เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 131

Divine King Of All Directions - 131

Divine King Of All Directions - 131


Divine King Of All Directions - 131

 

ด้วยความที่เป็นตระกูลผู้มีอำนาจนั้นถึงได้ใช้มันเพื่อปล่อยให้เหล็งอี้ทงและพรรคพวกสามารถเข้ามาในป่าแห่งนี้ที่ทางสำนักเป่ยหยานใช้ทำการทดสอบได้ แน่นอนว่าเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องที่ง่ายมากดังนั้นหลังจากที่รู้เรื่องสถานะที่แท้จริงของหลินเทียนแล้วเขาก็เริ่มการเตรียมการโดยทันที

"ยังไงวันนี้เจ้าก็ต้องตาย "

เหล็งอี้ทงได้พูดออกมา

"ตาย ? "

หลินเทียนได้หรี่ตาของเขาพร้อมกับพูดต่อว่า

"เจ้าแน่ใจขนาดนั้นเลยหรือว่าคนที่เจ้านำมาจะสามารถสังหารข้าได้ ? "

ชายวัยกลางคนทั้ง 11 คนที่อยู่ด้านหลังนั้นไม่ได้อ่อนแอเลยแต่ก็ไม่ได้อยู่ในสายตาของหลินเทียนอยู่ดี

"ก็เพียงพอ ! "

เหล็งอี้ทงได้แสยะออกมา

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ไม่อยากจะพูดกับหลินเทียนให้เปลืองน้ำลายถึงได้สั่งการให้ต้อนหลินเทียนโดยทันที

คนเหล่านี้เป็นผู้มีประสบการณ์แถมความเร็วยังสูงมากๆและสามารถเข้าประชิดหลินเทียนในชั่วพริบตา

"เจ้าไม่สามารถฆ่าข้าได้ "

หลินเทียนได้พูดออกมาอย่างราบเรียบก่อนที่จะเหวี่ยงหมัดออกไปปะทะกับคนที่อยู่ด้านหน้าสุด

โครม ! คนที่อยู่หน้าสุดได้แต่กระเด็นออกไปด้วยสีหน้าที่ตกตะลึง

"รุมมัน ! อย่าให้มันได้มีโอกาสขัดขืน "

เหล็งอี้ทงได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก

ตัวเขาไม่ได้ร่วมวงด้วยและปล่อยให้ชายวัยกลางคนทั้ง 11 คนโจมตีต่อไป

7 คนในหมู่พวกเขานั้นอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 2 และอีก 4 คนนั้นอยู่ในระดับ 3 แต่แข็งแกร่งกว่าระดับเดียวกันมากถึงได้สามารถสร้างความรู้สึกกดดันให้กับหลินเทียนได้

หลินเทียนได้เหวี่ยงหมัดออกไปปะทะกับชายที่พุ่งมาด้านขวาของเขา

หมัดธรรมดาๆที่ดูเหมือนไม่มีพลังแฝงอะไรเลย

ดังนั้นฝ่ายตรงข้ามที่อยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 2 ถึงได้เหวี่ยงหมัดออกมาปะทะแต่น่าเสียดายที่ข้าไปก้าวนึง

"พุฟฟฟฟฟ ! "

ชายคนนั้นได้กระอักเลือดออกมาก่อนที่จะลอยเคว้งออกไปไกลและแน่นิ่งไปทันที

หมัดทลายฟ้า หมัดเดียวเพื่อสังหารศัตรู !

เมื่อเห็นเช่นนั้นแล้วท่าทางของใครหลายคนก็เปลี่ยนไปอย่างมาก ผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 2 กลับโดยฆ่าตายง่ายๆแบบนั้น

เหล็งอี้ทงเองก็ได้แสดงสีหน้าที่เย็นชาออกมายิ่งกว่าเก่าขณะที่จ้องมองไปยังใบหน้าของหลินเทียน

"ที่บอกว่าเจ้าไม่ควรมาที่นี่มันมีอยู่ 2 ความหมาย "

หลินเทียนได้มองไปทางเหล็งอี้ทงพร้อมกับพูดว่า

"อย่างแรกคือพวกเขาไม่ใช่ศิษย์ใหม่ที่เข้ารับการทดสอบถึงได้ไม่มีคุณสมบัติเข้ามาที่นี่ อีกอย่างคือในเมื่อเข้ามาแล้วก็อย่าหวังว่าจะได้มีชีวิตรอดออกไป "

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเหล่าศัตรูมากมายแต่หลินเทียนกลับยังคงแสดงสีหน้าที่ราบเรียบเช่นเคย

"อวดดีนักนะ ! ฆ่ามันซะ "

เหล็งอี้ทงได้คำรามออกมาอย่างดัง

พวกเขาทั้ง 10 คนที่เหลือเองก็ได้คว้าเอาอาวุธมีคมของตัวเองออกมาพร้อมทั้งฟาดฟันเข้าใส่ร่างของหลินเทียนอย่างเร็ว

หลินเทียนได้แสยะออกมาพร้อมกับเรียกเอากระบี่คืนสู่หยวนออกมา

"แกร๊ง ! "

เสียงกระบี่ปะทะกันได้ดังขึ้นก่อนที่คลื่นกระบี่มากมายจะถูกกวาดออกไปโดยรอบ หนึ่งในคลื่นกระบี่ได้พุ่งทะลุหน้าอกของชายวัยกลางคนก่อนที่จะมีเลือดไหลทะลักออกมา

ตายไปอีกคน

หลินเทียนที่กำลังถือกระบี่อยู่ก็ได้หันหน้ามองไปทางเหล็งอีเทงพร้อมกับพูดต่อว่า

"เจ้าคิดว่าพวกมันยังจะทนอยู่ได้อีกนานแค่ไหนกัน ? "

คำพูดพวกนี้ทำให้ท่าทางของเหล็งอี้ทงดุร้ายยิ่งกว่าเก่า

"มากพอจะฆ่าเจ้านั่นแหละ ! "

เหล็งอี้ทงได้ตอบกลับไป

หลังจากที่คำพูดของเขาจบลงแล้วชายวัยกลางคนที่เหลืออยู่อีก 9 คนก็เคลื่อนไหวอีกครั้ง

คลื่นกระบี่อันรุนแรงได้พวยพุ่งออกไปโดยรอบและไม่รู้เลยว่ามันได้ทำลายต้นไม้น้อยใหญ่ไปมากขนาดไหน

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการไล่ต้อนของคนทั้ง 9 นั้นหลินเทียนก็ยังคงแสดงสีหน้าที่สุขุมออกมาพร้อมทั้งฟาดฟันกระบี่ออกไปอย่างพริ้วไหว

"พุฟฟฟ ! "

หลังจากที่ผ่านไปได้ไม่กี่สิบลมหายใจคนที่ 3 ก็ได้ตกตายลง

"เข้ามา "

หลินเทียนได้พูดออกมาอย่างไม่แยแส

กระบี่วายุสะท้านได้กวัดแกว่งไปโดยรอบเหมือนดั่งพายุที่เย็นยะเยือก

"ใช้ทักษะไล่ล่าวิญญาณซะ "

หนึ่งในพวกเขาได้คำรามออกมาอย่างดัง

มันเป็นทักษะที่โด่งดังที่สุดของตระกูลเหล็งซึ่งมีเพียงแต่สายเลือดหลักเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์ฝึกฝนทักษะนี้ซึ่งแม้ว่ามันจะเป็นทักษะที่ไม่สมบูรณ์แต่ก็ยังถือว่าแข็งแกร่งมากๆ

"วิ้ส !"

"วิ้ส !"

"วิ้ส !"

พวกเขาทั้ง 8 คนที่เหลือได้เคลื่อนที่อย่างรวดเร็วพร้อมทั้งลายล้อมรอบร่างของหลินเทียนเอาไว้

หลินเทียนได้หรี่ตาลงพร้อมกับรู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่เพิ่มมากขึ้น

เหล็งอี้ทงได้จ้องมองไปทางเข้าพร้อมกับพูดว่า

"เมื่อวานที่เจ้าสามารถทำลายทักษะของข้าได้ก็เป็นเพราะว่าข้ายังไม่เชี่ยวชาญและทำความเข้าใจได้เพียง 10% เท่านั้น แต่คนเหล่านี้นั้นต่างออกไปเพราะว่าพวกเขาทำความเข้าใจทักษะนี้ได้ถึง 30% แล้ว ไหนดูสิว่าเจ้าจะรับมืออย่างไรกัน"

"งั้นรึ ? งั้นดูดีๆล่ะ "

หลินเทียนได้ตอบกลับอย่างไม่แยแส

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้หายตัวไปทันทีก่อนที่จะปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าของชายวัยกลางคนชุดสีดำ

"เจ้า....."

ท่าทางของชายคนนั้นได้เปลี่ยนไปอย่างมากและอดไม่ได้เลยที่จะถอยกลับไป

เขาได้แต่รู้สึกเหมือนว่าตัวเองเพิ่งก้าวเท้ากลับออกมาจากประตูแห่งความตาย

"ตาย ! "

ประโยคที่เย็นชาได้ถูกส่งออกมาก่อนที่ศีรษะของชายวัยกลางคนจะกลิ้งไปไกล

"กระบี่สายฟ้า ! "

ณ ตอนนี้เมื่อจ้องมองไปทางหลินเทียนอีกครั้งแล้วก็ทำให้ท่าทางของเหล็งอี้ทงเปลี่ยนไปมากกว่าเก่าเพราะว่าความเร็วของหลินเทียนนั้นสูงมากๆแถมยังสามารถหลบการโจมตีของชาย 7 คนซ้ำยังสังหารชายอีกคนได้ในเวลาเดียวกันนี่มันเหนือความคาดหมายของเขาไปไกลมากๆ

"เป็นไปได้ไงกัน ! "

ท่าทางของเหล็งอี้ทงในตอนนี้ดูน่าเกลียดอย่างมากเพราะว่าทักษะของตระกูลเขากลับถูกทำลาย !

"ไล่ล่าวิญญาณ ? ชื่อมันฟังดูใหญ่โตดีนะแต่น่าเสียดายที่ทำอะไรไม่ได้"

หลินเทียนได้พูดออกมาอย่างสบายอารมณ์เพราะว่าเขามีทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์อยู่ซึ่งได้ชื่อว่าสามารถข้าภูเขาและแม่น้ำได้ภายในก้าวเดียวดังนั้นหากเทียบกับทักษะกากๆแบบทักษะไล่ล่าวิญญาณแล้วมันจะไปเทียบได้อย่างไรกัน

หลินเทียนได้กวาดตามองไปรอบๆอีกครั้งเพราะว่าตอนนี้จากชายวัยกลางคน 11 คนได้เหลือเพียงแค่ 7 คนแล้ว

"ฆ่ามันให้ได้ ! "

เหล็งอี้ทงได้คำรามออกมาอย่างดัง

ชายวัยกลางคนที่เหลือทั้ง 7 คนเองก็ไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย เหล็งอี้ทงนั้นเป็นถึงลูกชายของผู้นำตระกูลเหล็งถึงได้มีสถานะสูงมากๆ

พวกเขาได้สำแดงทักษะไล่ล่าวิญญาณออกมาอีกครั้งพร้อมทั้งทักษะโจมตีที่แข็งแกร่งในเวลาเดียวกัน

ครั้งนี้พลังทำลายได้ถาโถมเข้ามาพร้อมกันจากรอบด้าน

หลินเทียนยังคงแสดงสีหน้าไร้ความรู้สึกขณะที่กระบี่ในมือได้สั่นไหวก่อนที่จะเกิดเป็นคลื่นสายฟ้า

"สะบั้นแรก !!! "

หลังจากนั้นเขาก็ได้เคลื่อนไหวพร้อมทั้งฟาดฟันกระบี่สายฟ้าเข้าไปที่หน้าอกของชายวัยกลางคนชุดดำอีกคน

คนที่ 5 ได้ตายลง

"สะบั้นที่ 2 ! "

ประโยคที่เย็นชาได้ดังก้องไปทั่ว

พุฟฟฟฟ ! แขนของชายวัยกลางคนได้ขาดสะบั้นออกไปในทันทีก่อนที่หน้าอกของเขาจะกระแทกเข้ากับหมัดอันทรงพลัง

"โครม ! "

ชายคนนั้นได้ปลิวออกไปไกลขณะที่กระอักเลือดออกมากลางอากาศพร้อมทั้งแน่นิ่งไปทันที

คนที่ 6 ตาย !

"สะบั้นที่ 3 ! "

เสียงกระบี่ยังคงถูกส่งออกมาเรื่อยๆขณะที่ลำคอของคนที่ 7 ได้ถูกคลื่นกระบี่พุ่งทะลุผ่านออกไปและต้องนอนจมกองเลือดไปทันที

ชายวัยกลางคนกว่า 11 คนที่เข้ามากลับเหลืออยู่เพียง 4 คนแล้วในตอนนี้ พวกเขาทั้ง 4 คนที่เหลือนั้นอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 3 ด้วยกันทั้งหมด ในตอนนี้พวกเขาได้แต่จ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยสีหน้าที่หวาดหวั่นผสมความกลัว สำหรับพวกเขาแล้วชายหนุ่มตรงหน้าที่ดูอายุ 16 ปีนี้กลับกลายเป็นเหมือนดั่งเทพกระบี่เพราะเขตจำนงแห่งกระบี่ของเขาแข็งแกร่งอย่างมาก

"ขยะเอ้ย ! มาด้วยกันตั้ง 11 คนแต่ยังไม่สามารถฆ่าคนๆเดียวได้ด้วยซ้ำ ! "

เหล็งอี้ทงได้คำรามออกมาอย่างดัง

ท่าทางของพวกเขาที่เหลือเองก็เปลี่ยนเป็นน่าเกลียดในทันทีแต่ก็ไม่กล้าที่จะพูดอะไรออกมา

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาพร้อมกับมองไปทางเหล็งอี้ทงแล้วพูดว่า

"ตามกฎของทางสำนักนั้นห้ามสังหารศิษย์ร่วมสำนักแต่ในเมื่อเจ้าเป็นคนเริ่มลงมือก่อนมันก็ต่างออกไป "

หลังจากที่พูดจบแล้วหลินเทียนก็ได้เคลื่อนไหวด้วยความเร็วดั่งปีศาจพร้อมทั้งปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าของเหล็งอี้ทงในพริบตา

"เจ้า..."

"!!!"

หลินเทียนได้ตบไปที่ใบหน้าของเขาก่อนที่จะส่งผลให้ร่างของเหล็งอี้ทงปลิวออกไปไกล

"ปกป้องนายน้อยเอาไว้ ! "

ชายวัยกลางคนทั้ง 4 ที่เหลืออยู่ได้คำรามออกมาพร้อมทั้งกระโจนเข้าใส่หลินเทียนอย่างรวดเร็ว

"ไสหัวไปไกลๆ "

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก

มือขวาของเขาได้สั่นไหวก่อนที่จะกวัดแกว่งกระบี่สายฟ้ามรกตออกไป

"โครม ! "

ตอนนี้เขาเชี่ยวชาญทักษะกระบี่สายฟ้ามรกตมากว่า 40 % แล้วดังนั้นมันเทียบเท่าได้กับทักษะระดับกลางเขตแดนชีพจรเทวะเลยด้วยซ้ำซึ่งนี่ส่งผลให้ชายวัยกลางคนทั้ง 4 ได้กระอักเลือดออกมาก่อนที่จะกระเด็นออกไปทันที

หลินเทียนได้หันหน้ากลับไปมองที่ร่างของเหล็งอี้ทงอีกครั้งพร้อมกับเดินเข้าไปหา

"ไม่กี่เดือนก่อนส่งคนมาสังหารข้ายังไม่พอ นี่เป็นครั้งที่ 1 แล้วสินะ เจ้ามันรนหาที่ตายเองแท้ๆ "

กระบี่ในมือของเขาได้ยกขึ้นก่อนที่จะฟาดฟันลงมาอย่างไร้ความปราณี

ณ ตอนนี้เองที่คลื่นกระบี่ได้พุ่งลงมาจากฟากฟ้า

ท่าทางของหลินเทียนได้เปลี่ยนไปพร้อมกับพุ่งทิ้งระยะออกไปด้านหลัง

เมื่อมองขึ้นไปแล้วเขาเห็นเพียงเหล็งเฟิงที่กำลังขี่นกยักษ์อยู่บนฟ้าก่อนที่จะกระโดดลงมาข้างๆเหล็งอี้ทง

"พี่ใหญ่ "

เหล็งอี้ทงได้พูดออกมาด้วยท่าทางประหลาดใจพร้อมกับใบหน้าที่ดุร้ายยิ่งขึ้น

ชายวัยกลางคนทั้ง 4 เองก็ได้แสดงสีหน้าที่มีความสุขยิ่งกว่าเดิมพร้อมกับพูดว่า

"นายน้อย "

หลินเทียนได้มองไปทางเหล็งเฟิงพร้อมกับยืดอก

"ผู้ดูแลการทดสอบสำนัก "

หลินเทียนได้ยั่วยุออกมา

เหล็งเฟิงได้แต่กวัดแกว่งคลื่นกระบี่เข้าใส่ร่างของหลินเทียนด้วยสีหน้าที่ไม่แยแสแม้แต่น้อย

หลินเทียนได้แต่มีสีหน้าเปลี่ยนไปเพราะว่าความเร็วและพลังทำลายของการโจมตีนี้มันสูงเกินไป แม้ว่าเขาจะตอบโต้กลับไปด้วยทักษะกระบี่สายฟ้ามรกตแล้วแต่ก็ยังถูกกระแทกกระเด็นกลับไปไกลพลางกระอักเลือดออกมา

เหล็งอี้ทงได้ยืนขึ้นจากพื้นพร้อมกับจ้องมองไปทางหลินเทียนแล้วพูดว่า

"บอกแล้วว่ายังไงวันนี้เจ้าก็ต้องตาย ! "

หลังจากที่พูดจบแล้วเหล็งอี้ทงก็ได้มองไปทางเหล็งเฟิงพลางพูดต่อว่า

"พี่ใหญ่ ให้มันพิการก่อนก็พอ ข้าอยากจะทรมานมันก่อนให้มันได้ตายทั้งเป็น ! "

ท่าทางของเหล็งเฟิงยังคงราบเรียบขณะที่เดินหน้าเข้าใกล้หลินเทียนเข้าไปเรื่อยๆ

เขาได้กวัดแกว่งคลื่นกระบี่เข้าใส่หลินเทียนอย่างไม่หยุดยั้ง

หลินเทียนได้สำแดงทักษะกระบี่สายฟ้ามรกตออกมาถึงขีดสุดแต่น่าเสียดายที่มันก็ยังไม่สามารถต้านทานการโจมตีเอาไว้ได้

"ดูเหมือนว่าอันดับ 7 ในตารางสายลมและหมู่เมฆนี่จะแข็งแกร่งดีจริงๆ "

เมื่อจ้องมองไปทางเหล็งเฟิงแล้วเขาก็ได้แต่คิดอยู่ภายในใจ

เขารู้ดีว่าตอนนี้ตัวเองไม่ใช่คู่มือของเหล็งเฟิง

"ไอ้ระยำ ไม่ใช่ว่าเก่งนักหรือไง ไหนรับการโจมตีจากพี่ชายข้าดูสิ ! "

เหล็งอี้ทงได้ยั่วยุออกมา

หลินเทียนได้กวาดตามองไปทางเหล็งอี้ทงพร้อมกับหยุดมองที่เหล็งเฟิงแล้วพูดว่า

"ความแค้นในวันนี้พวกเจ้าและตระกูลจะต้องชดใช้ "

"วันนี้ ? พูดเรื่องตลกอะไรกัน ? คิดว่าเจ้าจะได้มีพรุ่งนี้หรือไง ? "

เหล็งอี้ทงได้พูดออกมาด้วยท่าทางสบายอารมณ์

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาอย่างเย็นชาพร้อมกับร่างที่ค่อยๆเลือนหายไปจากสายตาของพวกเขา

เหล็งเฟิงเองก็ได้กวัดแกว่งกระบี่ออกไปโดยรอบแต่กลับไม่รู้ว่าหลินเทียนมันหายไปไหน

"นี่มัน ? "

"มันไปไหน ? "

ท่าทางของพวกเขาทั้งหมดได้เปลี่ยนไปทันทีไม่เว้นแม้แต่เหล็งเฟิงก็ตาม

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 131

คัดลอกลิงก์แล้ว