เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 129

Divine King Of All Directions - 129

Divine King Of All Directions - 129


Divine King Of All Directions - 129

 

หลินเทียนได้เดินเข้าไปด้านหลังพร้อมกับทั้งสามคนก่อนที่จะพบว่าชินเฟิงนั้นเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมระดับ 5 เป็นอย่างน้อยส่วนชายวัยกลางคนอีก 2 คนที่เหลือนั้นอยู่ในระดับที่ 4 ซึ่งมันทำให้เขาตกตะลึงอย่างมาก สมแล้วจริงๆที่เป็นถึงสมาคมหลักถึงได้มีปรมาจารย์ที่แข็งแกร่งขนาดนี้

อย่างไรก็ตามหลินเทียนก็เพียงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเท่านั้นก่อนที่จะกลับเป็นปกติ ให้พูดกันตามตรงแล้วแม้ว่าระดับ 1 กับ 5 มันจะดูต่างกันเยอะแต่จริงๆแล้วก็ไม่ได้ต่างกันมาก ที่ต่างกันจริงๆคือระดับ 6 ขึ้นไปเพราะว่าหลังจากที่ตัดผ่านไปถึงระดับนั้นแล้วจะถือว่าอยู่ในอีกระดับนึงจริงๆ

"น้องชาย ช่วยแสดงความสามารถให้เราดูหน่อยได้หรือไม่ ? "

ชินเฟิงได้ถามออกมา

แม้ว่าจะได้รับข้อมูลมาจากเมืองเฟิงเจียนก็จริงแต่เขาก็อยากจะเห็นด้วยตาตัวเอง

"แน่นอนอยู่แล้ว "

หลินเทียนไม่ได้ปฏิเสธอะไร

ที่นี่มีวัตถุดิบอยู่มากมายซึ่งหลินเทียนเองก็คิดว่าอยากจะสร้างข่ายอาคมคุกโดดเดี่ยว ในข่ายอาคมระดับ 3ที่เขาเชี่ยวชาญนั้นมีข่ายอาคมลมกระโชก ข่ายอาคมคุกโดดเดี่ยวและข่ายอาคมกลืนสายฝนซึ่งข่ายอาคมกลืนสายฝนนั้นเป็นข่ายอาคมรักษาดังนั้นถึงต้องวาดลงบนร่างกายส่วนข่ายอาคมลมกระโชกก็จำเป็นต้องใช้หยาดจันทราดังนั้นก็เหลือเพียงแค่ข่ายอาคมคุกโดดเดี่ยวเท่านั้นที่ดูง่ายที่สุด

หลังจากที่ได้เลือกวัตถุดิบแล้วหลินเทียนก็ได้เดินไปตรงหน้าของทั้ง 3 คนพร้อมทั้งเริ่มป่นวัตถุดิบต่างๆเพื่อผสมหมึกและหลังจากนั้นก็ได้กวัดแกว่งนิ้วมือทั้ง 5 ลงบนม้วนคัมภีร์อย่างรวดเร็วจนกลายเป็นข่ายอาคมคุกโดดเดี่ยวในที่สุด

"นี่........."

"พลังวิญญาณแข็งแกร่งมากๆ ทักษะการวาดเองก็เป็นทักษะห้าเทพเจ้ามังกรพริบตาในตำนานจริงๆด้วย "

"เป็นผู้มีพรสวรรค์ด้านการควบคุมระดับสุดยอด ! "

ดวงตาของทั้ง 3 คนได้เปล่งประกายออกมาทันทีเพราะว่าหลินเทียนที่อายุราว 16 ปีนี้เป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมระดับ 3 จริงๆ

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือข่ายอาคมคุกโดดเดี่ยวนี้พวกเขาไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนเลยด้วยซ้ำดังนั้นถึงได้แต่จ้องมองด้วยใบหน้าที่ตกตะลึงเพราะพวกเขารู้สึกเหมือนมิติเกิดการบิดเบี้ยว

ชินเฟิงได้ตั้งสติพร้อมกับพูดออกมาว่า

"น้องชาย ข่ายอาคมนี่ ? "

"ข่ายอาคมคุกโดดเดี่ยว มันสามารถปิดกั้นพื้นที่โดยรอบได้ในเวลาสั้นๆ "

หลินเทียนได้พูดออกมา

เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้วท่าทางของพวกเขาก็เปลี่ยนไปทันที

สามารถปิดกั้นพื้นที่ได้ ? นี่มันอะไรกัน ?

ชินเฟิงได้เงียบไปพร้อมกับพูดว่า

"น้องชายพอจะขายวิธีการวาดข่ายอาคมนี้และทักษะห้าเทพเจ้ามังกรพริบตาให้กับพวกเราได้หรือไม่ ? ทางสมาคมจะตอบแทนให้อย่างงามเลย "

ทั้งสองนั้นเป็นอะไรที่ไม่สามารถประเมินค่าได้เลย

หลินเทียนได้แต่ส่ายศีรษะพร้อมกับพูดว่า

"ต้องขออภัยผู้อาวุโสด้วยแต่ว่าท่านอาจารย์ได้ย้ำเอาไว้ว่าหากไม่ได้รับอนุญาตก็ห้ามแพร่งพรายลวดลายและทักษะนี้ออกไป "

ในเมื่อเขาได้สร้างเรื่องว่ามีอาจารย์อยู่แล้วดังนั้นการจะมีอาจารย์สอนเรื่องข่ายอาคมก็เป็นเรื่องปกติ อีกอย่างการสร้างเรื่องว่ามีอาจารย์ที่แข็งแกร่งอยู่เบื้องหลังก็จะสามารถเอื้อประโยชน์ได้เช่นกัน

ทั้ง 3 คนได้มองไปที่กันและกันก่อนที่จะส่ายศีรษะด้วยสีหน้าที่ผิดหวังไปตามๆกัน

"ขออภัยด้วยแต่สอบถามชื่อของอาจารย์เจ้าหน่อยได้หรือไม่ ? "

ชินเฟิงได้ถามออกมา

"ต้องขออภัยด้วยเพราะว่าข้าเองก็ไม่รู้เช่นกัน ท่านบอกมาว่าหลังจากที่ข้าตัดผ่านไปยังเขตแดนผู้รอบรู้แล้วเท่านั้นถึงจะมีคุณสมบัติพอจะรู้ชื่อของท่าน หลังจากที่ท่านส่งต่อทักษะต่างๆให้ข้าแล้วท่านบอกว่าเมื่อตัดผ่านเขตแดนผู้รอบรู้แล้วท่านจะกลับมาดูแลข้า"

หลินเทียนได้พูดออกมา

เรื่องพวกนี้เขาได้สัมผัสมาถึง 2 ครั้งแล้วดังนั้นถึงผ่านไปได้อย่างราบเรียบ

เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้วพวกเขาทั้ง 3 คนก็ได้แต่ชะงักไปพร้อมกับแสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมา

"ดูเหมือนว่าอาจารย์ของเจ้าจะไม่ธรรมดาเลยนะ "

ชินเฟิงได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

ณ ตอนนี้พวกเขาทั้ง 3 คนก็มีความคิดไม่ต่างไปจากมู่ชิงและฉีดงเลยแม้แต่น้อย ต้องถึงเขตแดนผู้รอบรู้ถึงจะกลับมาดูแลนี่มันเงื่อนไขอะไรกัน ? อย่างน้อยๆอาจารย์ของเขาก็ต้องอยู่ในเขตแดนจักรพรรดินภา ! ตัวตนระดับนี้สามารถทำลายจักรวรรดินี้ได้ด้วยซ้ำ แถมมิหนำซ้ำยังเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมอีกด้วย !

เมื่อมองไปยังหลินเทียนแล้วพวกเขาทั้ง 3 คนก็ได้แต่จ้องมองด้วยสายตาที่เร่าร้อน

"แล้วน้องชายต้องการเป็นสมาชิกของทางสมาคมไหม ? "

ชินเฟิงได้จ้องมองไปทางหลินเทียนพร้อมกับพูดต่อว่า

"อาจารย์ของเจ้าถือเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญที่แข็งแกร่งอย่างแน่นอน ข้าเดาว่าเจ้าต้องการเข้าเป็นศิษย์ของสำนักเป่ยหยานเพื่อขัดเกลาประสบการณ์และ หลังจากที่ไต่ไปถึงเขตแดนผู้รอบรู้แล้วก็จะติดตามบ่มเพาะไปกับอาจารย์ของเจ้าสินะ "

หลังจากนั้นเขาก็ได้พูดต่อว่า

"ให้พูดกันตามตรงแล้วการห้ำหั่นในเมืองหลวงนั้นรุนแรงอย่างมาก ตราบใดที่เจ้าตอบรับเข้าเป็นสมาชิกของเราแล้วก็จะมีที่พักพิงคอยให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลังและทำให้หลายๆเรื่องผ่านไปได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้น เจ้าเองก็น่าจะเห็นแล้ว ? "

สมาคมนี้เป็นองกรยักษ์ใหญ่ที่ลึกลับมากๆและมันไม่ได้อยู่ในเครือของทางจักรวรรดิซึ่งอาจจะแข็งแกร่งกว่าทางจักรวรรดิด้วยซ้ำดังนั้นชินเฟิงถึงได้พูดแบบนี้ออกมา

หลินเทียนเองก็มีความรู้สึกเปลี่ยนไปเพราะว่านี่มันก็ดูคุ้มค่ามากๆ

"แล้วการเป็นสมาชิกของสมาคมต้องทำอะไรบ้าง ? "

หลินเทียนได้ถามออกมา

ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆในโลกนี้ เขารู้เรื่องพวกนี้ดี

"ไม่ต้องทำอะไรหรอก น้องชายเองก็ไม่ต้องส่งมอบลวดลายข่ายอาคมให้กับเราเพียงแค่ต้องส่งม้วนอาคมให้เราในแต่ละเดือนเท่านั้น แน่นอนว่าทางสมาคมเองก็จะให้ค่าตอบแทนกลับไปเช่นกัน "

ชินเฟิงได้พูดออกมา

หลินเทียนได้คิดอยู่ครู่หนึ่งซึ่งเมื่อคิดๆดูแล้วการสร้างข่ายอาคมระดับ 3 ในแต่ละเดือนก็เป็นเรื่องที่ง่ายมากๆ

หลังจากนั้นเขาก็ได้พยักหน้าพร้อมกับตอบว่า

"ไม่มีปัญหา "

ชินเฟิงและคนอื่นๆเองก็ได้แสดงสีหน้าที่มีความสุขออกมา แม้ว่าตอนนี้หลินเทียนจะอยู่ในระดับ 3 แต่ด้วยอายุแค่ 16 ปีนั้นอีก 2-3 ปีก็อาจจะก้าวไปถึงระดับ 5 หรือ 6 ก็เป็นไปได้ หากสามารถเอาชนะใจคนระดับนี้มาเป็นสมาชิกได้ก็จะถือเป็นประโยชน์อย่างมาก

"อื้ม ดี ๆ เอานี่ตราสัญลักษณ์ของน้องชาย "

ชินเฟิงได้หยิบเอาตราระดับ 3 ออกมาส่งให้หลินเทียนพร้อมกับส่งตราสีทองสลักลวดลายมังกรให้อีกอันพลางพูดว่า

"นี่คือตราอภัยโทษของสำนักเป่ยหยาน ผู้ถือครองสามารถลบล้างความผิดอะไรก็ได้ของตัวเองได้ 1 ครั้ง ซึ่งที่นั่นก็เป็นถึงสำนักอันดับหนึ่งของเมืองหลวงดังนั้นการได้สิ่งนี้ไปก็น่าจะพอมีประโยชน์บ้าง "

ชินเฟิงเคยช่วยเหลือทางราชวงมาหนึ่งครั้งและได้ตรานี้มาด้วยความบังเอิญซึ่งจะเก็บไว้ก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรอยู่ดีเพราะว่าตอนนี้เขาเป็นถึงปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมระดับ 5 แถมยังเป็นรองเจ้าสมาคมสาขาหลักที่เมืองหลวงอีกด้วยดังนั้นทางราชวงค์ไม่มีอำนาจพอที่จะทำอะไรเขาได้ด้วยซ้ำ

หลินเทียนได้รับเอาไว้พร้อมกับพูดว่า

"ขอขอบคุณท่านผู้อาวุโสมากๆ "

"ที่ไหนกันล่ะ ไม่จำเป็นต้องสุภาพไปหรอก หากว่าหลังจากนี้น้องชายต้องการอะไรก็สามารถบอกมาได้เลย ตราบใดที่เราทำให้ได้ก็จะช่วยอย่างสุดความสามารถ "

ชินเฟิงได้พูดออกมา

หลินเทียนได้พยักหน้าพร้อมกับขอบคุณอีกครั้ง

หลังจากนั้นพวกเขาก็สนทนากันอยู่ไม่นานก่อนที่หลินเทียนจะจากไปซึ่งพวกเขาทั้ง 3 คนเป็นคนเดินไปส่งหลินเทียนที่หน้าประตูทางเข้าด้วยตัวเอง

"มีเวลาว่างก็มาได้ทุกเมื่อนะ "

ชินเฟิงได้โบกมือให้กับเขา

"แน่นอน "

หลินเทียนได้ตอบกลับไป

เขาก็ได้หันหลังกลับแล้วเดินหายไปทันที

เมื่อออกมาจากสมาคมก็เป็นช่วงกลางคืนแล้ว

ไม่นานเขาก็ได้กลับไปถึงร้านอาหารของเขา

เขาได้เดินไปทางหลังร้านเพื่อดูม้านิลมังกรและยังเห็นว่ามันยังอยู่ดีถึงได้สั่งให้พนักงานเตรียมอาหารขึ้นไปให้เขาบนห้องแล้วเดินกลับขึ้นไปอย่างรวดเร็ว หลังจากที่ทานอาหารเสร็จแล้วเขาก็นอนลงบนเตียงเพื่อเตรียมจะพักผ่อนโดยทันที

ไม่นานเขาก็หลับไป

พริบตาเดียวก็ผ่านคืนนี้ไป

เช้าวันรุ่งขึ้นหลินเทียนได้ตื่นขึ้นมาพร้อมกับเดินไปทางสำนักเป่ยหยานส่วนม้านิลมังกรนั้นเขาก็ฝากไว้ที่ร้านอาหารก่อนแล้วหากว่าฝากตัวเข้าเป็นศิษย์ได้อย่างเป็นทางการแล้วเขาค่อยกลับมารับมัน

แน่นอนว่าเขารู้ถึงตำแหน่งของสำนักดีถึงได้ไปถึงจุดหมายอย่างรวดเร็ว

เมื่อมองออกไปแล้วประตูทางเข้ามันดูใหญ่มากๆแถมยังส่งกลิ่นอายที่น่าเกรงขามออกมา ณ ตอนนี้ที่หน้าประตูทางเขาเต็มไปด้วยฝูงคนซึ่งแน่นอนว่าพวกเขาเป็นผู้ชมเท่านั้นเพราะถึงอย่างไรก็ตามวันนี้เป็นวันรายงานตัวส่วนจำนวนศิษย์ใหม่ที่หลินเทียนได้ยินมาจากซูโจวก็น่าจะประมาณ 200 คนเท่านั้น

"200 คนเป็นผู้มีพรสวรรค์ทั้งหมด "

หลินเทียนได้พูดกับตัวเอง

ภายใต้จักรวรรดินั้นมีเมืองอยู่มากมายแถมภายใต้เมืองเหล่านั้นก็ยังมีตระกูลผู้บ่มเพาะอีกมากมายแต่อย่างไรก็ตามทางสำนักเป่ยหยานนั้นมีเงื่อนไขการรับศิษย์ที่เคร่งมากๆดังนั้นอย่างมากก็จะมีตัวแทนจากเมืองละคนเท่านั้นถึงได้ทำให้ศิษย์ที่จะเข้ามามีน้อยมากๆ

หลินเทียนได้หยิบเอาตราสัญลักษณ์ออกมาส่งให้อาจารย์ผู้ดูแลตรวจสอบ

เขาได้กวาดตามองพร้อมกับพยักหน้าแล้วพูดว่า

"ไปยืนตรงนั้น "

หลังจากที่พูดจบแล้วก็คืนตราให้กับหลินเทียน

หลินเทียนได้รับตรากลับมาพลางพยักหน้าก่อนที่จะเดินไปทางจุดที่อาจารย์ขี้ไปซึ่งมีผู้คนอยู่กว่า 100 และส่วนใหญ่มีอายุราวๆ 17 ปี

ไม่นานทั้ง 200 คนก็ได้มารายงานตัวจนครบ

ณ ตอนนี้ชายวัยกลางคนได้เดินออกมาตรงหน้าพวกเขาพร้อมกับพูดว่า

"หลังจากนี้ครึ่งชั่วโมงเราจะเริ่มการทดสอบกัน เนื้อหาก็ง่ายมากๆ ทุกคนเข้าไปในป่าสัตว์อสูรห่างจากประตู 10 กิโลเมตรเพื่อเอาชีวิตรอดครึ่งเดือน อย่างน้อยๆต้องฆ่าสัตว์อสูรระดับ 4 ตอนปลายให้ได้ 1 ตัวแล้วจะถือว่าผ่านการทดสอบ "

วิ้สสสส !

เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้วผู้คนทั้งหลายถึงกับมีท่าทางเปลี่ยนไปทันที ต้องรู้ก่อนนะว่าในป่านั้นมันเต็มไปด้วยอันตรายซึ่งยิ่งเข้าไปลึกเท่าไหร่ก็จะยิ่งอันตรายมากขึ้นเท่านั้น ให้เอาชีวิตรอดในพื้นที่แบบนั้นครึ่งเดือนแถมต้องฆ่าสัตว์อสูรระดับ 4 ตอนปลายซึ่งมีระดับพลังเทียบเท่าเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 3 อย่างน้อย 1 ตัวนี่มันเป็นเรื่องที่ยากมากๆ

หลังจากนั้นชายวัยกลางคนได้มองมาทางพวกเขาแล้วพูดต่อว่า

"จำเอาไว้ว่าห้ามสังหารศิษย์สำนักเดียวกันซึ่งในขั้นตอนเหล่านี้ทางเราจะส่งพี่เลี้ยงไปคอยดูแลด้วยกันซึ่งพวกเขาจะคอยจับตาดูทุกการกระทำของพวกเจ้า หากว่าใครกล้าลงมือกับเพื่อนร่วมสำนักก็จะมีบทลงโทษอย่างหนัก ยิ่งไปกว่านั้นหากว่าใครอยากจะยอมแพ้ก็สามารถแจ้งกับพวกเขาได้เลยแล้วจะเสียสิทธิ์เข้าร่วมสำนักทันที "

หลังจากที่พูดจบแล้วชายหนุ่ม 5 คนก็ได้เดินออกมา

ชายหนุ่มทั้ง 5 คนนี้ดูโดดเด่นอย่างมากโดยเฉพาะชายหนุ่มชุดสีฟ้า

"นั่นมัน เหล็งเฟิง ! ผู้สืบทอดตระกูลเหล็ง ! "

หนึ่งในพวกเขาได้พูดออกมา

เมื่อจ้องมองไปทางชายหนุ่มคนนี้แล้วหลายๆคนก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่หวาดหวั่นออกมา

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 129

คัดลอกลิงก์แล้ว