะใช้คนที่เจ้าจะเอาได้อย่างไร "

เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้วท่าทางของหลินเทียนก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย

"อันดับที่ 7 ตารางสายลมและหมู่เมฆ"

เขาได้กระซิบอยู่ภายในใจ

หลังจากที่ได้มาอยู่ที่นี่ไม่กี่วันนั้นเขาก็พอรู้เรื่องของตารางนี้มาบ้างว่ามันเป็น 10 อันดับคนที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองนี้ซึ่งวัดอายุอยู่ที่ช่วง 16 – 20 ปีเท่านั้น เหล็งเฟิงนั้นดูอายุราวๆ 18 ปีแต่การที่สามารถอยู่ในอันดับที่ 7 ได้นั้นแสดงว่ามันต้องไม่ธรรมดาเหมือนกัน

ห่างออกไปไม่ไกลนั้นมีเสียงรถม้าวิ่งเข้ามาซึ่งเรียกร้องความสนใจของผู้คนมากมาย

หลังจากที่รถม้าได้เปิดออกมาแล้วสายตาของผู้คนมากมายต่างจับจ้อง

"หลานสาวของท่านแม่ทัพจี่ ! "

"หญิงสาวอันดับ 1 ของเมืองนี้ อันดับที่ 6 ในตารางสายลมและหมู่เมฆยังอุส่ามาด้วย !"

"งดงามจริงๆ !"

"จะว่าก็ว่าทำไมนางถึงได้มาในวันนี้ ?"

"บางทีอาจจะอยากมาดูเด็กใหม่ก็ได้มั้ง "

"เป็นไปไม่ได้ ทุกปีก็มีเหมือนกันแต่ไม่เห็นว่านางจะมาเลยสักครั้ง "

ดวงตาของหลายๆคนได้เปล่งประกายออกมาขณะที่จ้องมองไปที่นาง พวกเขาได้แต่คิดว่ามันแปลกมากๆเพราะว่านางไม่ได้เป็นศิษย์ของสำนักนี้และไม่ค่อยออกไปไหนมาไหนแต่วันนี้กลับมาที่นี่ทำไมกัน ? คนอื่นๆเองก็คิดว่ามันประหลาดเหมือนกัน

ตัวตนของนางได้บดบังเหล็งเฟิงไปทันทีและตอนนี้สายตาของทุกคนล้วนจับจ้องไปที่นางไม่เว้นแม้แต่สาวๆก็ด้วย

จี่หยูได้กวาดตามองไปรอบๆเหมือนหาอะไรบางอย่างก่อนที่จะพบกับหลินเ ียนในหมู่ศิษย์ใหม่พร้อมทั้งยิ้มแล้วโบกมือให้กับเขา

หลินเทียนได้แต่แสดงสีหน้าที่แปลกประหลาดออกมาทันที

"พระเจ้า ! นั่นนาง.......เหมือนกำลังโบกมือให้ใครน่ะ ? "

"ใครกัน ! ใครที่มีเกียรติขนาดนั้นกัน ! "

"ดูเหมือนว่าเป็นคนในหมู่ศิษย์ใหม่นะ ใครกัน ! "

หลายๆคนได้แต่มองไปยังศิษย์ใหม่ทั้งหลาย

เหล็งเฟิงเองก็ได้กวาดตามองไปที่นางก่อนที่จะมองกลับไปตรงหลินเทียนอีกครั้ง

หลินเทียนสัมผัสได้ถึงสายตาที่มุ่งร้ายได้อย่างชัดเจนดังนั้นถึงได้หันหน้ากลับไปมองตามพลางขมวดคิ้ว

ณ ตอนนี้ชายวัยกลางคนได้พูดออกมาว่า

"ทุกคนจัดแถวเป็น 5 แถวแล้วเข้าไปด้านในซะ ! "

เมื่อได้ยินแบบนั้นแล้วศิษย์ใหม่กว่า 200 คนเองก็ได้แบ่งกลุ่มออกพร้อมทั้งเดินเข้าไปภายในการนำของเหล็งเฟิงและคนอื่นๆ

หลินเทียนที่อยู่ในหมู่คนเองก็ได้หันหน้ากลับมาทางจี่หยู

เมื่อเห็นสายตาของเขาแล้วนางก็ได้แสดงสีหน้าที่มีความสุขออกมาพร้อมกับโบกมือให้กับเขา

หลินเทียนรู้ได้ทันทีเลยว่านางมาที่นี่เพื่อเขา

"บรรยากาศแบบนี้มันแหม่งๆยังไงชอบกลแหะ "

เขาได้พึมพำออกมาเพราะแม้ว่าเขาจะช่วยนางไว้ก็จริงแต่ว่านางก็ไม่น่าจะตอบแทนถึงขนาดนี้

ในหมู่คนเหล่านี้เองก็มีอีกคนที่เห็นเหตุการณ์นี้นั่นก็คือ เหล็งอี้ทง

"ระยำ !"

เขาได้แต่กัดฟันพร้อมกับจ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยสีหน้าที่ดุร้าย

หลินเทียนนั้นฝึกฝนเคล็ดวิชาหนึ่งวิญญาณสวรรค์ดังนั้นถึงได้มีจิตสัมผัสที่แรงกล้าถึงได้ตระหนักถึงสายตาของเหล็งอี้ทงดี เขาได้มองกลับไปด้วยหางตา

การกระทำของหลินเทียนนั้นส่งผลให้เหล็งอี้ทงโกรธถึงขีดสุดเพราะเขาไม่คิดเลยว่าหลินเทียนจะกล้าเมินเขา

"ไอ้ลูกหมา รอก่อนเถอะ ! "

เหล็งอี้ทงได้ก่นด่าออกมาเบาๆพร้อมกับแสดงแววตาที่เย็นยะเยือกออกมา

ศิษย์กว่า 200 คนได้เดินเข้าไปด้วยกันซึ่งสร้างเสียงที่ดุดันออกมา ผู้คนมากมายได้แต่จ้องมองไปยังศิษย์ใหม่ทั้ง 200 คนนี้ที่กำลังเดินออกไปด้วยสายตาที่เปล่งประกายเพราะทั้ง 200 คนนี้คือผู้มีพรสวรรค์ของจักรวรรดินี้ !

หลินเทียนที่เดินตามพวกเขาไปก็ได้เดินไปถึงหน้าประตูเมืองอย่างรวดเร็ว

"เจ้านั่นดูแข็งแรงดีจัง "

"ไร้สาระ ! ทั้งจักรวรรดิมีประชากรอยู่ตั้งกี่คนแต่เลือกมาเพียงแค่ 200 คนเท่านั้น คนพวกนี้เป็นผู้มีพรสวรรค์ไร้เทียมทานเลยล่ะ "

ผู้คนมากมายต่างแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน

"วิ่งตามมา ! "

ชายวัยกลางคนได้คำรามออกมาอย่างดัง

ณ ตอนนี้พวกเขาได้เดินออกมาจากเขตเมืองหลวงแล้วซึ่งพวกเขาเริ่มวิ่งออกไปไปพร้อมๆกันจนทำให้พื้นดินถึงกับสั่นสะเทือน

หลังจากที่ผ่านไปได้ประมาณ 2 ชั่วโมงแล้วก็พบกับเขตป่ากว้างใหญ่อยู่ตรงหน้า

หลินเทียนได้มองออกไปพร้อมกับพบป่าเขียวขจีที่อุดมไปด้วยกลิ่นอายอสูร

"กว้างกว่าป่าทมิฬแต่อันตรายเหมือนๆกัน "

หลินเทียนได้พูดกับตัวเอง

แต่ถึงอย่างไรเขาก็รู้ว่านี่มันไม่ธรรมดาๆอย่างแน่นอน

ณ ตอนนี้ผู้คนทั้งหมดได้หยุดเท้าลง

ชายวัยกลางคนได้มองไปยังศิษย์กว่า 200 คนพร้อมกับคำรามออกมาอย่างดังว่า

"เตรียมตัวไว้ให้ดี หลังจากที่เข้าไปแล้วก็จะเริ่มการทดสอบโดยทันที ภายในหนึ่งวันจะต้องไปถึงระยะทาง 10 กิโลเมตร แล้วหากว่าใครที่ไปไม่ถึงก็จะถือว่าหมดสิทธิ์โดยทันที หลังจากนั้นครึ่งเดือนหากว่าพบใครอยู่ก่อนถึงเขต 10 กิโลเมตรที่ว่าก็จะหมดสิทธิ์เหมือนกัน ในครึ่งเดือนนี้หากว่าใครที่ลงมือกับศิษย์ร่วมสำนักก็จะหมดสิทธิ์ เข้าใจแล้วหรือยัง ! "

"ขอรับ ! "

ศิษย์ใหม่ทั้งหลายได้ตอบเป็นเสียงเดียวกัน

"ดีมาก ! "

ชายวัยกลางคนได้พูดออกมาด้วยท่าทางที่พอใจ

ศิษย์กว่า 200 คนเองก็ได้แต่จ้องมองเข้าไปในป่าด้วยแววตาเป็นประกายด้วยความอยากจาร้างปัญหา

หลังจากนั้นก็ได้ผ่านไป 15 นาที

"ทุกคนเข้าไปได้ ! "

ชายวัยกลางคนได้คำรามออกมา

พริบตาเดียวนั้นเองที่ศิษย์ทั้งหลายได้เคลื่อนที่เข้าไปอย่างรวดเร็ว

คนเหล่านี้เป็นเหล่าผู้มีพรสวรรค์ในหมู่หัวกะทิแน่นอนว่าไม่มีใครเกรงกลัวป่าพวกนี้อยู่แล้ว

หลินเทียนก็ได้พุ่งตามกลุ่มคนเข้าไปอย่างรวดเร็วก่อนที่จะพบว่ามันมีกลิ่นอายที่รกร้างมากๆ ในอากาศมีกลิ่นอายอสูรที่เข้มข้นจนรู้สึกได้อย่างชัดเจน

เขาไม่ได้สนใจอะไรก่อนที่จะพุ่งเข้าไปในส่วนลึกของป่า

ระยะทาง 10 กิโลเมตรนั้นจะพูดว่าสั้นก็สั้น ยาวก็ยาว ระหว่างทางหลินเทียนได้ยินเสียงคำรามของสัตว์อสูรมากมาย

"วิ้ส ! "

ไม่นานก็มีสัตว์อสูรระดับ 3 ได้พุ่งเข้ามาพร้อมกับใช้กรงเล็บแหลมตะปบไปทางเขา

หลินเทียนได้เหวี่ยงมือออกไปปะทะโดยทันที

โครม ! สัตว์อสูรตัวนี้ได้ปลิวออกไปไกลก่อนที่จะกระแทกเข้ากับต้นไม้ใหญ่พลางทรุดลงกับพื้น

เขาอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 2 แล้วดังนั้นการสังหารสัตว์อสูรระดับ 3 ธรรมดาๆนั้นไม่ถือเป็นปัญหาอะไรเลย

ไม่นานก็ผ่านไปกว่า 1 ชั่วโมง

ใน 1 ชั่วโมงนี้เขาได้พบกับการโจมตีของสัตว์อสูรหลายสิบตัวไม่ว่าจะเป็นตัวใหญ่หรือเล็กก็ตามที แน่นอนว่าเขาฆ่าพวกมันทิ้งทั้งหมดและในเวลานี้เขาก็ได้เข้าไปถึงเขต 10 กิโลเมตรจากจุดเริ่มต้นแล้ว ที่นี่มีเสียงคำรามของสัตว์อสูรถี่กว่าเขตรอบนอกขณะที่กลิ่นอายอสูรเองก็เข้มข้นกว่ามาก

หลินเทียนได้กระโดดขึ้นไปบนต้นไม่พร้อมกับกวาดตามองไปรอบๆแล้วเห็นว่าด้านหน้านั้นมีสัตว์อสูรระดับ 4 อยู่

"วิ้ส ! "

มันได้ตรวจพบเขาพร้อมกับพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว

มันเป็นสัตว์อสูรโกเลมสายฟ้าซึ่งมีความสามารถตรวจจับที่ดีมากๆ กรงเล็บของมันยาวเท่าตะเกียบขณะที่ดวงตาของมันมีสีแดงก่ำ

หลินเทียนไม่คิดเลยว่าเพิ่งเข้ามาแท้ๆแต่ก็ได้เผชิญหน้ากับสัตว์อสูรระดับ 4 แล้วและที่ยิ่งไปกว่านั้นคือมันมีพลังเทียบเท่าผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 2 ด้วย เขาต้องอยู่ในพื้นที่นี้ถึงครึ่งเดือนมันไม่ใช่อะไรง่ายๆเลยจริงๆ ดูเหมือนว่าการจะเข้าร่วมสำนักเป่ยหยานนี่ก็ยากไม่ธรรมดาเลย

แน่นอนว่าสำหรับเขาแล้วโกเลมสายฟ้านี้ไม่ได้อยู่ในสายตาด้วยซ้ำ

เขาได้ยกเท้าขึ้นมาถีบอัดออกไปทันที

"โอ๊ก !! "

มันได้ส่งเสียงร้องออกมาอย่างน่าสังเวชก่อนที่จะลอยออกไปไกล

สัตว์อสูรระดับ 4 ตัวอื่นสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงนี้ถึงได้พุ่งออกมาด้วยดวงตาที่แดงก่ำ

หลินเทียนได้แต่คิดว่าชิบหายแล้วถึงได้รีบพุ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว

เขาไม่กลัวสัตว์อสูรระดับ 4 เลยแม้แต่น้อยแต่หากว่ามันมากันเป็นฝูงหรือเป็นร้อยตัวนี่ต่อให้เขาแข็งแกร่งขนาดไหนก็ตายอยู่ดี

"เห้ออออ ! "

หลังจากที่หนีพวกมันมาได้แล้วเขาก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา

ณ ตอนนี้เองที่ท่าทางของเขาได้เปลี่ยนไปเพราะสัมผัสได้ถึงสายตาที่เย็นยะเยือก

"เหอะ "

เสียงแสยะอันเย็นชาได้ดังขึ้นก่อนที่ชายหนุ่มคนหนึ่งจะเดินเข้ามาพร้อมกับชายอีก 11 คน

"เหล็งอี้ทง"

หลินเทียนได้หลี่ตาของเขาลง

เหล็งอี้ทงดื้นกอดอกของเขาเอาไว้ขณะที่จ้องมองมาทางหลินเทียนพร้อมกับพูดว่า

"โชคเจ้าดีมากๆที่ก่อนหน้านี้เจ้ารอดมาได้ตอนอยู่ที่เมืองเฟิงเจียน อย่างไรก็ตามเจ้ามันโง่แท้ๆที่กลับกล้ามาที่นี่ทั้งๆที่อุส่ารอดไปได้แถมยังกล้าทำเรื่องโง่ๆกับข้าอีก ไม่รู้หรือไงว่าเมืองหลวงนี้เป็นถิ่นข้า ! รนหาที่ตายชัดๆ ! "

หลังจากที่คิดถึงเรื่องก่อนหน้านี้ไม่กี่เดือนก่อนและเรื่องไม่กี่วันก่อนนี้ทำให้ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยจิตสังหารอย่างบ้าคลั่ง

หลินเทียนได้มองไปทางเหล็งอี้ทงเพราะสำหรับเขาแล้วการที่อีกฝ่ายจะรู้เรื่องสถานะของเขาก็ไม่น่าแปลกอะไร อีกฝ่ายเป็นถึงลูกหลานคนตระกูลใหญ่ของเมืองหลวงดังนั้นการสืบค้นสถานะของเขาก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร เขาได้มองไปยังชายที่อยู่ด้ นหลังเหล็งอี้ทงทั้ง 11 คนพลางพูดออกมาว่า

"คนพวกนี้มันไม่ใช่ศิษย์ที่เข้าร่วมการทดสอบ ไม่ควรจะมาอยู่ที่นี่ "

ชายที่อยู่ด้านหลังทั้ง 11 คนนั้นเป็นชายวัยกลางคนด้วยกันทั้งหมด

"แล้วไง เมืองนี้เป็นถิ่นข้า ในถิ่นข้าๆจะทำอะไรก็ได้ ข้ามีหลายวิธีที่จะทำให้เจ้าไม่สามารถอยู่ต่อที่เมืองนี้ได้ ยกตัวอย่างเช่นการตายของเจ้า ! "

เหล็งอี้ทงได้พูดออกมา

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 130

คัดลอกลิงก์แล้ว